กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 824: มีดสั้น
อู่ อวี้ เกียจคร้านเกินกว่าที่จะมานั่งฟัง กุ้ย เจิ้นเค่อ พร่ำ
เพ้อ
ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน หากอีกฝ่ายไม่มีกลเม็ดใหม่มา
จัดการ ก็เป็นเรื่องยากที่จะข่มขู่เขาได้อีกครั้ง มีเพียงวิธี
เดียวเท่านั้นยังพอเป็นไปได้ คือการกักขัง อู่ อวี้ กับ
หนานซาน หวางเยว่ ซึ่ง อู่ อวี้ สามารถหลบหนีได้ แต่
หนานซาน หวางเยว่ ไม่สามารถหลบหนีไปไหนได้
กุ้ย เจิ้นเค่อ แข็งแกร่งมากจริง ๆ ส่งผลให้ยามนี้ หนาน
ซาน หวางเยว่ ทุกข์ทรมานเป็นที่สุดอย่างไม่อาจช่วยได้
อย่างไรก็ตามด้วยความเร็วของ อู่ อวี้ ที่ผสานร่างกับ
เมฆาตลบฟ้า จึงทำให้สลัด กุ้ย เจิ้นเค่อ ออกไปได้ ซึ่ง
ยามนี้คงมีเพียงร่างกลืนสวรรค์เท่านั้นที่สามารถต่อกร
กับมันได้
เวลานี้ร่างกลืนสวรรค์ที่ผู้มีเรือนผมสีขาวดวงเนตรสี
โลหิตของ อู่ อวี้ ถือจับพิมานจักรพรรดิเป่ยหมิงสีดำ
ทมิฬ คอยสกัดกั้นขัดขวาง กุ้ย เจิ้นเค่อ ไว้
เส้นเกศาสีขาวปลิวสะบัดพลิ้วไหว ดวงเนตรสีโลหิตลึก
ล้ำสาดประกายเย็นชาดั่งหมู่มาร ร่างกลืนสวรรค์ให้
ความรู้สึกแตกต่างจาก อู่ อวี้ ร่างต้นอย่างสิ้นเชิง ส่งผล
ให้ยามนี้ กุ้ย เจิ้นเค่อ ได้ตระหนักว่าสิ่งล้ำค่ามากที่สุด
ของ อู่ อวี้ หาใช่มังกรกระดูกอัคคี แต่เป็นร่างอวตารที่
มันไม่ได้สนใจตั้งแต่แรก
” ข้าไม่คิดว่าเจ้าเด็กเหลือขอผู้นี้ จะมีความลับมากมาย
ถึงเพียงนี้! สามารถมีทรัพยากรผู้บำเพ็ญตนอันลึกล้ำ ทั้ง
ยังมีความสามารถของมารซึ่งเป็นขั้วตรงข้ามที่ไม่ได้ด้อย
ไปกว่ากัน ตำแหน่งของเจ้าในอาณาจักรโบราณเหยียน
หวงต้องสูงมากแน่ ๆ ถ้าไม่ใช่เพราะตรงหว่างคิ้วของเจ้า
ไม่มีสัญลักษณ์ราชวงศ์เหยียนหวง ข้าคงคิดว่าเจ้าเป็น
โอรสจักรพรรดิแล้ว! อย่างไรก็ตามข้าเกรงว่าสถานะของ
เจ้า ต้องไม่ต่ำไปกว่าพระโอรส! การที่เจ้ามาติดกับดักอยู่
ที่นี่ และเมื่อชาวกุ่ยเหยียนคนอื่น ๆ ผู้มีความสามารถใน
การควบคุมเจ้ามาถึง นับว่ามันคงเป็นความสำเร็จอัน
ยิ่งใหญ่ของข้าอย่างแน่นอน ” กุ้ย เจิ้นเค่อ มิได้รีบเร่ง
ต่อสู้กลับไป แต่เลือกจะพูดจาขู่เขาแทน
บัดนี้ อู่ อวี้ ร่างต้นกับ หนานซาน หวางเยว่ ค่อนข้างอยู่
ห่างไกลจากมัน หนานซาน หวางเยว่ ยังคงติดอยู่ในพลัง
อำนาจของวงเวท หลังจากถูกปลุกก็ทำให้มันมีสติขึ้น
มาก ไม่กลับอยู่ในห้วงอารมณ์แห่งโทสะอีก
