กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 807: นครจวี้เชวี่ย
ภายในนครเทวะของอาณาจักรโบราณเหยียนหวง มี
กองทัพหลักอยู่ 5 กองทัพ
กองทัพหลักทั้ง 5 กองทัพนี้ เป็นความฝันของผู้ฝึกตน
หลายคนในเหยียนหวง
หากต้องการเข้าร่วมกองทัพ คนผู้นั้นจะต้องมี
ความสามารถโดดเด่นเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังมี
ข้อจำกัดมากมาย
ผู้ที่ต้องการเข้าร่วมจะต้องถูกประเมินทดสอบ ว่ามี
คุณสมบัติเพียงพอที่จะเป็นหนึ่งในกองทัพหรือไม่ ด้วย
เพราะชาวเหยียนหวงมากมายเป็นผู้มีพรสวรรค์ ดังนั้น
การคัดกรองย่อมเข้มงวดดุเดือดมากกว่ากองทัพเป่ย
หมิงที่ว่าเข้มงวดแล้ว
โดยทั่วไปแล้ว ผู้ที่สามารถกลายเป็น ‘ผู้พิทักษ์มังกร
เพลิง’ ฯลฯ ล้วนเป็นชนชั้นสูงของอาณาจักรโบราณเห
ยียนหวง
ค่ายมังกรเพลิงภายในของนครเทวะ นับเป็นสถานที่
อันสูงส่ง ตั้งอยู่ทางทิศบูรพาของนครเทวะ มีลักษณะ
เป็นเทือกเขาทอดยาวออกไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งค่าย
มังกรเพลิง และ วังอารามล้วนตั้งอยู่บนยอดเขาซึ่งถูก
ปกคลุมไปด้วยหมอกสีทอง
หากมองจากที่ห่างไกล จะเห็นว่าพระราชวังอารามจะ
ถูกจัดตั้งรวมกลุ่มอยู่ด้วยกัน ซึ่งดูราวกับมังกรเทวะ
เพลิงขนาดใหญ่ขดอยู่บนเทือกเขา
บัดนี้ อู่ อวี้ ได้เดินทางมาถึงแล้ว ไม่ว่าจะเป็นร่างต้น
หรือร่างกลืนสวรรค์ของเขา ล้วนอยู่ด้วยกันตลอดเวลา
เนื่องจากมิอาจหลบซ่อนเข้าไปภายในเจดีย์ล่องกำเนิด
ได้ อีกทั้งด้วยเพราะก่อนหน้านี้ร่างกลืนสวรรค์ของเขา
ได้เปิดเผยต่อสายตาธารกำนัลเป็นเวลานาน ฉะนั้น อู่
อวี้ จึงไม่จำเป็นต้องซ่อนร่างกลืนสวรรค์อีกต่อไป
บางครั้งด้วยความรวดเร็วของร่างต้นในการเดินทาง
ร่างกลืนสวรรค์ก็สามารถเปลี่ยนเป็นหมอกสีดำ
ล่องลอยอยู่บนอาภรของ อู่ อวี้ ได้ ทว่าเมื่อใดที่การ
ต่อสู้เริ่มขึ้น มันก็จะปรากฏตัวขึ้นในฉับพลัน
เนื่องจากว่า การเคลื่อนไหวไปพร้อมกันทั้งสองร่าง ก็ดู
เป็นการโอ้อวดอยู่บ้าง ท้ายสุดแล้วร่างกลืนสวรรค์ ก็
ถือเป็นความลับอันยิ่งใหญ่สุดของ อู่ อวี้ ที่ปล่อยให้
ผู้ใดล่วงรู้ไม่ได้
“ค่ายมังกรเพลิง” สิ่งนี้ได้ย้ำเตือนความทรงจำของ อู่
อวี้ ทำให้เขาหวนนึงถึงลั่วผิน มังกรเทวะเหมันต์
ป่านนี้นางจะเป็นเช่นไรบ้าง
อู่ อวี้ มีความมั่นใจมากขึ้น เพราะเขาค่อย ๆ ขยับเข้า
ใกล้ระดับที่เขาปรารถนาแล้ว เมื่อนั้นเขาถึงเหมาะสม
ที่จะเป็นสหายเต๋าเคียงคู่ของนาง
“ถ้าข้ามีชื่อเสียงในดินแดนโบราณเหยียนหวง บางที
นางอาจจะได้ยินชื่อเสียงของข้า แต่ก็ไม่รู้ว่านางจะมา
หาข้า หรือ เฝ้ารอให้ข้าไปหานางอยู่อีกหรือไม่ ”
