กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 829: จักรพรรดิอารามสวรรค์
พิธีแต่งตั้งบรรดาศักดิ์ มีการประลองแลกเปลี่ยนวรยุทธ์
กันด้วย ดังนั้นพิธีกรรมนี้จึงได้รับความสนใจ และได้รับ
ความนิยมเป็นอย่างยิ่ง ผู้คนจะรู้จัก อู่ อวี้ ได้อย่างลึกซึ้ง
ยิ่งขึ้นได้
สำหรับผู้ฝึกตนการต่อสู้ถือเป็นเรื่องตื่นเต้นท้าทาย และ
สวยงามมากที่สุดในชีวิต
มิใช่จะถูกจับตามองเพียงสาธารณชนเท่านั้น แต่ยังเป็น
ที่จับตาของคนทั่วทั้งชมพูทวีปตรงกับธาตุ
แน่นอนว่ามันทำให้เขามีชื่อเสียงเลื่องลือมากยิ่งขึ้น ส่วน
จะมากแค่ไหนนั้น ก็ขึ้นอยู่กับตัวของ อู่ อวี้ เอง
“ เจ้าชนะโอรสเหยามาได้ ดังนั้นพิธีแต่งตั้งบรรดาศักดิ์ก็
ไม่น่าจะใช่เรื่องใหญ่โตอันใดอีก ดังนั้นก็เจ้าก็ไม่จำเป็น
กังวลไป ” โอรสเล่อกล่าวปลอบโยนเขา
อันที่จริงแล้ว อู่ อวี้ หาได้รู้สึกกดดันใด ๆ ดังเช่นโอรส
เล่อเข้าใจ ต่อให้เขาต้องพ่ายแพ้ซ้ำแล้วซ้ำอีกก็ถือว่าเป็น
เรื่องเล็กน้อย ด้วยเพราะตนเองเยาว์วัย และถือว่า
ธรรมดามากที่สุดในคนกลุ่มนี้ ดังนั้นจึงนับว่า
สมเหตุสมผลแล้ว
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ไม่ต้องการพ่ายแพ้ ขณะอยู่
ท่ามกลางสายตาของฝูงชน
“ วันนี้เจ้าเตรียมพร้อมมามากน้อยเพียงใด เจ้าต้องการ
สิ่งใดสามารถบอกข้าได้ ” โอรสเล่อดูใจคอกว้างขวาง
เป็นอย่างมาก ราวกับว่านี่คือตัวตนของมันอย่างสมบูรณ์
อย่างไรก็ตามเนื่องจากเขาให้ความสนใจกับ อู่ อวี้ เป็น
พิเศษ จึงทำให้อีกสามคนรู้สึกริษยาเป็นอย่างมาก
อันที่จริง อู่ อวี้ ไม่มีอันใดให้เตรียมตัวอีก เขาเตรียมตัว
มาดีพร้อมแล้วตั้งแต่อยู่ภายในพิภพอเวจี
ร่างอวตารแข็งแรงเพียงพอแล้ว ข้อเสียเพียงอย่างเดียว
คือ ร่างต้นที่อ่อนแอเล็กน้อย ตอนนี้เขาต้องยกระดับ
ฝีมือของตนเองให้รวดเร็วที่สุด
อู่ อวี้ ต้องการยกระดับพลังอิทธิฤทธิ์ทั้งสี่วิถี อีกทั้งยัง
อยากฝึกฝนเคล็ดวิชาเต๋าใหม่ ๆ เพียงแต่ระยะเวลาแค่
4 วัน คงไม่อาจทำสำเร็จได้
อู่ อวี้ กับ หนานซาน หวางเยว่ มองไปที่ตำหนักราช
อารักษ์
หลังจาก อู่ อวี้ ได้พูดคุยกับโอรสเล่อพร้อมเฝ้า
สังเกตการณ์ว่าเป็นตัวจริงหรือตัวปลอม ความคิดของ
เขากับหนานซาน หวางเยว่ ต่างมีความเห็นเช่นเดียวกัน
นั่นก็คือยังคงรู้สึกติดใจสงสัยบางอย่าง ถึงแม้คนทั้งสี่คน
