กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 819: สงครามอลหมาน
หนานซาน หวางเยว่ ติดอยู่ที่นี่มานานมากแล้ว อีกทั้ง
อำนาจของค่ายกลคู่นี้ ยังนับว่าแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะหลังจาก อู่ อวี้ จุดไฟเผาทะเลบุปผา ยิ่งทำให้
อำนาจของค่ายกลถูกกระตุ้นอย่างสมบูรณ์
ยามนี้แม้แต่ อู่ อวี้ ก็เริ่มรู้สึกหงุดหงิด และ วิงเวียน
ศีรษะแล้ว กลิ่นของบุปผารวมตัวเข้มข้นแทรกซึมเข้าสู่
เลือดเนื้อ ส่งผลกระทบได้แม้กระทั่งจิตเทวะ
เห็นได้ชัดว่า ความสามารถในการต้านทานอำนาจค่าย
กลของคนทั้งสอง ดีกว่าคน 7 มาก เนื่องจากท้ายที่สุด
แล้ว อู่ อวี้ มีกายาเพชรอมตะ ส่วน หนานซาน หวางเยว่
ก็มีวิชาคล้าย ๆ กัน
ผู้จัดวางค่ายกลกับดักนี้ ต้องมีความเชี่ยวชาญในเต๋าแห่ง
วงเวทค่ายกลอย่างลึกซึ้ง ถึงได้วางค่ายกลน่าสะพรึงกลัว
เช่นนี้ออกมาได้ ส่งผลให้เวลานี้ หนานซาน หวางเยว่
พยายามดิ้นรนอย่างสุดกำลัง!
สิ่งสำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือ อู่ อวี้ ยากจะช่วยเหลือเขาได้
เนื่องจากเวลานี้จิตวิญญาณของเขาเองก็เริ่มสับสน
ปันปั่วน บังเกิดเป็นความโกรธเกรี้ยวภายในจิตใจโดย
ธรรมชาติ อารมณ์ของเขาเริ่มคลุ้มคลั่งรุนแรง เมื่อ
มองเห็นผู้อื่นก็รู้สึกขวางหูขวางตาเสียหมด อยากจะฆ่า
ทิ้งเสียให้รู้แล้วรู้รอด ดังนั้นเขาจึงต้องทำให้ตน หลุดจาก
การควบคุมของค่ายกลนี้ก่อน
อู่ อวี้ มีสองวิธีอยู่ในใจตอนนี้
วิธีแรกคือเพ่งจิตใจไปที่ภาพจำลองหัวใจวานร สลัดสิ่งที่
บั่นทอนสมาธิทิ้งไปให้หมด จดจ่อไปที่ทะเลเพลิงเพียง
อย่างเดียวเท่านั้น ท่ามกลางทะเลเพลิงทองคำ ราชา
วานรสวมใส่ชุดเกราะสีทองตั้งแต่หัวจรดเท้า ถือจับ
พลองสมปรารถนา จับจ้องมายังตนด้วยสายตาลุกโชน!
บุคคลผู้นี้คือสีเทียนต้าเซิ่น นี่คือหัวใจวานรของ อู่ อวี้
ในขณะเดียวกันก็เป็นตัวของเขาด้วย! อย่างไรก็ตามเวลา
นี้เขาไม่สามารถไขว้เขวเสียสมาธิได้ ต่อให้มีปีศาจ
รบกวนมากขึ้น หรือ มีภาพมายามาคอยรบกวนมากแค่
ไหน ก็ยากจะสั่นคลอนเจตจำนงของเขาได้!
อย่างไรก็ตามการเพ่งมองภาพจำแลงหัวใจวานรไม่ใช่
หนทางที่ดีที่สุด ทางเลือกที่ดีที่สุดของเขาคือเมฆาตลบ
ฟั้า
เขาเพียงแค่กระโดดออกจากที่นี่ไปเป็นครั้งที่ 2 เพื่อฟืน
คืนสภาพร่างกายตัวเองให้สมบูรณ์ หลังจากนั้นค่อย
กลับเข้ามาใหม่อีกครั้ง ยิ่งไปกว่านั้น หากเตรียมตัวด้วย
การเพ่งมองภาพจำแลงหัวใจวานรตั้งแต่แรก ก็เป็นเรื่อง
ยากที่อำนาจของค่ายกลจะก่อกวนจิตใจเขาได้!
