กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 816: วงเวทประตูวิญญาณทารกสามพันดวง
ในเมื่อ หนานซาน หวางเยว่ ยังสามารถเอาชนะ คุนหวู่
สามจิต มาได้ เช่นนั้นการเอาชนะชาวกุ่ยเหยียน ก็ไม่ใช่
ปัญหาที่หนักหนาเท่าไหร่
แต่ว่าหากคิดจะสังหารอีกฝ่าย เกรงว่าคงไม่ง่ายเช่นนั้น
เมื่อมีมังกรกระดูกอัคคีที่อยู่ในอาณาจักรจิตเทวะระดับ
ที่ 10 หนุนเสริม พร้อมกับคนทั้งสองร่วมมือกัน แม้ว่า
ร่างหลักของ อู่ อวี้ จะอยู่เพียงแค่อาณาจักรจิตเทวะ
ระดับที่ 2 แต่เขาก็ยังมีเคล็ดอิทธิฤทธิ์และเคล็ดวิชาเต๋า
ในมืออีกมากมาย ทำให้ในช่วงเวลาสำคัญ เขาจะ
สามารถระเบิดพลังอย่างรุนแรงและเอาชัย เยี่ยอิง ได้!
อู่ อวี้ นั้นยังไม่ลงมือ ส่วน เยี่ยอิง กำลังต่อสู้พัวพันอยู่
กับ หนานซาน หวางเย่ว และ มังกรกระดูกอัคคี บัดนี้
นางค่อยๆล่าถอยออกไป เยี่ยอิง พยายามหลบหนีอยู่
หลายต่อหลายครั้ง แต่แม้ว่าจะหลบหนีออกจากวงล้อม
ของ หนานซาน หวางเยว่ กับ มังกรกระดูกอัคคีไปได้ ก็
ยังถูก อู่ อวี้ เข้าสกัดขัดขวางทำให้นางหมดหนทางหนี!
“กำลังเสริมของข้ากำลังจะมาถึงแล้ว มีหลายคนที่อยู่ใน
ขั้นค้นหาเต๋า หากเจ้ายังคงตอแยข้าอยู่เช่นนี้ เจ้าจะต้อง
ตายแน่นอน ข้าขอแนะนำให้พวกเจ้าหนีเอาชีวิตรอดไป
เสียจะดีกว่า!” หลังจากที่ถูกโจมตีกดดัน เยี่ยอิง จึง
กล่าวข่มขู่ออกมา
อู่ อวี้ หัวเราะขึ้นพลันกล่าวต่อว่า “หากเป็นอย่างที่เจ้า
กล่าว เจ้าคงไม่บอกข้าเช่นนี้หรอก”
ด้วยนิสัยของชาวกุ่ยเหยียน หากนางมีกำลังเสริมจริง
ย่อมไม่ต้องกล่าวให้มากความ มิฉะนั้นรังแต่จะให้ตัวเอง
ตายซะเปล่าๆ
“เจ้าคิดว่าตนเองฉลาดมากงั้นรึ รอเอาไว้ถึงเวลาแล้วเจ้า
ก็จะรู้เอง” เยี่ยอิง เหยียดยิ้มเย็นยะเยือก ซึ่งบัดนี้นางได้
เข้าสู่ ‘ร่างมารวิญญาณระทม’ ที่ดูแล้วอัปลักษณ์อย่าง
ยิ่ง หลังจากที่นางถูก หนานซาน หวางเยว่ และหุ่นเชิด
ปราม ก็ได้พบกับช่วงเวลาพักหายใจ ยามนั้นเอง นางได้
ส่งเสียงกรีดร้องขึ้นทันที จากนั้นก็โบกสะบัด ‘ธวัชมาร
วิญญาณทารกระทม’ พร้อมกับกระตุ้นวงเวทด้วยแก่น
แท้ตำหนักม่วงที่อยู่ภายในร่าง!