จะอธิบายว่าไม่มีปัญหาใด ๆ ทว่า อู่ อวี้ ก็ยังไม่อาจปัก
ใจเชื่อได้ เขาไม่สามารถลืมฉากสุดท้ายที่ตนเห็น ทั้งยัง
เชื่อในความแม่นยำของเนตรเพลิง
สี่วันผ่านไป คาดกันว่านครเทวะจะต้องมีชีวิตชีวาคึกคัก
ยิ่งกว่าเก่า ทุกคนต่างมารวมตัวกันเบียดเสียดยัดเยียดอ
ยู่ใกล้กับประตูอู่เหยียน เพื่อจับจองตำแหน่งที่สามารถ
รับชมได้ดีที่สุด
รุ่งอรุณ ณ ตำหนักโอรสเล่อ โอรสเล่อเรียกว่า อู่ อวี้ เข้า
มาพบ หลังจาก ชวี่ ห่าวเหยียนกับสมัครพรรคพวกคน
อื่น ๆ กลับไปแล้ว ในเวลานี้โอรสเล่อดูเคร่งเครียด
จริงจังเป็นอย่างยิ่ง จากนั้นก็พา อู่ อวี้ กับ หนานซาน
หวางเยว่ไปที่ประตูอู่เหยียน อย่างไรก็ตามเขาต้องขึ้นนั่ง
รถม้าของราชวงศ์ ตรงประตูทางเข้าเขตพระราชฐาน ซึ่ง
มีเหล่าโอรสพระธิดารวมถึงบุคคลสำคัญอื่น ๆ ใน
ราชวงศ์อยู่ด้วย
แน่นอนว่ากลุ่มของ อู่ อวี้ มีพื้นที่เป็นส่วนตัวของตน
พิธีแต่งตั้งบรรดาศักดิ์ เป็นประเพณีของชาวเหยียนหวง
สืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณกาล มีกฎระเบียบข้อบังคับ
มากมายตัวอย่างเช่นวันนี้ก่อน อู่ อวี้ จะเปิดตัวอย่าง
เป็นทางการ เขาไม่สามารถติดต่อพูดคุยกับบรรดา
ราชวงศ์ได้ ด้วยเหตุนี้เหล่าราชวงค์จึงจำต้องนั่งรถม้า
ล่วงหน้ามาก่อน
ก่อนรุ่งอรุณของวัน อู่ อวี้ ติดตามโอรสเล่อไปที่ประตู
เขตพระราชฐาน ที่นี่มีรถม้าจอดเรียงราย และ สัตว์
แปลก ๆ อยู่มากมาย รถม้าขนาดใหญ่เสมือนดั่งตำหนัก
อันงดงาม อย่างไรก็ตามเมื่อแลมองอสูรประหลาด
เหล่านี้อย่างพินิจ อันที่จริงแล้วมันคือสรรพเทวะ
วิญญาณ ซึ่งคล้ายกับอสูรมณีกำเนิดอัคคีที่อยู่ภายใน
เส้นทางเซียนบรรพกาล เช่น สัตว์สวรรค์กิเลน ทั่วทั้ง
ร่างอาบไล้ไปด้วยเปลวเพลิงสีทอง ดูสูงสง่าเปี่ยมบารมี
มันถูกเรียกว่ามังกรอู่เหยียน
ส่วนราชรถที่มังกรอู่เหยียนที่ลากจูงมา มันถูกเรียกว่า
ราชรถมังกรอู่เหยียน
ราชรถมังกรอู่เหยียนมีวงเวทป้องกันอยู่เป็นจำนวนมาก
ว่ากันว่า ผู้ที่มีระดับต่ำกว่าสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าลงไป
ไม่อาจทำให้ผู้ที่นั่งอยู่ภายในราชรถมังกรอู่เหยียนได้รับ
บาดเจ็บได้
อู่ อวี้ กับ โอรสเล่อ ก้าวเหยียบขึ้นบนราชรถมังกรอู่เห
ยียนเป็นครั้งแรก เข้าไปนั่งตรงมุมด้านใน โดยเหลือที่
