กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 833: สี่มหาราชอารักษ
หลังจากมหาอุปราช คัดเลือกราชอารักษ์สองคนให้แก่ อู่
อวี้ เขาก็เพิ่มจำนวนดังกล่าวขึ้นเป็นสองเท่า ส่งผลให้
บรรยากาศของพิธีแต่งตั้งทวีความดุเดือดขึ้นไปอีก
ฝั่ายตรงข้ามเปลี่ยนจากหนึ่งเป็นสองแล้วก็นับว่า
ยากเย็น ทว่าจากสองเปลี่ยนเป็นสี่…
ความหมายนี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
แน่นอนว่าคำพูดนี้ของ อู่ อวี้ แสดงถึงความหยิ่งผยอง
บ้าคลั่งถึงขีดสุด โดยมิได้ยับยั้งเอาไว้แม้แต่น้อย ทำให้
ผู้คนทั่วทั้งนครเทวะแห่งอาณาจักรโบราณเหยียนหวง
หรือแม้กระทั่งคนทั่วทั้งชมพูทวีปโลกธาตุได้ประจักษ์แก่
สายตา ได้เห็นตัวตนแลเข้าใจอุปนิสัยของเขามากขึ้น
” เด็กหนุ่มผู้นี้พลังกายพลังใจเปียมล้น กล้าหาญหยิ่ง
ผยองไม่เห็นหัวผู้ใด นับว่าหาได้ยากยิ่ง กล้าที่จะ
เผชิญหน้ากับราชวงศ์เหยียนหวง เผชิญหน้ากับขุนนาง
ยศศักดิ์ใหญ่โต ผู้คนจากทั่วทั้งใต้หล้า ไม่แยแสราช
อารักษ์คนอื่น ๆ ท้าทายเผชิญหน้ากับศัตรูถึง 4 คน ยัง
หนุ่มยังแน่น กลับสร้างความปันปั่วนไปทั่วทั้งโลกหล้า
หากปราชัย คงถูกทั่วทั้งใต้หล้ารุมประณาม จนไม่อาจ
เงยหัวขึ้นได้อีกตลอดกาล เท่ากับว่าเขาได้ผลักดันตนเอง
เข้าสู่สถานการณ์สิ้นหวัง วัดกันว่าจะสำเร็จหรือล้มเหลว
ลักษณะนิสัยตัวตนเช่นนี้ นับว่าน่าสนใจไม่น้อย ”
ท่ามกลางฝูงชม และ ผู้สังเกตการณ์ที่อยู่ในระดับสาม
ภัยพิบัติค้นหาเต๋า อีกทั้งยังมียศตำแหน่งสูงส่ง ในฐานะ
อาวุโสมุมมองที่ทอดลงมายัง อู่ อวี้ ยังแฝงไปด้วย
ความรู้สึกเหนือกว่า
สำหรับเวลานี้มหาอุปราชยังไม่ตกปากรับคำเห็นด้วย
ปฏิกิริยาของราชอารักษ์คนอื่น ๆ เมื่อถูกท้าทายดูถูก
เหยียดหยามเช่นนี้ก็มีโทสะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ บางคน
แผ่รังสีอำมหิตเย็นเยียบออกมาอย่างรุนแรง บางคนยัง
สงวนท่าทีไม่ได้แสดงออกถึงความไม่พอใจ แต่เก็บความ
โกรธแค้นนี้อยู่ในห้วงลึกของจิตใจ
ท้ายสุดแล้วพวกมันล้วนเป็นราชอารักษ์ ทุกคนล้วนเป็น
ความภาคภูมิใจของอาณาจักรโบราณเหยียนหวง เหล่า
ราชวงศ์เหยียนหวงต่างหวงแหนพรสวรรค์อย่างไร้ที่
