กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 823: กลอุบายสู้เซียนนอกรีต
“สาม!”
ระหว่างครุ่นคิดอยู่นั้น กุ้ย เจิ้นเค่อ ก็นับถึงสามแล้ว
ขณะที่มันนับถึงสาม มันก็จงใจชะลอเวลานับลงอีก
เล็กน้อย เพื่อเป็นการแสดงความเมตตาต่อ อู่ อวี้
“สอง!” เวลานี้น้ำเสียง ดวงตาของมันที่จ้องมองมายัง อู่
อวี้ ดูเยือกเย็นคมกริบราวกับคมกระบี่ก็ไม่ปาน!
แรงกดดันมหาศาลกดทับลงบนร่างของ อู่ อวี้ แล้วใน
เวลานี้เอง มันก็โคจรพลังแก่นแท้ตำหนักม่วงกระตุ้นการ
ทำงานศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณในมือ
” ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณชิ้นนี้เรียกว่า ‘กักฝัน
วิญญาณนิรันดร์’ มันสามารถทำให้สหายของเจ้าตกตาย
อยู่ในห้วงแห่งฝันร้าย แม้ตาย ก็จะติดอยู่ในห้วงแห่งฝัน
ร้ายไปตราบชั่วนิรันดร์ หรือต่อให้สหายของเจ้าสามารถ
กลับชาติมาเกิดใหม่ได้ในอนาคต ฝันร้ายก็ยังคงติดตาม
หลอกหลอน ไม่อาจหลีกหนีกักฝันวิญญาณนิรันดร์ไปได้
สำหรับบทลงโทษเช่นนี้ เจ้าคิดว่ามันน่าสะพรึงกลัว
หรือไม่? ”
มันไม่ได้พูดจนจบ แต่เลือกจะทิ้งท้ายให้เก็บเอาไปคิด
เอง จากนั้นก็กวาดแกว่งกักฝันวิญญาณนิรันดร์ จับจ้อง
ไปยัง อู่ อวี้ พร้อมกับแสยะยิ้ม
ราวกับว่ามันสามารถลงมือได้ทุกเมื่อ
” ตกลง ข้าให้สัญญากับเจ้า ” ขณะอีกฝ่ายกำลังจะเริ่ม
ลงมือ อู่ อวี้ ก็พูดขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน ด้วยประโยค
ทำให้สีหน้าของ กุ้ย เจิ้นเค่อ ปรากฏรอยยิ้มขึ้นมา
ในทันที
” ดีมาก! เจ้าสามารถวางใจได้ ถ้าเช่นนั้นเราก็มายื่นหมู
ยื่นแมวกัน ในระหว่างที่ข้าควบคุมเจ้า ข้าจะปล่อยให้
สหายเจ้าไป ”
ทางหนึ่งมันก็ใช้ หนานซาน หวางเยว่ เป็นเบี้ยต่อรอง
แต่อีกทางหนึ่งมันก็กังวลว่า อู่ อวี้ จะออกไปได้ทุกเมื่อ
” ไม่ว่าข้าจะทำสิ่งใดล้วนเปิดเผยตรงไปตรงมา ข้าให้
สัญญากับเจ้า จะไม่เล่นตุกติก เช่นดั่งคนโลภมากไม่รู้จัก
พอเด็ดขาด ส่วนเจ้าหากตระบัดสัตย์ ข้าจะหลบหนี
ออกไปทันที และไม่ยอมเชื่อเจ้าอีก ” อู่ อวี้ กล่าวขณะ
เดินเข้าไปใกล้ฝ่ายตรงขามากขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนอีกฝ่ายก็
หยุดทรมาน หนานซาน หวางเยว่ มันพยักหน้าแล้วอม
ยิ้มพูดขึ้นว่า ” ไม่ต้องกังวล ครั้งนี้จะไม่ทำให้เจ้าผิดหวัง
อย่างแน่นอน”
บางทีนี่อาจเป็นช่วงเวลาตึงเครียดมากที่สุดแล้ว ดู
เหมือน หนานซาน หวางเยว่ จะได้ยินสิ่งที่เขาพูดจาก
ด้านนอก ทำให้มันมีสติขึ้นมาบ้างเล็กน้อยแล้ว เวลานี้
มันกำลังดิ้นรนต่อสู้กับโซ่ ‘กักฝันวิญญาณนิรันดร์’ ที่
กำลังมัดพันกะโหลกอยู่ ท่ามกลางการต่อสู้ดิ้นรนมัน
แผดเสียงคำรามแหลมเล็กดังขึ้นมา แน่นอนว่า กุ้ย เจิ้น
เค่อ ไม่ต้องการให้ อู่ อวี้ ได้ยินเสียงนี้
เพียงชั่วอึดใจ
ฉับพลันร่างของ อู่ อวี้ ก็มายืนอยู่ด้านหน้าของ กุ้ย เจิ้น
เค่อ เพื่อรอให้มันใช้ ‘กักฝันวิญญาณนิรันดร์’ ควบคุม
ตนเอง!