ว่างอื่นเอาไว้
” ต้องรอที่นี่จนใกล้เที่ยง ถึงจะเริ่มออกเดินทาง ”
เท่ากับว่าตอนนี้ยังไม่มีผู้ใดอยู่ที่นี่นอกจากพวกเขา ได้
แต่นั่งรออย่างเงียบ ๆ
ในอีกไม่ช้าจะได้แลเห็นภาพฉากอันยิ่งใหญ่ ทว่า อู่ อวี้
ก็คุ้นเคยกับภาพฉากใหญ่โตเหล่านี้ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้
รู้สึกใด ๆ
ไม่นานนักก็มีคนอื่นมานั่งในราชรถ ส่วนด้านนอกมีผู้คน
นับร้อยรายล้อมอยู่ ถ้าให้กล่าวทั้งหมดล้วนเป็นเหล่าเชื้อ
พระวงศ์ ในเวลานี้ราชรถมังกรอู่เหยียนกำลังเคลื่อนตัว
ผ่านประตูพระราชฐานมุ่งสู่ทิศทางประตูอู่เหยียน
ด้วยความเร็วของราชรถมังกรอู่เหยียน การที่จะไปถึง
ประตูอู่เหยียนนั้นไม่ใช่เรื่องยาก ซึ่งขณะนี้กำลังเริ่มต้น
เดินทาง
ถึงแม้ราชรถมังกรอู่เหยียน จะพาเหล่าราชวงค์เคลื่อน
ตัวออกมาแล้ว แต่ก็สามารถได้ยินเสียงดังสะเทือนเลือน
ลั่นให้ได้ยินแว่วมาจากเบื้องนอก ไม่ใช่แค่เพียงราชวงศ์
เหยียนหวงเท่านั้น แต่กลุ่มคนที่มีอำนาจสูงส่งภายใน
ชมพูทวีปโลกธาตุ แม้แต่ผู้คนในนครเทวะที่ซ่อนเร้นกาย
มิได้แสดงตนโอ้อวด เมื่อเหล่ายอดฝีมือผู้แข็งแกร่ง หรือ
แม้กระทั่งเหล่าอัจฉริยะ เมื่อได้แลเห็นเชื้อพระวงศ์เห
ยียนหวงปรากฏตัวขึ้นมากมายถึงเพียงนี้ ทุกผู้คนก็รู้สึก
ตื่นเต้นฮึกเหิมเดือดพล่านเป็นอย่างยิ่ง
เสียงโห่ร้องดังกึกก้องเมื่อราชรถมังกรอู่เหยียนมาถึง
สร้างความตื่นตกใจเป็นอย่างยิ่ง จนมังกรอู่เหยียน
หวาดกลัวแผดเสียงกรีดร้องข่มขู่ แต่การกระทำนี้ได้
สร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้คน
ลำดับแรกของพิธีแต่งตั้งบรรดาศักดิ์ เริ่มจากคารวะ
บรรพชน จากนั้นก็จะมีการประลอง
เหล่าเชื้อพระวงศ์เหยียนหวงเริ่มทยอยออกมาด้านนอก
จากนั้นก็เฝ้ารอเวลาจนถึงเที่ยง ส่วน อู่ อวี้ ยังคงอยู่ด้าน
ใน ยามนี้ไม่ว่าจะเป็นบนพื้นดินหรือท้องนภาล้วนมีผู้คน
ปรากฏตัวอยู่ทุกแห่งหน สำหรับนครเทวะเหยียนหวง
ยากที่จะมีผู้คนมากมายปรากฏตัวเบียดเสียดยัดเยียดถึง
เพียงนี้ได้
เวลานี้เหล่าเชื้อพระวงศ์ค่อย ๆ ทยอยลงมาจากราชรถ
มังกรอู่เหยียนทีละคน ผู้มีตัวตนอันสูงศักดิ์ค่อย ๆ
ปรากฏโฉมให้เห็นมากขึ้นเรื่อย ๆ สร้างความตื่นตะลึง
ตื่นตาตื่นใจให้แก่ผู้คน นอกจากเหล่าเชื้อพระวงศ์แล้ว ก็
