กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 801: การต่อสู้ในนครเทวะ
โอรสเหยา ทำการควบคุม ตราประทับประมุขฟ้า
จากนั้นก็เริ่มร่ายรำ กระบี่กงล้อตะวันไร้ขอบเขต
ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณทั้งสองชิ้นถูกใช้
ออกมาสกัดกั้นเคล็ดเขตแดนโลหิตกำสรวลของ อู่ อวี้
ในเวลาเดียวกันมันก็ได้ปลดปล่อยการโจมตีเข้าใส่ร่าง
อวตารของ อู่ อวี้ จนดับชีวิตไปนับร้อย
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ แม้อีกคู่ต่อสู้จะทำการ
แปรเปลี่ยนร่างกลายเป็นร่างปีศาจ ทว่า อู่ อวี้ ก็ไม่มี
เวลาจะไปสนใจ เขาทุ่มความสนใจทั้งหมดไปอยู่ที่การ
โจมตีสังหารของอีกฝ่าย
บัดนี้ คุนหวู่สามจิต ได้แปลงกายเป็นราชสีห์ทองคำ ทั่ว
ร่างถูกปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิง ดูสูงส่งยิ่ง ลักษณะที่
โดดเด่นที่สุดก็คือมันมีรูปร่างเป็น ราชสีห์ที่มีสามหัว!!
ศีรษะของราชสีห์เต็มไปด้วยพลังอำนาจและความน่า
เกรงขาม ศีรษะทั้งสามที่ผงาดกู่ร้องคำรามอย่างพร้อม
เพรียงกันทำให้เกิดเป็นบรรยากาศที่ดุดัน สั่นคลอนผู้ชม
ทุกคน!
ส่วนทางได้ หนานซาน หวางเยว่ ได้แปลงกายเป็นหมูป่า
สีดำ มันเป็นเพียงแค่หมูป่าธรรมดาๆ ทว่ามันกลับ
แข็งแรงและป่าเถื่อนจนน่าตกใจ บริเวณปากของมันมี
เขี้ยวหงายอยู่คู่หนึ่ง ทั้วร่างเปี่ยมล้นไปด้วยพละกำลัง
แม้ว่าสายเลือดของมันจะไม่มีข้อได้เปรียบอะไร แต่เมื่อ
เผชิญหน้ากับ ‘คุนหวู่สามจิต’ เขาก็ไม่ได้ตกเป็นฝ่ายที่
เสียเปรียบ
เห็นได้ชัดว่า มรดกของเซียนอมตะ ‘แม่ทัพเทียนเผิง’
ทำให้เลือดเนื้อยกระดับเปลี่ยนแปลง เฉกเช่นเดียวกับ
ร่างกายของ อู่ อวี้
แม้การปะทะของปีศาจจะดุเดือด แต่ก็ยังมีคนที่ให้ความ
สนใจทางฝั่งของ อู่ อวี้ อยู่ไม่น้อย ท้ายที่สุด อู่ อวี้ ก็ยัง
เรียกร่างอวตารที่รูปร่างเหมือนกับเขาไม่ผิดเพี้ยนนับ
หมื่นร่างออกมา จึงทำให้กลายเป็นภาพเหตุการณ์อันน่า
ตกตะลึงยิ่ง
“เคล็ดคชสารเทวะสะท้านอเวจี!” ร่างอวตารนอกวิถีถือ
เป็นข้อได้เปรียบอันยิ่งใหญ่ของเขา ยามที่ใช้เคล็ดวิชา
เต๋าอย่างพร้อมเพรียง ก็จะทรงพลังยิ่งขึ้นกว่าเดิม!
พริบตานั้นพลังอำนาจของเคล็ดวิชาคชสารเทวะสะท้าน
อเวจีฉับพลันพวยพุ่ง ก่อเกิดเป็นคชสารสีทองจำนวนนับ
ไม่ถ้วน พวกมันส่งเสียงร้องสะเทือนฟ้าสะท้านดิน ด้วย
การควบคุมของ อู่ อวี้ ฝูงทัพคชสารได้ผสานกลายเป็น
หนึ่งเดียว ครู่ต่อมายามที่เขาชี้พลองหมื่นมังกรราวเป็น
คำสั่งประกาสิตแห่งสวรรค์ เหล่าคชสารทั้งหลายก็ควบ
ทะยานไปข้างหน้า หมายโจมตีเข้าใส่ โอรสเหยา!
