กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 830: ราชอารักษ์อิง
ดวงตาของผู้นี้คมกริบราวใบมีด จมูกงุ้มงอราวกับนก
อินทรีเมื่อสายตาของคนผู้นี้มองลงมาบนร่างของ อู่ อวี้
มันทำให้เขารู้สึกราวกับว่ากำลังถูกมองทะลุไปถึงเนื้อใน
ทุกวันนี้จักรพรรดิโบราณเหยียนหวง ไม่ได้สนใจ
การบ้านการเมืองราชกิจต่าง ๆ ในอาณาจักรโบราณเห
ยียนหวงอย่างสิ้นเชิง แต่คนผู้นี้ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้
แข็งแกร่งที่มิอาจยั่วยุได้ในชมพูทวีปโลกธาตุ ซึ่งสามารถ
จัดการสิ่งต่างๆได้อย่างลงตัวยิ่ง นอกจากนี้โอรสเล่อยัง
กล่าวเสริมอีกว่า จักรพรรดิอารามสวรรค์แห่งอาณาจักร
โบราณเหยียนหวง เป็นอีกหนึ่งคนที่มีแนวโน้มว่าจะ
กลายเป็นเซียนอมตะ อายุเขายังไม่มากนัก อย่างมากสุด
ก็แก่กว่าพระโอรสคนโตประมาณ 30 ปีเท่านั้น ยังเหลือ
เวลาที่จะถึงขีดจำกัดแห่งอายุขัยกว่า 200 ปี ระยะเวลา
ดังกล่าวมากพอที่จะทำให้เขากลายเป็นเซียนอมตะ
ตราบใดที่เขาผ่านสามพิบัติค้นหาเต๋า ช่วงชิงมหาวิถีสู่
เส้นทางแห่งเซียนเต่ามาได้
กล่างได้ว่า มหาอุปราชผู้นี้ยิ่งทำให้ อู่ อวี้ เข้าใกล้
เป้าหมายมากยิ่งขึ้น ตราบใดที่คนผู้นี้ไม่ปฏิเสธตัวเขา
มันก็ควรได้รับความเคารพ เห็นได้ชัดว่ามหาอุปราชที่อยู่
เบื้องหน้า มิได้ปฏิเสธตนเอง เนื่องจากในท้ายสุดแล้วตัว
เขาคือผู้ที่จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงแต่งตั้งเป็นการ
ส่วนตัว
โอรสเล่อบอกกับเขาว่า ต่อจากนี้ให้ทำตาม แล้วมันจะ
คอยบอกว่าต้องทำอะไรบ้าง
เมื่อทั้งสองยืนอยู่หน้าแท่นบูชา มหาอุปราชได้จ้องมอง
มาที่คนทั้งสองพร้อมประกาศก้องขึ้นว่า ” ผู้มาจากนคร
จักรพรรดิเพลิง แห่งทวีปทวยเทพตงเสิ้ง อู่ อวี้ จากราช
โองการของจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง นับจากนี้เจ้า
ถูกแต่งตั้งให้เป็นราชอารักษ์เล่อ ให้คอยช่วยเหลือ
สนับสนุนโอรสเล่อ ซื่อสัตย์จงรักภักดี ผลักดันกันและ
กันจนบรรลุกลายเป็นเซียนอมตะ มอบกายถวายชีวิต
แน่วแน่ไม่ลังเล หากคิดคดทรยศ ให้ชนชาวเหยียนหวง