ตัวตนของนางเปี่ยมไปด้วยความลับ หากเขามีศักดิ์
ฐานะเท่าเทียม บางทีนางกับเขาอาจจะเข้าใจซึ่งกัน
และกันอย่างแท้จริง
ในห้วงขณะจิตที่เขากำลังคะนึงถึงลั่วผินอยู่นั้น เขาก็
ยังคงนึกถึง หนานกง เหว่ย ที่หายตัวไป จากห้วง
อารมณ์ที่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นความคาดหวัง ก็
แปรเปลี่ยนเป็นเศร้าสลดหดหู่เสียใจอย่างรวดเร็ว
แม้ว่าเขาจะเคยให้สัญญาว่าจะช่วยตามหา หนานกง
เหว่ย แต่ภายในโลกนี้ช่างแสนกว้างใหญ่ยิ่งนัก เขาจะ
ไปสอบถามหลักแหล่งที่อยู่ของนางจากที่ใด? แล้ว
ปัจจุบันนางยังมีชีวิตอยู่หรือไม่?
อู่ อวี้ มาถึงอาณาเขตของค่ายมังกรเพลิงโดยไม่รู้ตัว
บรรดาผู้พิทักษ์มังกรเพลิงที่อยู่ที่นี่จดจำเขาได้ในทันที
“นั่นมัน อู่ อวี้ ”
“ เขาต้องมารับ 500,000 แต้มผลงาน!”
“ 500,000 แต้มผลงาน! เพียงพอที่จะกลายเป็น
‘ขุนพลมังกรซ่อน’ ได้หลายต่อหลายครั้ง!”
ขุนพลมังกรซ่อน เทียบเท่าได้กับขุนพลโย่วหมิงของก
องทัพหมิงไห่ บนพื้นที่ของดินแดนโบราณเหยียนหวง
มีมหากองทัพผู้บำเพ็ญเพียรเป็นเซียน โดยรูปแบบ
รายละเอียดการจัดการในกองทัพล้วนคล้ายคลึงกัน มี
เพียงชาติแค่ชื่อยศที่แตกต่างกันเท่านั้น
นับตั้งแต่ อู่ อวี้ เข้าร่วมกองทัพมังกรเพลิง เขาก็ยังคง
ถูกจับตาอย่างต่อเนื่อง ผู้พิทักษ์มังกรเพลิงเหล่านี้
เสมือนกับผู้คนที่เคยไปทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง
ถึงเวลาจะผ่านไปไม่นาน แต่ อู่ อวี้ ก็เป็นผู้ทำให้
ความสัมพันธ์ระหว่างพวกมันกลับตาลปัตร ตอนแรก
สายตาที่อู่ อวี้จ้องมองไปยังพวกมันเต็มไปด้วยความ
เคารพยำเกรงผสมผสานกับความริษยาไปในคราว
เดียวกัน ส่วนเวลานี้พวกมันต่างจ้องมองเขาด้วย
สายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวยำเกรง บางทีมัน
อาจเกี่ยวข้องกับแต้มผลงาน 500,000 แต้มก็เป็นได้
สายตาของพวกมันจึงไม่สู้ดีนัก
” อู่ อวี้!? ในที่สุดข้าก็พบท่านจนได้! ” ในตอนที่ อู่ อวี้
เข้ามาภายในค่ายมังกรเพลิง เขายังคงสงสัยอยู่ว่าจะใช้
ประโยชน์จากแต้มผลงานนำมันไปแลกเปลี่ยนสิ่งที่
ต้องการได้อย่างไร ทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้นจาก
ด้านหลัง เมื่อหันกลับไปมองก็พบกับสาวงามนางที่
ไม่ได้คุ้นหน้าค่าตากันมาก่อน รูปร่างเพรียวบาง
หน้าตาหมดจดงดงามผิวพรรณเปล่งปลั่ง นอกจากรูป
กายจะชวนดึงดูดหน้าอกหน้าอวบนูนอัดแน่นอยู่
ภายใน ชุดเกราะเหยียนหวง แม้แต่ชุดเกราะยังไม่
สามารถปิดซ่อนรูปกายอันหมดจดงดงามของนาง
เอาไว้ได้ ด้วยความอัดแน่นนี้ทำให้รู้สึกราวกับว่า
หน้าอกจะระเบิดออกมาเสียให้ได้
สิ่งที่น่าประทับใจอีกอย่างหนึ่งก็คือ ดวงตาสีเขียว
