กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 805: มังกรกระดูกอัคคี
ยามที่เมล็ดพันธุ์เคล็ดประจักษ์แจ้งเร้นลับของ ฉีเทียน
ต้าเซิ่น ได้เข้าปลูกฝังภายในจิตเทวะของ อู่ อวี้ ก็
สามารถรับรู้ถึงการคงอยู่ของมันได้อย่างเบาบาง
สามารถแปรผันทุกสิ่ง พื้นฐานแห่งวงเวท แล พื้นฐาน
แห่งเต๋า นับว่าคล้ายคลึงกันยิ่ง
ดังนั้นขั้นตอนในการทำความเข้าใจ ‘เคล็ดประจักษ์
แจ้งเร้นลับ’ สำหรับ อู่ อวี้ แล้ว ก็เหมือนกับว่าเขาทำ
ความเข้าใจเต๋าไปในตัว
หลังจากที่พยายามทำความเข้าใจถึงความลึกลับของ
เคล็ดประจักษ์แจ้งเร้นลับ อู่ อวี้ ก็ค้นพบว่าเขาไม่
สามารถทำความเข้าใจถ้อยคำห้วนๆเหล่านี้ได้
ความมหัศจรรย์เช่นนี้จำเป็นจะต้องจมอยู่ในห้วงภวังค์
บางอย่างจึงจะสามารถทำความเข้าใจให้ถ่องแท้
ตัวอย่างเช่นวิธีการแบ่งแยกจิตเทวะที่แสนอัศจรรย์ไร้
ที่เปรียบ เนื่องจากจิตเทวะของผู้ฝึกตนทั่วๆไป แทบ
จะไม่สามารถแยกดวงจิตที่สองออกมาได้เลยด้วยซ้ำ
ปัญหาจุดที่สองคือมันจะส่งผลกระทบเช่นไรต่อวงเวท
ยามที่วงเวทเริ่มโคจร มันก็จะมีกฎเกณฑ์ในการกระตุ้น
ของมันเอง ซึ่งการจะแทรกแซงวงเวทได้นั้น เห็นทีจะมี
เพียงความสามารถของเซียนอมตะเท่านั้นแล้ว เช่นนั้น
อู่ อวี้ จึงไม่มีทางที่ทำความเข้าใจได้ อย่างไรก็ตาม การ
ที่เมล็ดพันธุ์มาช่วยหนุนเสริม ย่อมสามารถเป็นไปได้
แต่ถึงกระนั้นก็ต้องใช้พรสวรรค์ในการรู้แจ้งอย่างลึกซึ้ง
ด้วยเช่นกัน
เขานำยันต์เวทขึ้นมาทดลองซ้ำไปซ้ำมา
หลังจากทดลองดู เวลาก็ผ่านไปเรื่อยๆ
ในระหว่างนั้น หนานซาน หวางเยว่ ก็กลับมาหาอีก
หลายรอบ แต่เมื่อเห็นว่า อู่ อวี้ กำลังจมดิ่งอยู่ภวังค์
มันก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกละอายใจ จากนั้นก็บ่นยกใหญ่
ว่าตนเองนั้นไม่อาจขยันเท่ากับ อู่ อวี้ และไม่อาจทน
กับความอ้างว้างเช่นนี้ได้ เมื่อบ่นพร่ำเพ้อเสร็จสิ้น มัน
ก็ออกไปโดยพลัน กระทั่งทุกวันนี้ ภายในนครเทวะ
ล้วนไม่มีใครไม่รู้จักมันแล้ว…
เคล็ดประจักษ์แจ้งเร้นลับ จะกล่าวว่าแข็งแกร่งก็
แข็งแกร่ง จะกล่าวว่าอ่อนแอก็อ่อนแอ มันไม่มี
มาตราฐานกำหนดที่แน่นอน
สิ่งที่สำคัญขึ้นอยู่ว่าจะใช้งานมันเช่นไร
