กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 803: ตําหนักโอรสเล่อ
การต่อสู้ระหว่าง อู่ อวี้ กับ โอรสเหยา ผลัดกันรุกผลัด
กันรับพลิกกลับอยู่หลายครั้งหลายครา หลายจังหวะ
สร้างความตื่นตะลึงคาดไม่ถึง เรียกใดว่างัดทุกตำราทุก
วิชาการต่อสู้ของเซียนเต๋าออกมาใช้ จนที่สุด อู่ อวี้ ก็
สามารถบดขยี้บดขยี้โอรสเหยาเป็นผู้ควบคุมชีวิตแล
ความตายโดยใช้ พิมานจักรพรรดิเป่ยหมิง จนคว้าชัย
ชนะมาครอบครอง! ขณะนี้ผู้คนยังคงตกตะลึงนิ่งค้าง
ด้วยความไม่อยากเชื่อ
ผู้คนต่างเห็น อู่ อวี้ เรือนผมสีขาวถือจับพิมานจักรพรรดิ
เป่ยหมิงที่ดูเสมือนดั่งมังกรเทวะเหล็กกล้า เลื้อยพัน
ฉวัดเฉวียนพันธนาการอยู่รอบกายโอรสเหยา ทั่วทั้งร่าง
ของโอรสเหยาเต็มไปด้วยวงเวทหยินยะเยือก ใบหน้า
ของมันซีดขาวชีวิตแลความตายถูกแขวนอยู่บนเส้นด้าย
อย่างสมบูรณ์ ผู้คนที่เฝ้าชมการต่อสู้ต่างมองหน้ากันเลิ่ก
ลั่ก สีหน้าเต็มไปด้วยความฉงนสงสัย จนไม่มีผู้ใด
สามารถเอ่ยใด ๆ ขึ้นได้
อย่างไรเสียที่นี่ก็คืออาณาจักรโบราณเหยียนหวง คน
ส่วนใหญ่ล่วงรู้กิตติศัพท์ชื่อเสียงของ อู่ อวี้ เป็นอย่างดี
ไม่ว่าอย่างไรเขาก็เป็นชาวเหยียนหวงครึ่งหนึ่ง
โดยเฉพาะเมื่อเขาแสดงฝีมือความแข็งแกร่งให้เห็น ซึ่งก็
ถือว่าเป็นความสามารถของชาว เหยียนหวง ดังนั้นพวก
มันจึงไม่ปฏิเสธ อู่ อวี้ เช่นดั่งชาวเป่ยหมิง
เมื่อ อู่ อวี้ แสดงฝีมือความสามารถให้เห็น ทั้งยัง
สามารถคว้าชัยชนะมาจากโอรสเหยาได้อย่างงดงาม ฝูง
ชนจึงต่างความเลื่อมใสศรัทธา ถึงกระนั้นก็ยังมีบางคน
รู้สึกริษยาในมรดกที่เขาได้ครอบครอง โดยเฉพาะ อู่ อวี้
ได้รับการคัดเลือกจากจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง
โดยตรง
ด้วยเหตุนี้หลังจากผู้คนเริ่มรู้สึกตัว ต่างก็ไชโยโห่ร้องชื่น
ชมอย่างจริงใจ
” โอรสเหยาประเมินเขาต่ำเกินไป ”
” ไม่อย่างนั้นการต่อสู้ครั้งนี้ อาจจะน่าตื่นเต้นยิ่งกว่านี้ ”
” อันที่จริงพลังฝีมือของโอรสเหยานั้นแข็งแกร่งกว่า อู่
อวี้ การที่เขาสามารถชนะโอรสเหยาได้นั้น ประการแรก
เป็นเพราะพระโอรสดูถูกกลยุทธ์ของเขาเกินไป ประการ
ที่ 2 ความสามารถของเขาไม่เคยพบเห็นมาก่อนจึงยาก
จะคาดเดา ความสามารถแต่ละอย่างล้วนยอดเยี่ยม
พิสดารพันลึกนี่ก็เป็นอีกหนึ่งประการ ”
” ยอดเยี่ยมก็จริงอยู่ แต่หลังจากได้เห็นจนชินตาก็จะ
ไม่ใช่เรื่องใหม่หรือแปลกประหลาดอีกต่อไป เมื่อถึงเวลา
