กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 808: พิภพอเวจี
ในไม่ช้าทั้งสองก็จะแยกจากกัน ซึ่งแน่นอนว่าหลิว
หยวนไม่ค่อยเต็มใจนัก สำหรับนาง อู่ อวี้ เป็นต้นแบบ
ที่ต้องการเอาเป็นเยี่ยงอย่าง นางจึงต้องการอยู่กับเขา
นานอีกสักหน่อย
อู่ อวี้ รู้ว่านางคิดเช่นไรเขาจึงมอบ ‘ยันต์สื่อสาร’ ไว้
ให้กับนางแล้วก็พูดเล็กน้อยว่า ” ข้ามีสหายในนครเท
วะไม่มากนัก เราสามารถพบเจอติดต่อกันในภายหลัง
ได้ หากภายภาคหน้าแม่นางมีปัญหาอันใดให้ข้า
ช่วยเหลือก็บอกมาได้เลย ”
” จริงหรือ? ” หลิวหยวนเอ่ยขึ้นอย่างดีใจแล้วก็
กระโดดโลดเต้นอีกครั้ง มองจากภาพลักษณ์ภายนอก
นางอาจจะดูเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ตาม ไม่ว่ารูปร่างหน้าตา
บ่งบอกว่านางเป็นหญิงสาวโตเต็มวัย ทรวดทรงโค้งเว้า
ได้สัดส่วน ท่อนขาเรียวยาว หน้าอกอวบอัดอวบนูน
สะโพกกลมกลึงงอนงาม ทว่าจิตใจของนางยังเป็น
เพียงสาวน้อยตัวเล็ก ๆ ขี้เล่นน่ารักน่าชังเป็นอย่าง
มาก
พอแลกเปลี่ยนเม็ดยาจาก “ศาลาโอสถเซียน” เสร็จสิ้น
ผู้คนจำนวนมากที่อยู่รอบ ๆ แถวนั้นก็เฝ้าจับจ้องมายัง
พวกเขา หลังจากที่เขาออกมาคนเหล่านี้ก็จับตาว่าเขา
จะไปที่ใดต่อ พวกมันรู้สึกไม่ค่อยดีนัก เมื่อเห็นเขา
แลกเปลี่ยนสมบัติหลายชิ้น
” ทำไม อู่ อวี้ ถึงไม่รีบกลับ ๆ ไปเสียที”
” 500,000 แต้มผลงานยังใช้ไม่หมดอีกหรือ? มา
กอบโกยทรัพย์สมบัติมากมายของกองทัพมังกรเพลิง
ช่างไร้ยางอายสิ้นดี”
องครักษ์มังกรเพลิงหลายร้อยคนกระซิบกระซาบ
นินทากันอยู่ด้านหน้า
” สิ่งที่น่าขยะแขยงที่สุดคือตระกูลจวี้เชวี่ยมาอยู่กับ อู่
อวี้ ดูท่าทางระริกระรี้ของมันสิ ช่างชั้นต่ำยิ่งนัก คาด
ว่าหลังจากที่พวกมันออกจากค่ายไป จะต้องไปทำเรื่อง
ไม่ดีไม่งามเป็นแน่ นังผู้หญิงตระกูลจวี้เชวี่ยไร้ยางอาย
มากเกินไปแล้ว ” อู่ อวี้ กับ หลิวหยวนเกียจคร้าน
เกินไปที่จะมานั่งสนใจพวกปากหอยปากปู ไหน ๆ
พวกเขาก็เตรียมตัวจะออกจากที่นี่กันแล้ว หลิวหยวน
จึงอยากไปส่งเขาที่ประตู ไม่ไกลจากจุดที่ทั้งสองยืนอยู่
มีชายหัวล้านคนหนึ่งกำลังจ้องมองทั้งสองด้วยสายตา
เกลียดชังอย่างที่สุด ทั้งยังกระซิบกระซาบพูดคุย
บางอย่างกับคนที่อยู่ข้าง ๆ ของมัน
สิ่งที่พวกมันพูดคุยฟังดูไม่รื่นหูนัก ทว่าเขาก็สามารถ
ทนได้ แต่บทสนทนาที่เต็มไปด้วยการดูถูกเช่นนี้ เขาซึ่ง
เป็นคนภายนอกผู้มาใหม่ย่อมไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง ทว่า
พอหลิวหยวนได้ยินสิ่งที่พวกมันพูดกันจากอารมณ์ดี ๆ
ก็เปลี่ยนเป็นเศร้าโศกทันที บางคราจินตนาการเกิน
จริงของผู้คนนั้น ก็นับเป็นพิษร้ายน่าสะพรึงกลัวยิ่ง
กว่าสิ่งใด หลังจากได้พูดคุยกับนางเขาก็รู้สึกว่านาง
เป็นคนที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นสมกับวัยหนุ่ม
สาว มิได้มีใจคิดคดชั่วช้า แต่พวกมันเหล่านี้กลับมี
ความคิดชั่วช้าต่ำทรามเป็นอย่างยิ่ง
“เพลี้ยะ!”
