กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 820: กุย เจิ้นเคอ
ร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ เพิ่งจะได้รับการยกระดับ เมื่อ
ผสานการโจมตีร่วมกับร่างหลักของเขา จึงยังพอที่จะ
ต้านทานการโจมตีของผู้ฝึกตนอาณาจักรจิตเทวะระดับ
ที่ 10 ได้ ผนวกกับการที่มีมังกรกระดูกอัคคีเข้าร่วม จะ
ทำให้สามารถต้านทานการโจมตีของผู้ฝึกตนอาณาจักร
จิตเทวะระดับที่ 10 ได้ถึง 2 คน
เปั้าหมายในการต่อสู้ของ หนานซาน หวางเยว่ ก็คือ
เหล่าบุรุษ มันไม่สามารถลงมือกับสตรีได้ แม้ว่าบางครั้ง
อีกฝั่ายจะโจมตีมันกลับมาก็ตาม ซึ่งยามนี้ อู่ อวี้ ทำได้
เพียงปัดการโจมตีให้กับมันเท่านั้น
ฉากเหตุการณ์ส่วนใหญ่เต็มไปด้วยความชุลมุนวุ่นวาย
แต่เมื่อ อู่ อวี้ คอยปั้องกันการโจมตีให้กับ หนานซาน
หวางเยว่ จึงทำให้ไม่มีปัญหาอะไรมากมายนัก
“เจ้าคงมิได้ตกหลุมรักเจ้าหมูตัวนี้หรอกนะ?” หมิงซวง
เอ่ยถามอย่างสงสัย
“เจ้าผายลมอันใดออกมา ไม่ใช่ว่าเจ้าชอบพอข้าแล้วมา
หึงหวงหรอกนะ” อู่ อวี้ เอ่ยอย่างหดหู่เล็กน้อย กล่าว
ตามตรงตัวเขาเองก็ไม่คิดว่าจะต้องกลายเป็นแม่เลี้ยง
สุกรเช่นนี้
หากพิจารณาดูแล้ว การจะกล่าวว่าเป็นชะตากรรมก็ไม่
แปลก ใครใช้ให้มันกลายเป็นผู้สืบทอดมรดกของแม่ทัพ
เทียนเผิงเล่า กลับกลายเป็นเหตุทำให้ อู่ อวี้ มีความรู้สึก
คุ้นเคยบางอย่าง ดูเหมือนว่าฉีเทียนต้าเซิ่นอยากจะให้
ตัวเขาช่วยเหลือเจ้าหมูตัวนี้แปลกๆ
“เพ่ย ไหนเลยท่านย่าจะชอบพอเจ้า!!” หมิงซวง กล่าว
ออกมาพร้อมเฉิดหน้า
อู่ อวี้ กำลังปกปั้องไม่ให้ หนานซาน หวางเยว่ ถูกพวก
มันสังหาร บางครั้งยังเห็นได้ว่าพวกมันก็กำลังต่อสู้
กันเอง ในขณะที่เขาเกือบจะพลั้งมือสังหารอีกฝั่ายไป
แล้วหลายครา ทว่าเขาก็ยั้งมือเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้มีการ
ตายเกิดขึ้น สุดท้ายตนเองก็จะต้องเข้ามาพัวพันด้วยใน
ท้ายที่สุด เนื่องจากหากมีผู้ใดตายไป ตัวเขาก็จะต้องเจอ
กับปัญหา
ยามนี้เขาอยู่ที่อาณาจักรโบราณเหยียนหวง กองทัพ
เพลิงอัสนีจึงยังนับว่าเป็นฝั่ายเดียวกับเขา
เมื่ออยู่ภายในวงเวทนี้ ศัตรูที่แท้จริงของเขาก็คือชาวกุ่ย
เหยียน
“ทำไมการช่วยเหลือถึงยังไม่มาอีก กระตุ้นยันต์เพลิงเห
ยียนหวงไปก็แล้ว แถมยังส่งยันต์สื่อสารไปก็แล้ว เวลา
ล่วงเลยมาขนาดนี้สมควรมาได้แล้วไม่ใช่รึไง แล้วมันไม่มี
วิธีทำลายวงเวทนี้ได้เลยหรือยังไงเนี่ย?”