ร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ตอบโต้ กุ้ย เจิ้นเค่อ กลับไป
อย่างเยือกเย็นว่า ” เจ้าไม่ต้องขู่ข้าให้ลำบากนัก พบเห็น
ข้ามีความสามารถมากมายเช่นนี้ เจ้าต้องโลภโมโทสัน
จนตั้งใจหุบมันไว้เพียงผู้เดียวอย่างแน่นอน ด้วยลักษณะ
นิสัยไม่รู้จักพอของเจ้า การที่เจ้าจะแบ่งปันให้ผู้อื่นนับว่า
ผิดปกติแล้ว ”
อย่างไรก็ตามเขาไม่มีหนทางหลบหนีออกจากที่นี่ได้
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงทำได้เพียงแค่ถ่วงเวลาอีกฝ่ายเท่านั้น
ระหว่างที่เมฆาตลบฟ้าปกคลุมรอบ ๆ ร่าง หนานซาน
หวางเยว่ อารมณ์ของมันก็ค่อย ๆ เสถียรคงตัวขึ้น มัน
จ้องมอง อู่ อวี้ ด้วยท่าทางเคร่งขรึมแล้วเอ่ยขึ้นว่า ” ทุก
อย่างที่เจ้ากระทำในวันนี้ ข้าได้ประจักษ์เต็มสองตาแล้ว
อู่ อวี้ ข้าคงเอ่ยได้เพียงแค่ขอโทษเท่านั้น ไม่คิดว่าเจ้าจะ
ซื่อสัตย์จริงใจกับข้าถึงเพียงนี้ ก่อนหน้านี้ข้าไม่ได้คิด
เช่นเดียวกับเจ้า แต่ต้องการจะหลอกใช้ หรือแม้กระทั่ง
ควบคุมเจ้า ให้เป็นผู้ติดตามข้า … แต่เมื่อเห็นเจ้าซื่อสัตย์
จริงใจกับข้าถึงเพียงนี้ ข้าก็รู้สึกละอายใจเป็นอย่างยิ่ง
คงไม่จำเป็นต้องเอื้อนเอ่ยอันใด ในวันนี้เจ้าดีกับข้า
ปฏิบัติกับข้าอย่างไร ข้าก็จะปฏิบัติกับเจ้าเช่นนั้น ข้าจะ
ไม่ยอมให้เจ้ามองข้าผิดไป ”
มันพรั่งพรูคำพูดมามากมาย หลังจากงั้นก็แสดงท่าทีมี
ความสุข มันถอนหายใจด้วยความโล่งอกแล้วยิ้มให้ อู่
อวี้
” เพื่อสหายแล้ว ข้ากระทำได้เสมอ กล่าวตามตรงเห็น
เจ้าพูดออกมาเช่นนี้ ข้าก็รู้สึกว่าทุกอย่างที่ข้าทำวันนี้
คุ้มค่าแล้ว ” อู่ อวี้ ไม่ได้พูดอย่างอื่นอีก เพราะเขารู้ดีอยู่
แล้วว่า หนานซาน หวางเยว่ มีเจตนาเช่นไรตั้งแต่แรก
อย่างไรก็ตามการกระทำของ อู่ อวี้ ในวันนี้ ทำให้
หนานซาน หวางเยว่ เลือกจะปฏิบัติกับเขาอย่างซื่อสัตย์
จริงใจ แน่นอนว่าสิ่งนี้แสดงให้เห็นว่านิสัยพื้นฐานของ
หนานซาน หวางเยว่ มิได้เลวร้าย มันเป็นเพียงหมูป่าตัว
เล็ก ๆ เท่านั้น…
“ ข้าจะซื่อสัตย์จริงใจ! การที่ข้าได้รู้จักเจ้านับเป็นสวรรค์
ประทานแล้ว นอกจากนี้มรดกของเรายังคล้ายคลึงกัน
บางทีฉีเทียนต้าเซิ่น กับ แม่ทัพเทียนเผิง อาจจะเป็น
สหายกัน วันนี้เราต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กัน ถือเป็นการ
สืบทอดเจตจำนงของผู้อาวุโสทั้งสอง กล่าวตามตรง ข้า
รู้สึกคุ้นเคยกับเจ้าตั้งแต่แรกเห็นแล้ว ”
ถ้าให้กล่าวความสัมพันธ์ทั้งสองพัฒนาแน่นแฟ้นขึ้นอีก
