กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 802: พลังอํานาจเป่ยหมิงประจักษ์
ยามนี้ โอรสเหยา อื้ออึงกับการที่ อู่ อวี้ หายออกจาก
‘สนามประลองไร้ลักษณ์’ ไปในพริบตา
ไม่เพียงแต่มันเท่านั้น ความจริงคนที่รู้สึกตะลึงมากที่สุด
ก็คือ ชวีอิ๋น เขาเป็นผู้ที่คอยควบคุมสนามประลองไร้
ลักษณ์ ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นบนสนามประลองไร้ลักษณ์
เขาย่อมเป็นผู้ที่รู้ดีที่สุด ตราบใดที่ตนยังคงควบคุมสนาม
ประลองอยู่ คนที่อยู่ภายในนั้นก็ไม่อาจออกมาได้ ทว่า
ในยามนี้สัมผัสของเขาชัดเจนยิ่ง บัดนี้ อู่ อวี้ ไม่อยู่
ภายในสนามอีกต่อไปแล้ว!!
ส่วนการที่ อู่ อวี้ ไปอยู่ที่ไหน คงมีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่รู้
…….
ชวีอิ๋น รู้สึกประหลาดใจจนถึงขีดสุด
โอรสเหยา ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ตัวมันไม่ได้มีความเข้าใจ
ในตัวของ อู่ อวี้ ตั้งแต่เปิดฉากการต่อสู้ มันจึงเล็งเป้าไป
ยังร่างหลักมาโดยตลอด เข้าสู้อย่างตรงไปตรงมา ซึ่ง
แม้ว่าจะสัมผัสการคงอยู่ของร่างกลืนสวรรค์ได้ ทว่าก็
แทบจะลืมมันไปสิ้น
ในช่วงที่มันกำลังอยู่ในอาการสับสน มันก็ไม่ได้คิด
เกี่ยวกับร่างกลืนสวรรค์ไปโดยสมบูรณ์ และเวลานั้นเอง
ร่างกลืนสวรรค์ก็ได้นำ ‘พิมานจักรพรรดิเป่ยหมิง’
ออกมาในที่สุด!
มันรู้ว่า อู่ อวี้ เป็นผู้ครอบครองพิมานจักรพรรดิเป่ยหมิง
แต่ ชวีอิ๋น ก็ไม่ได้เอ่ยเตือนมันเอาไว้ก่อน ว่าร่างหลักมิได้
เป็นผู้ใช้ ในความเป็นจริง ชวีอิ๋น ก็ยังไม่รู้ว่า อู่ อวี้ ใช้ให้
ร่างหลักหรือว่าร่างอวตารเป็นผู้ที่ใช้ศาตราเต๋าชิ้นนี้
จริงๆกันแน่ เขารู้เพียงแค่ว่าร่างอวตารของ อู่ อวี้ ตนนี้
แข็งแกร่งมาก อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ โอรสเหยา เป็นผู้ก่อ
ปัญหา ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจไม่ได้เอ่ยบอกมันไป
เมื่อเทียบกันระหว่าง‘พิมานจักรพรรดิเป่ยหมิง’ กับ
ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณทั้ง 2 ชิ้นที่ โอรส
เหยา ถือครองอยู่ พิมานจักรพรรดิเป่ยหมิงนับว่ายังมี
ระดับที่สูงยิ่งกว่า! แม้แต่ในหมู่เชื้อพระวงศ์ทั้งหลายมีก็
เพียงไม่กี่คนที่ถือครองศาสตราเต๋าที่อยู่ในระดับเดียวกับ
พิมานจักรพรรดิเป่ยหมิง
บัดนี้มีเพียงไม่กี่คนที่สังเกตเห็น ผมยาวสีขาวของร่าง
กลืนสวรรค์กำลังโบกสะบัด กระชับพิมานจักรพรรดิเป่ย
หมิงเอาไว้ในมือ พริบตาที่ร่างหลักของ อู่ อวี้ หายตัวไป
มันก็กระตุ้นวงเวท ‘พิมานจักรพววดิเป่ยหมิง’ ออกมา
ทันที!
“พิรุณวิบัติกระบี่สมุทรทมิฬ!”