อู่ อวี้ เป็นห่วงความเป็นความตายของคนเหล่านี้ และ
พยายามคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นภายนอกอยู่ตลอดเวลา
ยามนี้ภาพจำแลงหัวใจวานรของเขาเริ่มปรับตัวให้เข้า
กับพลังอำนาจของค่ายกลแล้ว อารมณ์เริ่มเข้าที่เข้าทาง
จนคงที่ เนื่องจากว่าเคล็ดวิชาเต๋าของเขาอาจจะระเบิด
ได้ทุกเมื่อ จึงจำต้องระงับอารมณ์ให้มากกว่าคนอื่น
หลายส่วนนัก ยังนับว่าเขามีสติสูงส่งกว่าทุกผู้ที่อยู่ในที่
แห่งนี้
“ถึงพวกมันจะได้รับบาดเจ็บแต่อย่างน้อยไม่ตายก็พอ”
ร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ และ มังกรกระดูกอัคคี ผนวก
กับร่างหลัก ทั้งสามฉับพลันแทรกซึมเข้าไปในความ
วุ่นวาย หลักๆ แล้วก็คือการปกปั้อง หนานซาน หวาง
เยว่ อย่างไรก็ตามการดูแลคนกองทัพเพลิงอัสนีผู้ที่กำลัง
บ้าคลั่งก็นับว่าเสี่ยงเกินไป สถานการณ์เช่นนี้จึงต้อง
ได้รับการแก้ไขไปเรื่อยๆ
ทันใดนั้น อู่ อวี้ รับรู้ได้ถึงอันตราย เขาตระหนักได้ว่า
เกิดเรื่องบางอย่าง หรือว่าผู้สร้างวงเวทวงนี้รู้ตัวแล้วว่า
เขากำลังทำการแทรกแซงวงเวท ดังนั้นมันจึงทำอะไร
บางอย่างขึ้นมา กระทั่งบางทีมันอาจจะมาปรากฏตัว
ภายในวงเวทนี้ด้วยตนเองเสียด้วยซ้ำ!
นับว่าไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายของ อู่ อวี้ ยามเมื่อ
เขาสัมผัสได้ พื้นที่ว่างที่อยู่ด้านหน้าความโกลาหลนี้พลัน
มีกลุ่มควันดำรวมตัวจนกลายเป็นร่างของคนหนึ่งคน คน
ผู้นี้ก็คือผู้ที่สร้างวงเวทนี้ขึ้นมา หากว่า อู่ อวี้ และ คน
อื่นๆ ติดเข้าไปอยู่ในใยแมงมุม คนผู้นี้ก็เปรียบ
เหมือนกับแมงมุมที่รอคอยให้เหยื่อมาติดกับ
อู่ อวี้ ใช้เนตรเพลิงจึงมองเห็นร่างของคนผู้นี้ได้อย่าง
ชัดเจน ไม่คาดคิดว่ามันจะมีร่างกายที่เล็กมาก มันมี
ความสูงเทียบเท่าได้กับเด็กที่มาอยู่ 10 ขวบปี ทั้งเตี้ย
และอ้วน ลำคอสั้นและหนา ด้วยศีรษะที่ใหญ่โตจึงทำให้
มีริมฝีปากที่อวบหนา ดวงตาที่ถลนราวกับตัวตลก
โดยรวมแล้วมันมีลักษณ์เหมือนกับเด็กทารกที่มีศีรษะ
ใหญ่ แต่เมื่อดูจากรอยเหี่ยวย่นบนผิวหนัง และผมหงอก
ขาวกว่าครึ่งบนหัวของมัน จึงทำให้รู้ว่าคนผู้นี้มีอายุสูง
แล้ว คาดว่าน่าจะฝึกตนมากว่า 300 ปี ฉะนั้นมันจึงแทบ
จะเป็นบรรพบุรุษของ อู่ อวี้ เลยก็ว่าได้
การที่ฝึกตนมาจนถึงวัยนี้ทั้งยังสามารถจัดตั้งวงเวทที่
ร้ายกาจเช่นนี้ได้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันจะต้องอยู่ใน
ขอบเขต 3 ภัยพิบัติค้นหาเต๋า
ไม่คิดว่าจนกระทั่งคนผู้นี้ปรากฏตัวออกมา ความ
ช่วยเหลือจากทางฝังของอาณาจักรโบราณเหยียนหวงก็
ยังมาไม่ถึง และคนที่ปรากฏออกมาเบื้องหน้าในตอนนี้
ย่อมเป็นบุคคลอันตรายอย่างไม่ต้องสงสัย หลังจากที่
มองเห็นมันและดวงตาอันกลมโตที่ถลนออกมา ทำให้ผู้
ที่ได้พบเห็นจะต้องขนลุกชัน!
