กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 821: ผูลวงลับ
ก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ ได้ใช้มังกรกระดูกอัคคีช่วยเหลือคน
อื่นๆ ทำให้มันที่ซ่อนอยู่ในเงามืดจึงเห็นทุกสิ่งอย่าง
ชัดเจน
กล่าวตามตรง การสร้างหุ่นเชิดอาณาจักรจิตเทวะระดับ
ที่ 10 ขึ้นมาหนึ่งตัวนั้น จะต้องใช้ทั้งวิธีการ บัญญัติเต๋า
และ วัสดุที่มีมูลค่าสูงล้ำ ซึ่งมันเป็นผู้ช่วยเหลือที่กล่าวได้
ว่าแข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกตนทั่วไป
กุ่ย เจิ้นเค่อ หมายจะครอบครองมังกรกระดูกอัคคี
สำหรับมันแล้วสิ่งที่สำคัญไม่ใช่การที่ว่ามังกรกระดูกอัคคี
สามารถกลายเป็นเครื่องจักรสังหารให้มัน แต่ทว่าเป็นวง
เวทหุ่นเชิดที่อยู่ภายในตัวของมันต่างหาก
มันคิดที่อยากจะเรียนรู้วงเวทหุ่นเชิด ตราบใดที่มี
วัตถุดิบเพียงพอ ก็มีโอกาสที่จะสร้างกองทัพมังกร
กระดูกอัคคีขึ้นมาได้
อีกฝั่ายได้นำชีวิตของ หนานซาน หวางเยว่ เข้าข่มขู่ มัน
รู้ว่า อู่ อวี้ จะต้องยอมจำนนแน่นอน แม้ว่ามังกรกระดูก
อัคคีจะมีความสำคัญต่อเขามากก็ตาม
“มังกรกระดูกอัคคีเป็นหุ่นเชิดของเจดีย์ล่องกำเนิด มัน
ถือเป็นส่วนหนึ่งของเจดีย์ล่องกำเนิด หากว่ามันหลุด
จากการควบคุมของเจดีย์ล่องกำเนิดหรือถูกผู้อื่นนำตัว
ไป มันก็จะสูญเสียความสามารถไปในไม่ช้า หากมันนำ
หุ่นเชิดตัวนี้ไป สุดท้ายก็ไม่มีประโยชน์”
สมองของ อู่ อวี้ กำลังคิดคำนวนอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตามหากเขานำความจริงนี้ไปบอกกับ กุ่ย เจิ้น
เค่อ มันจะต้องไม่เชื่ออย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้น อู่ อวี้
ก็ไม่สามารถเปิดเผยเรื่องเกี่ยวกับเจดีย์ล่องกำเนิดให้ผู้ใด
รู้ได้
เมื่อมองเห็น หนานซาน หวางเยว่ ถูกกักขังอยู่ภายใน
ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณที่ประกอบขึ้นมาจาก
กระโหลกศีรษะของ กุ้ย เจิ้นเค่อ และเมื่อเห็นภาพที่มัน
ยิ่งดิ้นรนจนลมหายใจโรยริน ก็รู้ได้เลยว่าเวลาเริ่มใกล้
หมดเต็มทีแล้ว
แม้ว่าพวกเขาจะเป็นผู้สืบทอดมรดกของเซียนอมตะ แต่
ก็ไม่ได้เป็นอมตะ หากเป็นเช่นนี้ต่อไปชีวิตของมันก็
จะต้องตกอยู่ในอันตราย
“พิจารณาพอแล้วหรือไม่?” กุ้ย เจิ้นเค่อ มองไปที่ อู่ อวี้
น้ำเสียงของมันดูเหมือนกับว่าหมดความอดทนในที่สุด
เพราะมันรู้ว่าหาก อู่ อวี้ ออกไป เขาจะต้องนำเรื่องที่
เกิดขึ้นที่นี่ออกไปเผยแพร่ข้างนอกอย่างแน่นอน มันจึง
ต้องได้รับสิ่งตอบแทนอย่างคุ้มค่าเสียก่อน
หลังจากกล่าวจบ มันก็ถ่ายโอนพลังศักดิ์สิทธิ์เข้าไปอยู่
ในศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
วงเวทภายในศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณพลัน
โคจรขึ้นอย่างรวดเร็ว วงเวทจำนวนมากเริ่มผสมผสาน
เข้ากับวงเวทหลักทำให้พลังอำนาจของมันทวีคูณขึ้น
เห็นได้ชัดว่ามันถ่ายเทพลังเข้าไปพร้อมที่จะสังหาร
หนานซาน หวางเยว่ ได้ทุกเมื่อแล้ว ซึ่งส่งผลให้บัดนี้
หนานซาน หวางเยว่ จำต้องดิ้นรนยิ่งกว่าเดิมนัก
มันไม่มอบโอกาสให้ อู่ อวี้ ได้ลังเล
“หยุดมือก่อน ตกลง ข้าจะมอบหุ่นเชิดให้กับเจ้า!”