ทันใดนั้นเพียงชั่วพริบตา อู่ อวี้ ก็หายไปอย่างไร้
ร่องรอย มาปรากฏตัวขึ้นอีกทีก็มายืนตรงด้านหน้า
ของชายหัวล้าน พร้อมตบหน้าคนที่เอ่ยคำพูดเหล่านั้น
ออกมา ร่างของมันลอยกระเด็นร่วงตกกระแทกลงกับ
พื้น ใบหน้าซีกหนึ่งของมันแดงก่ำราวกับลูกตำลึง ตบ
นี้รุนแรงถึงขนาดสังหาร มันทำได้แค่เพียงมองหน้า อู่
อวี้ อย่างหวาดกลัว และ เศร้าเสียใจเท่านั้น แม้มัน
อยากจะตอบโต้ด้วยการก่นด่าสาปแช่ง ทว่าฟันฟางใน
ปากของมันกลับหักหายไปหมดแล้ว เวลานี้แววตาของ
อู่ อวี้ เต็มไปด้วยจิตสังหาร ทำให้มันรีบเก็บคำพูดจน
เกือบไม่ทัน
” หากเจ้าพูดเรื่องนี้ให้ข้าได้ยินอีกครั้ง รับรองว่าคราว
หน้าไม่จบง่าย ๆ แน่ อย่างน้อยข้าก็เป็นถึงราชอารักษ์
เล่อย่อมสามารถส่งเจ้าไปลงนรกได้เพียงลมปาก ” อู่
อวี้ ใช้สายตาเย็นเยียบกวาดมองทุกผู้คน บัดนี้ไม่มีผู้ใด
ขวัญกล้าสบตาเขาอีกต่อไป พวกมันต่างถอยหลังหลบ
มุม ส่วนบางคนก็มองเขาด้วยสายตาหวาดกลัวอย่าง
ที่สุด
หลังจากนั้นไม่นาน พวกมันก็รีบวิ่งเข้ามาหิ้วปีกคนที่
กองอยู่บนพื้นออกไป ทุกการกระทำไร้ซึ่งคำพูดใดหลุด
ออกมาจากปากของพวกมัน
“ ท่านนี่ช่างสุดยอดไปเลย ” อู่ อวี้ ยังคงเป็นห่วงกลัว
ว่าหลิวหยวนได้ยินสิ่งที่พวกมันพูดแล้วจะโศกเศร้า แต่
เขาไม่คิดว่านางจะกลับมาร่าเริงถึงเพียงนี้ สายตาของ
นางเปล่งประกายระยิบระยับราวกับดวงดาราขณะที่
จ้องมอง อู่ อวี้
“ ท่านอย่าได้เป็นห่วงไปเลย ต่อให้พวกมันพูดจาต่ำช้า
น่ารังเกียจเพียงใด ข้าหาได้ใส่ใจกับปากหอยปากปูคำ
ติฉินนินทาของพวกมัน พวกคนจิตใจต่ำช้าก็ชอบคาด
เดาอะไรไปเรื่อยเปื่อยอย่างนี้นั่นแหละ คนพวกนี้
เปรียบเหมือนดอกบัวใต้น้ำไม่มีทางที่จะแก้ไขสันดาน
มันได้ ข้าจึงไม่ใส่ใจเรื่องแบบนี้ ข้าจะก้าวไปข้างหน้า
ตามรอยเท้าของบิดา นี่คือวิถีของข้า ”
พอพูดถึงเรื่องนี้หลิวหยวนดูเป็นผู้ใหญ่มาก
อู่ อวี้ พยักหน้าแล้วกล่าวว่า “ข้าคงต้องขอขอบคุณ
สำหรับความช่วยเหลือของแม่นางในวันนี้ ถ้าเช่นนั้น
ข้าขอลาตรงนี้เลยก็แล้วกัน”