อู่ อวี้ ไม่ได้รู้สึกกลัว แต่เป็นเพราะว่า หนานซาน หวาง
เยว่ ไม่อาจจะหลบหนีไปจากที่นี่ได้ ดังนั้นเขาจึง
จำเป็นต้องอยู่ที่นี่
ยามนี้ อู่ อวี้ รู้สึกเป็นกังวลมาก แต่ก็ไม่อาจจะทำสิ่งใด
ได้ ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงแค่คิดหาวิธีถ่วงเวลาเท่านั้น
“ท่านคือใครกัน? ทำไมจึงสามารถจัดตั้งวงเวทที่สูงส่ง
เช่นนี้ได้ เกรงว่าแม้กระทั่งชาวกุ่ยเหยียนด้วยกันเอง
ท่านย่อมเป็นคนที่มีชื่อเสียงอย่างแน่นอน คนที่มีฐานะ
สูงส่งเช่นท่านควรจะอยู่อย่างสงบในส่วนลึกที่สุดของ
พิภพอเวจีอย่างเงียบๆ สิ ทำไมจะต้องมาเสี่ยงอันตราย
อยู่ที่นี่ด้วย?”
ผู้เฒ่าทารกหัวโตที่ทั้งเตี้ยและปั้อม คนจ้องมองไปยัง อู่
อวี้ พร้อมกับเหยียดยิ้มขึ้น “เหล่าฝูั่ ยืนไม่เปลี่ยนชื่อ นั่ง
ไม่เปลี่ยนแซ่ ข้าคือ กุ่ย เจิ้นเค่อ (ปรมาจารย์วงเวทนอก
รีต) เจ้าผีน้อยเช่นเจ้าแน่นอนว่าย่อมไม่รู้จัก แต่ผู้อาวุโส
ของเจ้า จะต้องเคยได้ยินชื่อเสียงอันยิ่งใหญ่ของเหล่าฝู
อย่างแน่นอน!”
กุ่ย เจิ้นเค่อ?