ยามนี้บนตัว ธวัชมารวิญญาณทารกระทม พลันปรากฎ
ใบหน้าของทารกนับพันลอยออกมา ใบหน้าทารก
ทั้งหลายล้วนกำลังร่ำไห้ พวกมันก็คือวิญญาณของเด็ก
ทารกที่ถูกกุมขังอยู่ภายในตัวธวัช ยิ่งทารกร้องไห้
ออกมาเท่าไหร่พลังอำนาจของธรัชมารวิญญาณทารก
ระทมก็ยิ่งทรงพลังมากขึ้น ยามนี้เสียงร้องไห้
แพร่กระจายออกไปทั่วทุกทิศ ทำให้ผู้ที่ได้ยินต้องเกิด
อาการหนังศีรษะด้านชา!
ในเวลาเดียวกันนี้เองยังสามารถได้ยินถึงเสียงของวงเวท
ที่กำลังโคจรอยู่ด้วย ซุ่มเสียงเหล่านี้เป็นเหมือนกับเสียง
กรีดร้องจากนรก วงเวทจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังโคจรไป
มาอย่างน่าหวั่นเกรง
“วงเวทประตูวิญญาณทารกสามพันดวง!”
เมื่อเสียงกรีดร้องแหลมเล็กของ เยี่ยอิง ดังขึ้น ฉับพลัน
นางก็ปัก ‘ธวัชมารวิญญาณทารกระทม’ ลงไปบน
พื้นดิน พริบตานั้นพลันปรากฏวงเวททมิฬขนาดยักษ์ขึ้น
ที่ใต้เท้าของ อู่ อวี้ และคนอื่นๆ สัญลักษณ์ที่อยู่บนตัววง
เวทเป็นสีแดงโลหิต จากนั้นมันก็แปรเปลี่ยนกลายเป็น
อสรพิษ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงนั้นพื้นที่รอบๆ ทั้ง
เหนือใต้ออกและตก ได้ปรากฏประตูที่ดูมืดหม่นตั้ง
ตระหง่านขึ้นมาถึง 4 บาน ภายในบานประตู อัดแน่นไป
ด้วยคลื่นวังวนทมิฬ ซึ่งมีพลังในการดูดกลืนฉุดกระชาก
ทุกคนให้เข้าไปภายใน!
ในวินาทีต่อมาธรัชมารวิญญาณทารกระทมปรากฏกลุ่ม
ควันถึงสามพันสายพวยพุ่งทะยานไปทั่วทิศทางพร้อม
กับไปตกลงบนวงเวท ยามที่กลุ่มควันสัมผัสกับวงเวทนี้
เข้า ควันสีดำก็พลันแปลงกายเป็นวิญญาณทารกและ
จ้องมองมาด้วยสีหน้าอันดุร้าย ร่างกายของพวกมันยัง
เป็นเพียงแค่เด็กน้อย แต่กลับมีคมเขี้ยวอันแหลมคมและ
กรงเล็บสีม่วง พวกมันดูเหมือนจะอ่อนแออ้วนท้วม
ต้วมเตี้ยม แต่ทว่าพวกมันกลับเคลื่อนไหวอย่าง
คล่องแคล่วว่องไว!
ก่อนหน้าพวกมันยังเป็นเพียงเงาพราย ทว่ายามนี้กลับ
ควบแน่นกันจนกลายเป็นร่างจริงๆ จากนั้นพวกมันก็พุ่ง
ทะยานเข้าหาคนทั้งสองในทันที เหตุการณ์เบื้องหน้า
หากใครพบเห็นย่อมเป็นฉากที่น่าสยดสยองอย่าง
แท้จริง!
