กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 832: หยิ่งผยอง!!
“วงเวทท่องสวรรค์กระหายโลหิต!”
เมื่อนางตระหนักได้ว่าดาบเมฆาสวรรค์ยากที่จะจัดการ
อู่ อวี้ ลงได้ ราชอารักษ์อิงจึงตัดสินใจอย่างเด็ดขาดต่อ
หน้าสายตาของทุกคน พลันหยิบดาบปีศาจโลหิต
กระหาย ซึ่งมีวงเวทโจมตีที่แตกต่างไปจากดาบเมฆา
สวรรค์อย่างสิ้นเชิง นางเร่งกระตุ้นวงเวทภายใต้การ
ผสานรวมกับพลังแก่นแท้ตำหนักม่วง!
แสงสีแดงโลหิต เหมือนกับเป็นทะเลโลหิตหลั่งไหลพวย
พุ่งออกมา ภายใต้การโจมตีของราชอารักษ์อิง นางโคจร
วงเวทจำนวนนับไม่ถ้วน เปลี่ยนกลายเป็นอสรพิษโลหิต
ตัวหนึ่ง พุ่งทะยานเข้าหาวังวนทมิฬ!
ในช่วงเวลาสำคัญนี้ พายุที่กำลังหมุนอย่างบ้าคลั่งได้ถูก
วังวนทมิฬดูดกลืนไปอย่างสมบูรณ์ ยามนี้ทุกคนกำลัง
กรีดร้องอุทาน เพราะพวกมันมองเห็นได้ด้วยสายตาของ
ตัวเองว่าวังวนทมิฬกำลังหมุนย้อนกลับ ‘วงเวทสังหาร
พายุเมฆาสวรรค์’ ที่ถูกกลืนกินไปก่อนหน้านี้ได้ปรากฏ
ขึ้นมาอีกครั้ง ทว่าครานี้กลับเป็น อู่ อวี้ ที่ควบคุมมัน
และโจมตีกลับไปยังราชอารักษ์อิง!
เดิมมันเป็นการโจมตีของ ราชอารักษ์อิงแต่บัดนี้มันกลับ
กลายเป็นคมดาบของ อู่ อวี้! และราวกับมันเป็นสิ่ง
ง่ายดายสำหรับเขาก็มิปาน
ท่ามกลางสายตาของทุกคน วงเวททั้งสอง ที่เดิมเป็น
ของ ราชอารักษ์อิง กำลังปะทะกันอยู่บนสนามประลอง
ไร้ลักษณ์ วงเวททั้ง 2 มีอานุภาพไม่ต่างกันเท่าไหร่ เรียก
ได้ว่าแทบจะสูสีกันเลยทีเดียว ดังนั้นการปะทะกันใน
ครั้งนี้ จึงก่อให้เกิดเป็นระลอกคลื่นแรงระเบิดทำลาย
ล้างไปทั่วทั้งสนามประลองไร้ลักษณ์!
วงเวททั้ง 2 ต่างคู่คี่สูสีกันไม่มีอันใดที่อยู่เหนือกว่า นี่ก็
เหมือนกับว่า ราชอารักษ์อิง ปลดปล่อยพลังโจมตีที่
รุนแรงออกไปถึง 2 ครั้ง แต่ยังไม่สามารถทำอันตรายได้
แม้แต่ขนสักเส้นเดียวของ อู่ อวี้!
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ! บัดนี้ร่างกลืนสวรรค์หลบซ่อนอยู่
หลังวงเวทสังหารพายุเมฆาสวรรค์ และเปลี่ยนให้พิมาน
จักรพรรดิเป่ยหมิงมาอยู่ในรูปแบบแส้ยาว จากนั้นมัน
เร่งกระตุ้น ‘เขตแดนมังกรศักดิ์สิทธิ์เป่ยหมิง’! ชั่วขณะ
ไอเย็นปะทุพร้อมผสานเข้าไปอยู่ในพายุคลั่ง เมื่อพายุ
คลั่งปะทะกับการโจมตีของดาบปีศาจโลหิตกระหาย
เขตแดนมังกรศักดิ์สิทธิ์เป่ยหมิงได้ผันแปรกลายเป็น
มังกรเทวะทมิฬเข้าผสาน ทั่วทั้งร่างกายและกระดูก
ปลดปล่อยความหนาวเย็นยะเยือก!
