กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 834: หมื่นมังกรระบํากระชากสวรรค
การที่ อู่ อวี้ เรียกมังกรกระดูกอัคคีออกมาอีกครั้ง ทำให้
การต่อสู้ที่เปียมไปด้วยความกล้าหาญเดือดพล่านในครั้ง
นี้ กลายเป็นการต่อสู้อันน่าฉงนสงสัยเล็กน้อย
มังกรกระดูกอัคคีเป็นหุ่นเชิด ยิ่งไปกว่านั้นมันเป็นหุ่น
เชิดที่อยู่ในระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ขั้นที่ 10 ซึ่งถือ
เป็นเรื่องที่น่าทึ่งอย่างมาก แม้แต่ชาวเหยียนหวง เหล่า
เชื้อพระวงศ์เหยียนหวง และ ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ ยังถึงกับ
ต้องตกตะลึง ส่งผลให้ยามนี้ความสนใจของฝูงชนมุ่งเปั้า
ไปที่มังกรกระดูกอัคคี กับ ราชอารักษ์หย่งทันที
” ถึงขนาดมีหุ่นเชิดอยู่ในครอบครอง ดูเหมือนว่าราช
อารักษ์เล่อผู้นี้จะผจญภัยโลดแล่นในยุทธภพมามากกว่า
ที่เราคิด! ”
” ไม่น่าแปลกใจเลยว่าเพราะเหตุใด จักรพรรดิโบราณเห
ยียนหวงถึงกับออกราชโองการเรียกเขามาด้วยตนเอง ”
” ราชอารักษ์เล่อคู่นี้ช่างน่าประทับใจยิ่งนัก ภายภาค
หน้าชีวิตของเขาจะต้องรุ่งโรจน์อย่างแน่นอน ”
หลายคนต่างให้ความสนใจในตัวเขากับมังกรกระดูก
อัคคี แต่สำหรับ อู่ อวี้ ผู้ที่เป็นกำลังสำคัญในการต่อสู้
ครั้งนี้คือร่างกลืนสวรรค์!
บัดนี้ร่างกลืนสวรรค์กำลังถือจับ พิมานจักรพรรดิเปั่ย
หมิง ปรากฏตัวต่อหน้าทั้งสอง
ในสายตาของร่างกลืนสวรรค์ ราชอารักษ์เฉิง กับ ราช
อารักษ์เฉิน เสมือนดังชิ้นเนื้อรสเลิศดี ๆ นี่เอง
มันต้องพยายามสะกดข่มความอยากในการเสพรส
อาหาร สำหรับ อู่ อวี้ นี่คือความท้าทายอย่างยิ่ง เพราะ
ร่างกลืนสวรรค์มักจะหิวอยู่เสมอ
เขาต้องการที่จะเปลี่ยนความปรารถนาในการลิ้มรส
แปรเปลี่ยนเป็นแรงปรารถนาที่จะต่อสู้ ซึ่งนับว่าเป็น
เรื่องที่ดีมาก
นี่คือรูปแบบร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้
ปัจจุบันมังกรกระดูกอัคคี กับ อู่ อวี้ ร่างต้นกำลังอยู่
ระหว่างการต่อสู้ ส่วนตรงนี้มีเพียงแค่ร่างกลืนสวรรค์
ปกติแล้วความสัมพันธ์ของ ราชอารักษ์เฉิง กับ ราช
อารักษ์เฉิน ก็ไม่ได้แน่นแฟั้นกันแต่อย่างใด ทว่าเพื่อ
จัดการกับร่างกลืนสวรรค์พวกมันทั้งสองจึงร่วมมือกัน
ในมือของพวกมันถือจับศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
พุ่งเข้าใส่ร่างกลืนสวรรค์อย่างดุร้ายหมายมาดจะเข่นฆ่า
ให้แดดิ้นดับสูญ!
ส่วนร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ที่ยังคงสงบนิ่ง ก็โจมตี
สวนกลับไปทันที!
แทบไม่อยากจะเชื่อว่า การโจมตีเพียงครั้งกลับสามารถ
สั่นสะท้านสะเทือนปฐพี!