” ยอมเสียสละเพื่อพี่น้อง ทั้ง ๆ ที่มีฝีมืออยู่ในระดับนี้
แล้วช่างน่าชื่นชมยิ่งนัก หากเปลี่ยนเป็นข้า คงไม่ทำ
เช่นนี้แน่ ถ้าเช่นนั้นข้าจะมอบความตายที่ดีที่สุดให้แก่
เจ้า! ” รอยยิ้มบนใบหน้าของ กุ้ย เจิ้นเค่อ แปรเปลี่ยน
เป็นจริงจังอีกครั้ง จากนั้นก็มิได้เอื้อนเอ่ยวาจาใด
ควบคุมกักฝันวิญญาณนิรันดร์ ยืดขยายพุ่งเข้ามาทาง อู่
อวี้ ทันทีที่เห็นโซ่กะโหลกใกล้ถึง อู่ อวี้ โซ่ที่รัด หนาน
ซาน หวางเยว่ก็ค่อย ๆ คลายออก ซึ่งการกระทำนี้แสดง
ให้เห็นถึงความจริงใจของอีกฝ่าย
ณ เวลานี้ ทุกความสนใจ ทุกช่วงเวลา เปี่ยมล้นไปด้วย
ความบีบคั้นตึงเครียด ภายในใจของ อู่ อวี้ เสมือนดั่งอยู่
ท่ามกลางพายุแห่งวิกฤตอันตราย กี่ครั้งกี่หนแล้วที่เขา
ต้องตกอยู่ในสถานการณ์สิ้นหวังเป็นตายเท่ากัน ดังนั้น
ในครั้งนี้เขาจะต้องไม่มีข้อผิดพลาด!
“ อ๊ากกกกกก!”
สำหรับ อู่ อวี้ เขารู้สึกว่าเวลานี้ช่างเชื่องช้าเหลือเกิน
ความรู้สึกเหมือนกับอยู่ในเจดีย์ล่องกำเนิดก็มิผิดนัก นั่น
เพราะจิตใจของเขาจดจ่ออยู่ที่กักฝันวิญญาณนิรันดร์ ซึ่ง
กำลังใกล้เขามากขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนกักฝันวิญญาณนิรันดร์
ทางฝั่งของ หนานซาน หวางเยว่ ก็ค่อย ๆ ถูกคลายออก
เป็นเพราะมันกังวลว่า อู่ อวี้ จะหลบหนี ซึ่งถือว่ามันกะ
เวลาได้อย่างเหมาะสม เมื่อโซ่มัดพัน อู่ อวี้ มันก็ปล่อย
ตัว หนานซาน หวางเยว่ ไป
ขณะที่กำลังควบคุม อู่ อวี้ มันก็ตั้งใจจะส่ง หนานซาน
หวางเยว่ ออกจากวงเวทค่ายกลนี้ มิเช่นนั้นก่อนที่มันจะ
ควบคุมเขา เป็นไปได้ว่า อู่ อวี้ อาจหลบหนีจากค่ายกล!
