กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 804: เคล็ดประจักษ์แจ้งเร้นลับ
โดยทั่วไปแล้ว ภายในตำหนักพระโอรส พระธิดา ล้วนมี
เพียงตัวพวกเขาผู้เดียวเท่านั้น
มารดาของพวกเขาจะเข้ามาเยี่ยมเยียนเป็นครั้งคราว
อย่างไรก็ตามมันเป็นเพียงช่วงสั้น ๆ เท่านั้น เนื่องจาก
ราชนิกุลทุกพระองค์ล้วนมีตำแหน่งเป็นของตนเอง
บางครั้งบางครั้งเหล่าขุนนางก็จะพาบุตรของตนเองมา
ฝากฝัง ให้คอยปรนนิบัติติดตามพระโอรส เพื่อ
แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เสริมสร้างความก้าวหน้า
ร่วมกัน
ตัวอย่างเช่น ชวี่ ห่าวเหยียน กับ ชวี่ เฟิงอวี๋ ก็เคยมาที่
ตำหนักของโอรสเล่อมาก่อน โดย ชวีอิ๋น เป็นผู้ส่งตัวมา
เป็นการเฉพาะ เนื่องจากภายในเขตพระราชฐานมีพลัง
ฟ้าดินหนาแน่นเข้มข้น เหมาะสมกับพวกมันมากกว่า
พวกมันฝึกฝนบำเพ็ญตน โดยไม่ต้องการนางในมาคอย
ปรนนิบัติรับใช้ หรือมีองครักษ์คอยเฝ้าคุ้มกัน เนื่องจาก
วงเวทภายในอาณาเขตพระราชฐาน ยากที่จะถูกทำลาย
ได้ ดังนั้นภายในเขตพระราชฐานแห่งนี้ จึงไร้ซึ่งอันตราย
ใด ๆ
อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าภายในเขตพระราชฐานจะมีขนาด
ใหญ่มโหฬารเป็นอย่างยิ่ง นอกจากตำหนักของราชนิกุล
แล้ว ก็ยังมีพระราชวังอยู่อีกจำนวนมาก รวมถึงมีข้าราช
บริพารขุนนางน้อยใหญ่เข้าออกราชสำนักอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้นภายในเขตพระราชฐานแห่งนี้จึงมีชีวิตชีวาเป็น
อย่างยิ่ง
ยามนี้ อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ กำลังยืนอยู่หน้าประตูทางเข้า
‘ตำหนักโอรสเล่อ’
เนื่องจากประตูหลักถูกปิดสนิทอย่างแน่นหนา
ภายในอาณาจักรโบราณเหยียนหวง เหล่าพระโอรสและ
พระธิดาแทบทุกพระองค์ ล้วนมีราชอารักษ์เป็นของ
ตนเอง นอกจากนี้ราชอารักษ์แต่ละพระองค์ล้วนมีศักดิ์
ฐานะ เป็นรองเพียงแค่สหายเต๋าเคียงคู่ของพระโอรส
เท่านั้น ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะอาศัยอยู่ภายในตำหนักโอรส
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงมาที่นี่เพื่ออาศัยอยู่ในตำหนักโอรสเล่อ
ส่วนชวีอิ๋นกับคนของมันหาได้มีคุณสมบัตินี้ไม่
ภายในราชสกุลของผู้ฝึกตน อาณาจักรแต่ละแห่งล้วนมี
จักรพรรดิเพียงพระองค์เดียวเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีสาม
ตำหนักหกหมู่เรือน เป็นวังหลังให้เหล่านางสนมอยู่
อาศัย โดยเฉพาะอาณาจักรโบราณเหยียนหวง มีจำนวน
ของนางสนมอยู่มากที่สุด ส่วนจักรวรรดิเป่ยหมิงอย่าง
จอมจักรพรรดิหมิงไห่ มีนางสนมอยู่เพียงไม่กี่พระองค์
เท่านั้น
ซึ่งหน้าที่ของราชอารักษ์ ด้านหนึ่งก็เพื่อปกป้องคุ้มครอง
พระโอรสกับพระธิดา ส่วนอีกด้านหนึ่งก็มีหน้าที่เฝ้า
คุ้มครองเหล่าเชื้อพระวงศ์ชั้นสูง แม้แต่พระโอรสหรือ
พระธิดา ก็ไม่อาจกล่าวโทษตำหนิราชอารักษ์อย่างไร้
เหตุผลได้
ในเวลานี้ ชวีอิ๋น กล่าวขึ้นเบื้องประตูทางเข้าว่า “โอรส
เล่อข้าน้อยพาตัว อู่ อวี้ มาเข้าเฝ้า”
หลังสิ้นเสียง ก็ไม่มีการตอบสนองใด ๆ เกิดขึ้น
นับว่าแปลกประหลาดยิ่งนัก หรือว่าฝ่ายตรงข้ามไม่
ต้องการพบเจอตนเอง?
