กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 828: ประตูอู่เหยียน
หลังจากสังเกตคนทั้งสี่ ยามนี้ไม่มีอะไรแตกต่างไปจาก
ตอนที่อยู่ภายในเส้นทางเซียนบรรพกาลเลยแม้แต่น้อย
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปเพียงอย่างเดียวนั่นก็คือความ
แข็งแกร่งของ อู่ อวี้ ที่เพิ่มขึ้นกว่าเดิมมากนัก พวกมัน
จึงไม่ได้แสดงท่าทางดูถูกกับเขาเป็นดังก่อนหน้านี้
โดยเฉพาะโอรสเล่อ ด้วยเพราะ อู่ อวี้ จะมาเป็นราช
อารักษ์ของตน ดังนั้นภายในใจของมันจึงแลดูมีความสุข
เป็นอย่างยิ่ง
หลังจากชวีอิ๋นมาส่ง อู่ อวี้ ถึงที่หมาย มันก็ขอตัวลา ซึ่ง
โอรสเล่อก็ไม่ได้เหนี่ยวรั้งมันไว้ ก่อนไปชวีอิ๋นเอ่ยเพียงว่า
” พิธีแต่งตั้งบรรดาศักดิ์มีรายละเอียดมากมาย ข้าหวังว่า
วันนี้ท่านจะอธิบายเรื่องราวให้กระจ่าง เมื่อถึงวันงาน อู่
อวี้ จะมิได้ทำตัวให้ต้องอับอายขายหน้า ”
” อย่าได้ห่วง นี่ก็ถือเป็นงานใหญ่ของข้าเช่นกัน แน่นอน
ว่าข้าต้องเตรียมพร้อมอยู่แล้ว ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ชวีอิ๋นจึงจากไปอย่างวางใจ ก่อนจากไป
ยังหันมากำชับ ชวี่ ห่าวเหยียน กับ ชวี่ เฟิงอวี๋ ว่าให้อยู่
รับใช้โอรสเล่อให้ดี ๆ
การที่บุตรชาย และ บุตรสาว ของตนยืนเคียงข้าง โอรส
เล่อ แสดงให้เห็นได้ชัดว่ามีความสัมพันธ์ที่ดีกับโอรสเล่อ
ตอนนี้จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงคือเซียนเต๋าผู้อยู่
เหนือกฎเกณฑ์ ดังนั้นจึงไม่อาจพบเห็นได้โดยง่าย การ
จะปรากฏเซียนเหรินสักคนในชมพูทวีปโลกธาตุแห่งนี้
ไม่อาจคาดการณ์ได้ว่าจักต้องใช้เวลาเนิ่นนานเท่าใด ซึ่ง
อาจจะเป็นหนึ่งในราชโอรส ที่ขึ้นเป็นจักรพรรดิโบราณ
เหยียนหวงคนใหม่
ทุกวันนี้พระอนุชาของจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง เป็น
ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทน จัดการกิจการงานต่าง ๆ
ในอาณาจักรโบราณเหยียนหวง
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงน่ากลัวเป็นอย่างมาก แม้ว่า
จะเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ แต่ก็ยังต้องเคี่ยว
กรำอย่างขยันขันแข็ง ไม่อาจหืออือ นั่นเพราะไม่มีผู้ใด
สามารถต่อต้านเซียนอมตะได้
หลังจากชวีอิ๋นจากไป ในฐานะที่เป็นราชอารักษ์เล่อ อู่