แม้ว่ามังกรกระดูกอัคคีจะมีความสำคัญต่อ อู่ อวี้ มาก
แต่ก็ไม่มากไปกว่า หนานซาน หวางเยว่ ดังนั้นเมื่อถูกอีก
ฝั่ายบีบบังคับเช่นนี้เขาจึงไร้ทางเลือก
หากไม่ใช่เพราะ หนานซาน หวางเยว่ เขาคงจะหนี
ออกไปจากที่นี่นานแล้ว
“เยี่ยมมาก” กุ่ย เจิ้นเค่อ ฉีกยิ้มอย่างพึงพอใจ การ
ตัดสินใจเช่นนี้ของ อู่ อวี้ จึงทำให้พลังอำนาจของ
ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณของอีกฝั่ายอ่อนกำลัง
ลง แต่ก็ยังคงกักขังตัว หนานซาน หวางเยว่ เอาไว้อยู่
มันจ้องมอง อู่ อวี้ แล้วกล่าวออกมา “หากว่าเจ้าสัญญา
แล้ว ก็อย่ามัวเสียเวลา รีบนำมันออกมาเดี๋ยวนี้!”
“ข้าจะมอบมังกรกระดูกอัคคีให้เจ้า แต่ว่าเจ้าก็จะต้อง
ปล่อยตัวมันออกมาด้วยเช่นกัน”
“วางใจ ข้ากุ่ย เจิ้นเค่อ พูดคำไหนคำนั้น ตราบใดที่ข้าได้
หุ่นเชิดตัวนั้นมา ข้าก็จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับพวกเจ้าอีก
เช่นนั้นจงรีบเอาออกมาซะ!”
มันแทบจะอดทนต่อไปอีกไม่ไหว
อู่ อวี้ กัดฟันด้วยความเคียดแค้น เขาอยากจะสังหารอีก
ฝั่ายให้สิ้น แต่ความจริงที่ว่าชีวิตของ หนานซาน หวาง
เยว่ อยู่ในกำมือของอีกฝั่ายไม่ใช่เรื่องล้อเล่น อีกทั้ง
ความแข็งแกร่งของตัวเขาก็ไม่อาจเทียบกับชายชราผู้นี้
ได้ ดังนั้นจึงทำได้เพียงแค่อัญเชิญมังกรกระดูกอัคคี
ออกมาจากเจดีย์ล่องกำเนิดอย่างจำนนเท่านั้น จากนั้น
สั่งให้มันมุ่งหน้าไปหา กุ่ย เจิ้นเค่อ ซึ่งในขณะนี้ มังกร
กระดูกอัคคียังคงอยู่ในการควบคุมของเขาอยู่
ในชั่วพริบตา มังกรกระดูกอัคคีก็พุ่งทะยานมาอยู่เบื้อง
หน้าของ กุ่ย เจิ้นเค่อ!
“ปล่อยมันซะ!” อู่ อวี้ ตะโกนใส่
เมื่อเห็นว่ามังกรกระดูกอัคคีมาอยู่ที่เบื้องหน้าของตนเอง
กุ่ย เจิ้นเค่อ ถึงกับฉีกยิ้มจนหุบไม่ลง มันเอื้อมมือไปจับ
โซ่กระโหลกที่อยู่ในมือ ทันใดนั้นก็ขว้างมันออกไป
หนานซาน หวางเยว่ ฉับพลันก็ขยายร่างออกมาอีกครั้ง
จากนั้นมันก็พุ่งตรงไปที่มังกรกระดูกอัคคี ด้วยความเร็ว
อันบ้าคลั่ง!
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ไม่เห็นว่าอีกฝั่ายมีความตั้งใจที่จะ
ปล่อยตัว หนานซาน หวางเยว่ ไปจริงๆ!
สิ่งที่มันคิดก็คือ มันจะกักขัง หนานซาน หวางเยว่ และ
มังกรกระดูกอัคคี เอาไว้ภายในศาสตราเต๋าวิถีแท้สุด
ยอดวิญญาณไปด้วยกัน!