หลังจากผ่านไปหลายปี ศาสตราเต๋าวิถีแท้ของจอม
จักรพรรดิหมิงไห่ก็ออกมาโลดแล่นอีกครั้ง! พลังอำนาจ
ของร่างกลืนสวรรค์เปลี่ยนแปลงไม่มีที่สิ้นสุด
เนื่องจากว่าร่างกายของเขาได้กลืนกินปีศาจที่อยู่ภายใน
คุกสมุทรวิญญาณมาจำนวนนับไม่ถ้วนจึงทำให้มัน
แข็งแกร่งเช่นในวันนี้ และมันเหมาะสมที่จะควบคุม
ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณเช่นนี้แล้ว!
ในช่วงที่มันกำลังร่ายรำกระบี่ยาว วงเวทจำนวนนับไม่
ถ้วนที่อยู่ภายในนั้นก็ถูกกระตุ้นขึ้นมา
ยามพิมานจักรพรรดิเป่ยหมิงสำแดงถึงความยิ่งใหญ่ของ
มันออกมาเป็นประจักษ์ ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณทั้งสองชิ้นของโอรสเหยาพลันส่งเสียงควรญ
ครางทั้งมีอาการสั่นเทิ้มในทันใด!
ภายใต้กระบี่นี้ ทำให้สนามประลองไร้ลักษณ์ เปลี่ยน
สภาพกลายเป็นมหาสมุทรโย่วหมิงอันหนาวเหน็บ!
อุณหภูมิด้านนอกสนามประลองไร้ลักษณ์ฉับพลันลด
ต่ำลงอย่างรวดเร็ว ทั้งกายเนื้อและแก่นแท้จิตเทวะถูก
แช่แข็ง ยามนี้ใบหน้าของทุกคนเกิดการเปลี่ยนแปลง
ร่างกายเริ่มแข็งทื่อและสั่นเทาด้วยความหนาวเย็น
กระทั่งจำเป็นจะต้องล่าถอยไป!
ภายในเสี้ยววิที่ร่างกลืนสวรรค์นำพิมานจักรพรรดิเป่ย
หมิงออกมา ทั่วทั้งสนามประลองไร้ลักษณ์ราวกับถูกแช่
แข็ง สามารถมองเห็นห่าพิรุณกระบี่ทมิฬนับไม่ถ้วนส่ง
เสียงรอดหวีดหวิวทะลวงผ่าลงมายกสนามประลองไร้
ลักษณ์ ซึ่งบัดนี้ โอรสเหยา ไม่อาจจะเตรียมตัวรับมือได้
ทัน จึงถูกห่าฝนกระบี่นี้กลืนกินเข้าไปภายในพริบตา!
ชริ้ง ชริ้ง ชริ้ง!
อ๊ากกกก!!
ทุกคนได้ยินเพียงแค่ว่าภายในนั้นเกิดเสียงที่คุ้นเคย ร้อง
โอดครวญดังก้องออกมา!
ในเวลาเดียวกันก็ยังสามารถได้ยินเสียงหอบหายใจของ
โอรสเหยา ดังออกมาด้วย เห็นได้ชัดว่าภายในสนาม
ประลองมันหนาวเย็นมากเกินไป ทุกสิ่งทุกอย่างถูกแช่
แข็ง อีกทั้งนี่ไม่ใช่ความหนาวเย็นธรรมดาทั่วๆไป ทว่านี่
คือความเย็นยะเยือกจนถึงขีดสุด ความเย็นยะเยือก
แผ่ซ่านทะลวงเข้าสู่กายเนื้อและแก่นแท้จิตเทวะอย่าง
แท้จริง!
ตูม!
ทันใดนั้นผลึกน้ำแข็งภายในนั้นก็แตกกระจายออก ณ
ตำแหน่งใจกลางสนามประลองปรากฏเปลวเพลิงลุกโชน
ขึ้น ต่อต้านกับความหนาวเย็น ทำให้อุณหภูมิสูง
คืนกลับมา ยามนี้ทุกคนเห็นร่างกลืนสวรรค์กับโอรส
เหยากำลังปะทะกันอยู่ภายใน ตัวของ โอรสเหยา บัดนี้
อยู่ในสภาพจนตรอก แม้ว่ามันจะมีร่างกายเป็นอมตะ
แต่มันก็ยังไม่มีวิธีรับมือเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความ
หนาวเย็นเช่นนี้!