นั้น อู่ อวี้ ก็ไม่ยากที่จะจัดการแล้ว ”
ในวันนี้มีผู้คนมากมายมารับชม ต่างก็เห็นความสามารถ
ของเขาค่อนข้างชัดเจน
ไม่ว่าอย่างไรก็ตามชัยชนะของ อู่ อวี้ ในอาณาจักร
โบราณเหยียนหวงวันนี้ล้วนเป็นความจริง! ฝีมือ
ความสามารถของเขานั้นสูงส่งล้ำเลิศเกินกว่าผู้คนได้
คาดไว้
ท่ามกลางสายตาจากฝูงชน อู่ อวี้ ปล่อยตัวโอรสเหยา
ออกไป จากนั้นก็ปลดวงเวทพิมานจักรพรรดิเป่ยหมิงบน
ร่างของมันออก
หลังจากถูกปล่อยตัว โอรสเหยาสามารถฟื้นฟูพลัง
กลับคืนมาได้ โดยการหลับตา รับประทานโอสถ
สมุนไพรขับพิษหยินออกจากร่างกาย หลังจากนั้น
ร่างกายก็จะดีขึ้นอย่างรวดเร็ว
ปัจจุบันผู้คนเลิกให้ความสนใจคู่ประลองของ อู่ อวี้ ไป
แล้ว ในเวลานี้ อู่ อวี้ และฝูงชนต่างกำลังเฝ้าดูการต่อสู้
ระหว่าง หนานซาน หวางเยว่ กับ คุนหวู่สามจิต! ใน
ความเป็นจริงนับว่าเป็นเรื่องบังเอิญมาก หลังจาก อู่ อวี้
เพิ่งชนะโอรสเหยามาหมาด ๆ ทางด้านของ หนานซาน
หวางเยว่ กลับแสดงความสามารพิสดารพันลึก
เช่นเดียวกับ อู่ อวี้ สิ่งที่ อู่ อวี้ เห็นก็คือนอกจากมันจะมี
พลังอิทธิฤทธิ์อันลึกล้ำพิสดารแล้วก็ยังมีเคล็ดวิชาเต๋าอีก
2 สาย สายหนึ่งเป็นน้ำส่วนอีกสายหนึ่งเป็นไม้ น้ำและ
ไม้ช่างน่าสนใจมาก
นอกจากอำพรางกาย และ สร้างภาพมายา ยังมีเคล็ด
วิชาที่คล้ายคลึงกับ 72 รูปแบบอิทธิฤทธิ์ อู่ อวี้ รู้สึกตื่น
ตาตื่นใจเป็นอย่างมาก แม้ว่าคุนหวู่สามจิตจะมีพลังฝีมือ
แข็งแกร่งเหนือกว่า แต่กลับถูก หนานซาน หวางเยว่
เล่นงานเสียจนอยู่หมัด เวลานี้ร่างกายอันใหญ่ยักษ์ของ
มันกำลังต่อสู้อยู่กลางอากาศ โดยเฉพาะวิชาสร้างภาพ
มายาของ หนานซาน หวางเยว่ ทำให้มันสับสนยิ่งขึ้น
เขายังจำได้ดีว่าในตอนแรก เขาได้ประสบพบเจอกับพลัง
ภาพมายาของ หนานซาน หวางเยว่ จนทำให้เขา อู่ อวี้
เกือบจะพลาดท่าไปเหมือนกัน
ระหว่างการต่อสู้ดูเหมือนว่า คุนหวู่สามจิต จะเหนื่อยล้า
เป็นมาก อีกทั้งห้วงถวังค์แห่งจิตยังตกอยู่ในความสับสน
หนานซาน หวางเยว่ จึงรีบคว้าโอกาสคงเข้าไปจู่โจม
โดยใช้เขี้ยวหมูป่าเจาะเข้าไปที่กลางศีรษะของมัน ด้วย
กระแทกอันแรงมหาศาลนี้ส่งผลให้ร่างของศัตรู ลอย
กระเด็นออกไปด้านนอกหายใจรวยริน
อาจดูเหมือนว่าการโจมตีนี้ช่างเรียบง่าย ทว่าอันที่จริง
แล้วนี่คือพลังอิทธิฤทธิ์ของแม่ทัพเทียนเผิง อู่ อวี้ ยัง
ค้นพบอีกว่าวิชาที่ หนานซาน หวางเยว่ ฝึกฝน