อวี้ ได้ถวายบังคมแล้วเอ่ยขึ้นว่า ” เรื่องราวต่าง ๆ ที่
เกิดขึ้นภายในเส้นทางเซียนบรรพกาลได้จบสิ้นลงแล้ว
โอรสเล่อสามารถหนีจากภัยพิบัติร้ายแรงมาได้ อู่ อวี้
รู้สึกมีความสุขเป็นอย่างยิ่ง ตอนนี้กระหม่อมได้รับราช
โองการโบราณให้มายังอาณาจักรโบราณเหยียนหวง
เพื่อคอยติดตามโอรสเล่อ ”
สิ่งที่เขาเอ่ยมานั้นระบุอย่างชัดเจน แม้จะเอ่ยว่าเป็น
ผู้ติดตาม แต่เขาก็หาใช่ผู้ติดตามของโอรสเล่ออย่าง
สมบูรณ์ นอกจากนี้โอรสเล่อไม่สามารถเหนี่ยวรั้งหรือ
ควบคุมเขาได้ ยิ่งไปกว่านั้นเขามีความรู้สึกเคลือบแคลง
สงสัยในตัวของโอรสเล่อเป็นอย่างมาก แต่ไม่ต้องการ
แสดงออกมา
ปัจจุบันพื้นฐานฝึกตนของโอรสเล่อ ยกระดับขึ้นเป็นก่อ
ร่างกำเนิดจิตเทวะ ขั้นที่ 8 ด้วยวัยเพียงเท่านี้ ต่อให้
ควานหาทั่วทั้งชมพูทวีปโลกธาตุคาดว่าคงไม่มีผู้ใด
สามารถเอาชนะมันได้ รองลงมาคือ ชวี่ ห่าวเหยียน ผู้มี
พื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะขั้นที่ 7
ส่วนสองคนที่เหลือมีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับก่อร่าง
กำเนิดจิตเทวะขั้นที่ 6 หลังจากพวกมันออกมาจาก
เส้นทางเซียนบรรพกาล ฝีมือของพวกมันก็ก้าวรุดหน้า
เป็นอย่างมาก นับว่าเป็นความโชคดีที่ได้จากภัยพิบัติ
อย่างแท้จริง
หลังจากได้ยินคำพูดของ อู่ อวี้ โอรสเล่อก็พอใจมาก
อู่ อวี้ มองไปที่คนทั้งสาม ชวี่ ห่าวเหยียน ยังคงพูดน้อย
เช่นเดิม ทว่าสายตาที่จ้อง อู่ อวี้ เต็มไปด้วยความ
ต้องการอยากจะต่อสู้ ส่วน ชวี่ เฟิงอวี๋ กับ ไป๋หลี่ จุยหุน
คนทั้งสองก็ยังคงจมอยู่ในโลกแห่งความรักของตน
” แล้วนี่คือผู้ใด? ” เวลานี้โอรสเล่อความสนใจไปที่
หนานซาน หวางเยว่
อู่ อวี้ เอ่ยแนะนำตัว ” คนผู้นี้คือสหายของกระหม่อม ข้า
ได้พบกับเขาในจักรวรรดิเป่ยหมิง หลังจากนั้นเขาก็เต็ม
ใจติดตามข้า ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ ไล่ล่ามหาวิถีเต๋า
แม้ว่าจะเป็นปีศาจแต่มีเจตจำนงเดียวกัน ส่วนเรื่อง
ฝีไม้ลายมือก็ถือว่าไม่ธรรมดา เขามีนามว่า หนานซาน
หวางเยว่ ”
กระทั่งระดับพื้นฐานฝึกตนปัจจุบันของโอรสเล่อ กลับไม่
อาจหยั่งรู้ระดับความแข็งแกร่งของ หนานซาน หวาง
เยว่ ได้ ซึ่งเท่ากับว่ามีตัวช่วยเพิ่มขึ้นอีกคน แน่นอนว่า
โอรสเล่อจึงรู้สึกมีความสุขจนล้นพ้น โอรสเล่อพยักหน้า
แล้วเอ่ยว่า ” พี่น้องของเจ้าก็เสมือนดั่งพี่น้องของข้า ต่อ