โอรสเหยาสำแดงตราประทับประมุขฟ้าแปรเปลี่ยน ที่
อยู่ในมือออกมาสกัดกั้นอีกครั้ง! เหล่าคชสารยักษ์
ทั้งหลาย ปะทะเข้ากับ ตราประทับประมุขฟ้า
แปรเปลี่ยน จนเกิดเสียงสนั่นหวั่นไหว!
ปุ้งงงงง!!!
ทำให้ทั่วทั้งสนามประลองไร้ลักษณ์สั่นไหวขึ้นอีกครา ก่อ
เกิดเป็นแรงกระแทกอันรุนแรง ราวกับว่ามันจะพังทลาย
ลงไปได้ทุกเมื่อ! ในจุดเหล่าผู้ชมนั้น ทุกคนต่างเห็นได้
อย่างถนัดตาว่าการประลองเบื้องหน้ารุนแรงถึงเพียงใด
แม้ว่าพลังแก่นแท้ตำหนักม่วงของร่างหลักของ อู่ อวี้ จะ
แตกต่างกับอีกฝ่ายมาก แต่เมื่อผนวกพลังรวมเข้า
ด้วยกันกับร่างอวตารทั้งหนึ่งหมื่นร่าง ก็ราวกับเป็นตัว
ขยายส่งผลให้วิชาที่ใช้ออกรุนแรงนับทวี แต่เพราะอีก
ฝ่ายอยู่ถึงอาณาจักรจิตเทวะระดับที่ 10 ดังนั้นจึง
สามารถป้องกันการโจมตีของ อู่ อวี้ ได้สำเร็จ ทว่ามันก็
ยังคงถูกการโจมตีนี้ดีดจนกระเด็นลอยออกไป!
“หึ! เจ้าดูมีฝีมืออยู่บ้าง แต่ก็คงได้เท่านี้แหละ!” โอรส
เหยาแค่นเสียงหัวเราะ จากนั้นฉับพลันมันก็ปรากฏตัวที่
เบื้องหน้าของ อู่ อวี้ อีกครั้ง ครั้งแรกที่มันเห็นร่าง
อวตารของ อู่ อวี้ มันก็ยังรู้สึกกังวลอยู่บ้าง แต่หลังจาก
ที่ประมือกันมาแล้ว ตัวมันก็พบว่าพลังของร่างอวตาร
ของ อู่ อวี้ ยังแย่กว่าที่มันคิดเอาไว้ และหากนำร่างหลัก
ของ อู่ อวี้ มาเปรียบเทียบกับตัวมันที่อยู่ในอาณาจักร
จิตเทวะระดับชั้นที่ 10 แล้ว ก็ดูเหมือนจะแตกต่างราว
ฟ้ากับเหว
บัดนี้ทำให้ตัวมันมีความรู้สึกมั่นใจมากยิ่งขึ้น!
“ถึงทีข้าบ้าง!” คำกล่าวของ โอรสเหยา ได้ดึงดูดความ
สนใจของทุกคนจนสิ้น
ดวงตาอันร้อนแรงของ อู่ อวี้ ไม่ได้ตอบโต้อีกฝ่าย ราว
กับว่าเขาจะตกเป็นฝ่ายรองแล้วจริงๆ
การเอาชนะองค์ชายโย่วเหยียนในครั้งที่แล้ว เขาก็อาศัย
เพียงแค่ร่างอวตารเพียงอย่างเดียว ซึ่งร่างหลักของเขา
แทบไม่ได้ทำสิ่งใด จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะสู้รบปรบมือกับ
ยอดฝีมือที่อยู่ในขอบเขตแตะ 3 ภัยพิบัติค้นหาเต๋า
โอรสเหยา เชี่ยวชาญในศาสตร์เคล็ดวิชาเต๋าธาตุดิน
และนี่เป็นครั้งแรกที่มันใช้ออกด้วยเคล็ดอิทธิฤทธิ์!
“กายามหาปฐพีทองคำ!”