มังกรที่หลบซ่อนอยู่ในส่วนลึกของเขตแดนศักดิ์สิทธิ์เป่ย
หมิง ลอดทะลวงการปะทะกันของวงเวททั้งสอง โดยที่
ราชอารักษ์อิงไม่ทันได้เตรียมการป้องกัน ฉับพลันมังกร
ทะยานโจมตีเข้าใส่ร่างของนาง พริบตานั้น ราชอารักษ์
อิง ได้กรีดร้องออกมาอย่างแสนเจ็บปวด ร่างของนางได้
ปรากฏปราณสีดำผุดขึ้นมามากมายนับไม่ถ้วน ปราณ
เหล่านั้นได้ปลดปล่อยพลังความเย็นสุดขั้วออกมา เมื่อ
ความหนาวเหน็บกวาดผ่านไปทั่วร่าง เพียงพริบตาก็แช่
แข็งราชอารักษ์อิงไปในทันที ทำให้นางไม่สามารถ
เคลื่อนไหวได้อีกต่อไป!
ยามนี้พลังอำนาจของวงเวทโจมตีทั้ง 2 ชนิดของราช
อารักษ์อิง พลันแตกสลายจนสิ้น คนมากมายที่ได้เห็นไอ
เย็นลอยฟุ้งพร้อมกับปฎิมากรรมน้ำแข็ง จึงทำให้ชาวเห
ยียนหวงรู้สึกอึดอัดยิ่ง เนื่องจากธาตุเหมันต์เป็นดาว
สะกดข่มของพวกมัน และในพริบตาเดียวที่ความเย็นถูก
ปลดปล่อยออกมา ทุกสิ่งทุกอย่างได้มลายหายไป สิ่งที่
ปรากฏต่อหน้าสายตาของทุกคนก็มีเพียงแค่ปฎิมากรรม
น้ำแข็งหนึ่งก้อนที่ตั้งตระหง่าน รูปปั้นน้ำแข็งนั้นเป็นสี
ดำโปร่งใส หากมองทะลุเข้าไปจะสามารถมองเห็นได้ว่า
เป็นสตรีผู้หนึ่งที่มีความงามสวยหยาดเยิ้ม ผมสีชมพู
กำลังปลิวไสวไปพร้อมกันกระโปรงยาว ความงามของ
นางถูกหยุดเอาไว้ในลักษณะนิ่ง บัดนี้ราวกับเวลาถูก
หยุด นางไม่สามารถขยับเขยื้อนไปไหนได้อีก
ในอีกด้านหนึ่ง อู่ อวี้ ทั้งสองร่างกำลังยืนเอามือไพล่หลัง
ต่อมาได้เก็บพิมานจักรพรรดิเป่ยหมิงกลับลงไป ซึ่งการ
กระทำนี้อธิบายได้ชัดเจนว่าตนเองเป็นฝ่ายกำชัยชนะใน
การประลองครั้งนี้แล้ว
การวางท่าลักษณะเช่นนี้ ดูแล้วทระนงองอาจและ
แข็งแกร่งยิ่ง
ในขณะนี้ ลานกว้างที่อยู่ด้านหน้าของประตูอู่เหยียน ตก
อยู่ในความเงียบสงัด ทุกคนไม่อาจจะเชื่อสิ่งที่ตนเอง
เห็น หลังจากที่ขยี้ตาอยู่หลายรอบจึงตระหนักว่าทั้งหมด
นี่คือเรื่องจริง
“เสด็จพี่อิง ต้องขออภัยด้วย ที่ราชอารักษ์เล่อเป็นผู้ชนะ