ใบหน้าของ โอรสเหยา กลายเป็นซีดขาว ตัวของมัน
เปี่ยมไปด้วยความโกรธเกรี้ยว มันพยายามใช้เปลวเพลิง
เพื่อเปิดทางออกมา ซึ่งก็เป็นเวลาเดียวกับที่ทุกคน
ตระหนักได้ว่าอสูรขุนเขาอัคคีได้หายไปแล้ว เมื่อไม่นาน
มานี้ โอรสเหยา เพิ่งจะเรียกใช้งานอสูรขุนเขาอัคคี แต่ก็
จำต้องที่จะต้องระเบิดมันทิ้งเพื่อทำให้สนามประลองไร้
ลักษณ์ที่หนาวเหน็บนี้ปรากฏเปลวเพลิงปะทะเข้า
หักล้าง!
หลังจากที่อสูรขุนเขาอัคคีระเบิด ร่างกายของมันก็ได้
ควบแน่นกลายเป็นลูกบอลเพลิงขนาดมหึมาลูกหนึ่ง ยิ่ง
เวลาผ่านไปนานมากเท่าไหร่เปลวเพลิงก็ยิ่งร้อนแรงขึ้น!
“บัดซบ ลอบโจมตีแล้วคิดว่าจะชนะงั้นรึ!” โอรสเหยา
กัดฟันตะโกนออกมา ครานี้มันอาจจะพ่ายแพ้ได้หากว่า
มันดูถูกคู่ต่อสู้อีก ใครจะรู้ว่าร่างหลักของ อู่ อวี้ จะ
หายไปอย่างฉับพลัน และให้ร่างอวตารควบคุมพิมาน
จักรพรรดิเป่ยหมิง ออกมาโจมตีในช่วงเวลาที่สำคัญ
การผสานรูปแบบโจมตีเช่นนี้เกือบจะทำให้ โอรสเหยา
ต้องพ่ายแพ้ไปหวุดหวิดเสียแล้ว โชคดีที่ในช่วงเสี้ยว
วินาทีสุดท้าย มันได้ให้อสูรขุนเขาอัคคีระเบิดร่างจึงทำ
ให้มีโอกาสพอที่จะลิกสถานการณ์อยู่บ้าง!
แต่ โอรสเหยา รู้สึกว่าสถานการณ์นี้ทำให้ตัวมันต้องรู้สึก
ขายขี้หน้าเสียแล้ว!
มันยังมีความมั่นอยู่แม้ยามนี้ร่างกายของมันจะถูกแช่
แข็งไปแล้วกว่าครึ่ง ทว่ามันก็ยังคงมีพละกำลังมากมาย
เหลือล้น และเพียงเท่านี้ก็น่าจะสามารถเอาชนะร่าง
อวตารของ อู่ อวี้ ได้อย่างไม่มีปัญหาแล้ว ดังนั้นมันจึง
ควบคุมให้อสูรขุนเขาอัคคีกลายเป็นลูกบอลเพลิงยักษ์
พุ่งทะยานหมายปะทะเข้ากับร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้
ซึ่งบอลเพลิงลูกนี้มีความร้อนแรงเพียงพอที่จะทำให้
น้ำแข็งที่มันพุ่งผ่านละลายไปได้ในทันที!
“ตาย!” หลังจากที่อสูรขุนเขาอัคคีระเบิดออก มันได้ทำ
การบีบอัดพลังทั้งหมดเข้าไป ยามนี้ตัวมันเปี่ยมล้นไป
ด้วยความมั่นใจที่จะสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้
การประจันหน้าเริ่มต้นอีกครั้ง!
ในพริบตานี้ทุกคนเริ่มเห็นความหวังในตัวของ โอรส
เหยา อีกครา พวกเขาเห็นว่าความเย็นยะเยือกภายใน
สนามประลองไร้ลักษณ์เริ่มถูกสะกดข่มลง ความหนาว
เหน็บเริ่มถูกบรรเทา อีกทั้งยามนี้พลังอำนาจของเปลว
เพลิงยิ่งมายิ่งสูงขึ้น พร้อมกับลูกบอลเพลิงยักษ์ที่พุ่ง
ทะยานจนประชิดร่างกลืนสวรรค์แล้ว!