เปรียบของพวกมัน ดังนั้นจึงดึงดูดคนเหล่านี้มาเข้าร่วม
ราชวงศ์ของตน ซึ่งไม่เหมือนกับสหายเต๋าเคียงคู่ของ
เหล่าโอรสพระธิดา ที่ให้ความสนใจกับการอภิเษกสมรส
ดังนั้นหากเปรียบเทียบกันแล้วราชอารักษ์จึงมีตำแหน่ง
สูงส่งยิ่งกว่า พระชายา หรือ ราชบุตรเขย เริ่มแรกเดิมที
ราชอารักษ์ส่วนใหญ่ มีฐานะไม่สูงส่ง ดังนั้นจึงต้องต่อสู้
ฝั่าฟันอย่างหนัก รวมถึงอาศัยโชควาสนา
ตะเกียกตะกายให้ตนเองมีศักดิ์ฐานะสูงส่งขึ้นเช่นใดดั่ง
วันนี้ และนี่คือความภาคภูมิใจของพวกมัน
แต่บัดนี้กลับมีคนเหยียบย่ำความภาคภูมิใจของพวกมัน
แล้วพวกมันจะไม่โกรธเคืองได้อย่างไร? แม้แต่เหล่าโอรส
พระธิดาก็ยังรู้สึกโกรธเคือง
” พูดจาใหญ่โตยโสโอหัง มันไม่เห็นราชอารักษ์อย่างพวก
เราอยู่ในสายตา ทั้งยังคิดว่าจะบีบก็ตายจะคลายก็รอด
ในเมื่อมันอยากอับอายขายหน้าก็สนองให้มันหน่อย ไป
ขอร้องท่านมหาอุปราช ให้อนุญาตตามที่มันปรารถนา
มันจะได้ลิ้มรสประสบการณ์ไว ๆ สมกับที่มันคุยโวโอ้
อวดเอาไว้ ข้าอยากจะเห็นว่าท้ายสุดแล้วสภาพของมัน
จะน่าสังเวชเพียงใด? ”
” ข้าเป็นคนของอาณาจักรเหยียนหวงแท้ ๆ แต่ไม่เคย
คิดว่าจะมีคนยโสโอหังได้ถึงเพียงนี้ เท่าที่ข้าเคยเห็นคน
เช่นนี้มักมีจุดจบน่าสังเวช คนผู้นี้อาจอาศัยโชควาสนาใน
เปั่ยหมิง เลยทำให้มันภาคภูมิใจหยิ่งผยองเช่นนี้ สำหรับ
ข้าแล้วเขาไม่ใช่คนเหยียนหวง ”
” เป็นเพราะเขายังหนุ่มยังแน่น จึงหุนหันพลันแล่นไม่มี
สมองยั้งคิดพูดจาไม่เกรงใจหัวหงอกหัวดำ อนาคตคงไป
ได้ไม่ไกล หากไม่เชื่อก็รอดู… อู่ อวี้ ผู้นี้ไม่รู้จักฟั้าสูง
แผ่นดินต่ำ ไม่รู้ว่าท้องฟั้ามันกว้างใหญ่เพียงใด ”
ยามนี้ผู้คนต่างพ่นคำด่าสาปแช่ง อู่ อวี้ ด้วยความเกลียด
ชัง เฝั้ารอมหาอุปราชตัดสิน แล้วมหาอุปราชก็ให้
คำตอบอย่างรวดเร็วจ้องมอง อู่ อวี้ ด้วยท่าทางเรียบเฉย
แล้วพูดว่า ” เมื่อเจ้าปรารถนาเช่นนี้ ในวันนี้ก็แสดงให้
ผู้คนได้จดจำความสามารถอันน่าประทับใจของเจ้าเสีย
ถ้าเช่นนั้นถ้าจะอนุญาตตามคำขอของเจ้า ต่อจากนี้ผล
จะออกมาร้ายหรือดี ก็อยู่ที่ตัวเจ้าเองแล้ว ”
หลังจากมหาอุปราชอนุญาต ภายในใจของทุกผู้คนก็ลุก
โชนด้วยเพลิงเผาไหม้โหมกระพือรุนแรงมากยิ่งขึ้น!