อู่ อวี้ เจ้ายังไม่ปล่อยตัวราชอารักษ์อิงไปอีก สตรีผู้
งดงามเช่นนี้ เจ้าจะทำให้นางบาดเจ็บได้อย่างไร?” ผู้ที่
กล่าวออกมาคนแรกก็คือ องค์ชายเล่อที่ก่อนหน้านี้เงียบ
มาโดยตลอด ยามนี้เมื่อเห็นว่าใครคือผู้ชนะ เขาจึงรีบ
กล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม ทำให้ทุกคนรู้สึกได้ถึงความ
ภูมิใจและพออกพอใจของเขาได้
“แน่นอนว่าข้าย่อมไม่เต็มใจที่จะทำร้ายสาวงามเช่นนี้”
หลังจากที่ อู่ อวี้ ตอบกลับไป น้ำแข็งที่อยู่บนร่างของ
นางที่คงด้วยสัญลักษณ์เวทของพิมานจักรพรรดิเป่ยหมิง
เอาไว้ ก็แตกกระจายภายใต้การควบคุมของ อู่ อวี้ ใน
ตอนแรกราชอารักษ์อิงยังไม่สามารถขยับเคลื่อนไหวได้
ทว่าหลังจากผ่านไปสักพัก ความเย็นบนร่างของนางดู
เหมือนจะฟื้นกลับมาเป็นเช่นเดิมจน บัดนี้นางมองไป
รอบๆ จากนั้นก็ล้มตัวลงไป เนื่องจากไม่อาจจะประคอง
ตนเองได้อีกต่อไป
ฟู่ว
อู่ อวี้ รีบลงไปประคองเอวของสาวงามผู้นี้ทันที สิ่งที่ทุก
คนเห็นก็คือ ผมของราชอารักษ์อิงที่กำลังโบกสะบัดอยู่
ภายในอ้อมแขนของ อู่ อวี้ และยังมีดอกซากุระที่ปลิด
ปลิวจากท้องฟ้า นับว่าเป็นภาพที่สวยงามยิ่ง
“นี่ๆๆ ลองจับหน้าอกดูเร็ว มันจะรู้สึกยังไงกานน๊า~?”
น้ำลายของ หมิงซวง ไหลออกมาเป็นสายน้ำ นางเอ่ย
ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“เจ้าก็ลองจับของตัวเจ้าเองเอาสิ”
ยามนี้ มหาอุปราชไม่แสดงสีหน้าอะไรออกมา เขาเก็บ
สนามประลองไร้ลักษณ์กลับเข้าไปอย่างหน้าตาเฉย อู่
อวี้ ซึ่งกำลังตกอยู่ภายใต้ความสนใจและความอิจฉาของ
ทุกคน ก็โอบกอดราชอารักษ์อิงที่อยู่ในอาการมึนงงไป
วางไว้บนแท่งบูชา เมื่อทุกอย่างสิ้นสดลง สนามประลอง
ไร้ลักษณ์พลันถูกยกเก็บเข้าไปอย่างรวดเร็ว ทว่าฉับพลัน
กลับมีสตรีที่บังเกิดโทสะคนหนึ่งมาปรากฏตัวอยู่เบื้อง
หน้าของ อู่ อวี้ นางยกมือขึ้นและเตรียมจะตบหน้า อู่
อวี้ พร้อมกล่าวออกมาด้วยโทสะ “รีบปล่อยนางตัวไปได้
แล้ว!”