“เคล็ดประจักษ์แจ้งเร้นลับ!” วงเวทของศาสตราเต๋าวิถี
แท้สุดยอดวิญญาณชิ้นนี้ช่างอัปลักษณ์เหลือเกิน เมื่อ
เห็นว่าอีกฝ่ายเปิดใช้งานวงเวทโจมตี อู่ อวี้ ก็สำแดง
เคล็ดประจักษ์แจ้งเร้นลับออกมาในทันที เขาแบ่งแยก
จิตเทวะออกเป็นสองส่วนแล้วลอบเข้าไปภายในศาสตรา
เต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณอย่างเร่งรีบ การเข้าไปในครั้ง
นี้ สำหรับ อู่ อวี้ แล้วก็เพื่อทำการทดสอบดูว่าศาสตรา
เต๋าของผู้ฝึกตนนอกรีตกับศาสตราเต๋าของผู้ฝึกตน
ธรรมดานั้นแตกต่างกันหรือไม่ เนื่องจากศาสตราเต๋าวิถี
แท้ทั่วๆไปครอบครองความสามารถที่หลากหลาย ทั้ง
ดินน้ำลมไฟ สายฟ้า แต่ทว่ามันไม่ได้ชั่วร้าย เลือดเย็น
โหดเหี้ยมเช่นนี้ และศาสตราเต๋าประเภทนี้ราวกับเป็น
ขุมนรกอย่างแท้จริง
อู่ อวี้ ไม่สนใจว่าหนักหนาสักเท่าไหร่ เขาใช้การ
เปลี่ยนแปลงของเคล็ดประจักษ์แจ้งเร้นลับ บุกทะลวง
เข้าสู่ใจกลางของวงเวท ด้วยการที่เขาไม่คุ้นเคยกับวง
เวทของผู้ฝึกตนนอกรีต จึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะ
ทำลายวงเวทของอีกฝ่าย แต่ก็ยังพอที่จะส่งผลกระทบ
บางอย่างได้บ้าง
วิ้ง!
วิญญาณทารกทั้งสามพันดวง ยามนี้เริ่มปีนป่ายขึ้นไปอยู่
บนร่างของมังกรกระดูกเพลิงอัคคี พวกมันมีพละกำลัง
มากมาย ฉีกกระชากมังกรกระดูกอัคคีด้วยมือเปล่า
พร้อมหมายจะลากดึงมังกรกระดูกอัคคีเข้าสู่ประตู
วิญญาณ
ส่วน อู่ อวี้ และ หนานซาน หวางเยว่ ก็ถูกวิญญาณ
ทารกนับพันดวงรายล้อม
โชคดีที่ในยามนี้ อู่ อวี้ สำเร็จเคล็ดประจักษ์แจ้งเร้นลับ
ในชั่วอึดใจวงเวททั้งหมดก็เหมือนกับถูกแทรกแซง ทำให้
วิญญาณทารกสามพันดวงจึงได้รับผลกระทบ บัดนี้
พละกำลังบนร่างของมันกลายเป็นอ่อนแอลง แม้กระทั่ง
บางส่วนยังเข่นฆ่ากันเอง!
“พอกันที!” เมื่อ หนานซาน หวางเยว่ มองเห็นฉาก
เหตุการณ์นี้ตัวมันก็รู้สึกขยะแขยง
“วารีผนึกทางช้างเผือก!”
การต่อสู้ในครั้งนี้เขาอยู่ในรูปแบบของมนุษย์มาโดย
ตลอด ความจริงแล้ว หนานซาน หวางเยว่ ได้รับสืบ
ทอดมรดกมากจาแม่ทัพเทียนเผิง ยามที่เขาคืนกลับร่าง
เดิม นอกจากจะมีพละกำลังกายเนื้อที่แข็งแกร่งขึ้นแล้ว
ส่วนอื่นๆก็ไม่ต่างจากเดิมมากนัก ดังนั้นเขาจึงยังคงใช้
ร่างมนุษย์ในการสู้ ซึ่งยังคงความหล่อเหลาในคราบ
มนุษย์เอาไว้…..
ยามนี้ไม่รู้ว่าที่เขาสำแดงออกมาเป็นเคล็ดอิทธิฤทธิ์หรือ
ว่าเคล็ดวิชาเต๋า ในพริบตาเดียววงเวทที่รายล้อมทั้งหมด
ก่อนหน้า ล้วนถูกผนึกอยู่ภายในวารีทมิฬ วารีสายนี้
เกิดขึ้นจากความว่างเปล่าแล้วเข้าปกคลุมทุกอย่าง
ในทันที ราวกับมันกลายเป็นเขตแดนที่ถูกเขาควบคุม!