” อื้ม…แล้วพบกันใหม่” หลิวหยวนยิ้มให้เขา
ขณะ อู่ อวี้ ก้าวเดินไปได้สองก้าวก็หันกลับมามอง
หลิวหยวน เห็นนางยังคงยืนอยู่ที่เดิมโบกมืออำลา
พร้อมกับรอยยิ้มสดใส
“ ข้ามีเรื่องบางอย่างอยากจะถาม” อู่ อวี้ ยังไม่ทันได้
ไปก็หันกลับมามองหน้านาง
“เชิญท่านถามมาได้เลย” หลิวหยวนกล่าว
” เจ้ารู้ใช่หรือไม่ว่ากองทัพหมิงไห่ในจักรวรรดิเป่ยหมิง
นอกจากมีหน้าที่ปกป้องนครหมิงแล้ว แล้วยังมีหน้าที่
ปกป้องพิภพต่างมิติ ในเวลานี้เป่ยหมิงสามารถกำราบ
พิภพต่างมิติไว้ได้อย่างสมบูรณ์ พิภพต่างมิติมีไว้ให้
ทหารกองทัพหมิงไห่ไขว่คว้าหาประสบการณ์
โดยเฉพาะ เจ้าจะสามารถรับแต้มผลงานจากการ
สังหารสรรพเทวะวิญญาณที่อยู่ด้านใน ”
หลิวหยวนไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด อู่ อวี้ เรื่องนี้
ออกมา นางจึงพยักหน้าแล้วเอ่ยขึ้นว่า ” อื้ม…ข้าพอได้
ยินมาบ้าง ”
อู่ อวี้ จึงพยักหน้าพูดว่า ” ดี! ถ้าเช่นนั้นกองทัพมังกร
เพลิงมีสถานที่ฝึกฝนสำหรับหาประสบการณ์ เหมือน
ดั่งกองทัพหมิงไห่หรือไม่? ”
” สถานที่หาประสบการณ์? ” หลิวหยวนครุ่นคิดอยู่ชั่ว
ครู่แล้วเอ่ยว่า “ก็พอมีอยู่แต่ไม่ได้เป็นของกองทัพใด
กองทัพหนึ่ง ทั้ง 5 กองทัพหลักรวมถึงกองทัพอื่น ๆ
สามารถแบ่งปันประสบการณ์นี้ แต่ไม่ได้เหมือนกับ
พิภพต่างมิติของเป่ยหมิง ”
” มันแตกต่างกันอย่างไร? ”
” พิภพต่างมิติของเป่ยหมิงเป็นอีกมิติ ส่วนสถานที่
ที่ว่านี้เรียกว่า ‘พิภพอเวจี’ อยู่ในชมพูทวีปโลกธาตุ แต่
ก็เป็นของอาณาจักรโบราณเหยียนหวง สถานที่ที่ว่านี้
เป็นก้นเหวลึกลงไปในชั้นใต้ดิน ส่วนลึกที่สุดมีลาวาอยู่
ทุกพื้นที่สภาพแวดล้อมของซับซ้อนยิ่งกว่าพิภพต่าง
มิติ
” พิภพอเวจี ”
อู่ อวี้ จำสถานที่นี้ได้
” ความแตกต่างระหว่างสองพิภพ นั่นก็คือภายในพิภพ
ต่างมิติมีเพียงสรรพเทวะวิญญาณเท่านั้น แต่ภายใน
พิภพอเวจี มีทั้งปีศาจและสรรพเทวะวิญญาณอยู่
บางส่วนเท่านั้น ทว่าผู้ที่อาศัยอยู่ส่วนใหญ่กลับเป็นผู้