คนผู้นี้ก็คือองค์หญิงอิง นางนั้นเต็มไปด้วยความกังวล
มองไปที่ อู่ อวี้ ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยโทสะ ราวกับ
ว่า อู่ อวี้ ได้ทำลายสมบัติล้ำค่าของนางไป อู่ อวี้ จึงรีบ
โยนร่างของ ราชอารักษ์อิง ที่กำลังสั่นเทาด้วยความ
หนาวเย็นไปให้นาง ก่อนหน้านี้ เป็นเพราะว่า พิมาน
จักรพรรดิเป่ยหมิง ได้แช่แข็งนาง ทำให้กายเนื้อของนาง
ได้รับบาดเจ็บ อู่ อวี้ จึงใช้ความร้อนจากกายาเพชร
อมตะของตนเองจัดการกับน้ำแข็งเหล่านี้ เมื่อนางรับรู้
ได้ถึงความร้อนแรงจากร่างกายของ อู่ อวี้ ดังนั้น ราช
อารักษ์อิง จึงกอดเขาเอาไว้แน่น จนเริ่มฟื้นฟูสติ
คืนกลับมาได้แล้ว
องค์หญิงอิง รีบเข้าไปหา ราชอารักษ์อิง สตรีทั้งสอง
บัดนี้ได้โอบกอดกันต่อหน้าสาธารณชน ดูราวกับว่าพวก
นางเป็นสหายเต๋าเคียงข้าง จนราวกับ ซู เฉินเหยียน
เป็นเหมือนกับส่วนเกินในชีวิต ระหว่างนั้น องค์หญิงอิง
ก็หันมามอง อู่ อวี้ ด้วยแววตาดุร้าย พร้อมกล่าวออกไป
“เรื่องในวันนี้มันยังไม่จบ เตรียมใจเอาไว้เถอะ”
ราชอารักษ์อิง รู้สึกหวาดกลัว อู่ อวี้ ยามนี้จึงหลบซ่อน
อยู่ภายในวงแขนของ องค์หญิงอิง และลอบมอง อู่ อวี้
ด้วยแววตาที่ดูซับซ้อน บางทีนางรู้สึกว่าร่างกายของ
องค์หญิงอิง มิได้อบอุ่นเท่ากับ อู่ อวี้
องค์หญิงอิง ได้ขอตัวลามหาอุปราชไปเสียก่อน สุดท้าย
พิธีการแต่งตั้งบรรดาศักดิ์นี้ก็จบสิ้นลง มหาอุปราชไม่ได้
สนใจนางอีก นางจึงต้องจากไปด้วยความโกรธเพียงโดด
เดี่ยว
การประลองในครานี้ถือว่าสิ้นสุดลงแล้ว ทุกคนจึงได้สติ
ขึ้น มีคนไม่น้อยที่ถูก อู่ อวี้ เอาชนะใจได้สำเร็จ ทำให้
ยามนี้กลุ่มคนที่มาดูราชพิธีจึงต่างตะโกนแสดงความ
ยินดี
แต่ผู้ที่รู้สึกอิจฉากลับมีมากเสียยิ่งกว่า
พิธีแต่งตั้งบรรดาศักดิ์จะจบลงไปเช่นนี้เลยงั้นหรือ?
อย่างน้อย อู่ อวี้ ก็ยังรู้สึกว่าการต่อสู้ก่อนหน้านี้จบลง
อย่างรวดเร็วเกินไป ทุกอย่างยังไม่ชัดเจนสำหรับเขา
แม้แต่น้อย พวกมันทั้งหลายย่อมยังรู้สึกไม่พอใจแน่นอน
ดังนั้นเขาจึงคิดว่ามันไม่ควรที่จะจบพิธีได้เร็วเช่นนี้ พวก
มันยังไม่ได้เห็นในสิ่งที่พวกมันคาดหวังเอาไว้เลย นั่นก็
คือการที่ตนเองถูกต้อนจนต้องปลดปล่อยขีดจำกัด!
มหาอุปราชจึงเอ่ยถามทุกคน “ไม่คาดคิดว่า ราชอารักษ์
เล่อ จะเก่งกล้าสามารถถึงเพียงนี้ ความจริงก็เหนือ
ความคาดหมายของข้าอยู่บ้าง ทุกท่านเพลิดเพลินกับ
การประลองครั้งนี้หรือไม่? พวกท่านคิดว่าพวกเราควร
จะดำเนินพระราชพิธีนี้ต่อหรือไม่?”
เมื่อสิ้นเสียง มหาอุปราช ทุกคนจึงกล่าวขึ้น “ต้องต่ออยู่
แล้ว!!”