คล้ายคลึงกับกายาเพชรอมตะของเขา อู่ อวี้ โดยมุ่งเน้น
ไปที่พลังกายเนื้อ ซึ่งเหนือกว่าผู้ฝึกตนจำนวนมาก
ดังนั้นหากให้เปรียบเทียบพลังฝีมือกับพื้นฐานฝึกตนของ
หนานซาน หวางเยว่ แล้วไม่ควรจะอยู่ที่จิตเทวะขั้นที่
10
เพราะกายเนื้อของมันก็เปี่ยมไปด้วยพลังอันมหาศาล
เช่นกัน
หากให้กล่าวไม่ว่าจะเป็นพลังกายเนื้อ หรือ พลัง
อิทธิฤทธิ์ ล้วนมีความคล้ายคลึงกับ อู่ อวี้ หนำซ้ำมันยัง
สามารถเอาชนะคุนหวู่สามจิต ตามหลัง อู่ อวี้ มาติด ๆ
อู่ อวี้ ประเมินว่าพื้นฐานฝึกตนของมันน่าจะสูงกว่าก่อ
ร่างกำเนิดจิตเทวะขั้นที่ 6 ซึ่งก็เท่ากับว่าเหนือกว่าตัว
ของเขา เพราะสุดท้ายแล้ว อู่ อวี้ เอาชนะคู่ต่อสู้ของเขา
ด้วยร่างกลืนสวรรค์
หลังจากเอาชนะคู่ต่อสู้ได้แล้ว หนานซาน หวางเยว่ ก็
กลายร่างเป็นมนุษย์ดังเดิม ดูเหมือนมันจะเหนื่อยล้า
เล็กน้อยร่างกายได้รับบาดเจ็บจากการถูกเพลิงเผาไม้ ถึง
อย่างนั้นมันก็สามารถเอาชนะฝ่ายตรงข้ามได้อย่างลอย
ลำ ท่าทางของมันดูโดดเด่นน่าเกรงขาม แต่ระหว่างนั้นก็
ให้ความรู้สึกถึงอัจฉริยะผู้เหลาหล่อแสนสำอาง
ถึงแม้มันจะได้รับชัยชนะ ทง่าผู้ชมที่เฝ้ามองก็รู้สึกไม่
สบายใจจริง ๆ …
แต่เมื่อมันหันกลับไปมองที่สนามประลองของ อู่ อวี้
แล้วพบว่าการต่อสู้ของเขาได้จบลงแล้ว ผลสรุปคือเขา
สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้เร็วกว่ามัน สีหน้าของมันก็
เปลี่ยนไปอย่างฉับพลันราวกับโลกนี้พังทลาย จากนั้นมัน
ก็กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเศร้าหดหู่ว่า “ เจ้ามันไอ้เด็ก
เหลือขอขี้ขโมยผลงาน เจ้าคิดจะบังคับให้ข้าคำนับเป็นพี่
ใหญ่ใช่หรือไม่? ”
อันที่จริง อู่ อวี้ รู้ดีว่าฝีมือของมันนั้นเหนือกว่าตนเอง
อย่างไรก็ตามเขาก็ได้ชื่อเสียงจากการต่อสู้ครั้งนี้ด้วย
หนานซาน หวางเยว่ ต้องการความบริสุทธิ์ยุติธรรม การ
ต่อสู้ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่จะทำให้มันมีบทบาทชื่อเสียง
อยู่ภายในอาณาจักรโบราณเหยียนหวง ซึ่งจะช่วย
รับประกันความปลอดภัยของตัวมันกับ อู่ อวี้ แล้วบัดนี้
เป้าหมายของทั้งสองได้บรรลุดังปรารถนาแล้ว
นี่คือสัญญาณระหว่างตัวมันกับ อู่ อวี้ หลังจากทั้งหมดผู้
ที่ช่วยให้ อู่ อวี้ ได้รับอันดับ 1 ในสงครามชิงอำนาจแดน
เหนือก็คือมัน
และการต่อสู้ทั้งสองครั้ง จบลงด้วยความพ่ายแพ้ของ
โอรสหยางกับสมัครพรรคพวกของมันอย่างราบคาบ