ยังมีขุนนางผู้ใหญ่อยู่ที่นี่ด้วย มีเพียงส่วนน้อยที่ไม่ใช้เชื้อ
พระวงศ์ แต่ตัวตนแลฐานันดรล้วนสูงส่งอยู่ในชั้นแนว
หน้า เช่นอัครมหาเสนาบดีราชในสำนักเหยียนหวง ฯลฯ
คนที่อยู่ด้านนอกเริ่มป่าวประกาศ สถานที่ถูกตระเตรียม
จัดวางเอาไว้เรียบร้อยแล้ว แน่นอนว่าผู้ที่มีลำดับ
ความสำคัญสูงสุดในงานพิธีทางนี้ คือท่านมหาอุปราช
จักรพรรดิอารามสวรรค์
แม้ว่าด้านนอกจะมีคนจำนวนมากอยู่ ตอนนี้เสียงก็เงียบ
สงบลงแล้ว มีเพียงเสียงของผู้เดียวเท่านั้นที่ยังคงดัง
กึกก้องสะท้อน อาจเป็นเพราะราชรถมังกรอู่เหยียน
แยกกัน ทำให้ผู้คนไม่สามารถแลเห็นได้อย่างชัดเจน แต่
ด้วยอำนาจบารมีอันน่าตื่นตะลึงที่แผ่ออกมา แม้ว่าจะ
อยู่ภายในราชรถมังกรอู่เหยียน แต่ก็ยังทำให้ผู้คนรู้สึก
ตื่นตะลึงเป็นอย่างยิ่ง
” นี่คือเสด็จอาของข้า ดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการ
แทนพระองค์ในขณะนี้ นามว่า จักรพรรดิอารามสวรรค์”
เมื่อพูดถึงคนผู้นี้สีหน้าของ โอรสเล่อ ก็มีความหวาดกลัว
บางอย่างปรากฏให้เห็น เนื่องจากว่าผู้ที่ดูแลราชสำนัก
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ต้องมีพลังอำนาจและ
เกียรติยศมากเพียงพอที่จะควบคุมราชสำนัก ดังนั้นคนผู้
นี้ถือเป็นต้นแบบผู้ควบคุมในอาณาจักรโบราณเหยียน
หวง
หลังจากนั้นไม่นาน ยามเที่ยงก็มาถึง อู่ อวี้ ได้ยินคน
ด้านนอกประกาศชื่อตัวเองกับโอรสเล่อให้ปรากฏตัว
ส่วนหนานซาน หวางเยว่ ก็ติดตามมาเบื้องหลัง
โอรสเล่อ พยักหน้าให้กับ อู่ อวี้ ทั้งสองก็ก้าวลงมาราช
รถมังกรอู่เหยียน เมื่อก้าวขาลงมาจากประตู อู่ อวี้ ก็
รู้สึกราวกับว่าเวลาถูกย้อนกลับไป ตอนแข่งขันสงคราม
ชิงอำนาจแดนเหนือ สายตาของทุกคนจับจ้องมองมาที่
เขา สิ่งนี้ทำให้เกิดแรงกดดันเป็นอย่างมาก เมื่อเขากวาด
สายตามองไปรอบ ๆ ก็แลเห็นฝูงชนจำนวนมหาศาล
เบียดเสียดหนาแน่นอยู่ตรงประตูอู่เหยียน ทุกคนล้วน
เป็นชาวเหยียนหวงทั้งสิ้น ทั้งบุรุษสตรีและเด็กกำลังเฝ้า
มองดูเขา บางคนสงสัย บางคนเขินอาย บางคน
หวาดกลัว บางคนดูถูก
ผู้ที่อยู่ไม่ไกลจาก อู่ อวี้ น่าจะเป็นคนในราชวงศ์เหยียน
หวง ไม่ก็เป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่ เบื้องหน้าสายตาของเขา
มีลานเวทีขนาดใหญ่ ซึ่งถูกปูทับไว้ด้วยพรมแดง มีภาพ