เห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่นามของมัน แต่เป็นฉายาที่มันตั้ง
ให้กับตนเอง การที่มันกล้าใช้ฉายาเช่นนี้ บ่งบอกว่ามัน
จะต้องมั่นใจในด้านการศึกษาวงเวทของตนเองอย่าง
มาก
“สามารถต้านทานวงเวทของเหล่าฝู โดยไม่ได้รับ
ผลกระทบ นับว่าเจ้ามีความพิเศษไม่น้อย ยิ่งไปกว่านั้น
ข้ายังพบว่าเจ้าสามารถเข้าออกค่ายกลของข้าได้ราวกับ
สนามเด็กเล่น ช่างยอดเยี่ยมนัก แต่น่าเสียดายที่ดู
เหมือนว่าสหายของเจ้าจะไม่สามารถหนีไปได้ด้วย
ดังนั้นเจ้าจึงรั้งอยู่ที่นี่สินะ”
เมื่อกล่าวถึงจุดนี้ มันก็หันไปจ้อง หนานซาน หวางเยว่
บางมีมันอาจจะรู้ว่า ถึงแม้ อู่ อวี้ จะอยู่ในมิติที่มัน
ควบคุมอยู่ ทว่าก็ไม่สามารถจับตัว อู่ อวี้ ได้ง่ายๆ
เพราะถึงแม้มันจะปรากฎตัวอยู่ที่นี่แล้ว ทว่าผลกระทบ
ที่รุนแรงที่สุดของวงเวทก็คือกระตุ้นให้ผู้คนที่ถูกกักขัง
อยู่ภายในนี้เกิดอาการบ้าคลั่งและสูญเสียตัวตนของ
ตนเองไปกลับใช้ไม่ได้กับ อู่ อวี้ แถมวงเวทนี้ยังไม่ได้
เสริมความแข็งแกร่งเพื่อควบคุมพื้นที่แห่งนี้ เพราะ
สำหรับมันแล้วไม่มีประโยชน์อะไรที่จะทำเช่นนี้
อู่ อวี้ จ้องมองมันด้วยความระแวดระวัง เขารู้ว่าการที่
คนผู้นี้ปรากฏตัวออกมามันจะต้องมีแผนการร้าย
แน่นอน
“กุ่ย เจิ้นเค่อ ข้าแนะนำให้เจ้ารีบปล่อยตัวพวกเราไปซะ
คนเหล่านี้ล้วนมีศักดิ์ฐานะที่สูงส่งภายในอาณาจักร
โบราณเหยียนหวง หากว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น เจ้าก็คงจะ
ไม่อาจจะหนีรอดไปได้”
“งั้นหรือ? เช่นนั้นข้าขอลองดูสักหน่อย?” เมื่อกล่าวถึง
สิ่งนี้ มันได้ผายมือที่สั้นปั้อมออกไปสัมผัสกับบางสิ่งบน
ร่าง อันที่จริงสิ่งที่อยู่บนร่างของมัน ล้วนเป็นสิ่งของที่น่า
สยดสยอง สิ่งนั้นคือห่วงโซ่สีดำทมิฬเส้นหนึ่งที่รัดพันอยู่
รอบตัว ตอนแรก อู่ อวี้ ไม่ได้สังเกตไปที่โซ่เส้นนี้ ทว่า
เมื่อจับจ้องไปอย่างพินิจแล้ว มันมีกะโหลกศีรษะของ
มนุษย์ถูกเรียงร้อยเอาไว้ เพียงแต่ว่าศีรษะเหล่านี้มีขนาด
เล็กมาก อาจจะมีขนาดเท่ากับนิ้วหัวแม่มือเท่านั้น ซึ่ง
สายโซ่นี้มีกะโหลกศีรษะเรียงร้อยกันอยู่นับร้อยใบ
แม้ว่ามันจะมีขนาดเท่ากับหัวแม่มือ แต่ อู่ อวี้ ก็แน่ใจได้
ว่ามันเป็นศีรษะของมนุษย์ ทว่ากะโหลกเหล่านี้ถูก
เปลี่ยนให้มีขนาดเล็กลง
ยิ่งไปกว่านั้นกะโหลกศีรษะเหล่านี้ถูกเปลี่ยนแปลง
กลายเป็นศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ และยังเป็น
ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณชั้นยอด ปลดปล่อย
บรรยากาศอันเก่าแก่ออกมา แม้ว่า กุ่ย เจิ้นเค่อ ผู้นี้จะ
ไม่ใช้ผู้สรรค์สร้างศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
ออกมาได้ แต่เนื่องจากว่ามันเป็นผู้ใช้งานศาสตราเต๋าชั้น
เลิศ จึงน่าจะโหดเหี้ยมไม่ต่างกับ เยี่ยอิง จำเป็นจะต้อง
ได้รับการยอมรับจากศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
เสียก่อนจึงจะใช้งานมันได้
ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณของผู้ฝึกตนนอกรีต
จำเป็นต้องได้รับพลังงานความชั่วร้ายมาอย่างต่อเนื่อง
ทันใดนั้นมันก็หยิบกะโหลกศีรษะออกมาจากบนร่าง
กะโหลกใบนั้นดูเหมือนกับว่ายังมีชีวิตอยู่ มันเป็น
เหมือนกับอสรพิษตัวหนึ่งว่ายวนเวียนอยู่รอบกายของ
มัน กะโหลกใบหนึ่งถูกมันจับขึ้นมา ทว่าอีกฝั่ายกลับฉีก
ยิ้มเย็นชาพร้อมกับจ้องมองไปที่ อู่ อวี้ โดยไม่พูดพร่ำทำ
เพลง ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณนี้พลันพุ่งเข้าใส่
อู่ อวี้ ในทันที!