และ อู่ อวี้ ในยามนี้ที่ทำความเข้าใจได้เพียงแค่เสี้ยว
เล็กๆ จึงแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะรีดเร้นศักยภาพของ
มันได้อย่างเต็มที่
แต่ถึงแม้จะเป็นความเข้าใจเพียงส่วนเล็กๆ ก็มีพลัง
อำนาจมากพอแล้ว แก่นแท้ของการสั่นคลอนและ
แทรกแซงวงเวท จะต้องทำการทดลองซ้ำไปซ้ำมา
หลังจากที่ อู่ อวี้ ได้แบ่งแยกจิตเทวะออกมา โอกาสใน
การประสบความสำเร็จก็เพิ่มมากขึ้น ในที่สุดหลังจาก
ที่เขาใช้เวลาไปมากมาย เขาจึงเริ่มมีความมั่นใจที่จะใช้
มันในการต่อสู้แล้ว
เมื่อเปรียบเทียบกับเคล็ดวิชาการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ
เคล็ดวิชานี้ถือว่ากินพลังงานเป็นอย่างมากทีเดียว
หลังจากที่ทำความเข้าใจเคล็ดประจักษ์แจ้งเร้นลับได้
สำเร็จ อู่ อวี้ ก็ไปยังเป้าหมายต่อไปในทันที
นั่นก็คือการท้าทายเอาชนะหุ่นเชิดภายในเจดีย์ล่อง
กำเนิด
ประจวบเหมาะกับที่ อู่ อวี้ เพิ่งจะเรียน ‘เคล็ด
ประจักษ์แจ้งเร้นลับ’ และหุ่นเชิดเหล่านี้จะต้องพึ่งพา
วงเวท เมื่อเป็นเช่นนี้ เคล็ดประจักษ์แจ้งเร้นลับของ อู่
อวี้ ก็น่าจะสร้างผลกระทบต่อพวกมันมหาศาล
ประจวบเหมาะที่ยามนี้เขาต้องการทดลองเคล็ด
ประจักษ์แจ้งเร้นลับพอดี จึงใช้หุ่นเชิดเป็นเป้าซ้อม
เสียเลย
เขาไม่ได้เข้ามาภายในเจดีย์ล่องกำเนิดมาเป็นเวลานาน
มากแล้ว
เมื่อ โอรสเล่อไม่ได้ออกจากตำหนักโอรสเล่อ ที่แห่งนี้
จึงไม่มีใครอื่นอีก
“พิมานจักรพรรดิเป่ยหมิงเป็นศาสตราเต๋าวิถีแท้สุด
ยอดวิญญาณ ข้าก็สามารถกำราบเอาชัยได้แล้ว หรือ
ว่า ‘เจดีย์ล่องกำเนิด’ จะเป็น ‘ศาสตราเต๋าวิถีแท้
วิญญาณนภา’!”
ศาสตราเต๋าวิถีแท้วิญญาณนภา มันมีระดับที่สูงกว่า
พิมานจักรพรรดิเป่ยหมิง
หากเป็นเช่นนั้น การเดินทางของ อู่ อวี้ บนเส้นทาง
เซียนบรรพกาล นับว่าเป็นการเก็บเกี่ยวที่เกิน
จินตนาการไปมากแล้ว
เนื่องจากเจดีย์ล่องกำเนิด สามารถควบคุมเวลาได้ โดย
ที่ อู่ อวี้ ยังกำราบมันไม่ได้ด้วยซ้ำ หากถึงเวลาที่เขา
สามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ เขาเชื่อว่าเจดีย์ล่อง
กำเนิดจะมีความสามารถในการเปลี่ยนแปลงเวลาเพิ่ม