มังกรเทวะทองคำถูกปักทออยู่บนพรม ส่วนท้ายของ
ลานเวที มีแท่นบูชาขนาดใหญ่ บนแท่นบูชามีป้ายบรรพ
ชนนับร้อยตั้งเรียงรายอยู่ ซึ่งแต่ละป้ายดูศักดิ์สิทธิ์เป็น
อย่างยิ่ง แม้จะเป็นเพียงป้ายบรรพชน ทว่าก็เปี่ยมไป
ด้วยอำนาจบารมีอันกว้างใหญ่ไพศาล จนผู้คนไม่กล้า
จ้องมองตรง ๆ แผ่นป้ายเหล่านี้น่าจะเป็นของอดีต
จักรพรรดิแต่ละพระองค์แห่งอาณาจักรโบราณเหยียน
หวง เงาร่างของบุคคลอันเป็นนิรันดร์ผู้สั่นสะเทือนไปทั่ว
ทั้งโลกหล้านับแต่อดีตกาล!
ซึ่งมันแทบจะทำให้ผู้คนหายใจหายคอไม่ออกกันเลย
ทีเดียว อย่างไรก็ตามสำหรับ อู่ อวี้ ผู้คุ้นเคยกับการแล
เห็นสิ่งต่าง ๆ ในโลกนี้มาแล้ว ดังนั้นห้วงอารมณ์ของเขา
จึงมั่นคงยิ่ง การแสดงออกของโอรสเล่อย่ำแย่กว่าเขาอยู่
บางส่วน เขามิได้จ้องมองไปรอบ ๆ อย่างผ่อนคลายเช่น
ดั่ง อู่ อวี้ แต่เลือกจะจับจ้องไปยังป้ายนับร้อยที่อยู่เบื้อง
หน้า จากนั้นก็ก้าวนำ อู่ อวี้ ขึ้นไปบนบันได เข้าใกล้ป้าย
บรรพชนไปทีละก้าว ๆ
” โอรสเล่อ ราชอารักษ์เล่อ ก้าวขึ้นสู่แท่นบูชานิรันดร์!”
เสียงนี้ทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง จนเรียกได้ว่าดังก้องกังวาน
ไปทั่วทั้งนครเทวะทีเดียว!
นี่คือประกาศิต โอรสเล่อปฏิบัติตามอย่างว่าง่าย โดย
การก้าวเดินขึ้นไปบนบันไดทีละก้าว ๆ พร้อมกับ อู่ อวี้
ซึ่งบันไดนี้มีขนาดกว้างใหญ่เป็นอย่างยิ่ง สองฟากฝั่ง
ระหว่างทางมีผู้คนมากมายยืนเรียงรายอยู่ แทบทั้งหมด
ล้วนเป็นคนจากราชวงศ์เหยียนหวง ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว
เป็นโอรสพระธิดา และ ราชอารักษ์คนอื่น ๆ
โอรสและพระธิดาส่วนใหญ่มีอายุอานามเยอะกว่าโอรส
เล่อ ทั้งยังฝึกฝนบำเพ็ญตนมาอย่างลึกล้ำ หากกล่าวถึง
ห้วงอารมณ์และกลิ่นอายที่แผ่ออกมา เรียกได้ว่า
เทียบเคียงได้กับโอรสเล่อ หรือมีแม้กระทั่งเหนือล้ำยิ่ง
กว่า ท่ามกลางผู้คนเหล่านี้ มีผู้ที่อยู่ในระดับสามภัยพิบัติ
ค้นหาเต๋ามากมาย เนื่องจากท้ายสุดแล้วมีคำร่ำลือว่า
พระโอรสผู้มีอายุมากที่สุด ฝึกฝนบำเพ็ญตนมานานกว่า
สองถึงสามร้อยปี เขาถือกำเนิด ในช่วงเวลาที่จักรพรรดิ
โบราณเหยียนหวง ยังไม่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้
ผู้คนเหล่านี้มีฐานันดรในอาณาจักรโบราณเหยียนหวง