อู่ อวี้ ได้คาดเดาเอาไว้แล้วว่ามันจะต้องลงมือ บัดนี้มัน
พุ่งทะยานเข้าใส่โดยไม่สนสิ่งรอบข้าง
ก่อนที่อีกฝั่ายจะลงมือ อู่ อวี้ ก็เรียกเก็บมังกรกระดูก
อัคคีในทันที พร้อมกับเรียกร่างกลืนสวรรค์เข้าประชิด
ตัว ส่วน หนานซาน หวางเยว่ ก็ยังตกอยู่ท่ามกลางความ
ชุลมุน ทำให้ไม่สามารถดึงตัวมาได้
ยามที่อีกฝั่ายใช้ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณโจมตี
ใส่เขา อู่ อวี้ จึงเร่งใช้เมฆาตลบฟั้าโอบล้อมตัวเขาและ
ร่างกลืนสวรรค์เอาไว้ ด้วยการล่าถอยไปอย่างรวดเร็ว
เขาจึงหนีพ้นจากการโจมตีนี้ไปอย่างราบรื่น ฉับพลันเร่ง
ทะยานไปหลบอยู่ในที่ที่ห่างไกล เขาคิดเอาไว้ว่าอีกฝั่าย
จะต้องไล่ตามมา จึงได้เตรียมวางแผนที่จะหลบหนีออก
จากที่นี่
อย่างน้อยเขาก็คิดที่จะดึงความสนใจของคนผู้นี้เอาไว้ชั่ว
ครู่ หลังจากที่ล่อซื้อได้สำเร็จเขาก็ไม่สามารถเข้า
ช่วยเหลือ หนานซาน หวางเยว่ ได้อีก
ถึงเวลาที่เขาจะต้องสู้แล้ว!
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ อู่ อวี้ คิดไม่ถึงก็คือหลังจากที่เขาไป
ซ่อนตัวแล้ว ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณที่
ประกอบขึ้นมาจากกะโหลกของอีกฝั่ายกลับตรงเข้าไป
หา หนานซาน หวางเยว่ แทน ยามนี้ หนานซาน หวาง
เยว่ กำลังต่อสู้พัวพันกับคนทั้ง 7 ดวงตาทั้งสองแดงก่ำ
โรมรันเข่นฆ่าไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ใครจะคาดคิดว่าจะมี
ยอดฝีมือปรากฏตัวฉับพลันเช่นนี้ อีกทั้งยังเล็งเปั้ามาที่
ตัวมันด้วย ส่วนทางด้าน กุ้ย เจิ้นเค่อ มีท่าทีที่ผ่อนคลาย
มันหมายใช้ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณเข้าสังหาร
หนานซาน หวางเยว่
กะโหลกศีรษะของคนผู้นี้พลันเปล่งแสงออกมาจาก
ดวงตา ปากมันปลดปล่อยลมหายใจสีดำทมิฬ พุ่งเข้าใส่
ร่างของ หนานซาน หวางเยว่ จากนั้นมันก็ขยายขนาด
ใหญ่ขึ้น อ้าปากกลืนกิน หนานซาน หวางเยว่ เข้าไป
บัดนี้มันได้ถูกปิดผนึกอยู่ภายในกะโหลกศีรษะอย่าง
กะทันหัน หลังจากนั้น หนานซาน หวางเยว่ ก็ได้ส่งเสียง
กรีดร้องขึ้นอย่างเจ็บปวด เห็นได้ชัดว่าพลังอำนาจของ
ศาสตราเต๋าวิถีแท้ชิ้นนี้ร้ายกาจน่าสยดสยองอย่างยิ่ง มัน