หลังจากปราชัยคุนหวู่สามจิต ก็ค่อย ๆ มีสติแจ่มชัด
ขึ้นมา
คราแรกมันรู้สึกโกรธแค้นไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง เนื่องด้วย
คิดว่าหนานซานหวางเยว่ มิต่อสู้อย่างตรงไปตรงมา อีก
ทั้งยังใช้วิธีสกปรกเอาชนะตน
อย่างไรก็ตามโอรสเหยาหยุดมันไว้ เนื่องจากผลลัพธ์ก็
เป็นที่แน่ชัดแล้ว หากยังดึงดันต่อไป พวกมันจะยิ่ง
กลายเป็นตัวตลก ให้ผู้คนดูถูกเยาะเย้ยมากยิ่งขึ้น
ดังนั้นโอรสเหยาจึงหันไปกล่าวกับ อู่ อวี้ อย่างจริงจังว่า
” พวกเจ้าทั้งสองล้วนมีทักษะความสามารถอันยอดเยี่ยม
นับว่าข้าดูถูกพวกเจ้าทั้งสองเกินไป ครั้งนี้คงต้องยอมรับ
ว่าข้าเป็นฝ่ายปราชัยอย่างราบคาบ อย่างไรก็ตามความ
อัปยศในวันนี้ จะต้องชำระคืนให้แก่พวกเจ้าทั้งสองอย่าง
แน่นอน เมื่อถึงวันนั้นหวังว่าพวกเจ้าจะไม่หวาดกลัวจน
ขวัญหนีดีฝ่อไปก่อน”
มันกล่าวเช่นนี้ก็นับว่าเหมาะสมแล้ว แม้ว่าการต่อสู้ใน
ครั้งนี้จะแสดงให้เห็นถึงแข็งแกร่งของ อู่ อวี้ กับ หนาน
ซาน หวางเยว่ แต่ก็มิได้หมายความว่าโอรสเหยาไร้
ความสามารถ ท้ายสุดแล้วผู้คนสามารถแลเห็นได้อย่าง
ชัดเจนว่า มันหาได้เกี่ยวข้องกับความแข็งแกร่งของโอรส
เหยาแม้แต่น้อย แต่ล้วนเป็นกลยุทธ์อันน่าสะพรึงของ อู่
อวี้
” โปรดมั่นใจ ตราบใดที่โอรสเหยามาหา ตัวข้า อู่ อวี้ ก็
พร้อมสู้เสมอ” อู่ อวี้ ประสานมือคารวะ พร้อมเอ่ยขึ้น
ด้วยรอยยิ้ม ยกมือขึ้น กล่าวถึงเรื่องนี้ความมั่นใจของเขา
เหนือล้ำยิ่งกว่าฝ่ายตรงข้ามมาก ไม่เคยมีผู้ใดที่พ่ายแพ้
ภายใต้เงื้อมมือของเขา แล้วสามารถผงาดกลับมา
เอาชนะตนเองได้
เมื่อถึงตอนนั้น อู่ อวี้ คงเหนือล้ำยิ่งกว่ามันจนทาบไม่ติด
การล้างความอัปยศสร้างความอับอายแก่เขา แทบจะ
เป็นไปไม่ได้เลย
“อนาคตยังอีกยาวไกลนัก” โอรสเหยากล่าวขึ้นอย่างไม่
แยแส หลังจากนั้นคุนหวู่สามจิตกับคนอื่น ๆ ก็เดินทาง
กลับ หายไปจากวิสัยทัศน์ของ อู่ อวี้ ในชั่วพริบตา
ในเวลานี้ อู่ อวี้ รู้สึกว่า ฝูงชนที่อยู่โดยรอบต่างใช้สายตา
จับจ้องมายังเขา ราวกับจะมองทะลุผ่านร่างของตนเสีย
ให้ได้
การต่อสู้จบลงแล้ว
” อู่ อวี้ ไปกันเถอะ” ชวีอิ๋น พยายามหลีกเลี่ยงปัญหาต่าง
ๆ ดังนั้นมันจึงรีบนำตัว อู่ อวี้ ไปยังจุดหมายปลายทาง
อย่างรวดเร็ว
“ตกลง” อู่ อวี้ ร่างกลืนสรรค์ และ หนานซานหวางเยว่
ต่างพากันติดตามชวีอิ๋น รีบมุ่งหน้าไปยังประตูทางเข้า
เขตพระราชฐาน เข้าสู่อาณาเขตของต้องห้ามของชาวเห
