กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 825: สงครามกลืนกิน
ยามนี้ร่างกลืนสวรรค์สำแดงเคล็ดวิชาแรกที่ อู่ อวี้
ค้นพบ ซึ่งมันมีชื่อที่เรียกง่ายๆว่า ‘เคล็ดหวนคืน’
ความหมายของหวนคืนนับว่าตรงตัวยิ่ง นั่นก็คือการเอา
การโจมตีของอีกฝ่ายหวนคืนกลับไปหาตัวมันเอง
แน่นอนว่าบางครั้งการโจมตีของอีกฝ่ายแข็งแกร่งมาก
ซึ่งอาจจะอยู่เหนือขีดจำกัดในการควบคุมของเขา
อย่างไรก็ตามขีดจำกัดที่เขาสามารถควบคุมได้สูงส่งจน
น่ากลัว หากว่าอีกฝ่ายไม่ได้อยู่ในระดับที่เหนือกว่าร่าง
กลืนสวรรค์ของเขา เขาก็จะสามารถส่งคืนกลับไปได้ ซึ่ง
ภายใต้กระบวนการนี้ทำให้อีกฝ่ายาแทบไม่อยากจะเชื่อ
สายตาของตนเอง!
ยังโชคดีที่เคล็ดวิชาซึ่งมันปลดปล่อยออกมานั้นง่ายจะ
หวนคืน เนื่องจากมีการโจมตีบางอย่างที่ยากจะสามารถ
ทำได้ ยกตัวอย่างเช่นมีดเล่มเล็กที่อยู่ในมือของอีกฝ่าย
ตราบใดที่มันโจมตีออกมา ร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ก็
ย่อมไม่สามารถหวนคืน และคาดว่าจะถูกเจาะทะลวง
เข้ามาทันที!
เนื่องจากการโจมตีของอีกฝ่ายที่สำแดงออกมาในขณะนี้
ได้เข้าทางพอดี จึงทำการหวนคืนได้ไม่ยากเย็นนัก
หมอกทมิฬที่โอบล้อมกระโหลกศีรษะ ถาโถมเข้าใส่ร่าง
กลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ อย่างบ้าคลั่ง วินาทีต่อมาร่างกลืน
สวรรค์ของ อู่ อวี้ พลันเปลี่ยนสภาพกลายเป็นวังวน
ทมิฬขนาดใหญ่ขึ้น วังวนนี้หมุนโคจรด้วยความเร็วสูง
พริบตานั้นหมอกทมิฬเหล่านั้นก็ถูกสูบกลืนเข้าไปอยู่
ภายในวังวน การผสมผสานกันของทั้ง 2 สิ่งนี้ ก่อให้เกิด
เสียงหวีดหวิว หลังจากที่กระโหลกศีรษะถูกกวาดเข้าไป
อยู่ภายในวังวน ก็จะได้ยินเสียงแตกหักดังออกมาจาก
ภายในวังวน!
ร่างกลืนสวรรค์ย่อมรู้ดีที่สุดว่าขีดจำกัดของตนเองอยู่
ระดับไหน แต่ทว่าเขาก็ยังสามารถท้าทายขีดจำกัดได้!
การโจมตีของอีกฝ่ายอยู่ในระดับ 3 ภัยพิบัติค้นหาเต๋า
พริบตาเดียวพลังอำนาจของมันพุ่งสูงถึงขีดจำกัดของ อู่
อวี้ อย่างรวดเร็ว หมอกควันที่มีฤทธิ์กัดกร่อนเหล่านี้ ถูก
ผสานเข้าไปอยู่ภายในร่างกลืนสวรรค์ แน่นอนว่ามัน
สามารถสร้างความเสียหายให้กับร่างกลืนสวรรค์ของ อู่
อวี้ ได้ พละกำลังและร่างกายของเขา กัดกร่อนจนทรุด
โทรมลงไประดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามภายใต้การหมุนวน
ของ อู่ อวี้ เขายังคงดูดซึมหมอกนี้เข้าไป ในขั้นตอนการ
เปลี่ยนสภาพยังได้ผสานคุณสมบัติของตนเองเพิ่มเข้าไป
ในนั้น!