ฝึกตนนอกรีต พวกเขาถูกเรียกว่า ‘ชาวกุ่ยเหยียน’ ร่ำ
ลือกันว่าเมื่อครั้นอดีตกาล เคยครอบครองพื้นที่ ก่อตั้ง
อาณาจักรภายในดินแดนโบราณเหยียนหวง ทว่า
หลังจากนั้นก็ถูกชาวเหยียนหวงขยี้ทำลายจนพินาศ
ย่อยยับ พวกเขาจึงพาลูกหลานหลบหนี ดิ้นรน
กระเสือกกระสนเข้าไปในพิภพอเวจี จนถึงตอนนี้ก็ไร้
ซึ่งความสำคัญ ไม่ควรค่าใด ๆ ให้กล่าวขวัญถึง ทางฝั่ง
ของอาณาจักรโบราณเหยียนหวงก็หาได้คิดกำจัด
ชาวกุ่ยเหยียน ให้สิ้นซาก แต่กลับปล่อยให้ซ่อนตัวอยู่
ต่อไป เพื่อใช้เป็นสถานที่สั่งสมประสบการณ์ให้กับ
กองทัพผู้ฝึกตนเซียน ซึ่งการสังหารชาวกุ่ยเหยียน จะ
ทำให้ได้รับแต้มผลงานเช่นกัน ”
ไม่คาดคิดว่าภายในอาณาจักรโบราณหยียนหวง จะมีผู้
ฝึกตนนอกรีตอยู่ด้วย
ดูเหมือนว่าผู้ฝึกตนแต่ละชาติตระกูล ล้วนมีประวัติ
ความเป็นมาของตน เช่นตระกูลจวี้เชวี่ยของหลิวหยวน
ครั้งหนึ่งก็เคยรุ่งโรจน์ถึงขีดสุด แต่มันก็ผ่านมานาน
มากแล้ว ทว่ายามนี้นครจวี้ในเหยียนหวง ก็นับว่า
ยิ่งใหญ่รุ่งโรจน์เช่นกัน
“ กล่าวได้ว่าด้านล่างใต้พิภพอเวจี มีภูมิประเทศที่
ลึกลับสลับซับซ้อนยิ่ง ชาวกุ่ยเหยียน ดิ้นรนเอาชีวิต
รอดอยู่ภายในนั้นปีแล้วปีเล่า ดังนั้นจึงมีการจัดตั้งค่าย
กลวงเวทเอาไว้มากมาย นับได้ว่าสถานที่แห่งนี้
อันตรายเป็นยิ่งนัก การบาดเจ็บล้มตายในระหว่าง
ฝึกฝนหาประสบการณ์ ถือเป็นเรื่องปกติ ข้าเคยเข้าไป
ที่นั่นสองสามครั้ง นับว่าอันตรายเป็นอย่างยิ่ง สำหรับ
ชาวกุ่ยเหยียนเพื่อความอยู่รอดแล้ว ล้วนเข่นฆ่าสังหาร
คนตาไม่กระพริบ ทั้งยังเชี่ยวชาญการลอบโจมตีสังหาร
บางครั้งช่วยเหลือก็ไม่ทันการแล้ว ”
หลังจากได้ฟัง อู่ อวี้ ก็ตระหนักว่าพิภพอเวจีเป็น
สถานที่เช่นใด
แน่นอนว่ามันย่อมเป็นสถานที่อันตรายถึงขีดสุด
อย่างไรก็ตามตัวเขาพยายามไขว่คว้าหาสถานที่ ซึ่ง
เปี่ยมไปด้วยอันตรายอยู่แล้ว เนื่องจากภายในนครเท
วะ เขาไม่อาจสังหารผู้คน เพื่อเพิ่มพูนความแข็งแกร่ง
ให้แก่ร่างกลืนสวรรค์ได้ ดังนั้นจึงมีเพียงสถานที่อย่าง