จากนี้พวกเราทั้งหกคนจะอยู่ด้วยกันในอาณาจักร
โบราณเหยียนหวงแห่งนี้ ”
เขาเป็นบุตรชายของจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง ใน
ฐานะที่ อู่ อวี้ เป็นราชอารักษ์ของโอรสเล่อ เขาก็ยินดีที่
จะช่วยเหลือไม่มากก็น้อย ท่ามกลางพายุที่รุนแรง คลื่น
ใต้น้ำอันมืดมิด ไม่อาจหยั่งรู้ได้ว่าจะมีเรื่องอันใดเกิดขึ้น
บ้าง
อู่ อวี้ รู้สึกว่า หากเขาไม่แสดงท่าทางสนใจในสิ่งที่พวก
มันประสบมา มันก็จะดูผิดปกติไปหน่อย
ดังนั้นหลังจากแนะนำ หนานซาน หวางเยว่ เสร็จ อู่ อวี้
จึงเอ่ยถามขึ้นว่า ” ตอนที่อยู่ภายในสุสาน ข้าเห็นว่าพวก
ท่านถูกโลงศพจับไป ไม่ทราบว่าพระองค์ใช้วิธีใด
หลบหนีมา? ”
พอได้ยินคำถามนี้จาก อู่ อวี้ ทั้งสี่ก็หันมามองหน้ากัน
จากนั้นโอรสเล่อก็กล่าวว่า ” อันที่จริงแล้วเจ้าก็น่า
ประจักษ์แก่สายตาตนเอง เนื่องจากสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น
ภายในเส้นทางเซียนบรรพกาล อาจจะจริงหรือไม่จริงก็
ได้ ด้วยเพราะมันเป็นสถานที่วิเศษเกินกว่าจินตนาการ
อันที่จริงเราไม่เคยพูดเรื่องนี้กับผู้อื่น ข้าบอกว่าเรื่องราว
ทั้งหมดให้กับผู้อาวุโสเพียงไม่กี่ท่าน แต่ในเมื่อเจ้าถือ
เป็นส่วนหนึ่งของเรา ฉะนั้นข้าจะแสดงความจริงใจด้วย
การบอกความจริงทั้งหมดให้เจ้าได้รู้ ”
โอรสเล่อหยุดชั่วคราว เมื่อมองเห็นสายตาของ อู่ อวี้
เปล่งประกายไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น เขาจึง
เริ่มต้นเล่า “ ในตอนแรกพวกเราทั้ง 4 คิดว่าต้องจบสิ้น
แล้วแน่ ๆ ชั่วขณะที่ชีวิตของเราอยู่ระหว่างความเป็น
ความตาย เราก็ได้รู้ว่าถูกส่งมายังอีกสถานที่หนึ่ง ทำให้
เรามีโอกาสอีกครั้ง ที่นั่นเราไม่สามารถใช้ยันต์เซียน
บรรพกาลได้ แต่แล้วอยู่ ๆ ในช่วงวินาทีสุดท้ายที่
เส้นทางเซียนบรรพกาลกำลังจะปิดตัวลง พวกเราก็ถูก
ส่งตัวออกมา จวบจนปัจจุบันก็ยังมีอีกหลายคนที่ไม่รู้
เรื่องนี้ นอกจากนี้ความแข็งแกร่งของพวกเราก็เพิ่มขึ้น
อย่างรวดเร็ว ซึ่งน่าจะเกี่ยวข้องกับการเก็บเกี่ยวของเรา
ในช่วงเวลานั้น ”
แน่นอนว่าการเก็บเกี่ยวเป็นความลับของทุกคน เขาจึง
ไม่อาจเอ่ยอันใดได้
คำตอบนี้ช่วยไขข้อสงสัยในหัวใจของ อู่ อวี้ แล้วหมิ
งซวงก็พูดเสริมขึ้นว่า ” ในตอนนั้นเจ้าก็ประจักษ์แก่