จะเห็นได้ว่าภายในช่วงเวลาสั้นๆ กายเนื้อของอีกฝ่ายดู
เหมือนจะแปรเปลี่ยนกลายเป็นดินเหนียวพร้อมกับ
ปรากฏรอยร้าวต่อเนื่อง ดูราวกับว่ามันจะพังทลายไปได้
ตลอดเวลา ทว่าสิ่งที่เห็นได้เด่นชัดที่สุดก็คือตัวอักษร
โลหิตขนาดใหญ่ที่ปรากฏออกมา ตัวอักษรโบราณ
เหล่านี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่ดูบิดเบี้ยวทั้งยัง
แปรเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ซึ่งดูแล้วช่างน่าประหลาด
เคล็ดอิทธิฤทธิ์นี้ดูเหมือนว่าจะธรรมดา ทว่าในความเป็น
จริงมันกลับเต็มไปด้วยความแปลกประหลาดยิ่ง
แน่นอนว่าเมื่อเห็นคราแรก อู่ อวี้ ก็ถึงกับสงสัยระแวงใน
พลังอำนาจของเคล็ดอิทธิฤทธิ์นี้ทันทีตามสัญชาติญาณ
ฉับพลันร่างกายของอีกฝ่ายได้แปรเปลี่ยนเป็นก้อนกรวด
แล้วแตกระแหกออก ต่อจากนั้นก็ได้ผนวกรวมตัวกัน
ใหม่อย่างต่อเนื่อง มันเป็นเหมือนกับร่างกายของร่าง
กลืนสวรรค์ที่ไม่มีวันตาย เห็นได้ชัดว่าการจะทำร้ายอีก
ฝ่ายคงไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว!
“อสูรขุนเขาอัคคี!”
โอรสเหยายังไม่ได้เริ่มลงมือ ซึ่งหลังจากที่สำแดงเคล็ด
อิทธิฤทธิ์แรกออกมา มันกลับรีบสำแดงเคล็ดอิทธิฤทธิ์
อีกเคล็ดออกมาทันที แต่ละครั้งที่มันสำแดงออกมาก็
เรียกเสียงฮือฮาจากฝูงชนได้มากมาย ยามนี้มันมี
ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณถึง 2 ชิ้นคอยคุ้มกัน
ตัวมันอยู่ เมื่อผนวกกับเคล็ดอิทธิฤทธิ์อีกทั้ง 2 เคล็ด ทำ
ให้ชีวิตของ อู่ อวี้ ต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตร้ายแรงเสีย
แล้ว!
ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของเคล็ดอิทธิฤทธิ์ บนนภากา
ศพลันปรากฏก้อนกรวดจำนวนนับไม่ถ้วน ก้อนกรวด
ก้อนหินเหล่านั้น มารวมตัวกันอยู่เบื้องหน้าของเขา
ภายในเวลาสั้นๆก็ก่อเกิดเป็นอสูรยักษ์ตนหนึ่ง อสูรยักษ์
ตนนี้มีขนาดใหญ่ไล่เลี่ยกับคุนหวู่สามจิต ซึ่งอสูรตนนั้น
มันเกิดมาจากการที่ก้อนหินก้อนกรวดมากองรวมกัน ไฟ
หล่อหลอมดินจนแข็งไร้ที่เปรียบ อีกทั้งบนร่างกายของ
มันยังคงมีกองไฟปกคลุมอยู่ ยามใดที่มันขยับไหว นภา
กาศรอบด้านย่อมต้องสั่นสะเทือน!
ภายใต้สายตาของทุกคนกายามหาปฐพีทองคำผนวกกับ
อสูรขุนเขาอัคคี พวกเขาก็รู้ว่า โอรสเหยา ทุ่มเทพลัง
ทั้งหมดออกมาแล้ว ซึ่งการโจมตีนี้เกรงว่าคงไม่ได้ด้อย
กว่าการโจมตีองค์ชายโย่วเหยียน!