พิภพอเวจีเท่านั้นที่เหมาะสมกับเขา
หากมีโอกาสแสวงหาความแข็งแกร่ง อู่ อวี้ จะไม่
ปล่อยมันไปเด็ดขาด
“ ยังมีอีกเรื่อง ภายในพิภพอเวจี มีผู้คนจากแต่ละ
กองทัพหลักเข้าร่วมแข่งขันกันเอง เดินทางออกจาก
นครเทวะจำเป็นต้องใช้เวลาสามวัน นอกจากนี้ภายใน
พิภพอเวจี ยังมีพวกเราอยู่มากมาย ส่วนใหญ่แล้ว
ชาวกุ่ยเหยียน จะหลบซ่อนตัวลึกเข้าไปภายในพิภพ
อเวจี อีกทั้งยังจัดวางกับดักค่ายกลเอาไว้มากมาย
แน่นอนว่าบางครั้ง หากชาวกุ่ยเหยียนมีจำนวนน้อย
เกินไป การท้าทายหาประสบการณ์จะถูกระงับรั้งรอไว้
นับสิบปี ”
อาณาจักรโบราณเหยียนหวงปฏิบัติกับชาวกุ่ยเหยียน
ได้โหดเหี้ยมอำมหิตเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าทั้งสองจะถือ
เป็นศัตรูคู่แค้น แต่อาณาจักรโบราณเหยียนหวงก็มิได้
กำจัดฆ่าล้างสังหารพวกมันจนสิ้นซาก ทว่ากลับ
เลือกใช้เป็นสถานที่ฝึกฝนลูกหลาน บีบบังคับให้พวก
เขาไม่มีโอกาสได้เห็นเดือนเห็นตะวันอีก
ในที่สุด อู่ อวี้ ก็เอ่ยถามปัญหาที่เขารู้สึกสงสัยมาก
ที่สุดออกไป ” ข้าจะเข้าไปในพิภพอเวจีได้เช่นไร เจ้ามี
อำนาจพาข้าไปหรือไม่? ”
อันที่จริงหลิวหยวนรู้ว่าเขาต้องถามเรื่องนี้ นางจึง
กล่าวตอบกลับไปอย่างขมขื่นว่า ” เกรงว่าคงเป็นไป
ไม่ได้ ตามกฎระบุว่ามีเพียงคนจากกองทัพเท่านั้นที่
สามารถเข้าไปได้ ถึงแม้ว่าท่านจะมีตัวตนเป็นราช
อารักษ์เล่อ แต่มันไม่อาจช่วยอันใดได้ เนื่องจากใน
ท้ายสุดแล้วสถานที่แห่งนั้นอยู่ภายในอาณาเขตของ
กองทัพ ต่อให้เป็นพระโอรส ก็ยังต้องรอให้กองทัพ
อนุมัติเสียก่อน ตัวข้ามีสิทธิ์เข้าไป แต่ไม่สามารถพา
ท่านไปด้วยได้ ท้ายสุดแล้วถึงแม้ว่าท่านจะมีแต้ม
ผลงาน แต่ก็ไม่ใช่คนของกองทัพมังกรเพลิง ถึงแม้ว่า
ท่านจะเป็นราชอารัษ์เล่อ แต่ตัวตนของท่านก็ไม่อาจ
แลกเปลี่ยนตำแหน่งในกองทัพมังกรเพลิงได้ ”
ภายในเป่ยหมิงก็มีสถานที่แบบนี้อยู่เช่นกัน
อู่ อวี้ เอ่ยถามว่า ” ในกองทัพมังกรเพลิง ต้องมี
ตำแหน่งสูงถึงระดับไหน ถึงจะพาคนนอกเช่นข้าเข้าไป
ในพิภพอเวจีได้?”