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงออกไปด้านนอกอีกครั้ง
หลังจากออกไปด้านนอกปรับสภาพร่างกาย มันทำให้
เขารู้สึกดีขึ้นมากจริง ๆ สมองและจิตใจตื่นตัวเต็มที่อีก
ครั้ง ครู่ต่อมาคนจึงย้อนหวนกลับเข้ามาอีกครา
อย่างไรก็ตามสถานการณ์ของคนอื่น ๆ ค่อนข้างย่ำแย่
มากถึงมากที่สุด ยามนี้ดวงตาของ หนานซาน หวางเยว่
แดงก่ำ พยายามกล้ำกลืนฝืนทนสู้ชีวิต มันพยายามขบ
เขี้ยวเคี้ยวฟันพูดกับ อู่ อวี้ ขึ้นว่า ” เจ้าสามารถหนี
ออกไปได้ตลอดเวลาใช่หรือไม่? แล้วเข้ามาเสี่ยง
อันตรายเสนอหน้าให้ข้าเห็นอีกทำไม นี่คือสิ่งที่ข้าต้อง
ประสบพบเจอ ต่อให้ข้าตาย ก็ไม่จำเป็นให้เจ้ามาขุด
หลุมฝังข้า ”
การที่อารมณ์ของมันหงุดหงิดพลุ่งพล่าน เป็นเพราะ
ได้รับอิทธิพลจากพลังอำนาจของวงเวทค่ายกล อู่ อวี้ รู้
ดีว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่มันต้องการจะพูด ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ใส่ใจ
กับคำพูดเหล่านี้ คิดเพียงว่าจะทำอย่างไรถึงจะ
ช่วยเหลือ หนานซาน หวางเยว่ จากการถูกจองจำ
ภายในค่ายกลนี้ได้
หากยังไม่สามารถหยุดพลังอำนาจของค่ายกลนี้ได้ คาด
ว่าในไม่ช้า หนานซาน หวางเยว่ จะต้องหันมาเล่นงาน
ตัวเขาอย่างแน่นอน
ส่วนทางด้านชายสี่สตรีสามของกองทัพเพลิงอัสนี บัดนี้
ได้กลายเป็นหุ่นเชิดของค่ายกลนี้อย่างสมบูรณ์ ดวงตา
แดงก่ำราวโลหิต ถูกความโกรธเกรี้ยวครอบงำอย่าง
สมบูรณ์ อารมณ์ของพวกมันแต่ละคนอยู่ในสภาพคลุ้ม
คลั่งอย่างถึงที่สุด แน่นอนว่าศัตรูของพวกมันก็คือ อู่ อวี้
ดังนั้นจึงหันขวับมาทาง อู่ อวี้ ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจทันที!
” ถ้าไม่ใช่เพราะ อู่ อวี้ พวกเราคงไม่ติดอยู่ที่นี่ คงต้องจัด
ของขวัญงาม ๆ เป็นการขอบคุณให้กับมันหน่อยแล้ว! ”
“ใช่! มีเพียงสังหารมันเท่านั้น ความเกลียดชังภายในใจ
ของพวกเราถึงจะคลี่คลาย”
” พี่น้องร่วมมือกับข้า สังหารเจ้า อู่ อวี้ ผู้นี้! หลังจากฆ่า
มันแล้วเราค่อยคิดหาวิธีออกจากที่นี่ ”
“ ใช่! อันตรายอย่างมันสมควรถูกสับเป็นหมื่น ๆ ชิ้น ”
สตรีผู้หนึ่งกรีดร้อง
พวกมันต่างเห็นดีเห็นงามรวมใจเป็นหนึ่ง ต่างจ้องมอง อู่
อวี้ ด้วยดวงตาแดงก่ำ หลังจากพูดจบพวกมันแต่ละคน
ต่างก็ดึงศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณออกมา
กระโจนพุ่งเข้าโจมตีเขาทันที เมื่อทั้ง 7 ผสานร่วมมือ
นับเป็นภาพที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง!
ฝีมือของพวกมันมิได้อ่อนแอ ลำพังแค่รับมือกับมันเพียง
คนเดียวก็นับว่าตึงมือมากแล้ว ไม่ต้องพูดถึงเมื่อพวกมัน
ทั้งเจ็ดร่วมมือกัน!
อู่ อวี้ ถูกพวกมันไล่ล่ามาตั้งแต่แรก จนต้องมาติดอยู่
ภายในโลกค่ายกลแห่งนี้ ซึ่งเขาจะต้องพา หนานซาน
หวางเยว่ ออกไปให้ได้ ดังนั้นเขาจึงใช้เมฆาตลบฟั้า
ห่อหุ้มรอบร่าง หนานซาน หวางเยว่ เอาไว้ จากนั้นก็
ถอยห่างออกไปทันที โดยมีผู้คนจากกองทัพเพลิงอัสนี
ตามไล่ล่ามาเป็นพรวน!