“ตายตายตาย!” ได้ยินเสียงของ หนานซาน หวางเยว่
อย่างเลือนรางเข้าโสตประสาท ซึ่งยามนี้ อู่ อวี้ กับ
มังกรกระดูกอัคคีอยู่ภายในวารีทมิฬด้วยเช่นกัน ทว่า
กลับไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงอะไร แต่ อู่ อวี้ เห็นว่า
เหล่าวิญญาณทารก ดูเหมือนกับว่าพวกมันถูกบางสิ่งกด
ทับอยู่เหนือหัว จนกระทั่งจมลงสู่ห้วงวารี!
เมื่อจมเข้าสู่กระแสวารี พวกมันก็ถูกฉีกกระชากเป็น
ชิ้นๆอย่างง่ายดายจนหายไปจากวงเวท ส่วนในเวลานี้ดู
เหมือนว่าวงเวทเองก็ถูกแรงกดดันอันหนักหน่วงกดทับ
จนกำลังจะพังทลายลง บัดนี้ อู่ อวี้ ได้มองไปยัง เยี่ยอิง
ก็พบว่านางกำลังยืนหยัดอย่างยากลำบาก ใบหน้าเต็มไป
ด้วยความทรมาน ‘ธวัชมารวิญญาณทารกระทม’ ที่อยู่
ในมือ สั่นสะท้านท่ามกลางสายวารี
อู่ อวี้ จึงตระหนักได้ว่า วารีที่ล้อมรอบอยู่นี้จะต้องมี
น้ำหนักที่มหาศาลอย่างแน่นอน ทั้งยังมีแรงกดดันที่แสน
จะหนักหน่วง นอกจากคนที่อยู่ฝ่ายเดียวกับ หนานซาน
หวางเยว่แล้ว คนอื่นๆจะถูกวารีกดดันจนกระทั่งแตก
สลายไปในที่สุด!
ยิ่งไปกว่านั้นประตูวิญญาณทารกสามพันดวงนี้ก็ได้ถูก
แทรกแซงไปด้วยเคล็ดประจักษ์แจ้งเร้นลับของ อู่ อวี้
ก่อนแล้ว จึงไม่ได้สมบูรณ์เช่นในตอนต้น
ทุกอย่างพังทลาย หลงเหลือเพียงแค่ตัว เยี่ยอิง เท่านั้น
หนานซาน หวางเย่ว ค่อยๆเรียกเก็บคืนวารีทมิฬ
จากนั้นควบแน่นจนกลายเป็นบอลลูกหนึ่ง ที่มี
เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3 จั้ง พร้อมกับสั่งให้มันพุ่ง
ทะยานเข้ากักขัง เยี่ยอิง เอาไว้อยู่ภายในวารีทมิฬ
หนานซาน หวางเยว่ จัดการคู่ต่อสู้ลงไปโดยที่ไม่
จำเป็นต้องให้ อู่ อวี้ ช่วย
แรงกดดันของวารีผนึกทางช้างเผือกของมันช่างร้ายกาจ
จริงๆ ยามต่อสู้กับ คุนหวู่สามจิต มันใช้เพียงวารีทมิฬ
เพียงลูกเล็กๆเท่านั้น
ตูม ตูม ตูม!
ภายในวารีผนึกทางช้างเผือก ได้ยินเสียงกรีดร้องออกมา
อย่างต่อเนื่อง เห็นได้ชัดว่า เยี่ยอิง กำลังดิ้นรนเพื่อออก
จากการคุมขัง อย่างไรก็ตาม หนานซาน หวางเยว่ เป็นผู้
กุมสถานการณ์เอาไว้อย่างหมดจด มันบีบอัดลูกบอลนี้
ให้หนาแน่นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่บอลวารี
แต่มันก็อาจจะมีน้ำหนักที่มากกว่าทุกสิ่งบนโลกใบนี้ ยิ่ง
มันบีบอัดเข้าไปมากเท่าไหร่ ความหนักหน่วงและความ
หนาแน่นภายในก็ยิ่งทวีมากเท่านั้น
“พวกเจ้าทั้งสองคน! จำต้องสิ้นชีพอยู่ภายในพิภพอเวจี
แห่งนี้! ข้าจะจดจำพวกเจ้า! พวกเราชาวกุ่ยเหยียนจะจด
จำพวกเจ้าเอาไว้!”