ชายชราผู้นี้จะน่ารังเกียจกว่าที่เขาคิดเอาไว้หลายเท่าตัว
นัก!
มันหลอกเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ มันคิดที่จะจับปลา
สองมือครอบครองทุกสิ่ง!
แต่แน่นอนว่า อู่ อวี้ ย่อมไม่ปล่อยให้มันทำได้สำเร็จ
ยามนี้มังกรกระดูกอัคคียังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของ
เจดีย์ล่องกำเนิด เขาจึงรีบควบคุมให้เจดีย์ล่องกำเนิด
เรียกมังกรกระดูกอัคคีกลับไปในทันที
เมื่อมังกรกระดูกอัคคีได้รับคำสั่งจากเจดีย์ล่องกำเนิด
พริบตามันก็สลายกลับคืนจนหลบหนีออกมาจากห่วงโซ่
ของอีกฝั่ายได้อย่างง่ายดาย!
เจรจาล้มเหลว! เพราะอีกฝั่ายทำผิดสัญญาก่อน อย่างไร
ก็ตาม อู่ อวี้ ไม่มีทางปล่อยให้อีกฝั่ายฉกฉวยโอกาสนี้ไป
ได้สำเร็จ!
กล่าวตามตรงเขารู้สึกมืดแปดด้านไม่น้อย เนื่องจาก
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ การจะช่วยเหลือ หนานซาน
หวางเยว่ ถือเป็นเรื่องที่ยากมาก
การกระทำของ กุ่ย เจิ้นเค่อ ทำให้ อู่ อวี้ ไร้ซึ่งคำพูด ไม่
มีสัจจะในหมู่โจรอย่างแท้จริง!
“เจ้า!” เมื่อมังกรกระดูกอัคคีถูก อู่ อวี้ เรียกกลับคืน กุ่ย
เจิ้นเค่อ จึงบังเกิดมีน้ำโหในทันใด
“เป็นตัวเจ้าเองที่ไม่รักษาคำพูด ไม่ใช่ใครอื่น! ข้าต้องใช้
สมบัติล้ำค่าเช่นนี้เพื่อแลกเปลี่ยนกับชีวิตของสหายของ
ข้า แต่เป็นเพราะความโลภของตัวเจ้าเอง! ตอนนี้จะให้
ข้าเชื่อใจเจ้าได้อย่างไรอีก?”
“งั้นหรือ ร้ายกาจจริงๆ! หากเจ้าส่งมอบมังกรกระดูก
อัคคีมาให้ข้าแต่แรก ข้าก็คงจะคืนมันให้กับเจ้าแล้ว
แท้ๆ” กุ่ย เจิ้นเค่อ กลับมาโกรธเกรี้ยวอีกครั้ง ในเมื่อมัน
ไม่ได้รับมังกรกระดูกอัคคีมา ในยามนี้ มันจึงไม่คิดอดทน
อีกต่อไป
เห็นได้ชัดว่า มันโกหกหน้าด้านๆ
อู่ อวี้ จ้องมองมันด้วยสายตาเย็นชา พร้อมกับกล่าวว่า
“พูดมา ต้องการอะไรนอกจากมังกรกระดูกอัคคีอีก?”
หากว่ามอบมังกรกระดูกอัคคีให้กับมันไป สุดท้ายมันก็
จะลงเอยเช่นนี้เหมือนเดิม เขาจึงคิดว่าอีกฝั่ายหมายจะ
แย่งชิงสมบัติบนร่างของเขาอย่างแน่นอน และกล่าวได้
ว่ามันถือไพ่เหนือกว่าเสียด้วย!
“เจ้าพูดจริงรึ” ความจริงหากถ่วงเวลาไปเรื่อยๆ มันก็จะ
เป็นผลดีต่อตัวของ อู่ อวี้ แต่ อู่ อวี้ ไม่รู้ว่า หนานซาน
หวางเยว่ จะอดทนได้นานเพียงไหน ดังนั้นเขาจึงจำเป็น
จะต้องรีบลงมือ
ยิ่งไปกว่านั้นอีกด้านที่คนทั้ง 7 ก็ยังคงของขึ้นตีกันเอง
อยู่ จึงทำให้เกิดบรรยากาศตึงเครียดยิ่งกว่าเดิมมากนัก
เนื่องจากบัดนี้ไร้ซึ่งการขัดขวางปัดปั้องจาก อู่ อวี้ อาจ
กล่าวได้ว่าพวกมันบางคนตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิตแล้ว
และเมื่อต้องตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของวงเวทของ กุ่ย
เจิ้นเค่อ เท้าข้างหนึ่งของพวกมันก็เหยียบเข้าสู่ประตู
นรกแล้ว พวกมันไม่ได้ต่อสู้กันเล่นๆ จึงเกี่ยวพันถึงชีวิต
แล้วความตายของพวกมันอย่างแท้จริง!