ยียนหวงส่วนใหญ่ นั่นก็คือ เขตพระราชฐานเหยียนหวง
ภายในเขตพระราชฐานแห่งนี้ ถูกปกคลุมไว้ด้วยม่าน
หมอกสีทอง ซึ่งอันที่จริงแล้วม่านหมอนทองคำเหล่านี้
คือพลังฟ้าดินที่หนาแน่นถึงขีดสุด ร่ำลือกันว่าพลังฟ้าดิน
ในที่แห่งนี้เกือบจะเทียบเคียงได้กับบนสรวงสวรรค์เลย
ทีเดียว เมื่อ อู่ อวี้ สูดลมหายใจเข้า เขาก็รู้สึกสดชื่นเป็น
อย่างยิ่ง การเติบโตขึ้นภายในเขตพระราชฐานอันกว้าง
ใหญ่แห่งนี้ แม้แต่คนธรรมดา ก็สามารถบรรลุอาณาจักร
จิตเทวะได้โดยง่าย
ภายในชมพูทวีปโลกธาตุ ยิ่งดินแดนแห่งนั้นเสมือนดั่ง
วิมานสววรค์เท่าไหร่ ก็ยิ่งมีการต่อสู้มากขึ้นเท่านั้น
ภายในนครเทวะแห่งนี้ เป็นสถานที่ที่ผู้ฝึกตนต่อสู้แย่งชิง
กันมาตั้งแต่โบราณกาล อย่างไรก็ตามชาวเหยียนหวง
เป็นผู้บุกเบิก จึงเป็นผู้ครอบครองสถานที่แห่งนี้แต่เพียง
ผู้เดียว ทำให้สามารถพึ่งพาพลังฟ้าดิน บ่มเพาะผู้เยาว์
หนุ่มสาวขึ้นมารุ่นแล้วรุ่นเล่า!
สามารถแลเห็นได้ว่าภายในฝุ่นละอองทองคำนี้ มี
ร่องรอยของวงเวทปรากฏอยู่ด้วย แลน่าตื่นตะลึงยิ่งนัก
แม้ว่ายามนี้จะไม่มีสงคราม แต่ตลอดระยะเวลาหลาย
แรมปีที่ผ่าน บรรพชนชาวเหยียนหวงได้วาดประทับวง
เวทป้องกันไว้ที่นี่จำนวนมากมายนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็น
แห่งหนใดก็ไม่อาจหลีกเลี่ยง อาจกล่าวได้ว่าตัวนครเทวะ
เป็นเสมือนดั่งป้อมปราการสงคราม
เมื่อก้าวลึกเข้าไปในพระราชวังทองคำ เขาก็หวนนึกถึง
เรื่องการตายแล้วฟื้นของโอรสเล่อ ทำให้ห้วงอารมณ์
ของ อู่ อวี้ เปลี่ยนไปเล็กน้อย เนื่องจากรู้สึกวิตกกังวล
กับสิ่งที่ตนไม่ทราบแน่ชัด
เขากลายเป็นราชอารักษ์เล่อ ต่อจากนี้เขาต้องอยู่กับ
โอรสเล่อ แน่นอนว่าหากเป็นเพียงโอรสเล่อในอดีต อู่
อวี้ คงไม่ต้องกังวลอันใดเพราะอีกฝ่ายหาใช่คู่ต่อสู้ของ
เขา แต่วันนี้โอรสเล่อเป็นผู้ที่เคยตกตายอยู่ในเส้นทาง
เซียนบรรพกาล แล้วฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่ …
ซึ่งเขาก็กลัวว่าโอรสเล่อ จะมีความลับบางอย่างที่เกิดขึ้น
ภายในเส้นทางเสียงบรรพกาล แล้วถ้าบังเอิญ อู่ อวี้ ไป
ค้นพบความลับนี้เข้า เมื่อถึงเวลานั้นชีวิตของเขาอาจตก
อยู่ในอันตราย บางทีเขาอาจจะถูกกำจัดอย่างไร้ร่องรอย
” นับเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมยิ่งนัก ข้าพลิกกลับมาคว้า
ชัยจนเจ้าลูกแมวน้อยนั่นเหว๋อไปเลย ผู้คนในนครเทวะ