ทว่าพริบตานั้น ไม่คาดคิดว่าร่างกลืนสวรรค์จะหมุนควง
ด้วยความเร็วสูงจนแปรสภาพกลายเป็นวังวนทมิฬซึ่งดู
ราวกับภาพมายา วังวนทมิฬนี้เสมือนกับอวัยวะส่วน
ปาก มันอ้ากว้างพร้อมกับกลืนกินบอลเพลิงลูกนี้เข้าไป
ดื้อๆ ภายใต้การหมุนควงด้วยความเร็วนี้ วังวนทมิฬนี้จึง
แปรเปลี่ยนกลายมาเป็นสีดำผสานกับสีทองที่มาจาก
บอลเพลิง!
“นี่มันบ้าอะไร……” ทุกคนพบว่าตัวเองล้วนไม่อาจจะ
เข้าใจถึงฝีมือของ อู่ อวี้ ได้อีกต่อไป เนื่องจากว่า อู่ อวี้
ได้แปรสภาพไปอย่างฉับพลันจนกกลายเป็นอะไรไปแล้ว
ก็ไม่รู้ ยิ่งกว่านั้นยังทำการกลืนกินบอลเพลิงเข้าไปดื้อๆ
เช่นนี้อีก เขาไม่หวาดกลัวว่าร่างกายของตนเองจะ
ระเบิดเลยงั้นหรือ!
พริบตาหลังจากนี้ กระแสงวังวนทั้งหมดกระแสวังวน
กลืนกินบอลเพลิงไปอย่างบ้าคลั่ง เพียงแค่ชั่วเวลาสั้นๆ
มันก็ถูกย้อมกลายเป็นสีดำไปเฉกเช่นก่อนหน้าโดย
สมบูรณ์ และ โอรสเหยา ก็ค่อยๆสูญเสียการควบคุม
เคล็ดอิทธิฤทธิ์ของตนเองไปโดยสิ้นเชิง มันรู้สึกตะลึง
อย่างยิ่งเมื่อวังวนนี้ได้เปลี่ยนกลายเป็นวังวนเพลิงทมิฬ
ตูม!
ฉับพลันได้หมุนย้อนทวน ทันใดนั้นก็ส่งเปลวเพลิงทมิฬ
อันร้อนแรงกลับคืนไปยังโอรสเหยา! หลังจากที่ร่างกลืน
สวรรค์แข็งแกร่งขึ้นและเริ่มคุ้นชินกับการหวนคืนแล้ว
ผนวกกับเป็นความสามารถดั้งเดิมของตัวมัน จึงทำให้
ครั้งนี้สมบูรณ์และทรงประสิทธิภาพยิ่งกว่ายามเมื่อต่อสู้
กับ องค์ชายโย่วเหยียน อย่างมาก!
ทว่าการหวนคืนครั้งนี้ก็ถือเป็นขีดจำกัดของมันเช่นกัน
หากว่าเกินกว่านี้อีกเพียงน้อยนิด เกรงว่าร่างของมันก็คง
ระเบิดดังคราวที่แล้ว และหากเป็นเช่นนั้น ก็นับว่า อู่ อวี้
พ่ายแพ้!
เพียงแต่ว่าความมหัศจรรย์ของร่างกลืนสวรรค์ก็ยังอยู่ใน
การคำนวณของเขา ดังนั้นครั้งนี้จึงประสบความสำเร็จ
และยามนี้เปลวเพลิงสีดำทมิฬก็กลับกลายเป็นภัย
คุกคามโอรสเหยาที่รุนแรงถึงชีวิต การโจมตีนี้ทำให้
โอรสเหยา ตกอยู่ในอาการตะลึงไปอย่างสิ้นเชิง บอล
เพลิงสีดำทมิฬพวยพุ่งและปะทะเข้ากับมันอย่างรุนแรง!
ปัง!
เมื่อเสียงดังกึกก้องกังวาน ทั่วทั้งสนามประลองไร้ลักษณ์
ก็ราวกับถูกเปลวเพลิงนี้คืนคลานกลืนกิน! แม้แต่พื้นดิน
ที่อยู่รอบด้านยังเกิดการสั่นสะเทือน ให้ความรู้สึกราว
กับภูเขากำลังถล่มทลายลงมา!