“แน่นอนพวกเราย่อมต้องอยากเห็นว่าขีดจำกัดของราช
อารักษ์เล่อนั้นอยู่ที่ใด?” มีขุนนางชั้นผู้ใหญ่แห่งนครเท
วะคนหนึ่งกล่าวออกไป
“จัดต่อเลย อู่ อวี้ เป็นถึงอันดับที่ 1 ในสงครามชิง
อำนาจแดนเหนือ อีกทั้งตอนนี้ก็ยังก้าวหน้าขึ้นมาก
แล้ว” ชวีอิ๋น ที่อยู่ทางฝั่งของกองทัพมังกรเพลิงได้เอ่ย
ขึ้น
องค์ชาย องค์หญิง ขุนนางชั้นผู้ใหญ่และขุนพลของแต่
ละกองทัพต่างพากันสนับสนุนให้จัดพิธีต่อ ทุกคนต่างก็
อยากจะดูความสนุกต่อ ยิ่ง อู่ อวี้ มีฝีมือมากเท่าไหร่
พวกมันก็ยิ่งสนใจมากขึ้นเท่านั้น!
“จักรพรรดิโบราณถึงกับแต่งตั้งราชอารักษ์ด้วยตนเอง
เขาย่อมต้องมีความสามารถที่พวกเราคาดไม่ถึงอย่าง
แน่นอน ทุกท่านจับตาดูให้ดี” ในท้ายที่สุด แม้แต่ชาย
ชราที่เป็นถึงอัครเสนาบดี ก็ยังแสดงความคิดเห็นของ
ตนเองออกมา
“เช่นนั้นใครจะเป็นคนต่อไป? ดูๆแล้วยังมีผู้ที่ท้าชิงอีก
ถึง 7 คน ราชอารักษ์ตง ราชอารักษ์เฉิน ราชอารักษ์เฉิง
…….”
ทั้ง 7 คนนี้ต่างเป็นผู้ที่อยู่ในอาณาจักรจิตเทวะระดับที่
10 ความแข็งแกร่งนับว่าไม่ต่างกับราชอารักษ์อิง
กระทั่งเหนือกว่า ราชอารักษ์อิง เล็กน้อย
“หากเข้ามาทีละคน ก็คงจะไม่น่าสนใจนัก ในเมื่อ อู่ อวี้
นั้นร้ายกาจถึงเพียงนี้ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมีร่างอวตารอีก
ทำไมเราไม่ให้พวกมันลงสนามไปทีละ 2 คนเลยเสีย
เล่า?” ยามนี้มีองค์ชายผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น องค์ชายผู้นั้นมีอายุ
ค่อนข้างสูง และเป็นผู้ที่มีความแข็งแกร่งอันดับต้นๆใน
หมู่องค์ชาย
การที่มีคนมารวมกันอยู่มากมายเช่นนี้ แน่นอนว่า อู่ อวี้
ย่อมไม่รู้จักทุกคน
เมื่อมันเสนอออกมาว่าให้ราชอารักษ์ 2 คนลงสนาม
ทีเดียว ก็ทำให้เกิดเสียงฮือฮาดังออกมาจากฝูงชน การ
ตัดสินใจเช่นนี้สำหรับพวกมันแล้ว นับว่าน่าสนใจยิ่ง
นอกจากนี้ร่างหลักของ อู่ อวี้ ก็ยังไม่ได้แสดงฝีมือ
ออกมาเลย!
มีเพียงโอรสเล่อเท่านั้นที่เอ่ยตอบ “ไม่ได้ นี่มันไม่
ยุติธรรม ตั้งแต่สมัยโบราณมาก็ไม่เคยมีกฏเช่นนี้ แล้ว อู่
อวี้ จะสามารถรับมือกับราชอารักษ์ถึง 2 คนได้
อย่างไร?”