ดังนั้นมันจึงกะเวลาปล่อยและเวลาควบคุมให้ตรงกัน
ตอนนี้ใกล้ถึงเวลานี้แล้ว อู่ อวี้ เห็นว่าหนานซาน หวาง
เยว่ กำลังดิ้นรนกระเสือกกระสนอยากจะหลุดพ้นจาก
วิญญาณฝันร้าย
เมื่อเห็นว่า หนานซาน หวางเยว่ ยังมิได้รับบาดเจ็บ
สาหัส อู่ อวี้ ก็โล่งใจ
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ไม่มีทางยอมแพ้ ใจของเขาไม่คิดจะ
ยอม เช่นนั้นก็จะต้องดิ้นรนให้ถึงที่สุด
ก่อนหน้านี้มิตรภาพของ อู่ อวี้ กับ หนานซาน หวางเยว่
ค่อนข้างราบเรียบไม่มีอะไรเป็นพิเศษ นี่คือครั้งแรกที่
ต้องดิ้นรนต่อสู้โดยเอาชีวิตเป็นเดิมพัน!
ช่วงเวลาชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย อู่ อวี้ กับ หนานซาน
หวางเยว่ แทบจะกลั้นหายใจด้วยความลุ้นระทึก!
ระหว่างที่ อู่ อวี้ กำลังถูกกักฝันวิญญาณนิรันดร์รัดกุม
มัดพันร่าง อู่ อวี้ เมื่อมันรัดแน่นเข้ามา อู่ อวี้ ก็ตระหนัก
ว่าแม้แต่จะหันศีรษะยังทำได้ยากยิ่ง
หนานซาน หวางเยว่ ได้รับอิสระในที่สุด โดยทั่วไปเขา
จะต้องรีบตะเกียกตะกายออกจากที่นี่ทันที แต่เขากลับ
แผดเสียงตะโกนอย่างไม่เป็นภาษาด้วยโทสะอันโกรธ
เกรี้ยว แล้วโทสะนี้กำลังมุ่งเป้าไปที่ กุ้ย เจิ้นเค่อ ที่อยู่
เบื้องหน้า!
“ม่ายยยยย!” เสียงคำรามที่แผดออกมาของ หนานซาน
หวางเยว่ ดังกึกก้องสะท้อนมาจากด้านใน
ช่างน่าตกใจยิ่งนัก!
ชั่วพริบตานั้นเองประกายตาของ กุ้ย เจิ้นเค่อ ก็แปร
เปลี่ยนไป มันเตรียมพร้อมหดกระชับโซ่กักฝันวิญญาณนิ
รันดร์ อีกเพียงชั่วอึดใจมันก็ทำได้สำเร็จ
แน่นอนเมื่อครานี้ เป้าหมายของมันคือ หนานซาน
หวางเยว่ ทันใดนั้นค่ายกลใต้ฝ่าเท้าของ หนานซาน
หวางเยว่ ก็ถูกเปิดออก ปรากฏเป็นลาวาร้อนสุดขั้วอยู่
เบื้องล่าง!
ในเวลานี้ความสนใจทั้งหมดของ กุ้ย เจิ้นเค่อ ถูกต้องอยู่
ที่ร่างของ หนานซาน หวางเยว่ กับ อู่ อวี้ สำหรับมัน
แล้วนี่คือการต่อสู้ และประการสำคัญที่สุดคือมัน
ต้องการจับตัว อู่ อวี้ ที่เป็นเสมือนดั่งปลาไหลให้จงได้
เนื่องจาก หนานซาน หวางเยว่ ที่ถูกปล่อยตัวไปก็ยังต้อง
พึ่งพาโชควาสนาด้วย ผนวกกับยามนี้ หนานซาน หวาง
เยว่ ก็ได้รับบาดเจ็บอยู่ไม่น้อย ตราบใดที่มันจับตัว อู่ อวี้
ได้ มันก็ไม่เชื่อว่า หนานซาน หวางเยว่ จะหลบหนีไป
จากฝ่ามือของมันได้
การที่ หนานซาน หวางเยว่ ตกอยู่ภายใต้การควบคุม
ของมันตั้งแต่แรก ก็นับว่ามันได้รับชัยชนะในการต่อสู้
ครั้งนี้แล้ว!