ขึ้นมา และแน่นอนว่าคงไม่ใช่เพียงแค่สองเท่าอีกต่อไป
…
หากเจดีย์ล่องกำเนิดยอมรับเขาเป็นเจ้านาย เกรงว่า
การเปลี่ยนแปลงเวลานับร้อยเท่าคาดว่าคงมีให้เห็น
เป็นแน่
ดังนั้นในอนาคตเจดีย์ล่องกำเนิดน่าจะสามารถเติมเต็ม
ความปรารถนาของเขาได้
ในเวลาเดียวกัน จำนวนของหุ่นเชิดที่ไม่มีที่สิ้นสุดก็ทำ
ให้เขามีความปรารถนาที่ไม่มีที่สิ้นสุดด้วยเช่นกัน
หลังจากที่เขาทำความเข้าใจเคล็ดประจักษ์แจ้งเร้นลับ
และ ร่างอวตารจิตเทวะดวงที่สองแล้ว จึงเข้าไปภายใน
เจดีย์ล่องกำเนิด
เขาเลือกที่จะเข้าไปท้าทายหุ่นเชิดก่อนเป็นอันดับแรก
วงเวททั้งเก้าภายในปรากฏหุ่นเชิดที่แตกต่างกัน อู่ อวี้
ไม่ได้ท้าทายหุ่นเชิดมาเป็นเวลาเนิ่นนาน ดังนั้นในครา
นี้จึงปรากฏหุ่นเชิดตัวใหม่ขึ้นมามากมาย การท้าทาย
ในครั้งที่แล้ว ยังมีหุ่นเชิดตัวหนึ่งที่มีรูปร่างไม่ต่างกับ
หนานซาน หวางเยว่ ซึ่งจนกระทั่งบัดนี้ก็ยังไม่ได้ใช้
งานมันเลย
ก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ ได้ก้าวข้ามหุ่นเชิดระดับที่ 7 แต่ครั้ง
นี้เขาต้องการที่จะก้าวข้ามหุ่นเชิดระดับที่ 8 ไปให้ได้!
เป็นเพราะว่าเขามีร่างกลืนสวรรค์อยู่ ทั้งร่างกลืน
สวรรค์ก็ยังเป็นเจ้าของพิมานจักรพรรดิเป่ยหมิงอีก
ด้วย
เขาจะนำประสบการณ์ในการเอาชนะโอรสเหยาและ
องค์ชายโย่วเหยียนมาใช้ภายในเจดีย์ล่องกำเนิดแห่งนี้
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาจะท้าทายวงเวทสุดท้าย ท้าทายหุ่น
เชิดที่อยู่ในวงเวทสีขาว
เมื่อเขาเดินไปยังเบื้องหน้าวงเวทสีขาว วงเวทอื่นๆก็
เริ่มมลายหาย การท้าทายวงเวทระดับที่ 8 น่าจะถือว่า
อู่ อวี้ ได้ท้าทายจนถึงขีดจำกัดของเจดีย์ล่องกำเนิดนี้
แล้ว
การเปลี่ยนแปลงนี้มีบางจุดที่แตกต่างไปจากเดิม ทั่ว
ทั้งเจดีย์ล่องกำเนิดพลันส่งแสงสีขาวรุนแรง
“ฟู่ว!” เงาร่างของหุ่นเชิดปรากฏออกมาท่ามกลาง
ลำแสงสีขาว
หุ่นเชิดที่ปรากฏออกมานี้มีลักษณะที่พิเศษอยู่ เมื่อ
เปรียบกันแล้วก็ไม่เหมือนกับหุ่นเชิดในระดับก่อนหน้า
หุ่นเชิดก่อนหน้านี้มีรากฐานอยู่ในรูปแบบของมนุษย์
และแม้ว่าจะมีจุดบางจุดที่แปลกไป ทว่ามันก็ยังคง