ภายใต้ความสนใจของผู้คน มหาอุปราชก็ขานนามราช
อารักษ์ให้ออกมาทีละคน จนครบสี่คน จากทั้งหมด 8
คน เหลือเพียงแค่สามคนที่ยังไม่ได้ประลอง
ราชอารักษ์ทั้งสี่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง หลังจากมหา
อุปราชเลือกพวกมัน ราชอารักษ์ทั้งสี่ก็กระจายตัว
ออกไปยังทิศทางต่าง ๆ ของ ‘สนามประลองไร้ลักษ์ณ์’
ทันที
คนทั้งห้าอยู่ในสนามประลองไร้ลักษณ์ ซึ่ง อู่ อวี้ ก็เป็น
หนึ่งในนั้น
เห็นได้ชัดว่าการประลองในครั้งนี้ ต้องรุนแรงน่าสนใจยิ่ง
เสียกว่าในรอบ อู่ อวี้ ต่อสู้กับราชอารักษ์อิงอย่างแน่แท้
เมื่อภาพการเผชิญหน้าปรากฏ ผู้คนจึงค่อย ๆ เงียบ
เสียงลง ทุ่มเทความสนใจจดจ่อ เฝั้ารอดูการต่อสู้
ระหว่าง อู่ อวี้ ราชอารักษ์ทั้งสี่ในสนามประลองไร้
ลักษณ์
ภาพตรงหน้าทำให้ สายตาของโอรสเล่อแปรเปลี่ยนไป
อย่างต่อเนื่อง อย่างไรเสียตัวเอกของวันนี้เดิมทีก็เป็น อู่
อวี้ ดังนั้นเวลานี้คนไม่มากนักที่ให้ความสนใจพระโอรส
“ประลองสี่ต่อหนึ่ง นับเป็นประวัติการณ์ไม่เคยเกิดขึ้นมา
ก่อน” ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ต่างมองหน้ากัน
“ ข้าชักอยากจะอยากรู้แล้วว่า อู่ อวี้ จะสามารถรับมือ
ได้มากน้อยแค่ไหน เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้จำนวน
มากที่แข็งแกร่งกว่าราชอารักษ์อิง ? ” ผู้บัญชาการห้า
กองทัพใหญ่พูดคุยหารือกัน
” มีราชอารักษ์ตง ราชอารักษ์หย่ง ราชอารักษ์เฉิน ราช
อารักษ์เฉิง นอกจากราชอารักษ์ตงที่เป็นสตรีแล้ว อีก
สามคนที่เหลือล้วนเป็นบุรุษ ทั้งคุณสมบัติ เคล็ดวิชาเต๋า
และพลังอิทธิฤทธิ์ล้วนแตกต่างกันออกไป ให้พวกเขา
ร่วมมือกันเช่นนี้ เท่ากับว่าชีวิตของ อู่ อวี้ กำลังตกอยู่ใน
อันตราย! ”
ระหว่างที่ผู้คนกำลังพูดคุยกันอย่างตื่นเต้น ราชอารักษ์
ทั้งสี่ก็กระจายตัวออกไปอย่างรวดเร็ว โดยแบ่งออกเป็น
4 ทิศทาง ปิดล้อม อู่ อวี้ ไว้อย่างสมบูรณ์ สีหน้าของ
พวกมันดูเย็นชาเป็นอย่างยิ่ง ท่ามกลางความเย็นชานั้น
แฝงไว้ด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง
และความไม่พอใจนั้น ก็มีจิตสังหารหลบซ่อนอยู่ด้วย
เช่นกัน!