“เป็นไปได้อย่างไร!” ผู้คนยังคงจมดิ่งอยู่ในพลัง
ความสามารถที่ร่างกลืนสวรรค์ปลดปล่อยออกมา จน
ก่อให้เกิดเป็นผลลัพธ์อย่างไม่น่าเชื่อ ยามนี้พวกเขาจึง
อดไม่ได้ที่จะกังวลเกี่ยวกับ โอรสเหยา เมื่อคิดถึงตั้งแต่
เริ่มต้น อู่ อวี้ ตกเป็นฝ่ายที่ได้เปรียบมาโดยตลอด ทว่า
วิธีการต่างๆของเขามันช่างมหัศจรรย์ยิ่ง!
มียอดฝีมือมากมาย สามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวที่
เกิดขึ้นภายในสนามประลองไร้ลักษณ์ได้อย่างถนัดตา!
สถานการณ์ภายในที่พวกเขาได้เห็นคือ โอรสเหยา กำลัง
ต้านรับการโจมตีของตนเองจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่
จริงเป็นเพราะวิธีการอันพิศดารของ อู่ อวี้ มันจึงยืนนิ่ง
ไร้สติคิดโต้ตอบไปโดยสมบูรณ์!
ยามนี้คือช่วงเวลาที่ตกต่ำที่สุดในชีวิตของมัน กล่าวได้ว่า
ความพ่ายแพ้เข้าคืบคลานก็ไม่นับว่าเกินจริง และ
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ย่อมไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดมือไป
“เขตแดนมังกรศักดิ์สิทธิ์เป่ยหมิง!”
กระบี่ยาวในมือของตนส่งเสียงหวีดหวิว ฉับพลันนั้นมัน
ก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นแส้ยาว ยามนี้ราวกับว่าร่างกลืน
สวรรค์กำลังถือมังกรเทวะสีดำทมิฬอยู่ในมือ ดวงตาสี
แดงฉานที่อยู่บนศีรษะของมังกร พลันส่องประกาย
ออกมา!
ภายใต้การกระตุ้นวงเวท ร่างกลืนสวรรค์ได้ตวัดออก
มังกรเทวะที่อยู่ในมือพลันส่งเสียงคำรามดั่งมังกรสะบัด
หางก็มิปาน พลังอำนาจมหาศาล แหวกทะลวงนภากาศ
ฟาดไปบนร่างของ โอรสเหยา อย่างจัง ฉับพลันบนร่าง
ของมันปรากฏรอยเลือดออกเป็นแนวยาว และบนปาก
แผลก็ปรากฏเป็นวงเวททมิฬหนาแน่นซ้อนทับกันนับ
หมื่น วงเวททมิฬทั้งหลายแพร่กระจายไปทั่วร่างและรัด
พันร่างกายของมันเอาไว้ในพริบตา วงเวทแต่ละวง
กระจายความเย็นเฉียบออกมา วิธีการเช่นนี้กล่าวได้ว่า
เป็นการฝังความหนาบเหน็บของพิมานจักรพรรดิเป่ย
หมิงเอาไว้บนร่างของ โอรสเหยา โดยตรงก็ไม่ผิดนัก มัน
ส่งเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดออกมา จากนั้นก็ถูก
แช่แข็งโดยผลึกน้ำแข็งทมิฬที่ก่อตัวขึ้นอย่างไม่หยุด
หย่อน วงเวทที่ถูกฝังอยู่บนร่างของโอรสเหยา
ปลดปล่อยความเย็นออกมาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้มัน
ไม่อาจเคลื่อนไหวร่างกายได้อีกต่อไป ครานี้ เพียง อู่ อวี้
ลงแส้ไปอีกที มันก็สามารถสิ้นใจไปได้ในทันที!