รุมประชาทัณฑ์ลงโทษสถานหนัก! เจ้ามีอันใดจะคัดค้าน
หรือไม่ ? ”
ในช่วงเวลานั้น อู่ อวี้ กล่าวว่า ” ไม่ ”
หลังจากป่าวประกาศต่อหน้าธารกำนัล หลังจากนั้นมหา
อุปราชก็ถามคำถามบางอย่างกับ อู่ อวี้ และ โอรสเล่อ
แล้วทั้งคู่ต้องตอบคำถามนั้น ๆ กลับไป อันที่จริงขั้นตอน
เหล่านี้เป็นเพียงธรรมเนียมปฏิบัติเท่านั้นหาได้มีอะไร
มาก
” จุดธูปคำนับบรรพชน นับจากนี้คนผู้นี้จะเป็นชาวเห
ยียนหวง ”
นับจากมหาอุปราชลั่นวาจาออกมา อู่ อวี้ กับ โอรสเล่อ
ก็ไปจุดธูปคำนับบรรพชนเหยียนหวง หลังจากนั้นก็รับ
ฟังคำสั่งสอนจากอุปราช เวลาก็ล่วงเลยผ่านไปประมาณ
หนึ่งก้านธูป พิธีแต่งตั้งก็เป็นอันจบสิ้นลง เมื่อมหา
อุปราชประกาศจบพิธี ผู้คนทั้งหมดต่างส่งเสียงไชโยโห่
ร้องตะโกนเรียกนาม โอรสเล่อ และ ราชอารักษ์เล่อ
ราชอารักษ์มีหน้าที่อารักขาช่วยเหลือโอรสเล่อ เป็นเช่น
ดั่งสหายเต๋า ซึ่งนับว่ามีบทบาทอย่างมากในการก้าวหน้า
ร่วมกัน สำหรับผู้ฝึกตนแล้วการฝึกฝนบำเพ็ญเพียร
ร่วมกันจะยิ่งทำให้ก้าวรุดหน้าไปได้อย่างดีเยี่ยม สำหรับ
เหล่าโอรสพระธิดา ราชอารักษ์ของพวกเขาเหล่านั้น
เปรียบเสมือนดั่งพี่น้องร่วมสาบานเลยก็ว่าได้
อย่างไรก็ตาม สำหรับเหล่าผู้ชมแล้วพิธีการต่อไปนี้เป็น
ช่วงสำคัญอันน่าตื่นตาตื่นใจ สำหรับพิธีแต่งตั้ง
บรรดาศักดิ์ไม่ได้สร้างความตื่นเต้นอันใด ดังนั้น
บรรยากาศเป็นจึงค่อนข้างจริงจังไม่ได้ครึกครื้นมี
ชีวิตชีวา สิ่งที่จะทำให้ผู้คนครึกครื้นก็คือการต่อสู้เซียน
เต๋าของเหล่าอัจฉริยะ
จะมีการต่อสู้อันดุเดือดระหว่างราชอารักษ์ ส่วนโอรส
พระธิดาย่อมไม่สะดวกที่จะต่อสู้ ดังนั้นนี่คือการต่อสู้
ระหว่างราชอารักษ์ของโอรสพระธิดาอย่างแท้จริง ผู้ที่
เป็นมือเป็นเท้าให้กับเหล่าโอรสพระองค์ใดพระองค์หนึ่ง
ที่อาจจะขึ้นเป็นจักรพรรดิโบราณเหยียนหวงในอนาคต
การประลองจะยิ่งทำให้ยศศักดิ์เกียรติยศของราช
อารักษ์เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังสามารถขึ้นเป็น
อัครมหาเสนาบดี ซึ่งมีโอกาสเพียงหนึ่งในหลายร้อยล้าน
คน!