“ก๊าซซซ ก๊าซซซซ!” ท่ามกลางวันวนทมิฬ ได้ยินเสียง
กรีดร้องของอสูรดังออกมาอย่างต่อเนื่อง นั่นก็คือร่าง
กลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ที่ตกอยู่ในอาการไร้ซึ่งสติ เขา
กำลังพยายามดิ้นรนขัดขืนและท้าทายเพื่อที่จะยกระดับ
ขีดจำกัดของตนเองโดยไม่หยุด เขาพยายามระงับ
พลังงานที่กำลังปั่นป่วนอยู่ในร่างเพื่อเข้าควบคุมมัน!
“เกิดอะไรขึ้น?”เดิมที กุ่ย เจิ้นเค่อ ยังมีรอยยิ้มอยู่บน
ใบหน้า เพียงแต่ว่ายามนี้รอยยิ้มของมันกลับค่อยๆ
หายไป จนถูกแทนที่ด้วยสีหน้าหวาดกลัว มันแสดงสี
หน้าเช่นนี้ออกมาไม่ต่ำกว่าหนึ่งครั้ง เมื่อต้องเจอกับ
เคล็ดวิชาที่ อู่ อวี้ สำแดงออกมา
เป็นเพราะมันรู้สึกว่า ไม่เพียงแต่ทะเลฝันวิญญาณนิ
รันดร์ของมันไม่อาจสังหารอีกฝ่ายได้สำเร็จ แต่กลับ
ค่อยๆหลุดจากการควบคุมของมันไป เปรียบเหมือนกับ
ว่ามีดที่อยู่ในมือของมัน ค่อยๆเปลี่ยนกลายเป็นมีดของ
คนอื่น ซึ่งเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับมันมาก่อน!
อย่างไรก็ตามมันไม่มีเวลาตอบสนองต่อสิ่งที่เกิดขึ้นได้
ทัน นั่นก็เป็นเพราะว่าวังวนยิ่งมายิ่งขยายขนาดใหญ่ขึ้น
ในชั่วพริบตาเดียวหมอกทั้งหมดก็ถูกกลืนกินเข้าไป
จากนั้นวังวนเริ่มหมุนวนอย่างบ้าคลั่งขึ้น ทุกๆรอบการ
หมุนวน กุ่ย เจิ้นเค่อ จะเริ่มสูญเสียการควบคุมบางส่วน
ไป จนกระทั่งวงวันทมิฬหมุนวนจนมีความเร็วถึงขีดสุด
ทันใดนั้นก็หยุดนิ่งลง และเริ่มหมุนย้อนกลับ
กระบวนการหมุนย้อนกลับนี้เกิดขึ้นหลังจากที่หมอก
ทั้งหมดถูกแปรเปลี่ยนจนเสร็จสิ้น ฉับพลันมันก็
กลายเป็นเหมือนกับสายน้ำไหลบ่าออกมาจากภายในวัง
วนทมิฬ ก่อตัวเป็นเสาน้ำขนาดยักษ์ พุ่งโจมตีกลับไปยัง
ทิศที่ กุ่ย เจิ้นเค่อ อยู่!
การโจมตีนี้คือเคล็ดวิชาของ กุ่ย เจิ้นเค่อ เอง ทว่ากลับ
กลายเป็นภัยคุกคามชีวิตของมันแทน! เมื่อเปรียบเทียบ
กับการโจมตีก่อนหน้านี้ของ กุ่ย เจิ้นเค่อ หลังจากที่มี
การผสานเข้ากับลักษณะพิเศษของร่างกลืนสวรรค์เข้า
ไป พลังอำนาจของมันก็เพิ่มพูนขึ้นมากกว่าเดิม!