คงไม่คิดว่าผลจะออกมาเป็นเช่นนี้ ในที่สุดข้าก็เป็นอิสระ
ได้ท่องเที่ยวชมโลกกว้าง แลเห็นดอกไม้น้อยใหญ่ โฉม
สะคราญมากมาย ที่รอให้ข้าได้เด็ดดอกมาเชยชม สัมผัส
กับโลกและประสบการณ์อันน่ามหัศจรรย์ยิ่งกว่า ” เมื่อ
คิดมาถึงตรงนี้ หนานซาน หวางเยว่ก็หัวเราะพร้อมกับ
กล่าวขึ้นอย่างสุขสม
” พึ่งเริ่มต้นก็ควรรักษาตัว อย่าด่วนตายไปก่อน ” อู่ อวี้
กล่าวตักเตือน เมื่อเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของมัน
“ อย่าห่วง ๆ ข้าพอเข้าใจสถานการณ์ดี ” หนานซาน
หวางเยว่ ฉลาดเฉลียวเป็นอย่างมาก มันรู้ตัวเองดีว่า
ไม่ได้มีความสำคัญใด ๆ ดังนั้นมันจึงไปยืนใกล้ ๆ ประตู
วัง เพื่อให้ทุกคนเห็นตัวมัน ในทางกลับกัน หากมันเป็น
ปีศาจที่ไร้ชื่อเสียงเรียงนาม พอมันปรากฏตัวมันก็จะถูก
สังหารอย่างรวดเร็ว
“ตำหนักโอรสเล่อ” หลังจากเข้ามาด้านในเขต
พระราชฐาน ผ่านวังตำหนักมากมายเป็นเวลากว่า 1
ก้านธูป ในที่สุดก็มาถึง ตำหนักโอรสเล่อ ในบรรดาเชื้อ
พระวงศ์ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นพระโอรสหรือพระธิดา ล้วน
มีตำหนักเป็นของตนเอง ซึ่งแต่ละตำหนักก็มีขนาด
ใหญ่โตรโหฐาน แม้ว่าจะมีสิ่งปลูกสร้างไม่มากนัก ทว่า
มันก็มีขนาดใหญ่โตเป็นอย่างยิ่งยกตัวอย่างเช่น ประตู
ทางเข้าตำหนัก มีความกว้างนับสิบจั้ง และ มีความยาว
นับสิบจั้งเช่นกัน ต่อให้ หนานซาน หวางเยว่ กลับคืนสู่
ร่างจริงก็ยังสามารถเข้ามาได้
นอกจากนี้พระราชวังที่อยู่ภายใน ยังมีความยาวนับสิบ
จั้งความสูงนับร้อยจั้ง ภายในห้องพักนั้นดูเรียบง่าย
ความกว้างใหญ่ของมันเรียกได้ว่าต่อให้ หนานชาน
หวางเยว่ เปลี่ยนเป็นร่างจริงก็ยังสามารถวิ่งเล่นอยู่
ภายในได้อย่างสบายๆ
ภายใต้สายหมอกสีทอง บนผนังอิฐมีวงเวทประทับซ่อน
อยู่เป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นว่าสถานที่เก่าแก่โบราณ
ลึกลับ เป็นมรดกตกทอดของผู้ฝึกตนในอดีต
คาดว่าเขาจะได้พบกับโอรสเล่อในไม่ช้า
อาณาจักรผู้บำเพ็ญตน แตกต่างจากอาณาจักรมนุษย์
เนื่องจากพระราชวังภายในอาณาจักรมนุษย์ ล้วนมี
องครักษ์ทหารยาม นางสนม ฯลฯ อยู่เป็นจำนวนมาก
แต่ภายในอาณาจักรผู้ฝึกตน ภายในตำหนักโอรสเล่อนี้
ไม่จำเป็นต้องให้ผู้ใดมาคอยมีปรนนิบัตรับใช้ ดังนั้นจึง
กล่าวได้ว่าทั่วทั้งตำหนักโอรสเล่อ มีมันอยู่เพียงผู้เดียว
เท่านั้น
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