มรกต ดูประดุจดั่งพงพนาป่าทึบถูกซ่อนอยู่ภายใน
ดวงตาของนาง เป็นดวงตาที่น่าประทับใจอย่างมาก ให้
ความรู้สึกซุกซนสดใสเฉลียวฉลาด เมื่อปรากฏตัวอยู่
ภายในกองทัพมังกรเพลิง ความงดงามของนาง
เปรียบเสมือนดั่งปุยเมฆ แต่ก็ให้ความรู้สึกสูงศักดิ์ เห็น
ได้ชัดว่าต้องถึงขนาดอยู่ในชาติตระกูลสูงศักดิ์ แต่ถูก
ส่งมาเรียนอยู่ในกองทัพมังกรเพลิง
กุญแจสำคัญคือ อู่ อวี้ ไม่รู้จักนางแม้แต่น้อย
นางดูตื่นเต้นกระตือรือร้น เนื่องจากสายตาของนาง
แตกต่างจากคนอื่นๆ ที่จับจ้องมายัง อู่ อวี้ อย่างน่า
รังเกียจเดียดฉัน นางยิ้มร่าเข้ามาหาเขาพร้อมกับทำหัว
ก้ม ๆ เงย ๆ มองดู อู่ อวี้ แล้วพูดว่า ” ราชอารักษ์เล่อ
ท่านเก็บตัวอยู่แต่ในตำหนัก ในที่สุดข้าก็สามารถเจอ
ตัวท่านเสียที ก่อนหน้านี้ข้าเคยได้ยินแต่ชื่อเสียงของ
ท่าน ไม่เคยมีโอกาสได้เห็นตัวเป็น ๆ เพียงแค่นี้ข้าก็
นอนตายตาหลับแล้ว ”
แม้ว่านางจะดูกระตือรือร้นกระหืดกระหอบ ใบหน้า
ของนางก็ยังคงงดงามเปี่ยมล้นไปด้วยรอยยิ้ม อู่ อวี้
ไม่ได้ทำให้นางผิดหวังเขายิ้มแล้วเอ่ยถามขึ้นว่า “ขอ
อภัย แม่นางเป็นใครกัน?”
อีกฝ่ายรีบจัดแต่งทรงผมเบา ๆ จากนั้นก็ตอบกลับมา
ว่าอย่างน่ารักน่าเอ็นดูว่า ” ข้ามีนามว่า หลิวหยวน มา
จากนครจวี้เชวี่ย มีตำแหน่งเป็น’ขุนพลมังกรซ่อน’
ท่านคงไม่รู้ว่านครจวี้เชวี่ยเป็นหนึ่งในนนครบริวารของ
อาณาจักรโบราณเหยียนหวงเช่นกัน เป็นหนึ่งในเมือง
ที่มีขนาดใหญ่โตมาก ๆ นอกจากดินแดนของข้าแล้ว
ท่านเห็นดวงตาของข้าหรือไม่? ข้าไม่ใช่คนเหยียนหวง
แต่เป็นคนของนครจวี้เชวี่ย ที่มีโอกาสได้เข้ามาอาศัย
อยู่ในอาณาจักรโบราณเหยียนหวง บิดาของข้าเป็น
ผู้นำตระกูลจวี้เชวี่ย ”
กลับกลายเป็นว่านางไม่ใช่คนในอาณาจักรเหยียนหวง
ดูเหมือนว่าอาณาจักรโบราณเหยียนหวงจะเปิดกว้าง
กว่าจักรวรรดิเป่ยหมิงเสียอีก ไม่เพียงอนุญาตให้ไป
สร้างครอบครัว แต่ยังยอมให้ก่อตั้งนครจวี้เชวี่ยขึ้น
ด้วย เพื่อรองรับผู้คนของนครจวี้เชวี่ย แม้แต่หญิงสาว
จากนครจวี้เชวี่ยยังสามารถรับตำแหน่งสูงในกองทัพ
มังกรเพลิง ถึงกระนั้นชาวเหยียนหวงก็ถือเป็นผู้ที่มี
สถานะสูงสุดอยู่ดี เนื่องจากมีจำนวนและความ
แข็งแกร่งมากที่สุด
“ท่านอย่าได้ประมาทคนของนครจวี้เชวี่ยอย่างข้าเชียว
นะ บิดาของข้าเองก็เป็นหนึ่งในผู้มีอำนาจสูงสุดของเห
ยียนหวง” หลิวหยวนยืดอกกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
อู่ อวี้ พอเข้าใจในอุปนิสัยของนางแล้ว ทว่าเพราะเหตุ
ใดนางถึงได้ดูคลั่งไคล้ในตัวเขามาเอามาก ๆ ? ทั้ง ๆ ที่
นางไม่ได้มีความสัมพันธ์กับเขาแม้แต่น้อย ?