ปัญหาอีกเรื่องเวลานี้ก็คือ หนานซาน หวางเยว่ กำลังตก
อยู่ในอาการกระสับกระส่ายร้อนรนเป็นอย่างมาก ส่วน
อู่ อวี้ ก็ยังต้องเพ่งมองหัวใจวานร เพื่อให้ตนเองมีสติไม่
ไขว้เขว หนานซาน หวางเยว่ มองซ้ายแลขวาอย่าง
เลิ่กลั่ก แล้วก็เริ่มรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ มันพยายาม
กระเสือกกระสนด้วยเพราะต้องการออกจากเมฆาตลบ
ฟั้า มันจ้อง อู่ อวี้ เขม็งแล้วเอ่ยว่า ” ถุ้ย!!! ไอ้สวะไร้
ประโยชน์ ยังมีหน้ามาบอกว่าทำเพื่อพวกเราอยู่งั้นรึ?
เจ้าตาบอดหรือไรว่าข้ากำลังจะส่งพวกมันทั้งหมดไปลง
นรก หากรักตัวกลัวตายนัก ก็รีบ ๆ ไสหัวไป อย่าได้มา
ยุ่งกับข้า! ”
พลังของค่ายกลนี้ ส่งผลทำให้อารมณ์เชิงลบคนผู้นั้นรู้สึก
หงุดหงิดพลุ่งพล่านสูญเสียจิตสำนึกความเป็นตัวเอง
ดังนั้นเวลานี้ อู่ อวี้ ไม่เพียงหลบหนีการไล่ล่า แต่เขายัง
ต้องคอยควบคุมอารมณ์ของ หนานซาน หวางเยว่ ด้วย
” เพราะตอนนี้เจ้าได้รับผลจากวงเวทค่ายกลนี้ จึงทำให้
เจ้าขาดสติไร้ซึ่งเหตุผล เจ้าอย่าได้หลงกลกับภาพมายา
แล้วใช้สมองกับตาของเจ้าเพ่งมองที่นี่ให้ดี ๆ การต่อสู้
กับพวกมัน เสมือนดั่งนกกระเรียนต่อสู้กับหอยกาบที่หา
ได้มีผลอันใด ส่วนค่ายกลของชาวกุ่ยเหยียนนี้ ก็เป็น
เสมือนชาวประมงที่ได้รับผลประโยชน์! ” อู่ อวี้ รู้สึกวิตก
กังวลไม่น้อย เมื่อ หนานซาน หวางเยว่ แผดเสียงร้อง
คำราม เขาจึงตะโกนตอบโต้กลับไปด้วยดวงตาแดงก่ำ
อิทธิพลของค่ายกลนี้ ทำให้ผู้คนรู้สึกหงุดหงิดพลุ่งพล่าน
ได้อย่างง่ายดาย!
อย่างไรก็ตามเขาพยายามตรวจสอบตนเองซ้ำแล้วซ้ำอีก
ก็พบว่าสติของตนเองยังคงสมบูรณ์ครบถ้วน ถึงกระนั้น
ก็ยังคงเพ่งมองภาพจำแลงหัวใจวานรอยู่เนือง ๆ เพื่อ
ไม่ให้ตนเองตกอยู่ในเงื้อมมือของอีกฝั่าย!