จากนั้นมหาอุปราชก็เริ่มเอ่ยขานนามของพวกมัน โดย
เริ่มจากสตรีเพียงคนเดียว ซึ่งยามนี้นางกำลังยืนอยู่เบื้อง
หน้า อู่ อวี้ เมื่อเทียบกับชาวเหยียนหวงคนอื่น ๆ นับว่า
นางพิเศษกว่าบางส่วน สตรีผู้นี้มีเกศาสีขาวดวงเนตรสี
ฟั้า ราวกับองค์หญิงหิมะ ดูเย็นชางดงาม เสมือนดั่งยอด
เขาน้ำแข็ง ที่ทำให้ผู้คนรู้สึกเหน็บหนาวไปถึงกระดูก
แน่นอนว่าความเย็นชาของนางแตกต่างจากร่างกลืน
สวรรค์ของ อู่ อวี้
สตรีนางนี้คือราชอารักษ์ตง ล่ำลือกันว่านางมาจาก
สถานที่ที่ถูกเรียกว่า ‘ดินแดนแรกหิมะ’ ในทวีปแห่ง
ทวยเทพแดนบูรพา นางหาใช่ชาวเหยียนหวง แต่เป็น
ชาวชูเสวี่ย แน่นอนว่านางคือหนึ่งในชาติพันธุ์เก่าแก่ของ
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง นอกจากนี้ยังถือเป็น
สมาชิกของอาณาจักรโบราณเหยียนหวงอีกด้วย ราช
อารักษ์ตงผู้นี้ ฉลาดล้ำเลิศตั้งแต่เยาว์วัย ภายในนครเท
วะแห่งนี้ ชื่อเสียงของนางเลื่องลือจนเกือบจะเทียบเคียง
ได้กับราชอารักษ์อิง อีกทั้งยังมีความแข็งแกร่งใกล้เคียง
กับนางอีกด้วย
ส่วนที่เหลืออีก 3 คน ไล่เรียงจากทางด้านซ้าย นามว่า
ราชอารักษ์เฉิน คนผู้นี้สวมใส่ชุดคลุมยาวลวดลายดารา
ดูโดดเด่นหล่อเหลาเป็นยิ่งนัก ท่ามกลางหมู่ดาว มีเปลว
เพลิงกำลังลุกโชติช่วงอยู่ เสมือนดาวตกที่พุ่งผ่านฟากฟั้า
ดวงเนตรส่องประกายคมกล้าดุจดารา บุคลิกองอาจห้าว
หาญ เปียมไปด้วยความเร่าร้อน เสมือนดั่งมังกรในหมู่
ยอดชน นอกจากนี้ยังเป็นชาวเหยียนหวงอีกด้วย ราช
อารักษ์เฉิน หาใช่เพียงราชอารักษ์เท่านั้น แต่ยังเป็น
ขุนพลมังกรซ่อนใน ‘กองทัพมังกรดารา’ ซึ่งเป็นหนึ่งใน
ห้ากองทัพของนครเทวะ นี่คือตัวตนของมันก่อนจะ
กลายเป็นราชอารักษ์!
ผู้ที่อยู่ด้านหลังของ อู่ อวี้ เป็นชายที่ถูกเรียกว่า ราช
อารักษ์เฉิง มีร่างกายกำยำสูงใหญ่ ผมสั้นเกรียน บน
ศีรษะมีสิ่งที่ดูเสมือนดั่งมวยเหล็กอยู่ ราวกับชนพื้นเมือง
ดั้งเดิมชาวเหยียนหวง ทั่วทั้งร่างเปียมไปด้วยเพลิงความ
ร้อนสุดขั้ว เสมือนดั่งมีดวงตะวันห่อหุ้มปกคลุมอยู่บน
ร่าง หากแลมองจากรูปลักษณ์ภายนอก แน่นอนว่ามัน
คือผู้ที่น่าสะพรึงกลัวมากที่สุด
คนสุดท้ายคือราชอารักษ์หย่ง นับว่ารูปลักษณ์ของคนผู้
นี้ ดูอ่อนอ้อยมากที่สุดเลยก็ว่าได้ สีหน้าซีดเซียว ดวงตา
ไม่อยู่กับร่องกับรอย สวมใส่ชุดคลุมยาวสีขาว ล่องลอย
อยู่บนท้องเวหา จนดูเสมือนดั่งวิญญาณชุดขาวก็มิปาน
แต่บนร่างของมันกลับมีแสงสีบริสุทธิ์ส่องประกายคม
กล้ายิ่ง ภายใต้ชุดคลุมยาว มีเพลิงสีขาว ลุกโหม
กระหน่ำเล็ดลอดออกมา
อู่ อวี้ รับรู้ได้ทันทีว่า ราชอารักษ์ทั้งสี่ ยากที่จะจัดการได้
แต่เขาก็กล้ามากพอที่จะกระทำ ประการแรกคือแรง
ปรารถนาแห่งการต่อสู้ที่กำลังลุกโชนอยู่ภายในจิตใจ
เป็นแรงปรารถนาเฉกเช่นดั่งฉีเทียนต้าเซิ่น และเขาก็
ยินดีที่จะท้าทายขีดจำกัดของตนเอง อย่างไรก็ตาม
ภายใต้สายตาสาธารณชน การกระทำนี้ยิ่งทำให้การต่อสู้
ทวีความน่าตื่นเต้นมากขึ้นไปอีก!