ด้วยเหตุนี้ ชวีอิ๋น จึงกล่าวขึ้นว่า ” กล่าวกันว่าโอรสเล่อ
กำลังปิดด่านฝึกตนเพื่อทะลวงฝ่าเข้าสู่อาณาจักรใหม่ ดู
เหมือนว่านี่จะเป็นความจริง ระหว่างที่โอรสเล่อกำลังปิด
ด่าน เจ้าจะเข้าไปในตำหนักนี้ก่อนก็ได้ เมื่ออยู่ภายใน
ตำหนัก ก่อนที่โอรสเล่อจะออกมา เจ้าไม่อาจไปไหนมา
ไหนได้ กระทำได้เพียงอยู่ภายใน ‘ตำหนักราชอารักษ์’
เท่านั้น ภายในอาณาจักรโบราณเหยียนหวงมีพิธีแต่งตั้ง
ราชอารักษ์ พิธีนี้ผู้คนจำนวนมากเข้าร่วมด้วย ทว่ายามนี้
โอรสเล่อกำลังปิดด่าน จึงจำเป็นต้องรอให้โอรสเล่อ
ออกมาเสียก่อน จึงจะเริ่มพิธีได้ ระหว่างนี้เจ้าก็รออยู่ใน
ตำหนักราชอารักษ์ไปก่อนแล้วกัน ”
หากโอรสเล่อปิดด่านอยู่จริง ๆ
หมายความว่าหลังจากนี้ อู่ อวี้ อาจมิได้พบเห็นมัน
เนื่องจากการปิดด่านฝึกตน ไม่อาจกำหนดเวลาที่แน่ชัด
ได้ เขาอาจจะออกมาในอีกสองสามปีหลังจากนี้ หรือจะ
ออกจากฌานในช่วงเวลาต่อมาเลยก็ได้
สำหรับ อู่ อวี้ แล้ว การมีเวลาให้เขาได้เตรียมตัวก็นับว่า
ดีอยู่ไม่น้อย
” ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวก่อน มาส่งเจ้าที่นี่ ก็นับว่า
งานเสร็จสิ้นแล้ว ” ชวีอิ๋นลูบเครายาวของตนเอง จากนั้น
ก็เอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา แม้จะบอกว่าให้มันเป็นคนพาเขา
กลับมา แต่เมื่อเห็นว่า อู่ อวี้ มีชีวิตอยู่อย่าง
สะดวกสบายยิ่ง มันก็รู้สึกเศร้าใจเล็กน้อย เนื่องจาก อู่
อวี้ คือเป้าหมายของจักรพรรดิโบราณศักดิ์สิทธิ์
” มรดกเช่นนี้มาอยู่ในมือของคนเถื่อนไปก็ไร้ประโยชน์
อย่างไรก็ตามนี่อาจเป็นแผนการของอาณาจักรโบราณ
เหยียนหวง ใช้ อู่ อวี้ ฟูมฟักหนุนนำโอรสเล่อ ถึงแม้ว่า
ยามนี้เจ้าเด็กน้อยจะรื่นเริงมีความสุข แต่หลังจากนี้
จะต้องบังเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นอย่างแน่นอน ” ชวีอิ๋น
กล่าวเยาะเย้ยในใจ
จากความเห็นของมัน อู่ อวี้ คงรอดไปได้ไม่นานนัก
เช่นเดียวกันกับของ หนานซาน หวางเยว่ ที่อยู่ข้างกาย
เขา ช่างน่าเสียดาย ที่มันไม่มีโอกาสได้ครอบครองมรดก
นี้
“คงทำได้เพียง รอให้ราชนิกุลมอบบำเหน็จให้แก่ข้า
เท่านั้น ” ชวีอิ๋น คิด
ระหว่างที่มันกำลังจะจากไป อู่ อวี้ ก็ถามขึ้นว่า ”
อาวุโสชวี่ ก่อนหน้านี้ท่านสัญญากับข้าว่าจะมอบ
500,000 แต้มผลงานจากกองทัพมังกรเพลิงให้แก่ข้า
แล้วตอนนี้ข้าจะไปที่ค่ายทหารเพื่อแลกเป็นสมบัติได้เลย