เป็นรูปลักษณ์ของมนุษย์อยู่
เมื่อลำแสงสีขาวค่อยๆจางหายไป หุ่นเชิดก็มาปรากฏ
อยู่เบื้องหน้าของ อู่ อวี้ หากลองมองให้ละเอียด กลับ
กลายเป็นว่ามันคือมังกรเทวะตัวหนึ่ง แน่นอนว่าเมื่อ
นำมาเปรียบเทียบกับมังกรเทวะทั่วๆไป มันก็คือหุ่น
เชิดอยู่ดี ซึ่งอย่างแรกมังกรเทวะตัวนี้ไม่มีกายเนื้อ เป็น
เพียงแค่โครงกระดูก และยังใช้วงเวทบางอย่างมาทำ
การเชื่อมต่อโครงกระดูกหลายพันชิ้นให้เข้าด้วยกัน
แม้ว่าจะมีเพียงแค่โครงกระดูก ทว่ามันกลับให้รู้สึกราว
กับว่ามันมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ
แม้ว่าจะเป็นโครงกระดูก แต่ดูเหมือนว่าหุ่นเชิดตัวนี้
จะให้บรรยากาศที่ มืดมน ป่าเถื่อน แม้กระทั่งหาก
นำไปเปรียบกับมังกรเทวะทั่วๆไปแล้วมันยังน่า
หวาดกลัวเสียยิ่งกว่าอีก กงเล็บอันน่าเกรงขามที่
ทะลวงอากาศ ทุกการเคลื่อนไหวที่เต็มไปด้วยความน่า
ยำเกรง ส่วนเปลือกตาบนศีรษะมังกร ยังมีลำแสงสี
แดงเข้มส่องทะลวงออกมา ซึ่งแผ่ความไม่แยแสต่อสิ่ง
ใดในโลกหล้า
ความจริงแล้วกระดูกทุกชิ้นล้วนถูกสลักเสลาวงเวทลง
ไปจำนวนมาก และระหว่างวงเวทที่เชื่อมต่อผสาน
รวมกันนี้เอง จึงก่อเป็นสุดยอดหุ่นเชิดเช่นนี้ขึ้น!
“ข้ามีนามว่า ‘มังกรกระดูกอัคคี’ ร่างกายของข้าถือ
กำเนิดมาจากโครงกระดูกของมังกรเทวะ พร้อมกับถูก
ยกระดับด้วยสมบัติล้ำค่ามากมาย วงเวทหลักคือ ‘วง
เวทมังกรกระดูกอัคคี’ ทั้งยังมีวงเวทยิบย่อยอีกนับ
แสนค่อยเกื้อหนุน ข้ามจึงเปี่ยมไปด้วยความแข็งแกร่ง
ยิ่ง! ทว่าเจ้ากลับหาญกล้าคิดท้าทายข้าจริงๆ? นับว่า
เป็นการหมิ่นเกียรติของข้าโดยแท้นัก! ”
ยามนี้ตัวมังกรกระดูกอัคคีกลับปรากฎห้วงอารมณ์
โกรธเกรี้ยว
อู่ อวี้ เหลือบมองมันอยู่สองสามครั้งก็ได้ข้อสรุป
ออกมาว่า “ข้ากำลังขาดสัตว์พาหนะอยู่พอดี ด้วย
ลักษณะของเจ้าก็นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว หากข้าได้ขึ้น
ขี่เจ้าคงเป็นที่จับตามองน่าดู”
“หากเอาชนะข้าได้ ก็ตามบัญชา!” มังกรกระดูกอัคคี
แผดเสียงคำรามด้วยโทสะ พลังอำนาจของมัน
เทียบเท่าได้กับผู้ฝึกตนที่อยู่ในอาณาจักรจิตเทวะ
ระดับที่ 10 !
“วงเวทสังหารกระดูกเพลิงเขย่าสวรรค์!”