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ นั้นชื่นชอบในการแก้ปัญหาด้วย
วิธีการอันรวบรัด! ร่างอวตารทั้งหมดของเขาฉับพลัน
เข้ารูปขบวนโดยเร็ว ร่างหลักของเขาอยู่อีกด้านหนึ่ง
ส่วนร่างอวตารส่วนหนึ่งก็ได้โอบล้อมเข้าดด้านหลังของ
อีกฝ่ายเป็นที่เรียบร้อย
การต่อสู้ในวันนี้เขายังคงต้องอาศัยร่างกลืนสวรรค์ ส่วน
ใหญ่แล้วบทบาทของร่างหลัก ก็คือการดึงดูดความสนใจ
ของอีกฝ่าย ดังนั้นร่างหลักจึงโบกสะบัดพลองหมื่นมังกร
พร้อมกับเริ่มต้นกระตุ้นวงเวทที่อยู่บนตัวพลอง บัดนี้เขา
เริ่มใช้งานเคล็ดระเบิดพลังคลั่งพร้อมกันเทียมฟ้าจรดดิน
รีดเร้นพลังอำนาจจนถึงขีดสุด ด้วยพลังอำนาจเช่นนี้ ถือ
ว่ายังเป็นภัยคุกคามสำหรับผู้ที่อยู่ในอาณาจักรจิตเทวะ
ระดับที่ 10 อยู่บ้าง!
“โอรสเหยา ลองรับมือกับการโจมตีนี้หน่อยเป็นไง” อู่
อวี้ พลันยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ พริบตานั้นเขาได้ปลดปล่อย
บรรยากาศกดดัน! ด้วยพลองสะท้านฟ้านี้ เขามองข้าม
อสูรขุนเขาอัคคี พุ่งทะยานโจมตีไปยังร่างของ โอรส
เหยา โดยตรง ยามนี้อสูรขุนเขาอัคคียังประกอบร่างไม่
ทันเสร็จ และโอรสเหยาก็กำลังอยู่ในช่วงเคล็ดอิทธิฤทธิ์
อยู่
“ฮึ! แมลงจ้อย!”
โอรสเหยา เอ่ยหยามเหยียด มันกระตุ้นตราประทับ
ประมุขฟ้าแปรเปลี่ยน ขึ้นมาปิดกั้น อู่ อวี้ ที่อยู่เบื้อง
หน้าอีกครั้ง การโจมตีด้วยเคล็ดวิชาเต๋าของ อู่ อวี้ ก่อน
หน้านี้ ล้วนถูก ตราประทับประมุขฟ้าแปรเปลี่ยน สกัด
กั้นโดยสมบูรณ์ทั้งสิ้น
ตูมมมม!!!
บัดนี้ วงเวทย์วัฏจักรทรายอนันต์เริ่มขยับไหว ซึ่งเป็น
เวลาเดียวกับที่ อู่ อวี้ เหวี่ยงพลองออกอย่างสุดแรง ยาม
นี้พลองหมื่นมังกรได้กลายเป็นเหมือนกับแท่งเสายักษ์สี
ทองอันแข็งแกร่งไม่สั่นคลอน! หนึ่งพลองพร้อมกับทราย
อนันต์อันแหลมคม ก่อเกิดเป็นเสียงดังก้องหู ภายใต้
พลังอันยิ่งใหญ่และความเร็วอันน่าหวาดกลัวของกาย
เนื้อ ทำให้ครานี้ อู่ อวี้ ได้เข้าปะทะเข้ากับตราประทับ
ประมุขฟ้าแปรเปลี่ยน อย่างรุนแรง!
นี่คือการเพิ่มพลังของเทียมฟ้าจรดดินที่ผนวกกับการใช้
เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง ในชั่วเสี้ยววินาทีนี้พลังกายเนื้อ
ของเขาก็เพิ่มขึ้นมาอย่างน้อยถึง 6 เท่าตัว ผนวกกับพลัง
แก่นแท้ตำหนักม่วงทั้งสองซ้อนทับกัน จึงทำให้เกือบจะ
เป็นขีดจำกัดสูงสุดของร่างหลักในยามนี้ที่สามารถใช้
ออกได้แล้ว !
แท่งยักษ์สีทองขนาดมหึมา ปะทะเข้ากับ ตราประทับ
ประมุขฟ้าแปรเปลี่ยน ครั้งนี้โอรสเหยาประเมิยพลัง อู่
อวี้ ต่ำไป จึงไม่คิดว่าตราประทับประมุขฟ้าแปรเปลี่ยน
จะถูกฟาดจนปลิดปลิวกระเด็น หลังจากที่ปะทะกับแท่ง
ยักษ์หินสีทองอย่างรุนแรง ทรายสีทองอร่ามจำนวนนับ
ไม่ถ้วนฉับพลันสบโอกาสเข้ากลืนกิน โอรสเหยา ในทันที
ก่อเกิดเป็นการโจมตีแหลมคมทุกทิศทุกทาง เชือดเฉือน
อย่างไม่หยุดหย่อน!