ประการที่สอง คือเขาต้องการจะจบเรื่องราวทุกอย่างใน
ครั้งเดียว ให้ผู้ฝึกตนทั่วทั้งนครเทวะเทวะประจักษ์แจ้ง
ว่า ตนหาใช่คนธรรมดาที่จะกลั่นแกล้งรังแกได้ง่าย ๆ
ภายในโลกแห่งผู้ฝึกตน มีผู้เยาว์คนใดบ้าง ที่ไม่ต้องการ
สร้างชื่อเสียงสะท้านก้องกังวานไปทั่วทั้ง 8 ทิศ!
สถานการณ์บีบคั้นที่กดทับลงมาในยามนี้ ทำให้เขาเดือด
พล่านจนแทบจะบ้า เขาตระหนักดีว่าตนเองอาจพ่ายแพ้
ตระหนักดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้ยากลำบากมากเพียงใด ทว่า
สิ่งนี้หาใช่เรื่องสำคัญไม่ ตราบใดที่เขายังไม่ตาย ก็ยังมี
โอกาส!
ตูม!
คราวนี้ อู่ อวี้ เป็นฝั่ายเคลื่อนไหวลงมือโจมตีในทันที
ข้างกายของเขาคือร่างกลืนสวรรค์ที่ดูโดดเด่นสะดุดตา
เป็นยิ่งนัก บัดนี้ร่างกลืนสวรรค์ได้ระเบิดเป็นกลุ่มหมอก
ควัน ก่อตัวกลายเป็นห้วงวังวนทมิฬ ห้อมล้อมปกคลุม
ร่างกายของ อู่ อวี้ เสมือนดั่งลูกบอลสีดำทมิฬ ที่ดูราว
กับน้ำหมึก ภายใต้การห่อหุ้มของห้วงวังวนทมิฬนี้ ทำให้
คนทั้ง 4 ที่อยู่เบื้องนอก ไม่สามารถแลเห็น อู่ อวี้ ได้
เหตุผลที่ อู่ อวี้ ทำเช่นนี้ ก็เพื่อปั้องกันสายตาจากยอด
ฝีมือเบื้องนอก แม้ว่าจะไม่สามารถปั้องกันได้ร้อยส่วน
แต่ก็สามารถปิดกั้นสายตาคนส่วนใหญ่ได้ ซึ่งระหว่างนี้
เขาก็อัญเชิญมังกรกระดูกอัคคีออกมาจากเจดีย์ล่อง
กำเนิดทันที เจดีย์ล่องกำเนิดเผยโฉมออกมาให้เห็นเพียง
เล็กน้อย ทำให้ไม่มีผู้ใดทราบว่าแท้จริงแล้วมันคืออันใด
กันแน่
จากนั้นลูกบอลสีดำทมิฬก็ระเบิดออกในชั่วพริบตา โดย
แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ทางฝังซ้ายคือร่างกลืนสวรรค์ ที่
ถือจับพิมานจักรพรรดิเปั่ยหมิง ดึงดูดสายตาความสนใจ
ของปวงชน ส่วนผู้ที่อยู่ตรงกลางคือ อู่ อวี้ ร่างต้น ถือจับ
พลองหมื่นมังกรพิภพอนันต์อย่างองอาจห้าวหาญ ใช้
ออกด้วยเคล็ดเทียมฟั้าจรดดินยกระดับตนเองเข้าสู่
สภาวะแข็งแกร่งถึงขีดสุด ผสานรวมไปกับร่างจำแลง
เซียนวานร ปลดปล่อยอำนาจอันอหังการ และสิ่งที่เขา
เหยียบย่ำอยู่ใต้ฝั่าเท้า คือเมฆาตลบฟั้าที่เป็นตัว
รับประกันความปลอดภัยของเขาอย่างที่สุด
ท้ายสุด คือเงาร่างใหม่ที่ดึงดูดความสนใจของฝูงชน