“พวกเจ้าจะไม่สามารถหนีไปจากพิภพอเวจีแห่งนี้ได้
พวกข้าจะกักขังพวกเจ้าอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของพิภพ
อเวจี จะให้พวกเจ้าได้พบกับนรกอเวจีที่แท้จริง จะได้รู้
ว่ามันเป็นเช่นไร!”
“ข้าจะให้พวกเจ้าได้ลิ้มรสสวรรค์แห่งชาวกุ่ยเหยียน!”
เมื่อนางถูก หนานซาน หวางเยว่ สะกดข่ม เยี่ยอิง ก็ได้
ส่งเสียงกรีดร้องสาปแช่งออกมาตลอดเวลา
ท้ายที่สุด เสียงของนางยิ่งมายิ่งเบาลง เบาลงจนกระทั่ง
เงียบสงัด หนานซาน หวางเยว่ หันไปมอง อู่ อวี้ พลัน
กล่าวขึ้นมาว่า “ข้าจัดการนางได้แล้ว แล้วที่บอกข้าก่อน
หน้านี้เจ้าจะแสดงอะไรให้ข้าดู?”
การร่วมมือกันต่อสู้กับศัตรูในครั้งนี้ ทำให้พวกเขาเข้าใจ
กันมากขึ้น
ในที่สุดพวกเขาก็สามารถสังหารชาวกุ่ยเหยียนไปได้ ยิ่ง
ไปกว่านั้นยังเป็นยอดฝีมือชาวกุ่ยเหยียนอีกด้วย
อู่ อวี้ เอ่ยขึ้น “ดูต่อไปก็แล้วกัน”
หนานซาน หวางเยว่ เรียกเก็บเคล็ดวิชาวารีผนึกทาง
ช้างเผือกกลับคืน ฉับพลันนั้นซากศพของ เยี่ยอิง ก็
ปรากฏ แถมยังมีสินสงครามอย่าง ธวัชมารวิญญาณ
ทารกระทม หลุดลอยออกมาอีกด้วย ศาสตราเต๋าวิถีแท้
สุดยอดวิญญาณชิ้นนี้ยากจะทำลาย อู่ อวี้ จึงเก็บ
ศาสตราเต๋าวิถีแท้ชิ้นนี้ขึ้นมา พร้อมกล่าวออกมาว่า
“เราควรจะผนึกศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณนี้
เอาไว้ เจ้ามีความเห็นเช่นไร?”
“แน่นอน ข้าก็ไม่อยากจะให้มันสำแดงขึ้นมาอีก” หนาน
ซาน หวางเยว่ กล่าวออกมาพร้อมโบกสะบัดพัดในมือ
เขากำลังรอคอยรับชมถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของ อู่ อวี้
หลังจากที่ อู่ อวี้ เก็บศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
ชิ้นนี้ลงไป ร่างกลืนสวรรค์ของเขาก็ปรากฏออกมาเบื้อง
หน้า หนานซาน หวางเยว่ จากนั้นมันก็แปลเปลี่ยน
กลายเป็นควันทมิฬ พุ่งทะยานเข้าใส่ร่างของ เยี่ยอิง
หลังจากผ่านไปไม่นาน ร่างกลืนสวรรค์ก็เปลี่ยนกลับมา
อยู่ในรูปแบบมนุษย์ ส่วนร่างของ เยี่ยอิง ได้อันตรธาน
หายไปแล้ว ยามนี้ดูเหมือนว่าสีหน้าของร่างกลืนสวรรค์
จะผ่องใสมากขึ้นกว่าเดิม
ความจริงมันได้ฟื้นฟูร่างจนมาอยู่ในระดับเดียวกับ
อาณาจักรเทวะระดับที่ 8 แล้ว แถมยังกำลังสมานตัวดูด
ซับปราณอย่างไม่หยุดหย่อน ส่วนที่ถูก ซู เฉินหยาง