มังกรกระดูกอัคคีได้เร่งโคจรวงเวทโจมตีบนร่างในทันที
โดยทั่วไปแล้วหุ่นเชิดล้วนสามารถปลดปล่อยวงเวท
แห่งตนด้วยตัวเอง เช่นเดียวกับศาสตราเต๋าวิถีแท้ และ
หากมันมีชีวิตเช่นนี้ มังกรกระดูกอัคคีก็เทียบได้กับ
ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
ดังนั้นหากสามารถได้รับมังกรกระดูกอัคคีนี้มา ด้วย
ความสามารถและคุณค่าของมันก็เพียงพอที่จะทำให้
คนจำนวนมากต้องต่อสู้เพื่อแย่งชิงมันมาแล้ว
เมื่อวงเวทสังหารกระดูกเพลิงเขย่าสวรรค์ถูก
ปลดปล่อย ฉับพลันแสงสว่างได้เข้าปกคลุมพื้นที่
ภายในเจดีย์ล่องกำเนิดทั้งหมด ต่อมาวงเวทสีขาว
ซ้อนทับได้ปรากฎขึ้นพร้อมกับที่มังกรกระดูกอัคคีเร่ง
ผสานเข้าไปภายในวงเวทอย่างรวดเร็ว โดยที่ร่างกาย
ของมันได้แปลงสภาพกลายเป็นอนุภาคเล็กๆจำนวน
นับไม่ถ้วน ราวกับว่ามันหายตัวไปดื้อๆ!
และในช่วงที่โครงกระดูกเหล่าผสานรวมเข้ากับวงเวทนี้
เอง ก็ราวกับว่าวงเวททั้งวงมีชีวิตขึ้นมา ผงกระดูกสี
ขาวฉับพลันลุกไหม้ก่อเกิดเป็นเปลวเพลิงสีขาว ชั่ว
พริบตา พื้นที่ภายในเจดีย์ล่องกำเนิดก็ลุกโหมไปด้วย
เปลวเพลิงสีขาวบริสุทธิ์!
จากนั้นเปลวเพลิงสีขาวก็ปรากฎเป็นมังกรเทวะอีกครา
พร้อมกับแผดเสียงกรีดร้องดังกึกก้อง ปลดปล่อยพลัง
อำนาจของเปลวเพลิงบีบบังคับให้ อู่ อวี้ ล่าถอยออก
กล่าวตามตรงแล้วอำนาจของเปลวเพลิงนี้รุนแรงอย่าง
ยิ่ง และด้วยภายใต้การแผดเผานี้ ไม่ว่าจะเป็นกายา
เพชรอมตะหรือว่าร่างกลืนสวรรค์ ก็จะต้องได้รับความ
เสียหายอย่างไม่อาจหลบหลีก!
เปลวเพลิงนี้เป็นเหมือนกับพายุโหมกระหน่ำ พัดกวาด
ไปทั่วสารทิศอย่างบ้าคลั่ง!
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ร่างทั้งสองของเขาจึงถูก
มังกรกระดูกอัคคีสะกดข่ม เนื่องจากว่าอีกฝ่ายไม่ได้
อ่อนแอ อู่ อวี้ จึงจำเป็นจะต้องตอบสนองกลับไปอย่าง
รวดเร็ว
เขาจำเป็นจะต้องทุ่มเทพลังทั้งหมดเพื่อเอาชนะอีก
ฝ่าย
ฉับพลันร่างหลักและร่างกลืนสวรรค์ จึงตอบสนอง
ด้วยท่าทางที่แตกต่างกัน ทางด้านร่างกลืนสวรรค์ชัก
‘พิมานจักรพรรดิเป่ยหมิง’ ออกมาอย่างรวดเร็ว
เตรียมตัวโต้ตอบมังกรกระดูกอัคคี! เนื่องด้วยกระชั้น
ชิดเกินไป ร่างกลืนสวรรค์จึงแทบจะไม่มีโอกาสได้กลืน
กินหวนคืน มิเช่นนั้นจะยิ่งขลับให้เปลวเพลิงลุกฮือมาก
ขึ้น เนื่องด้วยพื้นที่จำกัด!