พิมานจักรพรรดิเปั่ยหมิง ถูกฟาดออกไปด้วยความ
รุนแรงเฉียบคม ฉับพลันก็แปรเปลี่ยนเป็นแซ่เหล็กดูที่
ราวกับกระดูกมังกร! แส้เหล็กเสมือนมังกรเทวะ
ฉวัดเฉวียนคดเคี้ยวไปตามกระแสสายลม โบกสะบัดไป
ตามจังหวะสะบัดมือของ อู่ อวี้ เสียงเสียดสีของโลหะดัง
กึกก้องสะท้าน แต่ละส่วนมีหนามปลายแหลมยื่นมา
อย่างต่อเนื่อง เมื่อพิมานจักรพรรดิเปั่ยหมิงสัมผัสกับร่าง
ของศตรู แล้วถูกตวัดกลับมาอีกครั้ง มันจะฉีกกระชาก
เลือดเนื้อและอวัยวะภายในออกมาด้วย
มหาวงเวทย์ย์โจมตีทั้งสี่ของพิมานจักรพรรดิเปั่ยหมิง ซึ่ง
ทักษะทั้งสาม อู่ อวี้ สามารถปลดปล่อยแสดง
ความสามารถของมันออกมาได้ไร้เปรียบ โดยเฉพาะ
‘กระบี่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จิตทมิฬพิมานสวรรค์’ พลัง
อำนาจของมันเรียกได้ว่าน่าตื่นตะลึงเป็นอย่างยิ่ง! ถึงแม้
เมื่อเปรียบเทียบกับวงอื่น ๆ วงเวทสุดท้ายจะ
สลับซับซ้อนอย่างถึงที่สุด ทว่าเมื่อไม่นานมานี้ อู่ อวี้
สามารถทำความเข้าใจวงเวทวงที่ 4 ได้อย่างสมบูรณ์!
แล้วการต่อสู้นี้จะเป็นครั้งแรกที่พลานุภาพของวงเวทจะ
ปรากฏให้เห็น!
แส้ยาวบินตัดฝั่าเวหา ส่งเสียงกรีดร้องประดุจดังมังกร
คำราม!
“หมื่นมังกรระบำกระชากสวรรค์ !”
นี่คือวงเวทของ พิมานจักรพรรดิเปั่ยหมิง ซึ่งทรงพลัง
อย่างที่สุด พลังอันน่าสะพรึงกลัวของอสูรกลืนสวรรค์
ค่อย ๆ โคจรเข้าสู่ศาสตรา เวลานี้วงเวทส่วนใหญ่กำลัง
เริ่มทำงาน ทันใดนั้นพิมานจักรพรรดิเปั่ยหมิงก็แสดง
พลังอำนาจสูงสุดอีกครั้ง! อำนาจซ่อนเร้น และ พลังที่
แข็งแกร่งมากที่สุดของศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ!
อย่างน้อยศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณทั้งหมดที่ อู่ อวี้
เคยเห็น ก็มิได้แข็งแกร่งเท่ากับพิมานจักรพรรดิเปั่ยหมิง
ของเขา!
หมื่นมังกร, ระบำ, กระชากสวรรค์!
โดยเฉพาะสองคำสุดท้าย เมื่อศาสตราวิธีแท้ถูกร่างกลืน
สวรรค์เหวี่ยงออกไป อำนาจอันพิเศษจำเพาะ อย่างการ
กลืนกินสวรรค์และฉีกกระชากสวรรค์ หากไม่มีสองสิ่งนี้
ร่างกลืนสวรรค์ กับ บรรพรชนมารกลืนสวรรค์ คงไม่
อาจมีชีวิตอยู่รอดภายในสวรรค์และปฐพีนี้ได้ ทั้งหมดจะ
เป็นเพราะพวกมันมีชื่อและความสามารถนี้
ทันใดนั้นพิมานจักรพรรดิเปั่ยหมิงในรูปแบบของแส้ยาว
ก็ดูราวกับว่ากำลังเริงระบำอยู่ในมือของ อู่ อวี้! ฉับพลัน
นั้นเองแส้ยาวก็ล่องหนหายไปบัดดล ท่ามกลางความ
เลือนราง ได้ปรากฏหมอกควันสีดำทมิฬแพร่กระจาย
ออกไปทุกแห่งหน! แล้วทันใดนั้นเองแส้ยาวที่บัดนี้กำลัง
ถูกตวัดฟาดฉวัดเฉวียนไปทุกแห่งหน ก็เริ่มแปร
เปลี่ยนไป เงาเลือนรางของแส้ยาวที่ตวัดลงมา ฉับพลัน
ได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นมังกรเทวะทมิฬ!