อย่างไรก็ตามหลังจากที่ อู่ อวี้ กล่าวออกมาเช่นนี้ กุ่ย
เจิ้นเค่อ ก็เหยียดยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์พร้อมกับกล่าวว่า
“นับว่าเจ้ายังคงฉลาดอยู่บ้าง ในเมื่อเจ้าเปิดประเด็นมา
เช่นนี้ ข้าก็จะไม่หยอกเย้าเจ้าเล่นอีกต่อไป กล่าวตาม
ตรง เมื่อเทียบกับชีวิตของมันแล้ว ข้าให้ความสำคัญกับ
ชีวิตของเจ้ามากกว่า คนผู้นี้เกิดมาไม่เสียดายแล้วที่มี
สหายเช่นเจ้า เจ้ายินดีที่จะรั้งอยู่ที่นี่เพื่อมัน ช่างน่า
ประทับใจยิ่ง หากเจ้าคิดที่จะออกไปโดยมีชีวิต ความ
จริงก็ไม่ยาก เจ้าจงมาเปลี่ยนตัวกับมันก็เท่านั้น กล่าว
อีกนัยหนึ่ง ข้าไม่ได้มีความสนใจในตัวมันเลยสักนิด ขอ
เพียงข้าได้ครอบครองทุกสิ่งอย่างของเจ้า!”
นี่ก็คือวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของ กุ่ย เจิ้นเค่อ
มันมองเห็น อู่ อวี้ แสดงความสามารถออกปัดปั้องการ
โจมตีของคนอื่นๆท่ามกลางความวุ่นวาย ทั้งยังมีเขาคน
เดียวที่สามารถคงสติอยู่ได้ภายใต้วงเวทของมัน จึงเข้า
ตาของ กุ่ย เจิ้นเค่อ ยิ่งไปกว่านั้น กุ่ย เจิ้นเค่อ ก็เคยเห็น
เขาใช้พิมานจักรพรรดิเปั่ยหมิงในตอนก่อนหน้านี้
เงื่อนไขของมันไม่ได้เกินความคาดหมายของ อู่ อวี้
อย่างไรก็ตามย่อมเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะตกลงรับเงื่อนไขนี้
หากว่าต้องใช้ชีวิตของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนกับชีวิตของ
หนานซาน หวางเยว่ คงต้องไปให้มันฝันกลางวัน
เสียก่อน ความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งคู่ไม่ได้ดีถึงกระทั่ง
ยอมตายแทนกันและกันได้ แต่เขาก็ไม่อาจจะทนเห็น
หนานซาน หวางเยว่ ตายได้อยู่ดี
อย่างไรก็ตามสำหรับความเห็นของเขานั้น ถึงแม้จะยอม
ทำตามเงื่อนไข แต่มันก็จะไม่สังหารเขาอย่างแน่นอน
หากมันต้องการที่จะรับสมบัติบนร่างของเขาจริงๆ
ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า ยังมีความเป็นไปได้อยู่บ้าง
อย่างไรก็ตามในการเผชิญหน้ากับผู้ฝึกตนเฒ่าที่ฝึกตน
มาถึง 300-400 ปี มันย่อมมีวิธีการเจ้าเล่ห์เจ้ากล
มากมายอย่างแน่นอน เกรงว่าเขาจะตามเหลี่ยมของมัน
ไม่ทัน
“รู้ว่าสำหรับเจ้ายากจะตัดสินใจ เช่นนั้นข้าจะให้เวลา
เจ้าได้ไตร่ตรอง”
กุ่ย เจิ้นเค่อ กล่าวพร้อมกับยกยิ้ม ในยามนี้ดูเหมือนว่า
มันจะไม่กังวลเรื่องเวลาอีกต่อไป
“ข้ายังสามารถถ่วงเวลาได้พอสมควร หากกำลังเสริม
มาถึง ทุกสิ่งทุกอย่างจะถูกแก้ไข” อู่ อวี้ คิดในใจ
เมื่ออีกฝั่ายโยนข้อเสนอเช่นนี้มา จึงทำให้ อู่ อวี้ เตะถ่วง
เวลาไปได้อีกหน่อย
อย่างไรก็ตามเมื่อ อู่ อวี้ ครุ่นคิดว่าเขาควรจะทำเช่นไร
ก็เกิดสิ่งที่ไม่คาดฝันขึ้น
สิ่งที่ไม่คาดฝันนี้เกิดขึ้นมาจากความวุ่นวายของคนทั้ง 7
หลังจากที่ต้องผ่านการต่อสู้อันดุเดือด บุรุษคนหนึ่งใน
กลุ่มก็ถูกปิดล้อมโจมตีอย่างหนักหนาสาหัส และถูก
สังหารคาที่ตกตายไปในทันที ซากศพของมันตกลงไปอยู่
ในผืนปั่าเบื้องล่าง ไหลไปตามลำธาร!