หลิวหยวน เอ่ยขึ้นว่า ” ข้ารู้ว่าการที่ข้าปุบปับมาหา
ท่านเช่นนี้ค่อนข้างเสียมารยาท แต่หลังจากที่ข้าได้ยิน
กิตติศักดิ์ต่าง ๆ ของท่าน ข้าก็รู้สึกชื่นชมเลื่อมใสในตัว
ท่านเป็นอย่างมาก ข้าจะปฏิบัติต่อท่านในฐานะ
ต้นแบบของข้าเชียว ”
นางมอง อู่ อวี้ ด้วยสายตามุ่งมั่นอาจหาญเป็นอย่าง
มาก ราวกับว่าอดใจไม่ไหวที่จะกลืนกินเขาไปเสียให้รู้
แล้วรู้รอด อู่ อวี้ ไม่เคยพบเจอหญิงสาวที่หลงใหลคลั่ง
ไคล้ตนเองขนาดนี้มาก่อน เขาจึงทำได้แต่ยิ้มอย่างอาย
ๆ เท่านั้น
หลิวหยวน ค่อนข้างอยู่ใกล้ อู่ อวี้ กลิ่นหอมจากกาย
ของนางโชยออกมาราวกับกลิ่นของพืชพรรณ ซึ่งให้
ความรู้สึกดีอย่างมาก ครู่ต่อมานางก็กระซิบขึ้นว่า ”
โอรสเหยาชอบดูถูกเหยียดหยามชาวนครจวี้เชวี่ยของ
ข้า ข้าเกลียดเขามากที่สุด…วันที่ท่านสามารถเอาชนะ
เขาต่อหน้าฝูงชนทำให้ข้ารู้สึกดีมาก ๆ แต่น่าเสียดาย
ข้าไม่ได้ไปรับชมด้วยตา มิเช่นนั้นข้าคงได้ส่งแรงใจให
ท่านแล้ว ”
เรื่องราวเป็นเช่นนี้นี่เอง
ไม่แปลกใจว่าทำไมนางถึงได้ชื่นชมเขาขนาดนี้ เป็น
เพราะตนช่วยระบายความอัดอั้นในใจของนางนั่นเอง
การที่ตระกูล ตระกูลจวี้เชวี่ยของตน ไม่ได้ขึ้นเป็น
ตระกูลหลักภายในอาณาจักรโบราณเหยียนหวง
หลิวหยวน ยิ้มแล้วพูดว่า ” ราชอารักษ์เล่อ ข้ารู้ว่าท่าน
มาที่ กองทัพมังกรเพลิง เพื่อนำแต้มผลงาน 500,000
แต้ม มาแลกเปลี่ยนเป็นสมบัติใช่หรือไม่ ท่านมาที่นี่
เป็นครั้งแรก ย่อมไม่คุ้นเคยกับกองทัพมังกรเพลิงอย่าง
แน่นอน ถ้าเช่นนั้น สาวน้อยผู้นี้จะขออาสาเป็นผู้นำ
ทาง พาราชอารักษ์ไปยังสถานที่เก็บสมบัติทุกแห่ง
ภายในกองทัพมังกรเพลิง ตกลงหรือไม่? ข้าแหละ
อิจฉาท่านจริง ๆ ข้าอยู่ที่นี่มาตั้ง 20 ปี ยังมีแค่หนึ่ง
แสนแต้มผลงานเท่านั้น แถมยังถูกใช้หมดไปตั้งแต่ขึ้น
เป็นขุนพลมังกรซ่อนแล้ว ”
อู่ อวี้ รู้สึกว่านางไม่เหมือนกับคนอื่น ๆ ในกองทัพ
มังกรเพลิงที่คิดว่าตนเป็นศัตรู ซึ่งเขาก็ตอบตกลงนาง
ไปอย่างยินดีว่า “รบกวนแม่นางหลิวแล้ว ”
“ราชอารักษ์เล่อไม่จำเป็นต้องสุภาพกับข้าขนาดนั้น
เรียกข้าเสี่ยวหยวนก็ได้ ” หลิวหยวนยิ้ม ดวงตาสีเขียว
มรกตของนางส่องประกายอย่างฉลาดเฉลียว ด้วย