สายตาตนเองแล้วนี่ ข้าเชื่อในสิ่งที่พวกมันพูด ”
อู่ อวี้ พูดขึ้นในใจว่า ” หากฟังผิวเผินอาจจะ
สมเหตุสมผล แต่มันก็ยังดูแปลก ๆ อยู่เล็กน้อย ในตอน
นั้นข้าเห็นทุกอย่างชัดเจน ถึงจะพูดว่าเส้นทางเซียน
บรรพกาลนั้นช่างลึกลับพิสดาร แต่ข้าขอเชื่อครึ่งไม่เชื่อ
ครึ่งเอาไว้ก่อนดีกว่า เพราะในใจของข้ายังแอบสงสัย
บางอย่างอยู่ ”
ถึงแม้เรื่องที่มันกล่าวจะเป็นเรื่องจริง แต่ อู่ อวี้ ก็รู้สึกว่า
เขาไม่อาจลดความสงสัยหรือความระมัดระวังลงได้อย่าง
สิ้นเชิง อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้แสดงสิ่งที่ตนคิดออกไป
แต่เลือกจะพยักหน้าแล้วกล่าวว่า ” หากยังไม่ตาย ก็
นับเป็นโชควาสนาของพวกท่านยิ่งแล้ว ข้าขอแสดง
ความยินดีด้วย”
ไป๋หลี่ จุยหุน กล่าวว่า ” การเก็บเกี่ยวเพียงเล็กน้อยของ
เรา จะเทียบเคียงกับเจ้าได้อย่างไร ข้าได้ยินว่าเจ้าได้รับ
อันดับ 1 ในสงครามชิงอำนาจแดนเหนือ ทั้งยังได้รับ
พิมานจักรพรรดิเป่ยหมิงมาครอง รวมถึงศาสตราวิถีแท้
สุดยอดวิญญาณภายในเส้นทางเซียนบรรพกาล ถึงแม้
ความแข็งแกร่งของเราจะใกล้เคียงกัน แต่เจ้าก็อยู่เหนือ
เกินกว่าเราไปมากแล้ว ”
เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้ มันก็แสดงท่าทางอิจฉาเล็กน้อย
แต่การกระทำนี้ก็แสดงให้เห็นถึงความจริงใจของมัน
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ก็ยังรู้สึกสงสัยกังขาอยู่
โอรสเล่อยิ้มเล็กน้อย พร้อมกล่าวว่า ” อู่ อวี้ ได้รับการ
แต่งตั้งเป็นราชอารักษ์เล่อจากบิดาของข้าด้วยพระองค์
เอง จากนี้ไปถือเป็นคนของเรา ยิ่งเขาแข็งแกร่งมาก
เท่าไหร่ อย่างน้อย ๆ หากมีข้อพิพาทใด ๆ กับธิดาหรือ
โอรสคนอื่นในอนาคต เราก็ไม่ต้องเกรงกลัว ” หลังกล่าว
จบเขาก็ตบไหล่ อู่ อวี้ พร้อมหัวเราะ
ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ที่โอรสเล่อกล่าวถึง จะเหมา
รวม หนานซาน หวางเยว่ เข้าไปด้วย
ในกลุ่มนี้ ชวี่ ห่าวเหยียน ยังคงแสดงท่าทางเย็นชาแข็ง
กระด้างเหมือนเช่นเคย ส่วนไป๋หลี่ จุยหุน ก็ยังคงไม่อาจ
คาดเดาอารมณ์ รวมถึงท่าทางอิจฉาริษยาที่มีต่อ อู่ อวี้
และคนสุดท้าย ชวี่ เฟิงอวี๋ ก็ยังคงแสดงท่าทางดูถูก
เหยียดหยาม อู่ อวี้ ทว่าด้วยการกระทำทุกอย่างนี้ จึงทำ
ให้มันดูสมเหตุสมผลเป็นอย่างยิ่ง
ภายใต้การชี้นำของโอรสเล่อ ดังนั้น อู่ อวี้ กับ หนาน