สูงส่งเป็นอย่างยิ่ง พระโอรสและพระธิดาแต่ละพระองค์
ล้วนเป็นบุคคลในตำนาน การมีผู้คนมากมายจับจ้องมา
ที่ตนเองอย่างใกล้ชิดเช่นนี้ ทำให้เขารู้สึกอึดอัดเล็กน้อย
ในหมู่พวกเขา อู่ อวี้ แลเห็นโอรสเหยาอยู่ด้วย มันคือ
บุคคลผู้เคยพ่ายแพ้ให้แก่เขา
จากสิ่งที่เห็นบอกได้ว่า จักรพรรดิโบราณเหยียนหวง มี
โอรสพระธิดาจำนวนมาก ยามนี้ อู่ อวี้ เดินผ่านมาหลาย
ร้อยคนแล้ว ผู้คนที่อยู่โดยรอบมองตนด้วยสายตา
หลากหลาย โดยพื้นฐานแล้วพวกเขาล้วนเป็นทายาท
ของจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง กระทั่งเป็นลูกหลาน
อีกทียังมีให้เห็น
ไกลออกไปเล็กน้อยจากสองฟากฝั่งบันได มีขุนนางของ
ราชสำนัก มหาเสนา, ราชครู, สมุหนายก , ตุลาการ
สูงสุด , เสนาบดีฝ่ายพิธีการ, เจ้ากรมอาชา , เสนาบดี
ตุลาการ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีบุคคลตำแหน่งสูงอีก
มากมายเช่น ชินอ๋อง กับ กั๋วกง ที่นั่งอยู่ห่างออกไป ผู้
อาวุโสเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง เป็นผู้ที่
ใกล้จะบรรลุกลายเป็นเซียนอมตะ เป็นบุคคลอันสูงส่ง
ซึ่งเทียบเคียงได้กับบรรพชนหยางของจักรวรรดิเป่ยหมิง
นอกจากนั้นยังมีผู้บัญชาการกองทัพหลักทั้ง 5 ที่
ประจำการอยู่ในนครเทวะ รวมถึงขุนพลมังกรฟ้า ,
ขุนพลมังกรเพลิง , ขุนพลมังกรทอง ฯลฯ จำนวนมาก
คอยรักษาความสงบเรียบร้อยทั่วทุกสารทิศ
นางสนมขององค์จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงบางคน
นั่งอยู่บนเกี้ยวเซียนอันงดงามไม่สามารถมองเห็นรูปโฉม
แท้จริงได้
ในที่สุด อู่ อวี้ ก็มาถึงแท่นบูชา ตรงตำแหน่งใจกลางมี
ชายวัยกลางคนสวมชุดคลุมสีดำขลิบทองยืนอยู่ บุคคลผู้
นี้ทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง กล่าวได้ว่าเป็นบุคคลผู้มีความ
แข็งแกร่งมากที่สุดในที่แห่งนี้เลยก็ว่าได้ นำมาซึ่งแรง
กดดันมหาศาลแก่ อู่ อวี้ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คนผู้
นี้มีเส้นผมสีดำขลับ และ ดวงเนตรสีทองคำ กลาง
หน้าผากหว่างคิ้วปรากฏอักษรคำว่า ‘刹’ ซึ่งดูเปล่ง
ประกายวาวโรจน์อย่างไร้ที่เปรียบ
คนผู้นี้น่าจะเป็น มหาอุปราช (ผู้สำเร็จราชการแทน
พระองค์) คนปัจจุบัน ‘จักรพรรดิอารามสวรรค์’
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