หรือไม่? อาวุโสชวี่โปรดวางใจ ข้าจะเข้าไปรับรางวัล
เพียงเท่านั้น มิได้เข้าร่วมกับกองทัพมังกรเพลิง เมื่อ
แลกเปลี่ยนเสร็จสิ้น ข้ารับรองว่าจะไม่ป้วนเปี้ยนไปไหน
”
นี่คือสัญญาที่ชวีอิ๋นเคยให้ไว้ เพื่อพาตัว อู่ อวี้ กลับมา
ที่นี่ให้เร็วที่สุด แค่ 500,000 แต้มผลงานมันพอจ่ายไหว
ดังนั้นชวีอิ๋นจึงพยักหน้าแล้วตอบไปว่า ” เจ้าไปที่ค่าย
มังกรเพลิงได้เลย ข้าจะอธิบายเรื่องนี้เอง ส่วนเรื่อง
สถานที่ตั้ง แค่ออกไปนอกเขตพระราชฐาน แล้วลองถาม
ใครสักคนดู ”
เมื่อเสร็จงานแล้ว มันก็รู้สึกเกียจคร้านเกินไปที่จะอยู่ที่นี่
ต่อ ดังนั้นจึงหันหลังกลับแล้วจากไปทันที
” ดูเหมือนว่าเจ้าเฒ่านี่ จะมีเจตนาไม่ดีกับเราเท่าใดนัก ”
หนานซาน หวางเย่ว กล่าวขึ้นพร้อมหรี่ตามองแผ่นหลัง
ของมันที่กำลังห่างออกจากไป
” โชคชะตาของเราอยู่ในกำมือของ จักรพรรดิโบราณเห
ยียนหวง แต่ข้าคิดว่าด้วยตัวตนที่เปรียบเสมือนกับเทพ
เซียนของเขา หากคิดจะกำจัดเราคงง่ายดายเป็นอย่าง
ยิ่ง ไม่จำเป็นต้องทำให้เรื่องราวสลับซับซ้อนถึงเพียงนี้
ฉะนั้นเราคงไม่ตายง่าย ๆ หรอก ไปกันเถอะ ในเมื่อมี
โอกาสก็ต้องรีบคว้าไว้ เร่งบ่มเพาะฝึกตนยกระดับความ
แข็งแกร่งให้มากที่สุด ” น้ำเสียงของ อู่ อวี้ ทุ้มต่ำจริงจัง
“ก็สมเหตุสมผล” หนานซาน หวางเย่ว พยักหน้า แล้ว
มันก็หัวเราะพร้อมกับพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า ”
นครเทวะช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก เจ้าควรจะสนุกกับมันไม่
ว่าจะเป็นการต่อสู้หรือความงดงาม ทั้งหมดล้วนน่า
ตื่นเต้น! ”
อู่ อวี้ ยังมีหลายสิ่งที่ต้องทำ พวกเขาผลักประตูตำหนัก
โอรสเล่อเข้าไป ด้านในเป็นจัตุรัสกว้างใหญ่ ตรงส่วน
ท้ายสุดเป็นพระราชวังของโอรสเล่อ ทางฝั่งซ้ายมี
ตำหนักที่ดูเล็กกว่าเล็กน้อย ทว่ามันก็เป็นพระราชวัง
ทองคำที่มีขนาดใหญ่เป็นอย่างยิ่ง ที่นั่นคือตำหนักราช
อารักษ์ของ อู่ อวี้
ทั้งสองเดินเข้ามาในตำหนักราชอารักษ์ ก็พบว่าด้านใน
นั้นมีขนาดใหญ่กว้างขวาง มีสิ่งของเตรียมไว้พร้อมสรรพ
เขาสามารถยกระดับพลังฝีมือ ฝึกฝนการต่อสู้
นอกจากนี้ยังมีวงเวทป้องกันปกป้องพวกเขาทั้งสอง อู่
อวี้ ใช้เนตรเพลิงมองสำรวจรอบ ๆ ก็ได้ผลสรุปว่าที่นี่
ค่อนข้างแน่นหนาปลอดภัย อย่างน้อยเขาก็สามารถ
ฝึกฝนได้อย่างสบายใจหายห่วง
เขาคอยระแวดระวังตัวแจ นับตั้งแต่เริ่มแข่งขันของ
สงครามชิงอำนาจแดนเหนือ ในที่สุดก็สามารถผ่อน