ด้วยเพราะมันพยายามสังเกตการเคลื่อนไหวของ อู่ อวี้
อย่างระมัดระวัง ซึ่งสิ่งนี้คือกุญแจที่นำไปสู่ชัยชนะ
กล่าวตามตรง ตอนนี้มันกลัวว่า อู่ อวี้ จะหลบหนี
ออกไป โดยยอมเสียสละชีวิตของ หนานซาน หวางเยว่
ทว่าชั่วขณะที่มันกำลังกระชับกักฝันวิญญาณนิรันดร์ ก็
บังเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอีกตำแหน่งหนึ่ง ซึ่งเป็นการ
เปลี่ยนแปลงที่มันมิได้สังเกตเห็น
กลุ่มหมอกทมิฬกำลังค่อย ๆ ลอยขึ้นมา จากตำแหน่งที่
อยู่ไม่ห่างจากเบื้องหลังของมัน จากนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็น
อู่ อวี้ ผู้มีเรือนผมสีขาวดวงเนตรสีโลหิต หลังจากนั้นก็
นำพิมานจักรพรรดิเป่ยหมิง ออกมาจากถุงจักรวาล
อย่างเงียบ ๆ เนื่องจากยามนี้ความสนใจทั้งหมดของ กุ้ย
เจิ้นเค่อ ตรึงอยู่ที่ร่างของ อู่ อวี้ กับ หนานซาน หวาง
เยว่ จนแทบจะลืมเลือนร่างแยกของ อู่ อวี้ ไปอย่าง
สิ้นเชิง ร่างกลืนสวรรค์ที่ปรากฏกายขึ้น ซ่อนตัวได้อย่าง
มิดชิดแนบเนียนเป็นอย่างยิ่ง แม้แต่ หนานซาน หวาง
เยว่ ก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำ!
“กระบี่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จิตทมิฬพิมานสวรรค์!”
ร่างกลืนสวรรค์ มิได้ยั้งมือแม้แต่น้อย นี่คือการโจมตี
สังหารหมายมาดบดขยี้ศัตรูให้สิ้นซาก กล่าวได้ว่านี่คือ
การจู่โจมอย่างเงียบเชียบเด็ดขาด โดยที่ไม่ปล่อยให้ กุ้ย
เจิ้นเค่อ มีโอกาสได้ตอบโต้แม้แต่น้อย!
บัดนี้ความแข็งแกร่งของร่างกลืนสวรรค์พุ่งทะยานขึ้นไป
ถึงขีดสุด พลังรบอยู่เหนือเกินกว่าขีดจำกัดเป็น
ประวัติการณ์ เมื่อเทียบกับตอนที่อยู่ภายในคุกสมุทร
วิญญาณแล้ว นับว่าการโจมตีนี้ทรงพลังยิ่งกว่า
โดยเฉพาะเมื่อมี พิมานจักรวรรดิเป่ยหมิง อยู่ภายใต้การ
ควบคุม ส่งผลให้การโจมตีทำลายล้างจากวงเวทที่ถูก
ปลดปล่อยออกไป อยู่เหนือเกินกว่าระดับจิตเทวะไป
แล้ว!
หนึ่งกระบี่ พิมานสวรรค์ จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์
ปรากฏการณ์ออกมาทีละส่วน แล้วในท้ายสุดก็ควบแน่น
เป็นปราณกระบี่เล่มหนึ่ง ระเบิดการโจมตีออกไปอย่าง
เหี้ยมเกรียมคมกริบในชั่วพริบตา ทว่าเป้าหมายของการ
โจมตีนี้ไม่ได้อยู่ที่ร่างของ กุ้ย เจิ้นเค่อ ตัวเอง แต่เป็นกัก
ฝันวิญญาณนิรันดร์ที่คล้องพันอยู่บนแขนของ กุ้ย เจิ้น
เค่อ!