ตัวอย่างเช่นชายชราผู้ดูสุขุมอ่อนโยนที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล
เขาคนนี้เป็นราชอารักษ์ของจักรพรรดิโบราณเหยียน
หวง ทว่าจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง ก้าวหน้าไปไกล
เสียยิ่งกว่าราชอารักษ์ แม้ราชอารักษ์ผู้นี้จะไม่สามารถไล่
ตามได้ทัน ถึงกระนั้นก็ยังได้รั้งตำแหน่งอัครมหาเสนาบดี
อย่างไรก็ตามเขเก็นับเป็นอีกบุคคลสำคัญที่ดูแล
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง
ดังนั้นการต่อสู้ระหว่างราชอารักษ์ จึงเป็นที่สนใจอย่าง
มาก
เมื่อเห็นผู้คนกำลังกระสับกระส่าย มหาอุปราชจึง
ประกาศด้วยน้ำเสียงนุ่มลึกขึ้นว่า ” ลำดับต่อไปคือกฎ
เก่าแก่ในพิธี ถึงเวลาที่จะนำพาความครึกครื้นมาสู่
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ตอนนี้ราชอารักษ์มีมาก
เกินไป ดังนั้นเราจะกำหนดผู้ที่เหมาะสมให้แก่โอรสเล่อ
สำหรับการประลองครั้งนี้ระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าไม่
สามารถเข้าร่วมประลองได้ ส่วนระดับต่ำกว่าระดับ
ดังกล่าวสามารถร่วมประลองได้ทั้งหมด ”
อันที่จริงแล้วราชอารักษ์ส่วนใหญ่ ล้วนมีระดับฝีมือ
เหนือกว่าระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋า ส่วนผู้ที่อยู่ใน
ระดับก่อร่างกำหนดจิตเทวะมีอยู่ไม่ถึง 10 คน แต่ถึงจะ
อยู่ระดับนี้ก็ล้วนอยู่ในขั้นที่ 10 โดยทั้งสิ้น
เมื่อผู้คนได้ยินว่าระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋า ไม่
สามารถร่วมการประลองได้ตั้งก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
เป็นเพราะผู้คนต่างคิดว่าผู้มีฝีมือระดับนี้จะสามารถสยบ
อู่ อวี้ ลงได้อย่างสมบูรณ์ ” ดูเหมือนว่างานนี้มหาอุปราช
จะไม่ต้องการให้โอรสเสียหน้า ”
” ถ้า อู่ อวี้ ต้องเจอกับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าคงจะตกอยู่
ในสภาพน่าอนาถ ลำพังท่านมหาอุปราชย่อมไม่มีทาง
ยอมให้เขาขึ้นเป็นราชอารักษ์อย่างแน่นอน นอกจากนี้
ยังไม่อาจทำให้เขาได้รับบาดเจ็บ แต่จะไปทำอันใดได้ ก็
นี่เป็นพระประสงค์ของจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง ”
” ต่อให้ในวันนี้ ระดับสามภัยพิบัติหาเต๋าจะไม่ได้ร่วม
ประลอง แต่สถานการณ์ก็ยังไม่สู้ดีอยู่ดีนั่นแหละ เพราะ
ถึงอย่างไรพลังฝีมือของเขาก็ยังถือว่าอ่อนด้อย ถึงแม้ อู่
อวี้ สามารถเอาชนะโอรสเหยา กับ ซู เฉินเยวียนแห่ง
กองทัพมังกรเพลิงได้แต่อย่างไรเสียวันนี้เขาก็เป็นตัวเอก
คาดว่าจะต้องมีคนมาขอท้าประลองอย่างต่อเนื่อง
จนกว่าเขาจะพ่ายแพ้ คาดว่าเหล่าราชอารักษ์ในวันนี้
คงตั้งใจให้เขางัดกลยุทธทั้งหมดออกมาให้เป็นที่
ประจักษ์ ”
บรรยากาศของประตูอู่เหยียนเวลานี้ กำลังเดือดพล่าน
อย่างไร้ที่เปรียบ ทุกคนต่างมุ่งมั่นรีบมองไปยังการ
ประลองที่อยู่เบื้องหน้า พวกมันอยากรู้ว่าบรรดาโอรส
พระธิดาองค์ใดที่ตั้งใจจะบดขยี้เกียรติยศของโอรสเล่อ
ยิ่งโอรสเล่อไม่ค่อยสุงสิงกับผู้ใด ผู้คนก็ยิ่งริษยา ทั้งยัง
หวังว่าราชอารักษ์ของพระองค์จะต้องพ่ายแพ้อย่างหมด
รูป
เมื่ออุปราชกล่าวจบ นอกจากราชอารักษ์อยู่ที่อยู่ใน
ระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าแล้ว คนทั้งแปดจากทาง
ด้านซ้ายและขวาก็พากันลุกขึ้นยืน ผู้คนเหล่านี้ถึงแม้จะ
ไม่ได้มาจากราชวงศ์ แต่ก็เป็นผู้คนที่มาจากทั่วทุกแห่ง
หนของอาณาจักรโบราณเหยียนหวง แต่ละคนต่างมี
ตำนาน และ วีรกรรมเล่าขานเป็นของตนเอง หรือ
แม้กระทั่งมรดกของผู้ฝึกตนโบราณ อย่างไรก็ตามคน
เหล่านี้มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน นั่นก็คือความสามารถแล
อนาคตของพวกมันอยู่ในระดับเดียวกับโอรสพระธิดา
บางคนแม้กระทั่งแข็งแกร่งเสียยิ่งกว่าโอรสพระธิดาที่
ตนเองเป็นผู้คุ้มกัน การที่พวกมันกลายเป็นราชอารักษ์
ก็เท่ากับการเป็นส่วนหนึ่งของราชวงศ์เหยียนหวง!