ยามนี้ผู้ที่ถูกคุกคามถูกเปลี่ยนกลายเป็น กุ่ย เจิ้นเค่อ!
หลังจากที่หมอกนี้ถูกปลดปล่อยออกมา กุ่ย เจิ้นเค่อ ก็
จะมองเห็นว่าวังวนได้ค่อยๆรวมตัวกันกลายเป็น อู่ อวี้
ที่มีผมสีขาวนัยน์ตาสีโลหิต นัยน์ตาโลหิตนั้นเย็นยะเยือก
ราวกับเป็นนัยน์ตาของปีศาจ ผมสีขาวที่โบกสะบัดก็ให้
ความรู้สึกที่น่าขนพองสยองเกล้า ดูเหมือนว่าเงาร่างนี้
ไม่ใช่มนุษย์ แต่กลับเป็นอสูรกายยักษ์ที่ปกคลุมฟ้า
สวรรค์!
“นี่มันเป็นตัวบ้าอะไรกัน เป็นสัตว์หรือว่าปีศาจกันแน่?”
กุ่ย เจิ้นเค่อ แทบไร้คำพูด ในใจก่นด่าสาปแช่ง แต่มันก็
จำต้องต้านท้านการโจมตีของตนเองให้ได้!
หลังจากที่หวนคืนวงเวทโจมตีของอีกฝ่ายกลับไป พิมาน
จักรพรรดิเป่ยหมิงที่อยู่ในมือของร่างกลืนสวรรค์ได้
เปลี่ยนรูปแบบกลายเป็นแส้ยาว ในแต่ละข้อต่อของแส้
เต็มไปหนามแหลม ส่วนปลายของแส้นี้ก็คือคมหอกอัน
แหลมคม!
ราวกับว่าในยามนี้ร่างกลืนสวรรค์กำลังโอบอุ้มมังกร
เอาไว้ในมือ มังกรเทวะทมิฬตนนี้กำลังเคลื่อนไหวและ
กรีดร้องอยู่ที่เบื้องหน้าของเขา ฉับพลันนั้นเขาก็โบก
สะบัดมือทำให้แส้ฉีกกระฉากความว่างเปล่า ก่อเกิดเป็น
เสียงระเบิดดังก้อง ตัวแส้พลันขยายออกไปจนไร้
ขีดจำกัด พุ่งทะยานติดตามอยู่เบื้องหลังของหมอกที่มี
ฤทธิ์กัดกร่อน ทะยานโจมตีเข้าใส่ กุ่ย เจิ้นเค่อ!
ยามที่แส้ตวัดผ่านที่ใด บรรยากาศอันหนาวเหน็บจะถูก
ปลดปล่อยออกมาจากตัวแส้ แส้ยาวเส้นนี้ได้รวบรวม
ความหนาวเหน็บมาจากมหาสมุทรหมิงไห่ทั้งผืน เมื่อ
ความเย็นพวยพุ่งออกมา ไม่ว่าที่ใดหรือแม้กระทั่งความ
ว่างเปล่าล้วนถูกแช่แข็งทั้งสิ้น ความหนาวเย็นที่แผ่ปก
คลุมฟ้าสวรรค์นี้ ผนวกกับกลุ่มหมอกที่อยู่เบื้องหน้า
ผสานเอาการโจมตีทั้งสองรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน หมอกที่
ถูกปลดปล่อยออกมาก่อนหน้านี้ผนวกเข้ากับความเย็น
อันไร้ที่เปรียบ ได้ปกคลุมแส้ที่สุดแสนจะแหลมคมเอาไว้
ภายใน ด้วยวงเวทจำนวนนับไม่ถ้วนที่อยู่บนตัวแส้จึงก่อ
ให้สัญลักษณ์เวทจำนวนมากปรากฏ กล่าวได้ว่านี่คือการ
โจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดที่มันเคยเห็น การโจมตีม้วนกวาด
ไปยังเบื้องหน้าของ กุ่ย เจิ้นเค่อ ในพริบตา!