มีคนตายแล้ว!
หากรอให้กำลังเสริมของชาวเหยียนห่าวมาถึง เกรงว่า
สถานการณ์คงเลวร้ายกว่านี้แล้ว
เนื่องจากการมีคนตายไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เพราะพวกมันถือ
ว่าเป็นอนาคตของอาณาจักรโบราณเหยียนหวง เป็นถึง
บุตรของเหล่าขุนนางชั้นสูงของอาณาจักรโบราณเหยียน
หวง
หลังจากที่มีคนตายไป อีก 6 คนกลับไม่ได้แยแส คนเข้า
โหมกระหน่ำเคล็ดวิชาเข้าใส่อย่างไม่รีรอ เมื่อตกอยู่ใน
การต่อสู้ชุลมุน จึงมีหลายครั้งหลายคราที่เคล็ดวิชาเต๋า
ซึ่งสาดประเคนใส่กันนั้น พุ่งทะยานเข้าใส่คนๆเดียวจน
เกิดเป็นพลังอันมหาศาล
จริงๆแล้วสตรีทั้ง 3 คนนี้ถือว่าอ่อนแอกว่า อย่างไรก็
ตามบุรุษทั้ง 3 คนที่ยังมีชีวิตอยู่ มีเจตจำนงในส่วนลึก
ของจิตใจ จึงไม่มีความคิดที่จะลงมือกับเหล่าสตรี ผนวก
กับการที่เหล่าบุรุษมีความเกลียดชังกันอยู่ ดังนั้นในการ
ต่อสู้จึงมุ่งเน้นไปที่เหล่าบุรุษด้วยกันเอง ทำให้การตาย
ของบุคคลแรกคือบุรุษ!
เมื่อตายไปก็เหลือเพียงแต่ร่างกาย
ยามที่ อู่ อวี้ มองเห็นซากศพนี้ตกลงไป ในสายตาของ
เขาก็เกิดแรงปรารถนาบางอย่าง ซึ่งมันมาจากร่างกลืน
สวรรค์
หลังจากที่ตายไปแล้ว กายเนื้อก็จะเน่าสลายไปตาม
กาลเวลา ส่วนแก่นแท้ตำหนักม่วงก็จะกระจายคืนสู่ฟั้า
ดิน และสำหรับจิตเทวะก็หลุดลอยดังเช่นจิตวิญญาณ
“หากว่าซากศพถูกทิ้งอยู่ที่นี่ ก็จะต้องถูก กุ่ย เจิ้นเค่อ
นำไปสร้างเป็นหุ่นเชิดศพ และพวกมันก็จะไม่อาจไปผุด
ไปเกิดได้อีก ทำไมข้าไม่ใช้โอกาสนี้เพิ่มพูนความก้าวข้า
ให้ข้าเองเสียเลย?”
หลังจากที่มีร่างกลืนสวรรค์แล้ว อู่ อวี้ ก็ขบคิดถึงปัญหา
นี้มาโดยตลอด ว่าเขาจะเดินตามรอยบรรพชนมารกลืน
สวรรค์หรือไม่
กล่าวได้ว่าเป็นปัญหาที่คิดไม่ตกอย่างยิ่ง
กลืนกินปีศาจได้ กลืนกินชาวกุ่ยเหยียนได้ ถ้าอย่างนั้น
ทำไมจะกลืนกินผู้ฝึกตนไม่ได้ มีเส้นแบ่งแยกใดๆขวาง
กั้นเอาไว้หรือ?
ยิ่งไปกว่านั้นผู้ฝึกตนคนนี้ ก็ไม่ได้ตกตายไปเพราะฝีมือ
ของตนเอง สุดท้ายศพของมันก็จะต้องเน่าเปือยสลายไป
ในโลกภายในใบนี้อยู่ดี
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