ซาน หวางเยว่ จึงเข้าร่วมกลุ่มได้อย่างง่ายดาย เพราะใน
ท้ายสุดแล้วเขาคือผู้แข็งแกร่งมากที่สุด
หนานซาน หวางเยว่ เป็นผู้ติดตาม อู่ อวี้ เข้าร่วมกลุ่มนี้
อย่างไรก็ตามเขาไม่จำเป็นต้องแสดงความเคารพ ชวี่
เฟิงอวี๋ กับคนอื่น ๆ มีเพียงผู้เดียวเท่านั้น ที่มันให้
ความสำคัญนั่นก็คือ โอรสเล่อ
แน่นอนว่า อู่ อวี้ คิดว่า โอรสเล่อ คงจะไม่ออกคำสั่งกับ
เขาเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ และหากเป็นกรณีนี้ อู่ อวี้ ก็ไม่
จำเป็นต้องเชื่อฟังเขา เนื่องจากว่าจักรพรรดิโบราณเห
ยียนหวงเป็นผู้รับรองเขาด้วยตนเอง ดังนั้นโอรสเล่อจึง
ไม่มีทางควบคุมเขาได้
” อู่ อวี้ สี่วันหลังจากนี้ ก่อนจะเข้าพิธีแต่งตั้งบรรดาศักดิ์
ข้ามีเรื่องบางอย่างต้องการพูดกับเจ้าให้ชัดเจน ”
หลังจากทำความคุ้นเคยกันเบื้องต้นแล้ว ในที่สุดโอรส
เล่อก็เอ่ยเข้าเรื่องเสียที
“โปรดเอ่ย”
” พิธีแต่งตั้งบรรดาศักดิ์ ถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับข้ากับ
เจ้า หลังจบพิธี เจ้ากับข้าจะถูกเชื่อมโยงเข้าหากัน
เกียรติยศศักดิ์ศรีของเจ้าในฐานะราชอารักษ์เล่อ จะถูก
ประกาศกร้าวไปทั่วทั้งชมพูทวีปโลกธาตุ จึงนับเป็นพิธี
สำคัญอันยิ่งใหญ่ ”
อู่ อวี้ พยักหน้า พิธีนี้นับเป็นเหตุการณ์สำคัญของ
อาณาจักรโบราณเหรียญหวง สำหรับพระธิดาและ
พระโอรสทั้งหลาย ราชอารักษ์มีได้เพียงคนเดียวเท่านั้น
กล่าวได้ว่ามันคล้ายคลึงกับการเป็นสหายเต๋าของโอรส
เลยทีเดียว
” ตามกฎเก่าแก่โบราณ พิธีแต่งตั้งบรรดาศักดิ์จะถูกจัด
ขึ้นในประตูอู่เหยียนภายในนครเทวะ ซึ่งนับเป็นสถานที่
คึกคักมีชีวิตชีวามากที่สุดภายในนครเทวะแห่งนี้ อีกทั้ง
ยังมีอาณาเขตกว้างขวางเป็นอย่างยิ่งอีกด้วย มั่นใจได้
เลยว่าเจ้าจะต้องตกเป็นจุดสนใจของฝูงชนอย่างแน่นอน
”
อู่ อวี้ ไม่ทราบว่า พิธีแต่งตั้งบรรดาศักดิ์ไม่ได้ถูกจัด
ภายในเขตพระราชฐาน แต่กลับถูกจัดขึ้นภายในนครเท
วะ แน่นอนว่าพิธีนี้ย่อมมีฝูงชนให้ความสนใจกันเป็น
จำนวนมาก
ดูเหมือนว่าประตูอู่เหยียน จะตั้งอยู่ตรงใจกลางของนคร
เทวะ ซึ่งการเดินทางไปยังสถานที่แห่งนั้นก็นับว่า
สะดวกสบายยิ่ง
” ถึงตอนนั้นไม่ว่าจะเป็น โอรสพระธิดา ขุนนางผู้
บัญชาการกองทัพ โดยทั่วไปแล้วจะมารวมตัวกันอยู่ที่นี่
อีกทั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ‘จักรพรรดิอาราม