หลิวหยวน ครุ่นคิดจากนั้นก็กล่าวว่า ” ขุนพลมังกร
ซ่อนไม่อาจทำได้ ขุนพลมังกรเพลิงที่อยู่ในอาณาจักร
ค้นหาเต๋าก็น่าจะทำได้ ส่วนขุนพลมังกรฟ้าคงไม่สนใจ
สิ่งนี้ ”
ขุนพลมังกรเพลิง เทียบเท่ากับขุนพลไห่หมิง และ
ขุนพลมังกรฟ้าเทียบเท่ากับขุนพลเทียนหมิง
อู่ อวี้ ไม่ทราบว่าขุนพลมังกรเพลิงเป็นอันใด เขาคงทำ
ได้เพียงไปพบกับชวีอิ๋นเท่านั้น แต่คนอย่างชวีอิ๋นคงคิด
ว่านี่เป็นเรื่องเล็กน้อย ทว่า อู่ อวี้ ก็ไม่ต้องการติดหนี้
บุญคุณมัน อีกทั้งในเวลานี้ชวีอิ๋นยังหาได้แยแสเขา
แม้แต่น้อย เนื่องจากสำหรับมันแล้วเขานับว่าไม่มีค่า
อีกแล้ว
“ ช่างมันเถอะ ข้าจะกลับไปคิดเรื่องนี้ทีหลัง ” อู่ อวี้
กล่าว
” ได้…ข้าขอสัญญาว่าจะช่วยท่าน ลองดูว่าขุนพลมังกร
เพลิง ยินดีจะช่วยท่านหรือไม่ ” หลิวหยวนกล่าว
เมื่อทั้งสองคุยกันเสร็จสิ้น อู่ อวี้ ก็พบว่าตนเองยังไป
ไหนไม่ได้ เนื่องจากยามนี้ มีผู้พิทักษ์มังกรเพลิงเข้ามา
รวมตัวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ปลดปล่อยแรงกดดัน
มหาศาล จับจ้องมายังพวกเขา ราวกับว่ามันคิดจะ
จัดการบดขยี้ อู่ อวี้
ผู้ใดบังอาจหาญกล้าทำเช่นนี้?
เห็นได้ชัดว่ามีใครบางคนเป็นแกนนำ
ดูเหมือนว่า อู่ อวี้ จะเห็นกลุ่มของ ‘ขุนพลมังกรซ่อน’
ห้าคนแต่งตัวเหมือนดั่งหลิวหยวน พลังฝีมืออยู่ใน
ระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ขั้นที่ 9 ทั้งหมดยังอายุ
น้อยกันอยู่แท้ ๆ แต่พลังฝีมือกลับอยู่ในระดับที่สูง
มาก หนึ่งในนั้นอยู่ในวัยหนุ่มสาวมีใบหน้าหล่อเหลา
งดงามประดุจหยกพฤกษา เส้นผมยาวปลิวไสวจ้อง
มอง อู่ อวี้ ด้วยสายตาเย็นชา
” คนผู้นี้มีนามว่า ซู เฉินเยวียน มันเป็นบุคคนที่
แรกเริ่มสามารถเข้าร่วมกองทัพมังกรเพลิง ด้วยอายุ
การบำเพ็ญเพียรไม่ถึงร้อยปี ส่งผลให้มันมีชื่อเสียง
เลื่องลือเป็นอย่างยิ่ง ร่ำลือกันว่ามันสามารถฝ่าทะลวง
เข้าสู่อาณาจักรสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าได้ทุกเมื่อ หาก
ไม่นับรวมศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ ฯลฯ ลือกัน
ว่าความแข็งแกร่งของมันยังเหนือล้ำยิ่งกว่าโอรสเหยา
เสียอีก ทั้งยังมีสถานะเป็นสวามีของพระธิดาอิง
สำหรับชาวเหยียนหวงฐานะราชบุตรเขยแล้ว นับว่า
เขามีเกียรติอยู่ในกองทัพเหยียนหวงอย่างยิ่ง ”
หลิวหยวนรู้ดีว่าพวกมันกำลังคิดจะสร้างปัญหาให้กับ
อู่ อวี้ ดังนั้นนางจึงรีบแนะนำอย่างรวดเร็ว
ปัญหาคือมันต้องการมาสร้างปัญหาให้เขาโดยเฉพาะ
ขณะพวกเขาถูกล้อมชายหนุ่มผู้มีนามว่า ซู เฉินเยวียน
กล่าว ” ต่อให้เจ้าเป็นราชอารักษ์ก็เถอะ แต่อยู่ ๆ จะ
มาเข้าร่วมกองทัพมังกรเพลิงไม่ได้ จะต้องเริ่มต้นจาก
การเป็นผู้พิทักษ์มังกรเพลิง อู่ อวี้ เจ้ากำลังท้าทาย
วินัยกองทัพมังกรเพลิงอยู่เช่นนั้นหรือ ”
” แล้วจะทำไม? ” อู่ อวี้ ยิ้มให้มัน
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