เหล่าอัจฉริยะผู้มากพรสวรรค์สะท้านฟ้าสะเทือนดี ต่าง
ถูกรวบรวมโดย เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งในระบอบ
การปกครอง คาดว่านี่คงเป็นเหตุผล ที่บรรพชนราชวงศ์
รุ่นก่อนก่อตั้งตำแหน่งราชอารักษ์ขึ้น
ผู้ที่อยู่ต่ำกว่าระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าลงไป ทุกคน
ต่างพากันก้าวออกมาท้าทาย เห็นได้ชัดว่าพวกมันตั้งใจ
ต้อนรับ อู่ อวี้ กับ โอรสเล่อโดยเฉพาะ หลังจากเห็น
ภาพดังกล่าว สีหน้าของโอรสเล่อพลันเปลี่ยนเป็นเขียว
คล้ำ มีเพียง อู่ อวี้ ที่แลเห็นพวกมันแล้ว ยังคงแสดง
ท่าทางเฉยเมยไม่แยแสอันใด
กล่าวได้ว่าคนเหล่านี้ คือบุคคลผู้เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์
อันน่าตื่นตะลึง! ซึ่งมีอายุน้อยกว่า 100 ปี
” สนองพระบัญชาองค์อุปราช เราทั้งผองยินดีท้าทาย
ราชอารักษ์เล่อ เพื่อมอบประสบการณ์สำคัญ ให้ราช
อารักษ์เล่อได้มีโอกาสแสดงความสามารถของตน ให้
เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของผู้คนทั้งใต้หล้า! ”
ในบรรดาคนทั้ง 8 มีสตรีสามคนกับอีกบุรุษห้าคน ซึ่ง
พวกมันเป็นราชอารักษ์ของธิดาสามพระองค์ และ โอรส
อีกห้าพระองค์
พวกมันทั้ง 8 ยินดีจะท้าประลองกับ อู่ อวี้
อย่างไรก็ตามเห็นได้ชัดว่าคงจะมีเพียงผู้เดียวที่ได้ขึ้น
ประลองเท่านั้นกระมัง หากฝ่ายตรงข้ามหาได้ตั้งใจบด
ขยี้ อู่ อวี้ ตั้งแต่ครั้งแรก หลังจากการต่อสู้ เขาคงมิได้รับ
บาดเจ็บเท่าใดนัก และโดยทั่วไปแล้วหลังจบการต่อสู้ ก็
ถือเป็นการสิ้นสุดพิธีแต่งตั้งบรรดาศักดิ์อย่างสมบูรณ์
การปรากฏตัวของคนทั้ง 8 นับว่าโดดเด่นสะดุดตาเป็น
อย่างยิ่ง ซึ่งยามนี้สิ่งที่ผู้คนรู้สึกสงสัยมากที่สุดก็คือ
ท้ายสุดแล้วผู้ใดจะประลองกับ อู่ อวี้ เป็นคนแรก? และ
อำนาจการตัดสินใจ ก็อยู่ภายในกำมือของท่านมหา
อุปราช
ส่งผลให้ยามนี้ฝูงชนพากันจับจ้องไปยังท่านมหาอุปราช
อย่างลุ้นระทึก สามารถแลเห็นได้ว่ายามนี้ มหาอุปราช
กวาดสายตามองผู้คนทั้ง 8 ที่อยู่เบื้องหน้า แล้วในที่สุดก็
หยุดนิ่งอยู่ที่สตรีนางหนึ่งซึ่งอยู่ตรงกลางแถว จากนั้นก็
เอ่ยขึ้นว่า ” ข้าได้ยินมาว่า ราชบุตรเขยของธิดาอิง เคย
ปราชัยให้แก่ราชอารักษ์เล่อ เช่นนั้นควรให้ราชอารักษ์
อิงมีโอกาสได้ล้างความอัปยศในครั้งนี้ ทุกท่านเห็นเป็น
อย่างไร? ”
นี่หมายความว่า ให้ราชอารักษ์อิงเป็นผู้ท้าประลองคน
แรก!