ทำลายไปก็กลับคืนมาโดยสมบูรณ์ ซึ่งรายละเอียดเล็กๆ
นี้ หนานซาน หวางเยว่ สมควรดูไม่ออก
“ร่างอวตารของเจ้าสามารถกลืนกินกายเนื้อเพื่อฟื้นฟู
ร่างกายได้งั้นรึ?” เขาสรุปออกมาได้เช่นนั้น
อู่ อวี้ หัวเราะขึ้นพลางกล่าวตอบว่า “ถูกต้อง เพราะว่า
ข้าไม่อาจสังหารคนภายในนครเทวะได้ จึงทำได้เพียงแค่
มาอยู่ที่นี่”
หนานซาน หวางเยว่ กล่าวอีกว่า “บนร่างเจ้ามีสมบัติที่
ล้ำค่ามากจริงๆ นอกจากจะมีร่างอวตารที่ทรงพลังเช่นนี้
ยังมีเคล็ดวิชาอีกมากมาย นอกจากนี้ก็ยังมีหุ่นเชิดพวก
นั้นอีก ข้าไม่ใช่คู่ต่อสู้เจ้าเสียแล้ว ในเมื่อเจ้าจัดการสิ่ง
ต่างๆสำเร็จแล้ว จะออกไปจากพิภพอเวจีเลยหรือไม่?”
ยามนี้เขาเป็นผู้ติดตาม อู่ อวี้ แน่นอนว่า อู่ อวี้ ไปอยู่ที่
ไหน เขาก็ต้องไปที่นั่นด้วย
อู่ อวี้ ส่ายหน้าแล้วตอบกลับไป “ยังไม่เสร็จสิ้น เพิ่ง
จัดการได้แค่คนเดียว แล้วจะออกไปได้ยังไงเล่า”
“ได้ ตราบใดที่พวกมันเป็นสาวงาม และไม่สามารถ
แปรเปลี่ยนเป็นตัวอัปลักษณ์เช่นเมื่อครู่ได้ก็ว่าไปอย่าง
ข้าขอวิงวอนภาวนา….อย่าให้หญิงงามเช่นนั้นมาให้พวก
เราสังหารให้เสียของเลยเถิด” หนานซาน หวางเยว่
จินตนาการไปไกล
ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้เข้าใจความสามารถที่แท้จริงของ
ร่างกลืนสวรรค์ แต่ อู่ อวี้ ก็ไม่ได้รีบร้อนบอกกล่าว
เนื่องจากเขารู้ว่า หนานซาน หวางเยว่ จะต้องเข้าใจใน
สักวัน เมื่อถึงเวลานั้นการตอบสนองของมันในยามนั้น
จะเป็นการทดสอบสายสัมพันธ์
“ตั้งแต่นี้ป็นต้นไป คาดว่าจะมีกับดักวงเวทของชาวกุ่ย
เหยียนอยู่อีกไม่น้อย จะต้องระวังตัวให้มากกว่าเดิม”
“ไม่มีปัญหา อยู่ภายในนครเทวะมานานแล้ว ออกมายืด
เส้นยืดสายพจญภัยเสียหน่อยก็นับว่าไม่เลว”
อู่ อวี้ อยากจะตามล่าหาชาวกุ่ยเหยียนให้เร็วยิ่งขึ้น
เนื่องจากร่างกลืนสวรรค์ของเขานับว่ายิ่งทวีความ
กระหายจนแทบคุมไม่อยู่ ในที่สุดการกลืนกินก็สิ้นสุด
ยามนี้ความสามารถของมันเทียบเท่ากับอาณาจักรจิตเท
วะระดับที่ 9 แล้ว ซึ่งเมื่อรวมกับพิมานจักรพรรดิเป่ย
หมิงก็จะทำให้กำลังรบของมันแข็งแกร่งอย่างยิ่งยวด
แม้กระทั่งอาจจะสูงกว่านี้ เขาจะต้องเตรียมตัวให้พร้อม
เพราะเขาไม่รู้ว่า โอรสเล่อ จะออกไปข้างนอกเมื่อใด
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