ขั้นอย่างไม่ตั้งใจ
อันที่จริง อู่ อวี้ ก็คิดเช่นนั้น แรกเห็น หนานซาน หวาง
เยว่ เขาเองก็รู้สึกคุ้นเคยกับอีกฝ่ายอย่างบอกไม่ถูก
ระหว่างที่มันตกอยู่ในอันตราย เขาไม่อาจทำเป็นนิ่งเฉย
โดยไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ แม้ว่าอีกฝ่ายจะแก่กว่าตัวเอง
ทว่า อู่ อวี้ ก็ยังรู้สึกว่าตัวเขาน่าจะเป็นพี่มากกว่า
จากจุดนี้ หนานซาน หวางเยว่ ต้องไม่ยอมรับอย่าง
แน่นอน เพราะมันคิดว่าตนเองเป็นพี่ใหญ่
ระหว่างที่ อู่ อวี้ กับ หนานซาน หวางเยว่ สนทนาพูดคุย
กันอย่างผ่อนคลาย อีกด้านหนึ่ง กุ้ย เจิ้นเค่อ ก็กำลัง
พูดคุยกับร่างกลืนสวรรค์ กุ้ย เจิ้นเค่อ อย่างดุร้าย มัน
ต้องการระบายความโกรธแค้นของตน ด้วยการไล่ล่าจับ
ตัว อู่ อวี้ กับ หนานซาน หวางเยว่ แต่มันก็พบว่าตนไม่
อาจกระทำได้ ดังนั้นตอนนี้มันจึงคิดว่าการควบคุมพวก
เขา มีอยู่สองเป้าหมายหลัก คือร่างกลืนสวรรค์ของ อู่
อวี้ ส่วนอีกหนึ่งก็คือ หนานซาน หวางเยว่
มันมองไปที่ร่างกลืนสวรรค์ของอู่ อวี้ ซึ่งไม่ได้มีความ
รวดเร็วน่าสะพรึงกลัวเหมือนร่างต้น
แต่มันก็สามารถเห็นได้ว่าร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ไม่
อ่อนแอเลย
เมื่อมองไปที่ หนานซาน หวางเยว่ มันยังคงต้องการใช้
พลังอำนาจควบคุมจิตสำนึก หนานซาน หวางเยว่ ทันใด
นั้นใต้ฝ่าเท้าของมันก็ปรากฎวงเวทปรากฏขึ้นเป็น
จำนวนมาก! ชั่วอึดใจนั้นเอง โลกแห่งค่ายกลซึ่งถูกเยือก
แข็งไปด้วยธารน้ำแข็งทมิฬ ก็เริ่มหลอมละลาย จากนั้น
ทะเลบุปผา ก็เติบโตขึ้นมาอีกครั้ง
เพียงชั่วขณะกลิ่นของมันก็ระเบิดออกมาอย่างรุนแรง
“พิรุณวิบัติกระบี่สมุทรทมิฬ!” กุ้ย เจิ้นเค่อ ใช้งานวงเวท
อีกครั้ง เมื่อธารน้ำแข็งทมิฬถูกทำลาย พร้อมทะเลบุป
ผาที่ปรากฏขึ้นอีกครั้ง ร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ก็
ตอบสนองอย่างรวดเร็ว เขาควบคุมพิมานจักรพรรดิเป่ย
หมิง พุ่งทะลวงแทงขึ้นสู่ฟากฟ้า กระบี่ที่พุ่งทะยานขึ้น
ไป แปรเปลี่ยนกลายเป็นปราณกระบี่นับล้านเล่ม พุ่ง
ทะยานเข้าใส่ก้อนเมฆาบนฟากฟ้า ปลดปล่อยปราณอัน
หนาวเย็นไปทั่วทุกแห่งหน ก่อตัวกลายเป็นก้อนเมฆ
หนาแน่น เพียงชั่วอึดใจทั่วทั้งท้องนภาก็เปี่ยมไปด้วย
เมฆามืดครึ้ม ก้อนเมฆานี้หาได้มีสายอัสนีร้องผ่าอยู่
ภายใน แต่กลับเต็มไปด้วยปราณที่ดูจะเสมือนดั่งน้ำแข็ง
จำนวนนับไม่ถ้วน ส่งเสียงหวีดหวิวอยู่ภายในความมืด!