สิ่งที่ผู้คนแลเห็นก็คือ หมอกทมิฬแพร่กระจายออกไปปก
คลุมร่างของราชอารักษ์เฉินกับราชอารักษ์เฉิง
ดวงเนตรสีแดงโลหิตสาดประกายเจิดจ้าประดุจเปลว
เพลิง ดูราวกับว่ามันกำลังกลืนกินทุกสรรพสิ่งลงไป สิ่งที่
น่าตกใจที่สุดนั้นก็คือ ท่ามกลางหมอกดำทมิฬ กับเงา
เลือนรางของแส้ยาวที่ถูกตวัดฟาดลงมานับครั้งไม่ถ้วน
บัดนี้มันหลอมรวมควบแน่นกลายเป็นมังกรเทวะสีดำ
ทมิฬ แผ่ขยายไอเย็นอันหนาวเหน็บอย่างไร้สิ้นสุด มังกร
เทวะสีดำทมิฬ บินคดเคี้ยวฉวัดเฉวียนไปมาแผดเสียง
กรีดร้องหวีดหวิว เพียงชั่วพริบตาก็กลายเป็นมังกร
จำนวนนับพันนับหมื่น ดูแออัดหนาแน่นอย่างยิ่งยวด ไอ
หนาวเย็นสุดขั้วแผ่กระจายโดยรอบ ระหว่างที่มังกรนับ
พันนับหมื่นกำลังบินฉวัดเฉวียนคดเคี้ยว ก็พุ่งทะยาน
ออกมาทันที!
ในเวลานี้ หมื่นมังกรระบำกระชากสวรรค์ แผ่ไอเย็นสุด
ขั้วสูงเป็นประวัติการณ์! หมอกสีดำทมิฬกับไอเย็นสุดขั้ว
ได้แพร่กระจายไปทั่วทุกหนทุกแห่ง เสมือนราวกับว่า
มหาสมุทรทมิฬ ในยามที่ อู่ อวี้ พิชิตพิมานจักรพรรดิ
เปั่ยหมิง เอ่อล้นทะลักออกมา ทว่าเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ
ขนาดขอบเขตก็หดเล็กลงพร้อมกับระดับไอเย็นที่สูงขึ้น
แม้จะอยู่ท่ามกลางความร้อนที่แผดเผาจนรู้สึกได้ ระดับ
ความเย็นอยู่ที่ หมื่นมังกรระบำกระชากสวรรค์ กลับ
กระจายออกมาได้อยู่ในระดับต่ำสุดขั้ว ความเย็นระดับ
นี้สามารถทำให้เหล่าผู้ฝึกตนกำลังอยู่ในสภาวะจวน
เจียนใกล้ตาย!
โดยเฉพาะแส้ยาว ที่มีมังกรจำนวนนับหมื่นก่อตัวขึ้นมัน
คือที่ ๆ ความหนาวรวมตัวกันอยู่! ยามนี้เมื่อมันถูกโจมตี
ออกไป ไม่ว่าจะเป็นจากภายในหรือภายนอกร่างกาย
ของศัตรู ก็ถูกแช่แข็งจากความหนาวเย็นสุดขั้ว!
กล้ามเนื้อเลือดเนื้อกระดูกถูกแช่แข็งจนพลังสูญสิ้น!