ยังคงดิ้นรนหลีกหนีจากศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณชิ้นนี้อย่างบ้าคลั่ง จนทำให้กะโหลกศีรษะสั่น
สะท้านอยู่ชั่วเวลาหนึ่ง ทว่าดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ผล
“หมูของเจ้าถูกจับกุมแล้ว!” อู่ อวี้ ยังไม่ทันได้จากไป
ไหนไกล หมิงซวง ก็รีบเอ่ยเตือนทันที ครู่ต่อมาเขาก็ได้
ยินเสียงของ หนานซาน หวางเยว่ กรีดร้องออกมาด้วย
ความเจ็บปวด อู่ อวี้ เริ่มโกรธจนคลุ้มคลั่ง เขารีบพุ่ง
กลับไปอยู่ที่เบื้องหน้าของ กุ้ย เจิ้นเค่อ อย่างรวดเร็ว
ภายใต้คลองจักษุ เขาเห็นว่า หนานซาน หวางเยว่ อยู่ใน
กำมือของอีกฝั่าย แต่มันก็ไม่ได้คิดที่จะสังหารแต่อย่าง
ใด ยามนี้มันได้ยิ้มเหยียดมองมาที่ตนเอง เขาพยายาม
สงบสติอารมณ์ลง แล้วเอ่ยถามอีกฝั่าย “ต้องการอะไร?
ต้องทำเช่นไรจึงจะปล่อยตัวพวกเราทั้งคู่ไป?”
เขารู้ว่าหากจะให้ปล่อยตัวอีก 7 คนด้วย คงเป็นไปไม่ได้
ยามนี้เขาจึงเอ่ยเพียงแค่ให้ปล่อยตัวเขากับ หนานซาน
หวางเยว่ แถมกระทั่งตอนนี้มันยังแทบจะเอาชีวิตตัวเอง
ไม่รอดแล้วด้วย
สิ่งสำคัญคือการปล่อยตัว หนานซาน หวางเยว่
เพราะว่า อู่ อวี้ สามารถหนีไปเมื่อใดก็ได้
เห็นได้ชัดว่าอีกฝั่ายได้เตรียมการมาพร้อมไม่น้อย มัน
แสร้งทำเป็นโจมตี อู่ อวี้ แต่แท้จริงแล้วมันกลับพุ่งเปั้า
ไปที่ หนานซาน หวางเยว่ อย่างไม่ลังเล
กุ้ย เจิ้นเค่อ ไม่ได้ออมมือแม้แต่น้อย มันเขย่าศาสตรา
เต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณที่อยู่ในมือในขณะที่ค่อยๆ
เอ่ยออกมาช้า “ข้าเห็นว่าเจ้ามีหุ่นเชิดอยู่ตัวหนึ่ง มัน
นับว่าล้ำค่าไม่น้อย ชีวิตของข้าเกิดมาเพื่อศึกษาในด้าน
วงเวท ซึ่งเปรียบได้กับชีวิตของข้าทีเดียว หากเจ้ามอบ
หุ่นเชิดมาให้กับข้า ข้าก็จะปล่อยตัวพวกเจ้าทั้งคู่ ไป”
ปรากฏว่ามันถูกใจในตัวของ มังกรกระดูกอัคคี
เนื่องจากมันไม่รู้ว่า อู่ อวี้ กับ หนานซาน หวางเยว่ ได้
สืบทอดมรดกจากผู้เป็นเซียนอมตะมา มุมมองของมันจึง
สนใจเพียงแค่มังกรกระดูกอัคคีและวงเวทที่อยู่บนร่าง
ของหุ่นเชิดตัวนี้เท่านั้น
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