“ลงมา!” ภายใต้การควบคุมของร่างกลืนสวรรค์
ท่ามกลางก้อนเมฆา เริ่มปรากฏหยาดพิรุณพร่างพรมลง
มา ปรากฏเป็นกระบี่ทมิฬที่ดูเสมือนดั่งน้ำแข็ง นับหมื่น
นับแสนล้านเล่ม สาดเทลงมา ทั้งขอบเขตที่กว้างใหญ่
และความรวดเร็วของพิรุณกระบี่นับว่าน่าตื่นตะลึงเป็น
อย่างยิ่ง เพียงสดับฟัง จะสามารถได้ยินเสียงแตกหักราว
กับว่าโลกหล้ากำลังพังทลาย ปราณกระบี่จำนวนนับไม่
ถ้วน ปักแทงเข้าใส่มวลหมู่พนมพงไพร ผืนพิภพที่ใช้จัด
วางค่ายกลปรากฏรอยหลุมปริแตก ราวกับว่าผืนปฐพีถูก
แหวกผ่าเปิดออก จากนั้นไอความเย็นสุดขั้วก็เริ่ม
แพร่กระจายออกมา แช่แข็งพิภพนี้กลายเป็นโลกแห่ง
ธารน้ำแข็งทมิฬอีกครั้ง แถมในครั้งนี้ธารน้ำแข็งยังหนา
ยิ่งกว่าครั้งก่อน!
ทว่าเมฆาทมิฬบนฟากฟ้าก็ยังคงเกลือกกลิ้ง ปลดปล่อย
ปราณกระบี่พร่างพรมลงมาอย่างต่อเนื่อง!
นี่คือพลังอำนาจของพิรุณวิบัติกระบี่สมุทรทมิฬ! การ
โจมตีแต่ละวงจากวงเวทของศาสตราเต๋าวิถีแท้ มี
คุณประโยชน์และวิธีใช้อันหลากหลาย บางครั้งอาจใช้
โจมตีโดยตรง บางครั้งก็ถูกใช้งานเพื่อกลยุทธ์ที่
ละเอียดอ่อนมากยิ่งขึ้น กลิ่นของดอกบุปผาที่ปรากฏขึ้น
จากค่ายกล ซึ่งถูกควบคุมโดยฝ่ายตรงข้ามถูกกลืนมลาย
หายไปในทันที อันที่จริงแล้วการที่ อู่ อวี้ หยิบยืมพลัง
จากพิมานจักรพรรดิเป่ยหมิง ใช้หยุดยั้งการทำงานของ
ค่ายกล จำเป็นต้องใช้พลังมากพอสมควร ทว่าหลังจาก
กลืนกินคนทั้งเจ็ดของกองทัพเพลิงอัสนี อู่ อวี้ ร่างกลืน
สวรรค์ ก็แทบจะมีอำนาจใกล้เคียงกับ กุ้ย เจิ้นเค่อ ผู้ชั่ว
ช้า!
สิ่งนี้ทำให้ กุ้ย เจิ้นเค่อ คลุ้มคลั่งจนแทบบ้า มันเพิ่งคิด
วิธีจัดการ อู่ อวี้ กับ หนานซาน หวางเยว่ ได้ แต่ไม่
คาดคิดว่าค่ายกลพึ่งเริ่มทำงาน ก็ถูกร่างกลืนสวรรค์ของ
อู่ อวี้ บดขยี้ทำลายจนสิ้น!
แม้ว่ามันจะมีวิธี ให้บุปผาฝ่าทะลวงธารน้ำแข็งออกมาได้
แต่ก็เห็นได้ชัดว่าร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ก็สามารถ
ปลดปล่อยธารน้ำแข็งตรึงดอกบุปผาไว้ได้อีกเช่นกัน!