สวรรค์’ ยังเป็นประธานพิธีจัดงานครั้งนี้ด้วยตนเอง
หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรอย่างอื่นอีก ส่วนใหญ่แล้วสิ่งที่
เจ้าต้องทำก็มีแค่พิธีถวายสักการะบรรพบุรุษ รวมถึงการ
เตรียมจิตใจให้พร้อมด้วย ”
” โอรสเล่อ โปรดกล่าว ”
เรื่องนี้ชวีอิ๋นก็เคยกล่าวมาก่อน ดูท่าจะเป็นเรื่องยุ่งไม่
น้อยทีเดียว
” ตามกฎเก่าแก่ของพิธีแต่งตั้งบรรดาศักดิ์ นับตั้งแต่
โบราณกาล หลังจบพิธี ราชอารักษ์ของโอรสพระธิดาคน
อื่น ๆ สามารถท้าทายเจ้าได้ เพื่อให้ใต้หล้าเห็นว่า ตัว
เจ้าในฐานะราชอารักษ์ มีความสามารถมากเพียงใด
แน่นอนว่าการท้าทายนี้ จะไม่เปลี่ยนความจริงที่ว่าเจ้า
ได้กลายเป็นราชอารักษ์แล้ว เพียงแต่มันจะส่งผล
กระทบต่อชื่อเสียงของเจ้าบางส่วน นี่ถือเป็นโอกาสที่
เจ้าจะพิสูจน์ตนเองกับชาวเหยียนหวง ”
ไม่คาดคิดว่าพิธีแต่งตั้งบรรดาศักดิ์ จะน่าตื่นเต้นท้าทาย
ถึงเพียงนี้ วันนั้นตัวเขาในฐานะราชอารักษ์เล่อ จักต้อง
เป็นตัวเอกในงานพิธีนี้อย่างแน่นอน
แต่เขาก็มีข้อสงสัยอยู่ว่า “มีราชอารักษ์ของโอรสพระธิดา
อยู่มากมาย แล้วตัวข้าจะยอมรับความท้าทายจากคน
ทั้งหมดได้อย่างไร?”
โอรสเล่อกล่าวว่า ” วางใจได้ ผู้เสนอการท้าประลอง
ต้องได้รับความยินยอมจากผู้สำเร็จราชการแทน
พระองค์ก่อน เจ้ายังไม่บรรลุระดับสามภัยพิบัติค้นหา
เต๋า แน่นอนว่าเขาย่อมไม่อนุญาตราชอารักษ์ที่อยู่ใน
ระดับนั้นท้าทายเจ้า ดังนั้นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
จะเป็นคนคัดเลือกผู้ท้าชิงด้วยตนเอง อาจมีการต่อสู้แค่
หนึ่งครั้ง หากเจ้าสยบคู่ต่อสู้ลงได้อย่างรวดเร็ว ก็อาจจะ
มีการต่อสู้ครั้งที่สอง อย่างไรก็ตามถือว่านั่นใกล้เคียงกับ
ขีดจำกัดของเจ้าแล้ว แน่นอนว่าหากเจ้าทนไม่ได้ตั้งแต่
การต่อสู้ครั้งแรก เจ้าก็ไม่สามารถเผชิญหน้ากับผู้ท้าชิง
ทุกคนได้อีก และมันจะถือเป็นความอัปยศของเราทั้ง
สองคน ทว่านั่นก็หาใช่สิ่งสำคัญไม่ เนื่องจากตลอด
ระยะเวลาที่ผ่านมา ถือเป็นเรื่องปกติที่ราชอารักษ์คน
ใหม่จะถูกราชอารักษ์คนอื่น ๆ รังแก ท้ายสุดแล้วใน
บรรดาเหล่าพี่น้องทั้งหมด ตัวข้านั้นมีอายุน้อยสุด
แน่นอนว่าเจ้าก็เยาว์วัยมากที่สุดในหมู่ผู้เยาว์หนุ่มสาว
ทั้งหมดเช่นกัน ”
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