ซึ่งตัวเลือกดังกล่าว ยิ่งทำให้การต่อสู้ดุเดือดเลือดพล่าน
มากยิ่งขึ้น ท้ายสุดแล้วมันเกี่ยวข้องกับความอัปยศก่อน
หน้านี้
อู่ อวี้ จับจ้องไปยังราชอารักษ์อิง ไม่คาดคิดว่าท่านมหา
อุปราชจะเลือกสตรีผู้งดงามน่ารักจิ้มลิ้มมาเป็นคู่ต่อสู้กับ
ตนเอง
สตรีนางนี้มีตัวตนอันพิเศษยิ่ง แม้ว่าจะอยู่ในอาณาจักร
โบราณเหยียนหวง แต่นางก็ไม่น่าจะใช่ชาวเหยียนหวง
เนื่องจากว่านางมีผมยาวกับดวงตาสีชมพู ด้วยดวงตา
และสีผมนี้ทำให้นางดูอ่อนเยาว์เป็นอย่างยิ่ง ทุกการ
เคลื่อนไหวดูน่ารักน่าน่าชังเป็นยิ่งนัก อีกทั้งยังมีใบหน้า
จิ้มลิ้มน่าดึงดูด ดวงตากลมโต ส่องประกายเงางาม ขน
ตางอน ปากน้อย ๆ สีชมพู ใบหน้าแดงระเรื่อ จนทำให้
ผู้คนแทบอยากจะกระโจนเข้าไปขย้ำนางอย่างช่วยไม่ได้
ด้วยรูปลักษณ์หน้าตาทำให้นางดูเสมือนดั่งสาวน้อยผู้
หนึ่ง อย่างไรก็ตามภายใต้ชุดกระโปรงยาวสีขาว กลับ
เปี่ยมไปด้วยรูปร่างอันทรงเสน่ห์ของสตรีที่โตเต็มวัยแล้ว
ซึ่งมันยิ่งขลับให้นางดูน่าหลงใหล เย้ายวนใจเสมือนดั่ง
สตรีผู้ใหญ่ ราวกับลูกพีชหวานฉ่ำที่ชวนให้แลชิมก็มิปาน
เบื้องหลังของนางคือพระธิดาอิง นางแสดงสีหน้าเรียบ
เฉย เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายอันสูงศักดิ์งดงาม ดูคล้ายคลึง
กับโอรสเล่อเล็กน้อย เกศาสีดำดวงเนตรสีทองคำ ทำให้
ราชอารักษ์อิงที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของนาง ที่เปี่ยมเสน่ห์
แสนน่ารักมีชีวิตชีวา ดูเป็นเหมือนน้องสาวของนาง หา
ได้ใกล้เคียงกับการเป็นราชอารักษ์หรือผู้คุ้มกันแม้แต่
น้อย
” ข้างั้นหรือ?” เมื่อได้ยินว่านางต้องการประลองเป็นคน
แรก ราชอารักษ์อิงก็รู้สึกสับสนอยู่ไม่น้อย นางชี้นิ้วมาที่
ตัวเองจากนั้นก็หันไปมองที่พระธิดาอิง หลังจากได้รับ
สัญญาณไฟเขียวนางจึงพยักหน้าแล้วกล่าวขึ้นว่า ” ตก
ลง นับว่าโชคดีจริง ๆ จากผู้ท้าประลองทั้งหมด 8 คน
แต่ท่านกลับเลือกข้า ”
ดูเหมือนว่านางไม่ต้องการจะออกไปท้าประลอง แต่เป็น
พระธิดาอิงที่ต้องการให้นางท้าประลองกับ อู่ อวี้
เมื่อเห็นฝ่ายตรงข้าม อู่ อวี้ คิดว่าทุกคนคงจะหัวเราะเขา