คลายได้เสียที
หนานซาน หวางเยว่ สังเกตบริเวณโดยรอบเป็น
ระยะเวลาหนึ่ง แล้วมันก็เอ่ยขึ้นว่า ” ข้าสามารถฝึกฝน
ยกระดับอยู่ที่นี่ได้อย่างสบายใจ อย่างไรก็ตามข้ายังคง
สนใจนครเทวะที่อยู่ด้านนอก ข้าไม่ได้ถ่อมาถึงที่นี่เพียง
แค่ติดตามเจ้าต้อย ๆ ๆ อย่างเดียว ถ้าเช่นนั้นข้าขอ
อำลา”
หลังจากพูดจบมันก็จากไป สำหรับมันแล้วการนั่งฝึกฝน
อยู่ที่นี่ช่างแสนน่าเบื่อหน่าย ด้วยเหตุนี้มันจะรีบออกไป
ท่องโลกกว้างสนุกสนานเพลิดเพลินไปกับบุปผชาติ และ
สิ่งแปลกหูแปลกตา มันแค่เพียงจำทางกลับมาที่นี่ให้ได้
เท่านั้นก็พอ
อู่ อวี้ ไม่ต้องเอ่ยอันใดกับมันมากนัก เพราะหนานซาน
หวางเยว่ รู้ดีอยู่แล้วว่าต้องเอาตัวรอดอย่างไร
นั่นเพราะพวกเขาเป็นคนประเภทเดียวกัน
คนที่เหลืออยู่ที่นี่ตอนนี้ก็มี อู่ อวี้ กับ ร่างกลืนสวรรค์
ของเขา
ร่างกลืนสวรรค์อยู่ในช่วงฝึกฝนยกระดับไปอีกขั้น
รวมถึงศึกษาทำความเข้าใจ ‘พิมานจักรพรรดิเป่ยหมิง’
ยามนี้เขาเรียนรู้วงเวทโจมตีได้เพียงสองวงเท่านั้น ส่วน
อีก 2 วงที่เหลือซึ่งมีพลังโจมตีสูงยิ่งกว่า ทว่าเขายังไม่
อาจควบคุมมันได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งเขาตัดสินใจแล้วว่า
จะต้องเชี่ยวชาญให้เร็วที่สุด
ใครจะไปรู้ โอรสเหยาที่พ่ายแพ้กลับไป อาจจะมาท้า
ทายเขาได้ทุกเมื่อ! เมื่อถึงเวลาเขายังต้องเข้าพิธีแต่งตั้ง
เป็นราชอารักษ์อย่างเป็นทางการ ซึ่งหลังจากนั้นคง
กลายเป็นที่นับหน้าถือตาของชาวเหยียนหวง
ที่นี่มีพระโอรสพระธิดาอยู่หลายร้อยคน เมื่อมีหลายร้อย
คนเช่นนี้จะต้องมีการต่อสู้อย่างใหญ่หลวงแน่นอน
ร่างอวตารนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับร่างต้นของ อู่ อวี้ ขณะ
ศึกษาทำความเข้าใจพิมานจักรพรรดิเป่ยหมิง อู่ อวี้
สงบจิตใจลง เมื่อครั้งที่เขาอยู่ภายในคุกสมุทรวิญญาณ
ระดับพื้นฐานฝึกตนของเขาสามารถพุ่งทะยานไปจนถึง
ระดับ ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ตอนนั้นร่างอวตารนอกวิถี
ก็สามารถยกระดับพลังขึ้นอย่างรวดเร็ว ครั้นยังสามารถ
สยบพลองหมื่นมังกรลงได้ ทว่าเนื่องจากถูกผู้คนจำนวน
มากเฝ้าจับตาดู จึงมีเรื่องอีกสองอย่างที่ยังไม่ได้ลงมือ
ปฏิบัติ อย่างแรกเขายังไม่ได้สยบหุ่นเชิดในเจดีย์ล่อง
กำเนิด อย่างที่สองคือพัฒนายกระดับ 72 รูปแบบ
อิทธิฤทธิ์
ยามนี้พลังความแข็งแกร่งของเขา กับ ร่างอวตารได้
พัฒนายกระดับขึ้น หลังจากเอาชนะโอรสเหยา อู่ อวี้ ได้