ความบริสุทธิ์สดใสทำให้ผู้คนรู้สึกสดชื่นเป็นอย่างยิ่ง
ราวกับว่ากำลังสูดอากาศบริสุทธิ์ภายในป่าเขาพงไพรก็
มิปาน
ท่ามกลางสายตาของทุกผู้คน หลิวหยวนเข้ามาคล้อง
แขนของ อู่ อวี้ ด้วยท่าทางที่แทบจะอดใจรอไม่ไหว
จากนั้นนางก็ลาก อู่ อวี้ ไปทันที ระหว่างทางนางก็จะ
คอยแอบหันมามอง อู่ อวี้ ด้วยท่าทางปิติยินดีมี
ความสุขจนยิ้มไม่หุบ ท่าทางของนางช่างดูสดใสมี
ชีวิตชีวาน่ารักยิ่ง
อย่างไรก็ตามการที่ อู่ อวี้ เดินทางมาพร้อมกับโฉม
สะคราญ อีกทั้งนาวยังคอยพะเน้าพะนอเอาอกเอาใจ
เขา ทำให้ผู้คนมากมายรู้สึกขัดหูขัดตาเป็นอย่างยิ่ง
“ผู้ใดกันมาทำตัวดัดจริตแถวนี้?”
“แน่นอนอยู่แล้ว ตระกูลจวี้เชวี่ย ก็เป็นแค่พวกขี้แพ้
อ่อนแอเท่านั้น ”
” ใช่ เพราะเป็นคนตระกูลจวี้เชวี่ย หาไม่แล้วหากเป็น
สตรีชาวเหยียนหวงของเรา คงไม่ทำตัวดัดจริตออด
อ้อน อี๋อ๋อผู้ชายแบบนั้นหรอก ”
” หากไม่ใช่เพราะผู้นำ ตระกูลจวี้เชวี่ยพอมี
ความสามารถอยู่บ้าง พวกมันคงไม่มีทางได้ลืมตาอ้า
ปากเช่นนี้ อยู่บนดินแดนเหยียนหวงของข้า ยังกล้าก็
ทำตัวต่ำทรามเช่นนี้ ”
“ หุบปากเดี๋ยวนี้ สตรีนางนั้นเป็นขุนพลมังกรซ่อน ผู้มี
ยศสูงยิ่งกว่าเรา หากทำให้นางไม่พอใจ พวกเราจะ
ลำบากเอาได้ ”
ระหว่างทางมีเสียงพูดคุยดังเซ็งแซ่ขึ้นมามากมาย
อย่างไรก็ตามหลิวหยวนรู้สึกชินชากับเรื่องนี้มานาน
แล้ว ดังนั้นจึงมิได้แยแสเสียงนกเสียงกาพวกนี้
มีหลิวหยวนคอยช่วยเหลือ อู่ อวี้ จึงรู้สึกสะดวกสบาย
เป็นอย่างยิ่ง โดยทั่วไปแล้วหากเขาต้องการค้นหาสิ่งใด
หลิวหยวน ก็จะหามันมาให้เขาทันที
” ช่างน่าเสียดายนัก ท่านมีแต้มผลงานกว่า 500,000
แต้ม ด้วยจำนวนขนาดนี้ มากพอที่จะแลกศาสตราวิถี
แท้สุดยอดชิ้นหนึ่งได้เลยทีเดียว… ทว่า ท่านมีศาสตรา
วิถีแท้สุดยอดวิญญาณชั้นสูงอย่างพิมานจักรพรรดิเป่ย
หมิงอยู่แล้ว คงจะไม่แยแสศาสตรามสามัญทั่วไป ”
สำหรับหลิวหยวนแแล้ว ศาสตราวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณคือเป็นความปรารถนาอันใหญ่หลวงของนาง
ยามนี้นางมีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับก่อร่างกำเนิดจิต
เทวะขั้นที่ 8
” บิดาของข้าบอกว่า หากบรรลุขั้นที่ 9 เมื่อไหร่ จะ
มอบศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณเป็นรางวัลให้แก้
ข้า ฮิฮิฮิ … ”
อู่ อวี้ ใช้แต้มผลงานแลกเปลี่ยนสมบัติวิเศษต่าง ๆ
มากมาย เนื่องจากว่าเขาไม่ต้องการศาสตราวิถีแท้สุด
ยอดวิญญาณ ดังนั้นจึงนำมันไปแลกเปลี่ยนโอสถ
สมุนไพร วิญญาณเซียน รวมถึงตำราโอรส และบัญญัติ
วงเวท นอกจากนี้ยังมีศาสตราเต๋าสำหรับร่างอวตาร
เนื่องจากว่ามีร่างอวตารอยู่เยอะเกินไป ดังนั้น
500,000 จึงนับว่าไม่มากเกิน เพียงไม่นานนักเขาก็ใช้
มันจนหมดสิ้น
การเดินทางครั้งนี้ราบรื่นเป็นอย่างมาก
ระหว่างที่ อู่ อวี้ ตามนางไป เมื่อผู้พิทักษ์มังกรแลเห็น
เขาแลกเปลี่ยนสมบัติ เหล่าผู้พิทักษ์มังกรก็ไม่ค่อย
พอใจนัก
เนื่องจากมีบางคนดูถูกเหยียดหยามหลิวหยวน จึงทำ
ให้นางรู้สึกโกรธเคืองเป็นอย่างมาก ” คนพวกนี้ใจคอ
คับแคบ ไม่สมกับเป็นลูกผู้ชาย ”
” อย่าไปสนใจพวกเขาเลย แต่การที่แม่นางมา
ช่วยเหลือข้าในวันนี้ พวกเขาจะต้องหาวิธีจัดการแม่
นางในภายหลังอย่างแน่นอน ” อู่ อวี้กล่าว
“ เชอะ! ไม่สำคัญหรอก… ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ก็ว่าไป
อย่าง แต่ตอนนี้ข้าเป็นถึงขุนพลมังกรซ่อนแล้ว นอก
เสียจากขุนพลมังกรเพลิง หรือขุนพลมังกรฟ้าตั้งใจจะ
สร้างความยุ่งยากให้แก่ข้า แต่ผู้คนเหล่านี้ ก็ยังต้องไว้
หน้าบิดาของข้าบ้าง ดังนั้นจึงไม่มีอะไรต้องกลัว” หลิว
หยวนกล่าวอย่างไม่แยแส
อู่ อวี้ รู้สึกโล่งอก
” นี่สำหรับแม่นาง… ถึงมันจะไม่มีค่าอันใด แต่ก็ถือ
เป็นของขวัญที่ข้ามอบให้ก็แล้วกัน ” เมื่อ อู่ อวี้
แลกเปลี่ยนสมบัติหลายอย่าง เขาใช้แต้มผลงานไปกว่า
สามพันแต้ม เพื่อแลกเปลี่ยนสมบัติวิเศษที่มีเส้น
วิญญาณอยู่มากมาย เป็นอัญมณีสีเขียวมรกต ซึ่งเขา
ไม่รู้ว่ามันใช้ทำอะไรได้ เพียงแค่คิดว่าหลิวหยวนน่าจะ
ชอบมัน
“ให้ข้างั้นหรือ! ข้าอยากได้!” หลิวหยวนยิ้มร่ากระโดด
โลดเต้นอย่างตื่นเต้น นางแทบอดใจรอไม่ไหวที่จะ
ครอบครองมัน
บางครั้งความสุขก็ค่อนข้างเรียบง่าย
หลังจากนางได้รับของขวัญแล้ว อู่ อวี้ ก็พร้อมจะก้าว
ไปข้างหน้า เพื่อจัดการขั้นต่อไปแล้ว
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