” ยันต์สื่อสารถูกส่งไปแล้ว ยันต์เพลิงเหยียนหวงก็ถูกจุด
แล้วเช่นกัน เดี๋ยวหน่วยกู้ชีพก็จะมาถึงในไม่ช้า! ”
อู่ อวี้ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น แต่ก็ยังหลบหนีอย่าง
ต่อเนื่อง
คนทั้ง 7 ร่วมมือกันไล่ล่าสังหารด้วยท่าทางดุร้ายน่ากลัว
สติสัมปชัญญะของพวกมันขาดหายไปอย่างสิ้นเชิง ใน
สายตาพวกมันมีเพียงการสังหารเท่านั้น ถ้าไม่ใช่เพราะ
อู่ อวี้ ไม่ยอมหยุดหรือฝีเท้าแม้แต่น้อย ปั่านนี้ หนาน
ซาน หวางเยว่ คงได้ไปต่อสู้กับพวกมันไปแล้ว
ถึงกระนั้นในระหว่างหลบหนี อู่ อวี้ กับ หนานซาน
หวางเยว่ ก็กำลังขัดแย้งบาดหมางกันเป็นอย่างยิ่ง
เนื่องจากตัวเขาพยายามยับยั้ง หนานซาน หวางเยว่
ไม่ให้ไปต่อสู้กับพวกมัน แต่ดูเหมือนว่ามันหาได้แยแส
การยับยั้งห้ามปรามของเขาไม่ แต่มันกลับหันไปโจมตี
เขาแทน
” ยุ่งยากจริง ๆ! ” อู่ อวี้ รู้สึกว่าตัวเองคงไม่สามารถยื้อได้
นานนัก สภาพอาการของ หนานซาน หวางเยว่ ตอนนี้
ควบคุมยากเกินไป อาการของอีกฝั่ายส่งผลกระทบต่อ
ตัวเองเช่นกัน ดังนั้นจำต้องให้มันค่อย ๆ ควบคุมสติ
อารมณ์ของตนเองให้ได้
ถ้าเขาขาดสติไปอีกคน ก็จะไม่สามารถควบคุม หนาน
ซาน หวางเยว่ ได้ ซึ่งอาจทำให้ตัวมันได้รับอันตรายมาก
ยิ่งขึ้น เนื่องจากตัวมันอาจตกอยู่ในวงล้อมของคนทั้ง 7
ทว่าส่วน อู่ อวี้ สามารถออกไปด้านนอกก่อนที่อันตราย
จะเข้ามาถึงตัวได้ตลอดเวลา
“เหลียงเซิง หว่านเอ๋อเป็นสตรีที่ข้าชอบ ไฉนเจ้าถึงแอบ
เกี้ยวพาพูดคุยกับนางอยู่ร่ำไป เจ้าอยากจะแข่งขันกับข้า
นักใช่หรือไม่!? ”
ขณะ อู่ อวี้ กำลังปวดเศียรเวียนเกล้าอยู่นั้น ก็มี
บางอย่างเกิดขึ้นกับคนทั้ง 7 ในเวลานี้มีชายสองคน
กำลังโต้เถียงขัดแย้งกันเรื่องสตรี
จากสถานการณ์โกลาหลที่เกิดขึ้น แสดงให้เห็นว่าทางฝัง
ของพวกมันอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่ถึงขีดสุด ไม่อาจ
แยกแยะได้ว่าผู้ใดศัตรูผู้ใดมิตร
โดยทั่วไปแล้ว แค่ความบาดหมางเพียงเล็กน้อย ก็
สามารถลุกลามใหญ่โตกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้
” ไร้เหตุผลสิ้นดี หว่านเอ๋อชอบเจ้างั้นรึ? เจ้าต่างหาก
ต้องการแข่งขันกับข้าใช่หรือไม่ ข้าจะบอกอะไรให้เจ้ารู้
ไว้สักอย่าง หว่านเอ๋อให้สัญญาว่าหนึ่ง จะยอมเป็นสหาย
เต๋าเคียงคู่ของข้าแล้ว! ”
” บังอาจ! รนหาที่ตาย! มาดูกันว่าข้าจะสังหารเจ้าได้
หรือไม่! ข้าจะให้ครอบครัวของเจ้าตายโดยไร้ศพกลบฝัง!
”
พวกมันกำลังต่อสู้กันเพื่อสตรีนางหนึ่ง และสตรีนางนั้น
คือหนึ่งในสตรีทั้งสามคนที่มีความงามโดดเด่นสดใส
เมื่อการโต้เถียงของทั้งสองรุนแรง อีกห้าคนก็หยุดการไล่
ล่า อันที่จริงความสัมพันธ์ของพวกมันอาจจะอยู่ใน
สถานภาพสับสนแต่รัก เมื่อบุรุษสองคนพยายามแข่งขัน
กันเกี้ยวพาหว่านเอ๋อ จนเปิดศึกชิงรักหักสวาทขั้นเป็น
ตาย หว่านเอ๋อก็แสดงสีหน้าขยะแขยงออกมา หลังจาก
นั้นนางก็เดินไปหาชายอีกคน พร้อมกับคล้องแขน แล้ว
เอ่ยอย่างภาคภูมิใจพูดว่า ” ข้าไม่ชอบพวกเจ้า ข้าชอบ
ท่านพี่ฉี เขายังวัยหนุ่มแน่นอายุน้อยกว่าเจ้า หาก
เปรียบเทียบกันแล้ว พวกเจ้าก็เสมือนขยะ! ”
” ท่านพี่ฉีเป็นผู้ชายของข้า นังชั้นต่ำ! กล้าดีอย่างไรถึง
คิดจะมาแย่งชิงของ ๆ ข้า!” ดูเหมือนจะมีสตรีนางหนึ่ง
ไม่เห็นดีเห็นงามด้วย นางปฏิเสธพร้อมกับกรีดร้อง
จากนั้นก็โบกสะบัดศาสตราเต๋าวิถีแท้ เข้าหาหว่านเอ๋อ
ทันที!