และขณะที่อีกฝ่ายกำลังใช้กระตุ้นวงเวทที่อยู่ภายใน
หุ่นเชิด ร่างหลักของ อู่ อวี้ ก็ได้เตรียมใช้เคล็ด
ประจักษ์แจ้งเร้นลับ นี่ถือเป็นโอกาสการทดสอบเคล็ด
ประจักษ์แจ้งเร้นลับได้อย่างดียิ่ง ก่อนหน้าเขาได้
เตรียมความพร้อมมานานแล้ว จึงสำแดงออกอย่าง
สุขุมยิ่ง
“แยกเทวะ ฝ่าทะลวงความเร้นลับ”
อันดับแรกจะต้องแยกจิตเทวะออกมา ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ อู่
อวี้ ค่อนข้างคุ้นเคย บัดนี้จิตเทวะของเขาได้ถูกแบ่ง
ออกจากกายเนื้อ จากนั้นร่างจิตเทวะก็ได้ผสานเข้ากับ
วงเวทโจมตีที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของตน สำหรับ อู่ อวี้ แล้วดู
เหมือนกับว่าเขามีดวงตาอีกคู่หนึ่งเพิ่มขึ้นมา เพียงแต่
ว่าภายในดวงตาคู่นี้ได้มองเห็นมิติที่แตกต่างกันไป
อย่างสิ้นเชิง การคงอยู่ของทุกอย่างเสมือนไม่คงอยู่ มี
เพียงแค่วงเวทและเส้นทางมองไม่เห็นล่องลอยอยู่
กลางอากาศ
เขาได้เห็นถึงวงเวทที่ใหญ่ที่สุด แน่นอนว่ามันก็คือวง
เวทสังหารกระดูกเพลิงเขย่าสวรรค์ ซึ่งมันมีความ
ซับซ้อนยิ่ง เนื่องจากภาพเบื้องหน้าปรากฎเป็นวงเวท
นับแสนกำลังโคจรหมุนวน การทำงานของมันคือ
ผสานทับซ้อนเข้าด้วยกันจนก่อเกิดเป็นวงเวทโจมตี
พร้อมปลดปล่อย
แม้จะมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ก็ต้องใช้วิธีการเข้า
แทรกแซงเพื่อสั่นคลอน กุญแจสำคัญของการ
สั่นคลอนวงเวทก็คือการหาจุดศูนย์กลางของวงเวทนี้
จุดที่สำคัญที่สุดก็คือจุดที่อ่อนแอที่สุดเช่นกัน อันที่
จริงขั้นตอนทั้งหมดนี้ก็ไม่ต่างกับการทำลายวงเวททั้ง
วงจากภายในนั่นเอง
อย่างไรก็ตามการ การทำความเข้าใจใน มหาวงเวทย์
ฟ้าดิน นั้น ยังเข้าใจง่ายเสียกว่าการคิดทำลาย วงเวท
ของหุ่นเชิด ยันต์เวทและศาสตราเต๋าวิถีแท้ เสียอีก
การจะทำเช่นนี้ได้จำเป็นจะต้องอาศัยความสามารถ
และสมาธิ
ยามนี้ร่างหลักของเขาทุ่มความสามารถเต็มที่ ส่วนร่าง
กลืนสวรรค์ที่ถือ พิมานจักรพรรดิเป่ยหมิง ก็เข้าโรมรัน
กับมังกรกระดูกอัคคีเพื่อถ่วงเวลาให้กับร่างหลัก! ทว่า
มังกรกระดูกอัคคียังแข็งแกร่งกว่าร่างกลืนสวรรค์อยู่
พอสมควร แม้ว่าร่างกลืนสวรรค์จะมีพิมานจักรพรรดิ
เป่ยหมิง แต่มันก็ไม่อาจจะถ่วงเวลาให้ อู่ อวี้ ได้นาน
เท่าไหร่นัก!
“หัวใจหลักคือทำลายแกนหลัก แล้วส่วนนั้นมันอยู่
ตรงไหน?” ทุกแห่งหนล้วนถูกปกคลุมไปด้วย
สัญลักษณ์เวทและเปลวเพลิงลุกท่วม นี่เป็นครั้งแรกที่
เขาได้พบกับภายในของวงเวทโดยตรง ซึ่งมันซับซ้อน
เป็นอย่างยิ่ง อู่ อวี้ จึงอยู่ในสภาพที่กลืนไม่เข้าคลายไม่
ออก เกรงว่ายามนี้เขาคงยังไม่สามารถจัดการกับอีก
ฝ่ายได้เป็นแน่
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