ประเมินจากภาพรวมแล้วว่า ตนเองสามารถท้าทายหุ่น
เชิดระดับที่ 8 ได้ ดีไม่ดีอาจจะสามารถท้าทายหุ่นเชิด
ระดับจิตเทวะขั้นที่ 10 ได้ด้วยซ้ำ
ในเวลานั้น เขาจะมีหุ่นเชิดเอาไว้ใช้รับมือกับโอรสเหยา
แม้ว่ามันอาจจะอ่อนแอกว่าเล็กน้อย แต่เขามั่นใจว่า
ผู้คนในนครเทวะจะต้องรู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง
ด้วยเหตุนี้ อู่ อวี้ จำต้องฝึกฝนยกระดับพลังฝีมือเอาไว้
ก่อน
หมิงซวงได้เตรียมพร้อมไว้ให้เขาแล้ว นี่คือเคล็ดวิชา
เฉพาะตัวที่ค่อนข้างหลากหลายของฉีเทียนต้าเซิ่น ซึ่ง
ถ่ายทอดมาให้โดยตรง เป็นกุญแจสำคัญที่ต้องผ่านมัน
ไปให้ได้ เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับ เคล็ดตรึงกายา,
เคล็ดก้าวเทวะ, เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง, เคล็ดแปลงกายนี้
ค่อนข้างสลับซับซ้อนยิ่งมากกว่า ดังนั้นการฝึกฝนปฏิบัติ
จึงค่อนข้างยุ่งยากซับซ้อนกว่าเก่าเล็กน้อย ส่งผลให้ใน
ตอนนั้น อู่ อวี้ จึงยังไม่อาจทำความเข้าใจมันได้
หมิงซวงเคยบอกเอาไว้ว่า การฝึกฝนเคล็ดแปลงกายนี้
ถึงแม้จะมีฉีเทียนต้าเซิ่นคอยช่วยเหลือ อู่ อวี้ เองก็ต้อง
อยู่ในสภาพที่มั่นคงถึงจะเหมาะกับการไตร่ตรองขัดเกลา
สภาพแวดล้อมก่อนหน้านี้ไม่ค่อยสงบนัก ไม่ว่าจะเป็น
คุกสมุทรวิญญาณ หรือ เรือรบมังกรเพลิง
” เคล็ดแปลงกายนี้คือการ ‘แปรเปลี่ยนวงเวท’ มีชื่อว่า:
เคล็ดประจักษ์แจ้งเร้นลับ ซึ่งคำว่า ‘幽(โย่ว)’ ในที่นี้มี
ความลึกลับพิสดารยิ่ง รู้แจ้งตระหนักในความลึกลับ
มหัศจรรย์ของเคล็ดวิชาอย่างสมบูรณ์ หรือจะพูดอีก
อย่างว่า เจ้าสามารถเชื่อมโยงได้กับวงเวทแทบทุกชนิด
ซึ่งเราจะเรียกมันว่า ‘เร้นลับ’ ยกตัวอย่างเช่น ภายใน
ศาสตราเต๋าวิถึแท้ มีวงเวทค่ายกลถูกวาดประทับไว้
มากมายนับถ้วน และภายในวงเวทนั้น ก็คือ ‘เร้นลับ’
นอกจากนี้ บัญญัติเวท บนแผ่นยันต์ ก็ถือว่าเป็นความ
‘เร้นลับ’ เช่นกัน หรือจะกล่าวว่าทุกสรรพสิ่งภายในมหา
เวทฟ้าดิน ถือเป็นความเร้นลับทั้งสิ้น ”
” รากฐานของ เคล็ดประจักษ์แจ้งเร้นลับ คือการ
เปลี่ยนแปลงจิตเทวะ เข้าสู่สภาวะพิเศษ ด้วยสภาวะนี้
ทำให้สามารถเข้าไปในศาสตราเต๋าวิถีแท้ของศัตรู หรือ
แม้กระทั่ง แผ่นยันต์ หุ่นเชิด อุปกรณ์กลไก ทุกสรรพสิ่ง
ภายใต้มหาเวทย์ฟ้าดิน จิตเทวะของสามารถเข้าใจ
ประจักษ์แจ้งได้ทั้งหมด นอกจากนี้ยังสามารถสร้าง
ผลกระทบต่อการทำงานของวงเวท ทำให้อ่อนแอลง