ด้วยพลังไอเย็นสุดขั้วทำให้ชีวิตนั้นเหือดหายไป
บรรยากาศโดยรอบตกอยู่ในความเงียบสงัด
ปัจจุบันร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ และ พิมานจักรพรรดิ
เปั่ยหมิง อยู่ในวงเวทนี้
เดิมทีพลานุภาพของ หมื่นมังกรระบำกระชากสวรรค์
กับ กระบี่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จิตทมิฬพิมานสวรรค์ ที่
สำแดงออกมาไม่ควรจแตกต่างกันมากนัก ทว่ายามนี้ร่าง
กลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ได้กลายเป็นหมอกสีดำ
แปรเปลี่ยนเป็นอสูรกลืนสวรรค์ ผสานรวมกับพลัง
อหังการของมังกรนับพันนับหมื่นตัว จนทวีความ
แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น! ส่งผลให้ หมื่นมังกรระบำกระชาก
สวรรค์ ก้าวขึ้นสู่อาณาจักรใหม่ พลังของวงเวทเพิ่มขึ้น
ไปในทิศทางที่ไม่คาดคิด!
มังกรทมิฬของ หมื่นมังกรระบำกระชากสวรรค์ แผ่
ขยายไอเย็นสุดขั้วกลืนกินอุณหภูมิความร้อนทั้งหมดของ
สวรรค์แลปฐพี ทุกพื้นที่ ทุกสรรพสิ่ง ตกอยู่ในความ
เงียบสงัดราวกับความตายในเวลานี้ โอรสเฉิน กับ โอรส
เฉิง กำลังร้อนรนด้วยความกังวลอย่างหาใดเปรียบ ซึ่งก็
เป็นธรรมดาเพราะมันต้องแบกหน้ารับมากกว่าผู้อื่น!
พลังความสามารถของร่างกลืนสวรรค์ ถือว่าเป็นพลัง
ครอบจักรวาลเลยก็ว่าได้ เมื่อผนวกผสานกับพิมาน
จักรพรรดิเปั่ยหมิง ส่งผลให้ยามนี้ท่ามกลางพลังอำนาจ
วงเวท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการกลืนกินเผาผลาญความ
ร้อน แผ่ขยายวงกว้างทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น! เท่ากับ
ว่าวงเวททั้งหมดมีพลังอำนาจเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก!
ภาพที่ประจักษ์ออกมาให้เห็น ท่ามกลางมังกรเทวะนับ
หมื่นตน มังกรแต่ละตัวล้วนแตกต่างไปจากเดิม ซึ่งการ
เปลี่ยนแปลงของพวกมัน ทำให้ทั่วทั้งร่างของมังกร
แปรเปลี่ยนเป็นหนาวเย็นสุดขั้ว ทั้งยังทำให้ห้วงวังวน
กลืนกินเพลิงความร้อนภายในปากของมังกร ขยายใหญ่
มากยิ่งขึ้น!
มังกรนับหมื่นโดยแบ่งเป็นฝังละห้าพันตน โจมตีเข้าใส่
ราชอารักษ์เฉินกับราชอารักษ์เฉิง!
ส่งผลให้บัดนี้ราชอารักษ์ทั้งสองทะยานเข้าไปพัวพันกับ
มังกรจำนวนนับไม่ถ้วนทันที มังกรเทวะนับหมื่นพุ่งจู่
โจมเข้าใส่ราชอารักษ์ทั้งสองอย่างต่อเนื่อง!
ภาพฉากดังกล่าวได้ดูดความสนใจของผู้คนจำนวนมาก
จนฝูงชนที่เฝั้าชมการต่อสู้จากอีกสองด้าน ต้องหันมาจับ
จ้องร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้
ภาพฉากที่ถูกสร้างขึ้นโดย อู่ อวี้ ทำให้ฝูงชนตกตะลึง
จนไม่สามารถพรรณนาออกมาเป็นคำพูดได้ เมื่อเพ่ง
พินิจมองดูหมอกทมิฬอันมืดมิด สามารถแลเห็นมังกร
นับหมื่นบินโผทะยานฉวัดเฉวียนอยู่ภายใน ทว่าด้วย
ปราณทมิฬอันหนาวเหน็บ ส่งผลให้สนามประลองนี้ถูก
ตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสมบูรณ์ ทำให้ผู้คนส่วน
ใหญ่ไม่อาจแลเห็นได้ว่า ท้ายสุดแล้วคือพลังอำนาจใด
กันแน่ มองเห็นได้เพียงว่าราชอารักษ์ทั้งสองที่อยู่ภายใน
กำลังปลดปล่อยเปลวเพลิงกระพริบวูบวาบอย่าง
ต่อเนื่อง รับรู้เพียงว่าพวกมันกำลังตกอยู่ในสถานการณ์
ยากลำบาก!