“เขตแดนมังกรศักดิ์สิทธิ์เป่ยหมิง!”
วงเวทของพิมานจักรพรรดิเป่ยหมิงไม่ได้มีแค่ พิรุณวิบัติ
กระบี่สมุทรทมิฬ แต่ยังมี เขตแดนมังกรศักดิ์สิทธิ์เป่ย
หมิง ที่มีพลังสังหารรุนแรงจนน่ากลัว พลังโจมตีของมัน
อยู่ในระดับใกล้เคียงกับศาสตราเต๋าวิถีแท้วิญญาณนภา!
ยามนี้ กุ่ย เจิ้นเค่อ ต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีอันแสน
ทวีหวนกลับ เห็นเพียงแต่ใบหน้าของมันพลัน
แปรเปลี่ยนเป็นน่าเกลียด อย่างไรก็ตามมันยังสามารถ
ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว
มันรีบเก็บกักฝันวิญญาณนิรันดร์ลงไป และควบคุมให้
กระโหลกศีรษะมากมายมาเรียงแถวกันอยู่เบื้องหน้าของ
มัน ในพริบตาเดียวกระโหลกศีรษะทั้งหลายได้ก่อตัวกัน
เป็นกำแพงหนา เมื่อกระโหลกทั้งหมดจัดแถวเข้า
ด้วยกันพลันเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง กำแพงนี้
ผสานรวมเป็นหนึ่งเดียว จนเปลี่ยนกลายเป็นโครง
กระดูกของคนยักษ์ที่มี 3 หัว 6 กร โครงกระดูกยักษ์
กอดอกของมัน จากนั้นทะยานเข้าปะทะกับการโจมตี
ของ อู่ อวี้ ที่กำลังพุ่งเข้ามา
“ปัง ปัง ปัง!” วินาทีนี้ภายในวงเวทบังเกิดเสียงระเบิด
ดังกัมปนาท ธารน้ำแข็งทั้งหมดถูกสั่นคลอน ฤทธิ์ของ
ความหนาวเหน็บที่ผสานรวมเข้ากับความสามารถกัด
กร่อนนี้ ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างบ้าคลั่ง ทำให้โลกทั้ง
ใบตกเข้าสู่ความหนาวเย็นสุดขั้ว!
ตูม!
โครงกระดูกยักษ์ถูกความหนาวเหน็บโหมกระหน่ำ
ความเย็นสุดขั้วนี้ทำให้ร่างกายของมันถูกกัดกร่อนอย่าง
รวดเร็ว เมื่อตกอยู่ภายใต้การโจมตีของเขตแดนมังกร
ศักดิ์สิทธิ์เป่ยหมิง ทำให้โครงกระดูกยักษ์แหลกสลายไป
ในพริบตา กลายสภาพมาเป็นเศษกระดูกแตกหักจำนวน
นับไม่ถ้วนร่วงหล่น!
ความหนาวเหน็บสุดขั้วนี้เจาะทะลวงผ่านโครงกระดูก
แล้วกวาดผ่านไปยังทิศที่ กุ่ย เจิ้นเค่อ อยู่ พริบตาเดียว
มันก็ถูกกลืนกินเข้าไปอย่างรวดเร็ว!
นี่คือการโจมตีของ กุ่ย เจิ้นเค่อ ที่ผสานรวมกับพลัง
อำนาจพิมานจักรพรรดิเป่ยหมิงของ อู่ อวี้ แน่นอนว่า
พลังของมันย่อมเหนือกว่า กุ่ย เจิ้นเค่อ ไปหลายขุม อีก
ทั้งมันยังตอบสนองภายใต้ความตื่นตระหนก!