ร่างกลืนสวรรค์เฝ้ารอโอกาสมานานแล้ว และการแสดง
มากมายมากมายของ อู่ อวี้ ทั้งหมดก็เพื่อช่วงเวลานี้!
การต่อสู้ของเซียนเต๋าเปี่ยมไปด้วยความลุ้นระทึกและ
กลอุบายอันลึกล้ำ!
กระบี่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จิตทมิฬพิมานสวรรค์ ส่งเสียง
หวีดหวิวหวีดตัดฝ่าอากาศ ทะลวงแทงเข้าใส่ กุ้ย เจิ้น
เค่อ ในชั่วพริบตา ทางฝั่งของ กุ้ย เจิ้นเค่อ ไม่คาดคิดว่า
จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ดังนั้นจึงไม่อาจตอบสนองต่อ
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้
ชั่วพริบตานี้ สิ่งเดียวที่มันพอกระทำได้คือการปกป้อง
ตนเอง โดยตอบโต้ไปตามปฏิกิริยาตอบสนองภายใต้
จิตสำนึกของมัน แน่นอนว่าความสามารถในการป้องกัน
ตนเองของ กุ้ย เจิ้นเค่อ นับก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน
ช่วงเวลานี้เองมันก็นำศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณชิ้น
หนึ่งออกมา เสมือนดังม้วนภาพตั้งตรงปรากฏขึ้นเบื้อง
หน้าของตนเอง ทว่ากระบี่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จิตทมิฬ
พิมานสวรรค์ ก็พุ่งทะลวงแทงทะลุฝ่าขอบด้านข้างของ
ม้วนภาพอย่างง่ายดาย ระเบิดพลังอำนาจอันมหาศาล
อัดกระแทกเข้าใส่มือของ กุ้ย เจิ้นเค่อ ที่มีกักฝัน
วิญญาณนิรันดร์คล้องพันอยู่!
ในช่วงเวลานี้กระบี่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จิตทมิฬพิมาน
สวรรค์ก็ปลดปล่อยอำนาจอันมหาศาล บดขยี้เข้าใส่ค่าย
กล ทันใดนั้นทั่วทั้งโลกค่ายกลนี้ก็สั่นสะเทือนอย่าง
รุนแรง รากฐานของค่ายกลถูกบดขยี้ทำลายด้วยกระบี่
เล่มนี้ เมื่อปราณกระบี่ทะลวงแทงเข้าไปในพื้นปฐพี
สามารถแลเห็นได้ว่าบัดนี้ พื้นปฐพีภายในโลกอันกว้าง
ใหญ่ไร้สิ้นสุด ได้ถูกแช่แข็งกลายเป็นธารน้ำแข็งทมิฬ
ทันที โดยมีปราณกระบี่เป็นจุดศูนย์กลาง แปรเปลี่ยน
กฎเกณฑ์ทำให้โลกแห่งนี้ กลายเป็นโลกแห่งน้ำแข็งและ
หิมะอันหนาวเหน็บอย่างสมบูรณ์!
อย่างไรก็ตามนี่หาใช่สิ่งสำคัญไม่ กุญแจสำคัญก็คือ
หลังจากการโจมตีของ อู่ อวี้ บรรลุผล กุ้ย เจิ้นเค่อ ก็
สูญเสียการควบคุมค่ายกล กับ ผนวกกับวิญญาณบรรพ
กาลผนึก อู่ อวี้ และ หนานซาน หวางเยว่ ก็อาศัย
ช่วงเวลานี้หลบหนีออกไปทันที!