แน่นอนว่าสำหรับ กุ้ย เจิ้นเค่อ วงจรอุบาทว์นี้ มิได้ทำให้
มันช่วงชิงความได้เปรียบกลับมาแม้แต่น้อย อีกทั้ง
สถานที่ที่มันอยู่ตอนนี้ คือเขตแดนของคนเหยียนหวง
หากมันยังฝืนดึงดันต่อไป ก็นับว่าอันตรายยิ่ง
ด้วยเพราะ ร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ทำให้การควบคุม
หนานซาน หวางเยว่ กลายเป็นเรื่องยากลำบากยิ่ง!
” ร่างต้นและสหายปีศาจของมัน อยู่ห่างไกลจากข้ามาก
ถึงแม้ร่างแยกอยู่ใกล้ข้า แต่มันก็มิได้เป็นส่วนหนึ่งของ
ร่างต้น การที่มันปล่อยให้ร่างแยกต่อสู้กับข้า ก็เพื่อให้
เรียนรู้หาประสบการณ์ ทั้งยังต้องการดึงความสนใจของ
ข้าให้จดจ่ออยู่ที่ร่างแยก! ”
มันจ้องไปที่ร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ร่างกลืนสวรรค์
มิได้มีความรวดเร็วเท่ากับร่างต้น อู่ อวี้ ดังนั้นจึงมีความ
เป็นไปได้ที่มันจะเข้าควบคุมร่างแยกนี้แทน!
” ถึงจะเป็นร่างแยก แต่ก็แข็งแกร่งกว่าร่างต้นมาก หาก
ข้าควบคุมร่างแยกได้ ข้าจะได้รับทรัพยากรที่ทรงพลัง
มากที่สุดของมัน เมื่อนั้นร่างต้นก็ไม่นับเป็นอันใด!”
หลังจากจับจ้องร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ อยู่นาน ใน
ที่สุดมันก็ผุดความคิดบางอย่างขึ้นมา ยามนี้มันถือจับ
ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ กักฝันวิญญาณนิรันดร์
ไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง แล้วทันใดนั้นมีดสั้นสีดำทะมึน
ปรากฏขึ้นบนมืออีกข้างหนึ่งของมัน บนตัวมีดมีลวดลาย
สีแดงโลหิตปรากฏให้เห็น คมมีดดูเสมือนดั่งฟันอัน
แหลมคมของสัตว์ร้ายที่เคลือบไปด้วยยาพิษร้ายแรง
เพียงปรากฏ ก็แสดงให้เห็นถึงความกระหายโลหิต และ
ความสามารถอันน่าตื่นตะลึง!
เมื่อแลมองมีดสั้นนี้อย่างพินิจ ก็ทำให้เขารู้ว่าสิ่งนี้น่าจะ
เป็นศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ ที่ทรงพลังมากที่สุด
ของ กุ้ย เจิ้นเค่อ มันคือมีดสั้นที่ กุ้ย เจิ้นเค่อ ใช้แทง
เข้าใจกลางศรีษะของผู้ฝึกตนจากกองทัพเพลิงอัสนีใน
ชั่วพริบตา!
ซึ่งร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ที่ต้องเผชิญหน้ากับมีดสั้น
นี้ ก็นับว่าอันตรายทีเดียว!
“ ดูเหมือนว่าเจ้าต้องการเผชิญหน้ากับข้า ดี เช่นนั้นก็
ช่วยแสดงให้ดูหน่อยว่าเจ้าทำอะไรได้บ้าง ”
ตอนนี้ กุ้ย เจิ้นเค่อ ยอมแพ้เรื่องการควบคุมวงเวทอย่าง
สิ้นเชิง โดยเลือกจะมุ่งความสนใจไปที่ร่างกลืนสวรรค์
แทน มันถือกักฝันวิญญาณนิรันดร์ไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง
ส่วนอีกข้างก็ถือมีดสั้นเอาไว้ จากนั้นก็พุ่งทะยานเข้าใส่
ร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ทันที!