เป็นแน่ เมื่อเห็นว่าตนเองจะต้องสู้กับสตรีตัวน้อย แต่
กลับตาลปัตร ทุกคนต่างเงียบขรึมเป็นอย่างมากมอง อู่
อวี้ ด้วยสายตาสงสารอย่างที่สุด ครั้นยังกระซิบกระซาบ
กันด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา พวกมันต่างพูดกันว่า เขาโชค
ร้ายเป็นอย่างมากที่ต้องเจอกับนางมารผู้นี้ เพิ่งจะ
ประลองเพียงยกแรกก็ต้องพบจุดจบอย่างน่าอนาถเสีย
แล้ว เมื่อฟังจากคำพูดเหล่านี้ หากเขาเกิดพ่ายแพ้ในการ
ประลองครั้งแรก คาดว่ามหาอุปราชคงจะไม่ให้ต่อสู้ใน
รอบต่อไป ท้ายสุดแล้วถ้าได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก การ
ให้ต่อสู้ในรอบต่อไปคงไม่สมเหตุสมผล
อู่ อวี้ ตระหนักดีว่าการรับมือกับสาวน้อยน่ารักผู้นี้ย่อม
ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย อีกทั้งระยะเวลาการบำเพ็ญเพียร
น่าจะมากกว่าตัวเอง ดังนั้นนางไม่น่าจะเป็นสาวน้อยดั่ง
รูปลักษณ์
แม้แต่ โอรสเล่อ ที่อยู่ด้านหลังก็ยังขมวดคิ้ว ” อันที่จริง
คนผู้นี้ไม่ใช่คนเหยียนหวง ไม่ใช่คนอาณาจักรโบราณเห
ยียนหวง นางน่าจะเป็นคนจากอาณาจักรเมฆาทะยาน
แต่นางเติบโตอยู่ในอาณาจักรโบราณเหยียนหวง ด้วย
เพราะพรสวรรค์อันโดดเด่น เลยทำให้นางสามารถขึ้นมา
เป็นราชอารักษ์ ”
หากไม่ใช่อัจฉริยะอย่างแท้จริง แน่นอนว่าอาณาจักร
โบราณเหยียนหวงย่อมไม่ยอมเก็บนางไว้แน่ เกรงว่านาง
อาจจะถูกถีบหัวส่งกลับไปยังอาณาจักรเมฆาทะยานเสีย
แล้ว
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าอาณาจักรเมฆาทะยานจะเป็น
อาณาจักรของผู้ฝึกตนนอกรีต ซึ่งก็เท่ากับว่าราชอารักษ์
อิงเป็นผู้ฝึกตนนอกรีต ส่วนที่นางสามารถรับตำแหน่งนี้
ได้นั้น เป็นไปได้ว่านางเติบโตขึ้นที่อาณาจักรโบราณเห
ยียนหวง
ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น อู่ อวี้ ยังคงสุขุมหนักแน่นมั่นคง ตราบ
ใดที่ไม่ต้องต่อสู้กับระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋า เขาก็มี
ความมั่นใจกว่า 99 ในร้อยส่วน
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