หรือทำให้วงเวทเกิดความขัดแย้งซึ่งกันและกัน
แม้กระทั่งกำจัดวงเวทนั้นทิ้งไปก็ยังทำได้”
” เคล็ดประจักษ์แจ้งเร้นลับ คือเคล็ดแปลงกายที่มีผลต่อ
การทำงานของวงเวทค่ายกล แปรเปลี่ยนวงเวทค่ายกล
ของศัตรู นี่คืออำนาจพลังที่ไม่มีผู้ฝึกตนคนใด
ครอบครองได้ ลการทำงานของมันจำต้องใช้จิตเทวะเข้า
กระตุ้น ด้วยเหตุนี้ข้าจึงรอให้เจ้าบรรลุอาณาจักรก่อร่าง
กำเนิดจิตเทวะ แล้วค่อยชี้แนะให้เจ้าควบคุมเคล็ดแปลง
กายนี้ได้อย่างเชี่ยวชาญ พูดได้เลยว่า เคล็ดประจักษ์แจ้ง
เร้นลับ ลึกลับซับซ้อนกว่าเคล็ดแปลงกายที่ผ่าน ๆ มา
อีกทั้งเจ้ายังต้องมีความเข้าใจในค่ายกลวงเวทบางส่วน
อีกด้วย”
อู่ อวี้ ได้ศึกษาตำราเวทย์บรรพกาลมังกรเทวะของ
เผ่าพันธุ์มังกรเทวะมาโดยตลอด ซึ่งตอนนี้ก็ถือได้ว่าตัวมี
ระดับความเข้าใจที่ค่อนข้างลึกซึ้ง บางทีเขาก็เข้าไป
ศึกษาภายในเจดีย์ล่องกำเนิด ซึ่งสามารถเพิ่มเวลาขึ้น
เป็นสองเท่า
ตอนนี้เขาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย จึงเป็นโอกาส
ดีที่จะได้เรียนรู้ เคล็ดประจักษ์แจ้งเร้นลับ ระหว่างที่ อู่
อวี้ เริ่มไตร่ตรอง เคล็ดประจักษ์แจ้งเร้นลับ ฉีเทียนต้า
เซิ่นก็ปรากฏกายขึ้นอีกครั้ง แล้วเมล็ดพันธุ์แห่งรู้ของ
เคล็ดประจักษ์แจ้งเร้นลับ ก็ถูกปลูกฝังในจิตเทวะของ อู่
อวี้
” ส่วนข้อจำกัดของ เคล็ดประจักษ์แจ้งเร้นลับ คือไม่
สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากว่าจำเป็นต้อง
เปลี่ยนแปลงแบ่งแยกจิตเทวะออกมาส่วนหนึ่ง ถึงแม้จะ
เป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ และสามารถฟื้นคืนได้ แต่มันก็ถือ
เป็นการใช้จ่ายพลังส่วนนี้ไปอยู่ดี อย่างไรก็ตามหากคิด
จะใช้งานวันละสองสามครั้ง ก็ไม่มีปัญหาอันใด”
“ ด้วย เคล็ดประจักษ์แจ้งเร้นลับ ไม่ว่าจะเป็นศาสตรา
เต๋าวิถีแท้ของศัตรู , แผ่นยันต์ , หุ่นเชิด , มหาเวทย์ฟ้า
ดิน เมื่ออยู่เบื้องหน้าสายตาของเจ้า มันก็ไม่อาจเก็บ
ซ่อนความลึกลับไว้ได้อีกต่อไป ด้วยการแปรเปลี่ยนอัน
ลึกล้ำนี้ กล่าวได้เลยว่ามันคือเคล็ดแปรเปลี่ยนจิตเทวะ
ที่จัดอยู่ในระดับสูงล้ำยิ่ง การที่เจ้าได้เรียนรู้เคล็ดวิชา
เซียนขั้นสูงเช่นนี้ นับว่าโชคดีมาก ”
หมิงซวงรู้สึกริษยาเขาอยู่ไม่น้อยทีเดียว
เนื่องจากตอนนี้ อู่ อวี้ กำลังไล่ตามพื้นฐานฝึกตนของ
นางในปีนั้นอย่างรวดเร็ว
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