เวลานี้วงเวทย์วัฏจักรทรายอนันต์ได้สำแดงพลังเต็มสิบ
ส่วนออกมาอย่างไม่มีเก็บกัก! นี่คือความสามารถทั้งหมด
ของร่างหลักในยามนี้แล้ว!
ฟูมม ฟูมม!
เนื่องจากว่ามันประเมินพลังของ อู่ อวี้ ต่ำไป ทำให้เคล็ด
อิทธิฤทธิ์ที่สองของมันถูกขัดจังหวะกลางคันก่อนที่จะ
เสร็จสิ้น อสูรขุนเขาอัคคีจึงเกิดข้อผิดพลาด ไร้ซึ่งพลัง
อำนาจคอยค้ำจุน
เมื่อเป็นเช่นนี้ อสูรขุนเขาอัคคีจึงแผดเสียงร้องคำราม
ฝ่ามือขนาดใหญ่ของมันค่อยๆกวาดจากด้านข้างหมาย
ทำลายวงเวทย์วัฏจักรทรายอนันต์ แต่มันไม่ได้ง่ายดาย
เช่นนั้น แม้ว่าสุดท้ายมันจะใช้พลังมหาศาลเพื่อทำลาย
วงเวท แต่กลับเป็นมือของมันเสียเองที่ถูกทำลายลงไป
ด้วยพลังแห่งอำนาจทรายอนันต์!
อย่างไรก็ตาม โอรสเหยา เร่งกระตุ้นกายามหาปฐพี
ทองคำพร้อมกับฝ่าวงล้อมออกมา ยามนี้ โอรสเหยา
โกรธเกรี้ยวจนควันออกหู เดิมทีคิดว่าตนเองจะเป็นฝ่าย
ได้เปรียบ แต่ไม่คาดคิดว่ามันกลับถูก อู่ อวี้ กดดันอีก
ครั้ง!
“ตาย!”
“เคล็ดวิชามหาวินาศดับโลกหล้า!”
ทันทีที่ โอรสเหยา ฝ่าวงล้อมออกมาได้สำเร็จ เบื้องหน้า
ของมันคือ อู่ อวี้ ร่างหลัก ซึ่งยามนี้ อู่ อวี้ เพิ่งจะดึง
พลองหมื่นมังกรกลับมาเท่านั้น!
การต่อสู้ระหว่างพวกเขาทั้งคู่ เป็นการต่อสู้ผลัดกันรับ
ผลัดกันรุกอย่างสูสี เรียกได้ว่ามันเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือด
อย่างยิ่ง! นี่ก็คือการต่อสู้กันระหว่างผู้ฝึกตน แต่ละเคล็ด
อิทธิฤทธิ์ที่ปลดปล่อยออกมาล้วนบีบคั้นหัวใจ มันไม่ใช่
การสำแดงออกด้วยเคล็ดอิทธิฤทธิ์ไปอย่างง่ายๆ ทว่ายิ่ง
เผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่เท่าเทียมกัน ก็ยิ่งต้องใช้สมองมาก
ขึ้นเท่านั้น
ในวันนี้ผู้ชมจำนวนมหาศาลกำลังเบิกตากว้าง การต่อสู้
ของทั้งสองคนมันช่างดุเดือดเลือดพล่านเกินกว่าที่คิดไว้
จริงๆ!
โดยเฉพาะทางฝั่งของ อู่ อวี้ เคล็ดวิชาเต๋าแต่ละวิชา
เรียกได้ว่ามันช่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง! ทำให้ทุกคนถึงกับต้อง
เบิกตาโต! แม้ว่าขอบเขตพลังฝึกตนของคนส่วนใหญ่จะ
สูงส่งกว่าพวกเขาทั้งคู่ แต่ผู้ชมทั้งหลายก็ยังสามารถเก็บ
เกี่ยวบางสิ่งบางอย่างในการต่อสู้นี้ได้มหาศาล!