เพิ่งเริ่มการต่อสู้ อู่ อวี้ กลับสัมผัสได้ถึงแรงกดดัน
มหาศาลจากอีกฝ่ายหนึ่ง ท้ายสุดแล้วฝ่ายตรงข้ามคือ
ยอดฝีมือในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋า ซึ่งมีการฝึกฝน
บำเพ็ญตนมายาวนานกว่าอู่ อวี้ นับสิบเท่า!
โดยเฉพาะมีดสั้นในมือของมัน ถึงแม้ว่าจะเห็นอยู่ในมือ
แต่ อู่ อวี้ ก็รู้สึกราวกับว่ามันจ่ออยู่ตรงกลางหน้าผาก
ของเขา!
มีดสั้นนี้ สามารถแทงเข้าใจร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ได้
อย่างแน่นอน!
เป็นไปได้ว่ามีดสั้นนี้ของ กุ้ย เจิ้นเค่อ อาจเป็นศาสตรา
วุธในตำนาน ที่สามารถสังหารร่างกลืนสวรรค์ได้ การที่
มันไม่นำมาใช้ตั้งแต่แรก คงเป็นเพราะตั้งใจเก็บนำเอาไว้
ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่มันต้องการคือการควบคุมร่างกลืน
สวรรค์ หลังจากนั้นก็ควบคุม อู่ อวี้!
“ทะเลฝันวิญญาณนิรันดร์!” มันใช้กักฝันวิญญาณนิรันดร์
โจมตีเป็นลำดับแรก โซ่ที่ประกอบขึ้นจากกระดูกมนุษย์
ถูกสะบัดออกไป จากนั้นก็เริ่มหมุนวนซ้อนทับกันเป็นชั้น
ๆ จนกลายเป็นวงกลมขนาดใหญ่ หัวท้ายล้วนเชื่อมโยง
ล้อมรอบร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ไว้ตรงจุดกึ่งกลาง
กระดูกแต่ละชิ้นมีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ เมื่อ อู่ อวี้ ต้อง
เผชิญหน้ากับมัน เขาก็รู้สึกราวกับว่ามีวิญญาณพยาบาท
จำนวนนับไม่ถ้วน กรีดร้องโหยหวนเคลื่อนตัวเข้ามาหา
อู่ อวี้ และบางส่วนที่เป็นกะโหลกศีรษะเมื่อแลเห็น
ตนเอง มักก็ปลดปล่อยหมอกควันหนาทึบออกมาจากตา
หูจมูกปากของตนเอง ก่อตัวกลายเป็นมหาสมุทรหมอก
ควัน โอบล้อมปกคลุมร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ไว้
ภายใน!
นี่คือวงเวทโจมตีที่จู่โจมใส่ทั้งกายเนื้อและจิตเทวะ แถม
ยังเป็นการโจมตีจากยอดฝีมือระดับสามภัยพิบัติค้นหา
เต๋า แน่นอนว่ามันย่อมเป็นการโจมตีมหันตภัยสังหารอัน
น่าสะพรึงกลัว!
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ตอบสนองอย่างรวด เมื่อเห็นว่า
หมอกเริ่มกัดกร่อนตนเอง สีหน้าของเขาก็หาได้แปร
เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย ภายในหมอกมีหัวกระโหลก
จำนวนนับไม่ถ้วน กำลังพยายามกัดกินเข้าสู่ร่างกลืน
สวรรค์ของ อู่ อวี้ แล้วทันใดนั้นเองร่างกลืนสวรรค์ก็
แปรเปลี่ยนเป็นหมอกควัน จากนั้นก็เริ่มม้วนกวาด
กลายเป็นห้วงวังวนขนาดใหญ่ หมุนวันด้วยความเร็ว
สูงขึ้นเรื่อย ๆ !
“ฟูมฟูม!”
ในเวลานี้ม่านหมอก ซึ่งถูกปลดปล่อยออกมาจาก
กะโหลกศีรษะของฝ่ายตรงข้าม ที่กำลังกัดกินกายเนื้อ
และจิตเทวะของ อู่ อวี้ ได้ถูกร่างกลืนสวรรค์ที่
แปรเปลี่ยนกลายเป็นห้วงวังวน กลืนกินเข้าไป!
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