พริบตาที่เขตแดนมังกรศักดิ์สิทธิ์เป่ยหมิงโจมตีปะทะเข้า
กับร่างของ กุ่ย เจิ้นเค่อ ก่อให้เกิดเสียงดังสนั่น กุ่ย เจิ้น
เค่อ ถูกกระแทกจนลอยกระเด็นออกไป ในไม่ช้าทั่วร่าง
ของมันถูกแช่แข็ง กลายเป็นลูกบอลน้ำแข็งขนาดใหญ่
กลิ้งเกลือกอยู่บนธารน้ำแข็ง เห็นได้ชัดว่าในพริบตาที่ อู่
อวี้ โจมตี กุ่ย เจิ้นเค่อ ก็คือจุดจบของมันแล้ว!
อย่างไรก็ตามเมื่อ อู่ อวี้ เพิ่งจะเกิดความรู้สึกยินดีที่
ได้รับชัยชนะมา บอลน้ำแข็งพลันระเบิดออก กุ่ย เจิ้น
เค่อ ปรากฏตัวออกมาอีกครา แม้ว่าเนื้อตัวของมันจะ
มอมแมมไม่มีชิ้นดี แต่ก็เห็นได้ชัดว่ามันเพียงได้รับ
บาดเจ็บ หนำซ้ำยังไม่สาหัสอีกด้วย ยามนี้มันจ้องมองไป
ที่ อู่ อวี้ ด้วยสายตาโกรธเคืองพร้อมยกยิ้มเย็นยะเยือก
ก่อนหน้านี้มันคิดที่จะโจมตี อู่ อวี้ ทว่าสุดท้ายกลับโดน
อู่ อวี้ โจมตีสวนกลับมาด้วยการโจมตีของตัวมันเอง แต่
นี่ก็ไม่ได้อธิบายถึงความแข็งแกร่งของมัน เนื่องจากมัน
อยู่ในขั้น 3 ภัยพิบัติค้นหาเต๋ามาเป็นเวลานานแล้ว!
“ไม่คิดว่าเจ้าจะมีความสามารถแข็งแกร่งจนสามารถ
ปะทะกับข้าได้ ทว่าตัวเจ้านั้นยังเด็กเกินไปนัก! อย่างไรก็
ตามเจ้าประสบความสำเร็จใจการยั่วโมโหข้าแล้ว
หลังจากนี้ข้าจะไม่ออมมือให้เจ้าอีกต่อไป!”
อู่ อวี้ ไม่ได้คิดว่าการโจมตีสวนกลับของตนเอง จะไม่ได้
ทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บสาหัส
ในใจของเร่งสงบอย่างรวดเร็ว เพราะเขารู้ว่าอีกฝ่าย
แข็งแกร่งมาก การสามารถกดดันอีกฝ่ายได้ถึงขั้นนี้ ก็ถือ
ว่าเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายแล้ว!
ปัญหาก็คือหลังจากนี้เขาจะสามารถต่อต้านอีกฝ่ายได้
อย่างไร?
หลังจากที่ลองหยั่งเชิงความแข็งแกร่งของอีกฝ่าย ก็รู้ได้
ว่าร่างกลืนสวรรค์ยังห่างไกลจากสิ่งที่เรียกว่าคู่ต่อสู้ของ
อีกฝ่าย เช่นนั้นเขาจึงเตรียมตัวที่จะล่าถอย หากร่าง
กลืนสวรรค์สามารถรั้งกลับไปหาเมฆาตลบฟ้าได้ อีกฝ่าย
ย่อมไม่สามารถไล่ตามเขาได้ทัน!
ในพริบตานี้ร่างกลืนสวรรค์มองเห็นอีกฝ่ายกระชับมีดใน
มือ จากนั้นก็ใช้มีดเล่มนี้พุ่งทะยานเข้าโจมตี!
วิกฤตความเป็นความตายในครั้งนี้ ทำให้ อู่ อวี้ รีบบังคับ
เมฆาตลบฟ้าพร้อมกับพุ่งทะยานเข้าหาร่างกลืนสวรรค์
ในทันที!
คนทั้งสามฉับพลันเคลื่อนไหวออกในเวลาเดียวกัน!