ในเวลานี้สตรีทั้งสองกำลังแย่งชิงบุรุษเพียงคนเดียว
ส่งผลให้ชายอีก 3 คนรู้สึกโกรธเคืองเช่นกัน ไฉนเขาถึง
ครอบครองใจของสตรีทั้งสองนางได้?
เมื่อศึกชิงรักหักสวาทเกิดขึ้น ส่งผลให้คนทั้งเจ็ดตกเข้าสู่
ห้วงแห่งความรักความเกลียดชังในทันที พวกมันมา
รวมตัวกัน เพราะมีคนที่ชอบพออยู่ในกลุ่ม ไม่คาดคิดว่า
คนที่มันมีใจชอบพออยู่นั้น กลับไปมีใจชอบพอผู้อื่น เมื่อ
หนึ่งคนกลับไปชอบอีกคนฉะนั้นการจับคู่จึงไม่ลงตัว
แล้วนี่ก็คือฉนวนสาเหตุที่นำพาความเกลียดชังมายังพวก
มันทั้งเจ็ดคน นำไปสู่การต่อสู้อย่างดุเดือด
สถานการณ์ยามนี้เรียกได้ว่ายอดเยี่ยมเป็นอย่างยิ่ง ทั้ง อู่
อวี้ และ หนานซาน หวางเยว่ จ้องมองสถานการณ์ด้วย
ดวงตาเป็นประกาย ทั้งสองหยุดการหลบหนีลงชั่วคราว
เมื่อเห็นว่าตนเองรอดพ้นจากอันตรายแล้ว อย่างไรก็
ตามพวกมันก็หาได้สนใจพวกเขาไม่ ยังคงห้ำหั่นเข้าใส่
กันอย่างไรความปรานี หากเหตุการณ์นี้ยังคงลุกลามไป
ต่อ เกรงว่าจุดจบคงไม่พ้นต้องมีผู้บาดเจ็บล้มตายเป็นแน่
อู่ อวี้ ไร้ทางเลือก นอกจากยืนดูละครน้ำเน่าบทนี้อย่าง
สนุกสนาน เนื่องจากว่าพวกมันโต้เถียงกันอย่างรุนแรง
ดุจเดือด จึงส่งผลกระทบต่อ หนานซาน หวางเยว่ ทันที
ที่เห็นการโต้เถียง มันก็แผดเสียงคำรามจนสั่นสะเทือน
เลือนลั่นไปทั้งปฐพี จากนั้นก็พุ่งทะยานออกจากตัว อู่
อวี้ มุ่งปรี่ไปยังทิศทางการต่อสู้!
“นางเป็นผู้หญิงของข้า! เจ้าเดรัจฉานทั้งสี่ หากผู้ใดอยาก
สู้กับข้า วันนี้บิดาผู้นี้จะจัดการให้สิ้น!”
เปั้าหมายของมันคือ ชายทั้งสี่ ผู้มาจากกองทัพเพลิง
อัสนี นับว่า หนานซาน หวางเยว่ ไม่ธรรมดาจริง ๆ
แม้กระทั่งในเวลานี้ ยังมีกะจิตกะใจมาคิดถึงเรื่องสาว
งามอยู่อีก
อู่ อวี้ ที่ถูกทิ้ง ยังคงอยู่ในอาการสงบ
เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ เขาจึงจำเป็นต้องเข้าร่วมการ
ต่อสู้ด้วย ถึงแม้ว่า หนานซาน หวางเยว่ จะไม่ใช่
เปั้าหมายของคนทั้ง 7 แต่มันก็คือผู้ที่คนทั้ง 7 เกลียดชัง
ดังนั้นแรงกดดันที่ หนานซาน หวางเยว่ ต้องแบกรับจึง
มากกว่าปกติ บ่อยครั้งที่มันต้องตกอยู่ในวงล้อมการ
โจมตีจากหนึ่งหรือสองคน
ฉับพลัน อู่ อวี้ อัญเชิญมังกรกระดูกอัคคีออกมาจาก
เจดีย์ล่องกำเนิด ให้ลงมือพร้อมกับร่างกลืนสวรรค์
ส่วนตัวเขาไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้ด้วย เขาทำเพียงแค่
โจมตีช่วยเหลืออยู่ หนานซาน หวางเยว่ อยู่วงนอก เฝั้า
รอให้หน่วยกู้ชีพมาช่วยเหลือ
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