ยามที่พิมานจักรพรรดิเป่ยหมิงของ อู่ อวี้ รัดพันธนาการ
ร่างของ โอรสเหยา ทำให้การต่อสู้นี้สิ้นสุดลง อู่ อวี้ ทุบ
ผลึกน้ำแข็ง เพื่อให้ โอรสเหยา มีโอกาสหายใจหายคอ
อย่างไรก็ตามพิมานจักรพรรดิเป่ยหมิงของเขายังคงกุม
ความตายของอีกฝ่ายเอาไว้อยู่ เนื่องจากอีกฝ่ายยังรู้สึก
ไม่ยอมแพ้ อู่ อวี้ จึงจำต้องทำให้มันพ่ายแพ้อย่างหมด
ท่า และนั่นก็คือทำให้ความตายของมันอยู่ในมือของตน
นั่นเอง
ยามนี้เขาจ้องไปที่ โอรสเหยา อย่างไม่แยแส
ภายในสนามประลองไร้ลักษณ์ ทุกสิ่งทุกอย่างหยุดการ
เคลื่อนไหว ผู้ชมภายนอกจับตามองไปยังร่างกลืนสวรรค์
ซึ่งกำลังลอยอยู่กลางอากาศ และ โอรสเหยา ที่กำลังถูก
แช่แข็ง ยามนี้สายตาของโอรสเหยา แดงก่ำ ร่างกายมัน
ไม่สามารถขยับเคลื่อนไหวได้ ริมฝีปากซีดขาวราว
กระดาษ มันรู้สึกโกรธเกรี้ยวที่ตนเองพ่ายแพ้ คนจ้อง
มองไปยังร่างกลืนสวรรค์ด้วยความอาฆาตแค้น
“โอรสเหยา เจ้าแพ้แล้ว หากว่าข้าล่วงเกิน ต้องขออภัย
ด้วย”
ฉับพลันนั้นด้านนอกก็เกิดสุรเสียงดังขึ้น เมื่อหันไป ทุก
คนก็เห็นว่าร่างหลักของ อู่ อวี้ มาปรากฏตัวอยู่ที่ด้าน
นอกของสนามประลองไร้ลักษณ์ราวกับเขาเพิ่งกลับมา
จากสถานที่อันแสนห่างไกล และเมื่อ อู่ อวี้ เอ่ยขึ้น ก็
เป็นเวลาเดียวกับที่ร่างกลืนสวรรค์เรียกเก็บพิมาน
จักรพรรดิเป่ยหมิงและปล่อยตัว โอรสเหยา ไป
แม้ว่า โอรสเหยา จะถูกปล่อยตัวไปแล้ว แต่เรื่องที่มัน
พ่ายแพ้ก็เป็นเรื่องจริง และทุกคนก็เห็นอย่างชัดเจนเต็ม
ตา ดังนั้นตัวมันจึงยังไม่อาจจะแบกหน้าทนอยู่ได้ ซึ่ง
ยามนี้ อู่ อวี้ บรรลุจุดประสงค์ของเขาแล้ว เขาท้าทาย
ยกระดับตนได้สำเร็จ นับจากวันนี้เป็นต้นไป เกรงว่าการ
ที่อยู่ใน อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ในแต่ละวัน
จะต้องตื่นเต้นยิ่งขึ้นกว่านี้อย่างแน่นอน
ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่อยากจะเชื่อ มีเพียง ชวีอิ๋น
เท่านั้นที่ได้เห็น อู่ อวี้ เอาชนะ องค์ชายโย่วเหยียน มา
ก่อนแล้ว ทว่าบัดนี้ก็ยังถึงกับลอบหลั่งเหงื่อเย็นออกมา
ซึ่งตอนนี้เขาได้พาโอรสเหยาลงมาจากสนามประลองไร้
ลักษณ์ เมื่อลงมาแล้ว โอรสเหยา ก็อยากจะหลบหนี
ออกจากที่นี่ไปโดยเร็ว
มีเพียงแค่คนจากนครเทวะเท่านั้นที่ยังจับจ้องมองไปยัง
ร่างทั้งสองของ อู่ อวี้ พวกเขายืนอื้ออึงอยู่เป็นเวลานาน
การต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมในครั้งนี้ทำให้พวกเขาไม่สนใจการ
ต่อสู้ในอีกสนาม
แถมอีกคู่ก็ยังไม่สรุปผลออกมาอีกด้วย
“การต่อสู้ครั้งนี้ อู่ อวี้ ได้สร้างชื่อในนครเทวะเสียแล้ว”
ทุกคนมองหน้ากันและกันอย่างเลิ่กลั่ก ไม่อาจจะสงบ
จิตใจได้เป็นเวลานาน
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