อู่ อวี้ มองเห็นว่านิ้วของอีกฝ่ายเริ่มขยับ และจากนั้นมีด
ก็บินออกมาจากมือของมันด้วยความเร็วที่น่าหวาดกลัว
สิ่งนี้มองดูเรียบง่าย เพียงมีดเคลื่อนไหวเป็นเส้นตรง แต่
ทว่ามันกลับเข้ามาใกล้ร่างกลืนสวรรค์อย่างเงียบเชียบ
นำพาวิกฤตร้ายแรงมาสู่เขา!
อย่างไรก็ตามโชคดีที่ อู่ อวี้ ตอบสนองได้ทันท่วงที เมฆา
ตลบฟ้าของเขาพุ่งเข้าปะทะกับร่างกลืนสวรรค์อย่าง
รวดเร็ว พร้อมกับทะยานนำพาร่างกลืนสวรรค์ดีดกระ
เด็ดออกไป กล่าวได้ว่ามันเกือบจะโดนมีดเล่มนี้ปักเข้า
กลางลำตัวไปแล้ว! ทว่าเวลาต่อมามีดเล่มนี้พลันเปลี่ยน
ทิศทาง พุ่งไล่ติดตาม อู่ อวี้ ต่อไป ทำให้ยามนี้ อู่ อวี้
บังคับเมฆาตลบฟ้าหลบหนีด้วยความเร็วขีดสุด
ความเร็วของมีดเล่มนี้ก็นับว่าเร็วมาก เพียงแต่ว่า อู่ อวี้
ยังเร็วกว่ามีดเล่มนี้อยู่เล็กน้อย!
สิ่งที่ทำให้มีดเล่มนี้ดูน่าหวาดกลัวก็คือมันเหมือนกับ
กลายเป็นสิ่งมีชีวิตไล่ล่าอย่างต่อเนื่อง แต่ช่องว่าง
ระหว่างตัวมีดกับ อู่ อวี้ ยิ่งมายิ่งห่างขึ้น ด้วยมิติค่ายกล
อันกว้างขวางเช่นนี้ จึงทำให้ อู่ อวี้ มีพื้นที่ที่จะหลบหนี
อย่างเหลือเฟือ!
กุ่ย เจิ้นเค่อ พยายามโคจรวงเวท ทำให้มันสามารถชี้นำ
ทะเลดอกไม้ให้กลับมาสร้างความโกลาหลขึ้นอีกครั้ง แต่
ในช่วงเวลานี้ ร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ กลับแยกตัว
ออกมาจากเมฆาตลบฟ้า พร้อมใช้ออกด้วยพิรุณวิบัติ
กระบี่สมุทรทมิฬ ทำให้มิติค่ายกลนี้ถูกผนึกอยู่ภายใต้
ธารน้ำแข็งอีกครั้ง!
อีกฝ่ายไม่สามารถจัดการกับ อู่ อวี้ ได้ ยามนี้ กุ่ย เจิ้น
เค่อ จึงเริ่มบ้าคลั่งขึ้นเรื่อยๆ ส่วน อู่ อวี้ กลับสงบจิตใจ
ลงได้ อย่างที่คาดหลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยาม
สถานการณ์เริ่มพลิกกลับมาดีขึ้น!
“ไม่มีประโยชน์ที่เจ้าจะหลบหนีไปเรื่อยๆเช่นนี้ จะไม่มี
ชาวเหยียนหวงสักคนหลุดมาที่นี่ได้อีก พลังศักดิ์สิทธิ์
ของข้ามีมากกว่าเจ้า เมื่อใดที่เจ้าเหนื่อยล้า เมื่อนั้นก็ถึง
คราตายของเจ้า!”
“อย่าข่มขู่ข้านักได้มั้ย แล้วไม่จำเป็นจะต้องกังวลแทน
ข้าด้วย เรามากันดูว่าผู้ใดจะยืนหยัดได้นานกว่ากัน” อู่
อวี้ กล่าวออกมาอย่างใจเย็น
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