มหาอุปราชลองกวาดสายตามองไปรอบๆ แน่นอนว่ามี
คนที่สนับสนุนให้ อู่ อวี้ เผชิญหน้าต่อสู้กับราชอารักษ์ถึง
2 คน ดังนั้นเขาจึงทำการตัดสินใจออกมา คนพยักหน้า
พร้อมกับเอ่ยขึ้น “เช่นนั้นให้ รชาอารักษ์ตง กับราช
อารักษ์เฉิน ออกมา แบบนี้จึงน่าสนใจหน่อย”
หลังจากที่ตัดสินใจเช่นนี้ออกมาแล้ว ทุกคนจึงอยู่ใน
อารมณ์คึกคักตื่นเต้น พวกมันถึงกับตั้งหน้าตั้งตารอคอย
การประลองต่อไปในทันที! ราชอารักษ์เพียงคนหนึ่งต้อง
เผชิญหน้ากับราชอารักษ์ถึง 2 คน นับว่าความต่างนี้ถือ
ว่าใหญ่หลวงยิ่ง แม้ว่า อู่ อวี้ จะมีร่างหลักร่างรอง แต่
คนตำนวนมากก็รู้ว่า ร่างหลักของเขาไม่ได้แข็งแกร่ง
เช่นเดียวกับร่างอวตาร จึงไม่น่าจะมีบทบาทอะไรมาก
นัก
ผู้คนมองดู อู่ อวี้ ด้วยสายตาเวทนา พวกมันรู้ว่า แม้แต่
มหาอุปราชเองก็อยากจะเห็นถึงขีดจำกัดความสามารถ
ของเขาเช่นกัน คาดว่าตราบใดที่ยังไม่รู้ขีดจำกัดของ อู่
อวี้ เขาก็ย่อมไม่รามือ!
การที่ต้องต่อสู้กับราชอารักษ์ถึง 2 คน ความจริงมัน
ค่อนข้างจะ……
เมื่อหลายๆคนกำลังสงสาร อู่ อวี้ แต่จริงๆแล้วเขาไม่ได้
มีความรู้สึกใดๆเลยทั้งสิ้น เขามองว่าการต่อสู้กับราช
อารักษ์เล่อถึง 2 คน ยังคงไม่ทำให้เขาถึงขีดจำกัดสูงสุด
ได้
มหาอุปราชไม่ปล่อยโอกาสให้ อู่ อวี้ ปฏิเสธ เขากำลัง
เตรียมการนำสนามประลองไร้ลักษณ์ออกมา
ไม่คาดคิดว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าสาธารณชน อู่ อวี้ กลับเอ่ย
ด้วยเสียงอันดังก้องกังวาน “ไม่ใช่ว่าข้าดูถูกพวกท่านทั้ง
2 แต่ความสามารถของทั้ง 2 คน ยังไม่อาจจะทำให้ข้า
รู้สึกสนใจได้ เนื่องจากว่าในวันนี้ทุกท่านอยากจะสนุก
และก็เพื่อให้เหล่าผู้น้อง ผู้อาวุโสทั้งหลายแห่งอาณาจักร
โบราณเหยียนหวงได้รู้จักข้า อู่ อวี้ เช่นนั้นข้าก็คิดว่าตัว
ข้าไม่จำเป็นจะต้องออมมืออีกต่อไป เพื่อให้ความเร่า
ร้อนนี้ยังคงดำเนินต่อ เพียง 2 จึงไม่พอเป็นคู่มือให้ข้าได้
สำแดงพลังทั้งหมด ข้าไม่รู้ว่าท่านมหาอุปราชจะคิดเห็น
เช่นไร ให้เพิ่มราชอารักษ์เข้ามาอีก 2 รวมทั้งหมด 4 คน
ที่จะเข้ามาประลองกับข้า?”
4 คน!
นี่เท่ากับว่า โอรสโย่วเหยียน โอรสเหยา ซู เฉินเหยียน
………
4 คน กับ 2 คน ความแตกต่างมันจะเกินไปแล้ว
เมื่อ อู่ อวี้ กล่าวประโยคนี้ออกมา ทุกอย่างพลันตกอยู่
ในความเงียบสงบ นับว่ามันอยู่เหนือความคาดหมาย
ของทุกคน ก่อนหน้านี้พวกมันกำลังสงสาร อู่ อวี้ ที่ต้อง
เผชิญหน้ากับราชอารักษ์ถึง 2 คน แต่ทว่า อู่ อวี้ กลับ
เสนอให้เข้ามาพร้อมกันถึง 4 คน!
เช่นนั้นยามนี้คนจำนวนมากจึงตกอยู่ในอาการนิ่งอึ้ง….
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