“เมฆาตลบฟ้า!” อู่ อวี้ แลเห็นว่าทั้งผิวกายและดวงตา
ของ หนานซาน หวางเยว่ แดงก่ำไปทั่วทั้งร่าง ซึ่งยามนี้
สภาพของ หนานซาน หวางเยว่ นับว่าอเนจอนาถเป็น
อย่างยิ่ง ดวงตาหนักอึ้งราวกับจะล้มได้ทุกเมื่อ อู่ อวี้
ทราบดีว่ามันได้รับผลกระทบจะค่ายกลอย่างรุนแรง
ดังนั้นเขาจึงควบคุมเมฆาตลบฟ้าห่อหุ้มร่างกายของ
หนานซาน หวางเยว่ แล้วสั่งให้มันพุ่งทะยานหนีไปทันที
เดิมทีเขาคิดพา หนานซาน หวางเยว่ ออกจากค่ายก่อน
นี้แต่แรก เนื่องจากว่าทางออกที่ปรากฏ คือลาวาที่อยู่
เบื้องล่าง อย่างไรก็ตามหลังจาก กุ้ย เจิ้นเค่อ หลบเลี่ยง
ปราณกระบี่จากร่างกลืนสวรรค์ มันก็ตอบสนองอย่าง
รวดเร็ว โดยการควบคุมค่ายกลปิดทางออกทันที!
อู่ อวี้ เร่งเปลี่ยนทิศทางพา หนานซาน หวางเยว่ ออก
จากอาณาเขตของ กุ้ย เจิ้นเค่อ อย่างรวดเร็ว ถึงแม้จะ
ออกไม่ได้ แต่ตราบใดที่เขายังมีเมฆาตลบฟ้า ต่อให้ค่าย
กลวงเวทของมันจะร้ายกาจเพียงใดก็ไม่สามารถจับพวก
เขาได้อยู่ดี อีกทั้งยามนี้ อู่ อวี้ ยังมีร่างกลืนสวรรค์ที่แทบ
จะต่อกรกับ กุ้ย เจิ้นเค่อ ได้อย่างเทียบเคียง!
ตราบใดที่ หนานซาน หวางเยว่ หลุดมาอยู่ข้างกาย อู่
อวี้ ได้แล้วก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเขาจะตกตายอีกต่อไป
เมื่อนั้นเขาจะสามารถต่อสู้เดิมพันกับ กุ้ย เจิ้นเค่อ ได้
อย่างสบายใจ!
สำหรับ อู่ อวี้ ถือว่าเป้าหมายบรรลุ!
เวลานี้ กุ้ย เจิ้นเค่อ อยู่ในสภาพโกรธแค้นถึงขีดสุด
โดยเฉพาะยิ่งมันเห็นโลกแห่งวงเวทค่ายกลของตน กลับ
กลายเป็นโลกแห่งธารน้ำแข็งสีดำอย่างฉับพลัน! ” ไอ้เด็ก
เหลือขอ ในที่สุดเจ้าก็ทำให้ข้าโกรธจนได้! พูดคุยกันดี ๆ
ไม่ชอบ อยากให้ใช้กำลังบังคับซินะ! กระทำเช่นนี้ แสดง
ว่าไม่อยากออกจากที่นี่ใช่หรือไม่!? ” กุ้ย เจิ้นเค่อ จับ
จ้องร่างกลืนสวรรค์ของ จากนั้นก็หันไปมอง อู่ อวี้ กับ
หนานซาน หวางเยว่ ที่มีเมฆาตลบฟ้าปกคลุมอยู่รอบ
กาย กุ้ย เจิ้นเค่อ ข่มเขี้ยวเคี้ยวฟันเอ่ยขึ้นด้วยจิตสังหาร
ที่พวยพุ่งขึ้นไปถึงสวรรค์
มันไม่คาดคิดว่า อู่ อวี้ จัดการมันด้วยวิธีที่มันจัดการเขา
ก่อนหน้านี้เช่นดังกระบี่นั้นคืนสนอง สถานการณ์พลิก
กลับกลับกลายเป็นว่า อู่ อวี้ กลายเป็นผู้ถือไพ่เหนือกว่า
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