เช่นกัน นั่นก็คือมังกรกระดูกอัคคี แม้ว่าจะเป็นเพียง
มังกรกระดูก แต่ทั่วทั้งร่างก็เปียมไปด้วยความแข็งแกร่ง
มืดทะมึน วงเวทมากมายถูกวาดประทับไว้บนโครง
กระดูก ซึ่งเห็นได้ว่าบัดนี้มันกำลังทำงานอยู่ มังกร
กระดูกอัคคีปลดปล่อยเสียงร้องคำรามบินทะยานขึ้นสู่
ฟากฟั้า อัคคีทมิฬลุกโหมกระหน่ำเผาผลาญอยู่บนร่าง
สายตาจับจ้องไปยังราชอารักษ์ทั้ง 4 แล้วในที่สุด อู่ อวี้
ก็เลือกโอรสหย่งเป็นเปั้าให้มัน ส่งผลให้ยามนี้ มังกร
กระดูกอัคคีเปล่งเสียงร้องคำราม พุ่งทะยานเข้าใส่ราช
อารักษ์หย่ง ท่ามกลางความตื่นตะลึงของฝูงชนในทันที!
โฮกกก!
สงครามได้อุบัติขึ้นแล้ว
ในช่วงเวลานี้เอง อู่ อวี้ ร่างต้นก็กวาดสายมองไปรอบ ๆ
แล้วในท้ายสุดก็พุ่งทะยานเข้าไปหาราชอารักษ์ตง เขา
ต้องการห้ำหั่นปะมือกับราชอารักษ์ตง เนื่องจากว่าราช
อารักษ์ตงเป็นธาตุเย็นเสมือนดั่งพิมานจักรพรรดิเปั่ย
หมิง ซึ่งร่างกลืนสวรรค์อาจสร้างความเสียหายให้แก่นาง
ได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดังนั้นการให้ร่างกลืนสวรรค์
ปะทะกับ ราชอารักษ์เฉิน กับ ราชอารักษ์เฉิง จึงนับว่า
เหมาะสมกว่า!
เพลิงแห่งสงครามแผ่กระจายออกไปสามแห่งในชั่ว
พริบตา!
” สาวน้อยเข้ามาได้เลย ” อู่ อวี้ หันไปทางราชอารักษ์ตง
จากนั้นก็ยิ้มขยิบตา ยียวนยั่วโทสะเล็กน้อย ราชอารักษ์
ตงที่อยู่เบื้องหน้ายิ้มอย่างเย็นชา รู้ความหมายของเขา
คืออันใด แล้วก็ยังรู้อีกว่านี่คือร่างต้นของ หากสามารถ
จัดการกับร่างนี้ได้ ก็เท่ากับจัดการกับ อู่ อวี้ ลงได้
ส่วนอีกด้านหนึ่ง มังกรกระดูกอัคคีก็พุ่งทะยานจู่โจมเข้า
ใส่ราชอารักษ์หย่งทันที เหลือเพียงราชอารักษ์เฉิน กับ
ราชอารักษ์เฉิง ที่ยืนห้อมล้อมร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้
อยู่เบื้องหลัง พวกมันทั้งสองต่างหันมามองหน้ากัน
” เปิดช่องว่างให้เราทั้งสองชิ้นนี้ แถมมันยังต้องรับมือกับ
อีกหลายคน เช่นนั้นวันนี้ เราจะบดขยี้มันทิ้งเสีย”
“เรื่องนี้มันแน่นอนอยู่แล้ว”
ราชอารักษ์ทั้งสองยิ้มให้กัน
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