ทว่าเวลานี้ทุกคนกลับอุทานขึ้นอีกครา เนื่องจากว่า
เคล็ดวิชาเต๋าของโอรสเหยาได้สร้างภัยคุกคามอัน
ร้ายแรงให้กับ อู่ อวี้ !
ยามนี้ อู่ อวี้ เป็นฝ่ายช้ากว่าหนึ่งจังหวะ ทำให้ภายใต้
การโจมตีของเคล็ดวิชาเต๋าของอีกฝ่าย ร่างอวตารอยู่อีก
ประมาณหนึ่งพันร่างได้ถูกทำลายลงในทันที!
ร่างอวตารแต่ละร่างของ อู่ อวี้ ถูกฉีกกระชากย่อยยับใน
พริบตา!
ยามนี้ โอรสเหยา ไม่รีรอ คนเร่งพุ่งทะยานเข้าหา อู่ อวี้
ไม่ว่ามันพุ่งผ่านไปที่ใด นภากาศก็ล้วนถูกฉีกกระชาก
ทุกสิ่งทุกอย่างพังทลาย อู่ อวี้ ที่เพิ่งจะเรียกคืนพลอง
หมื่นมังกรกลับมาสู่มือ ทว่าวิกฤตการณ์ร้ายแรงก็
กลับมาปรากฏอยู่เบื้องหน้าแล้ว ทำให้เขาไม่อาจจะ
หลบเลี่ยงได้ทันการณ์!
อู่ อวี้ บังเกิดความรู้สึกตกใจ เคล็ดวิชาเต๋านี้ดูเรียบง่าย
ทว่าแท้จริงแล้วมันร้ายกาจมากว่าที่คิด หากระลอกคลื่น
นี้ปะทะเข้าตัวเขาจังๆ คาดว่าร่างกายของตนจะต้องถูก
ฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆอย่างแน่นอน แม้ว่าจะไม่ตก
ตาย แต่เขาก็ไม่อยากที่จะได้รับบาดเจ็บหนักตั้งแต่มา
เหยียบดินแดนแห่งนี้!
“เมฆาตลบฟ้า!”
ครั้งนี้ อู่ อวี้ ไม่อาจเก็บงำฝีมือได้อีก ฝูงชนรู้สึกตะลึงอีก
ครั้ง ก่อนที่ร่างหลักจะถูกอีกฝ่ายทำลาย ทว่าตัว อู่ อวี้ ก็
หายไปอย่างฉับพลัน ทำให้การโจมตีของ โอรสเหยา
หวดลมไปเต็มๆ!
อู่ อวี้ หายไปต่อหน้าต่อตาผู้ชมทุกคน!
“เกิดอะไรขึ้น เขาหายไปไหนแล้ว!” แม้แต่ยอดฝีมือ
ระดับชั้น 3 ภัยพิบัติค้นหาเต๋า ก็ยังรู้สึกงงงันกับสิ่งที่
เกิดขึ้น!
“นี่ไม่น่าจะเป็นฝีมือของหมูป่าทมิฬ ไม่ใช่เคล็ดวิชา
ล่องหน หายตัวโดยสมบูรณ์! ”
“เป็นไปไม่ได้!”ผู้คนพากันส่งเสียงฮือฮา ในขณะที่พวก
เขากำลังตกตะลึง ทว่า โอรสเหยา กลับตะลึงยิ่งกว่า มัน
คิดว่าตัวมันจะพิชิต อู่ อวี้ ได้แล้ว แต่อีกฝ่ายกลับหายตัว
ไปในช่วงเวลาสุดท้าย จึงทำให้เคล็ดวิชาเต๋าของมันหวด
ลมอย่างเต็มเปา
การต่อสู้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอีกครั้ง
ในขณะที่ โอรสเหยา ยังคงอยู่ในอาการมึนงง ก็มีคนส่ง
เสียงอุทานอย่างประหลาดใจขึ้น! เนื่องจากว่ามีบางคน
มองเห็นร่างอวตารของ อู่ อวี้ ที่มีผมสีขาวนัยน์ตาโลหิต
ซึ่งในมือของเขาปรากฏกระบี่ทมิฬเล่มหนึ่ง
“นั่นมัน พิมานจักรพรรดิเป่ยหมิง”
ทุกคนอ้าปากสูดลมหายใจเข้าไป
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