มังกรนับหมื่นที่พัวพันเข้ามาจากทางด้านซ้ายและ
ด้านขวา แบ่งแยกเป็นฝังละห้าพันตน ด้วยการโจมตี
อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บัดนี้ราชอารักษ์เฉินกับราช
อารักษ์เฉิง กระทำได้เพียงยืนหยัดต่อสู้กับความหนาว
เย็นสุดขั้วเท่านั้น!
สีหน้าของราชอารักษ์ทั้งสองได้แปรเปลี่ยนเป็นมืดทะมึน
ซีดเผือดลงอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากพลังอำนาจที่ อู่ อวี้
ปลดปล่อยออกมา เทียบเคียงได้กับระดับสามภัยพิบัติ
ค้นหาเต๋าไปแล้ว ซึ่งตัวของพวกมันและมหาอุปราชที่
ควบคุมสนามประลองไร้ลักษณ์อยู่ สามารถรับรู้ได้อย่าง
ชัดแจ้ง!
มังกรหยินทมิฬอันหนาวเหน็บ โจมตีพัวพันอยู่กับเปลว
เพลิงของราชอารักษ์ทั้งสอง แต่สิ่งที่แย่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ
การโจมตีของพวกมันไม่อาจทำลายฝั่ายตรงข้ามได้ แต่
กลับถูกมังกรเทวะกลืนกินเข้าไปแทน!
ยามนี้ร่างกลืนสวรรค์ที่อยู่ภายในการโจมตีของวงเวท ได้
เสริมสร้างสัญชาตญาณในการกลืนกิน จนทำให้พลังใน
การกลืนกินของตนยกระดับขึ้นไปอีกสองเท่า แน่นอนว่า
อำนาจของวงเวทนี้ ก็ได้รับผลด้วยเช่นกัน!
มังกรเทวะแต่ละตน ล้วนกลืนกินเปลวเพลิงอย่างบ้าคลั่ง
จนอุณหภูมิความร้อนทั่วทั้งเขตแดนแห้งเหือดลงไป
แน่นอนว่า ในทุก ๆ ครั้ง ทีมังกรทมิฬบินโผทะยาน
กลืนกินเปลวเพลิงเทวะที่ห่อหุ้มปกคลุมร่างของราช
อารักษ์ทั้งสอง ทุกสรรพสิ่งที่บังเกิดขึ้นล้วนอยู่ภายใต้
สายตาของ อู่ อวี้!
ภายใต้การจู่โจมจากมังกรเทวะจำนวนมหาศาลที่ทวี
มากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ราชอารักษ์ทั้งสองเริ่มมีคิดจะ
หลบหนี ทว่ามันก็สายเกินไปเสียแล้ว เนื่องจากบัดนี้
พวกมันได้ถูกกักขังอยู่ภายในวงเวทอย่างสมบูรณ์ ราช
อารักษ์ทั้งสองตกอยู่ภายใต้การโจมตีของมังกรเทวะ
อย่างต่อเนื่อง จนทำได้เพียงยกศาสตราวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณ ปลดปล่อยพลังอิทธิฤทธิ์เคล็ดวิชา ขึ้นมาต้าน
รับมังกรเทวะหมื่นตนของ อู่ อวี้ ที่ฉีกกระชากโจมตีเข้า
มาอย่างบ้าคลั่ง!
ภาพที่ปรากฏขึ้นนี้ ราวกับมีมังกรเทวะนับหมื่นตนที่
กำลังหิวกระหายบ้าคลั่งถึงขีดสุด แก่งแย่งกันกัดกินชิ้น
เนื้อก้อนเล็ก ๆ ในแต่ละครั้งที่กัดกิน มันได้ฉีกกระชาก
เลือดเนื้อของราชอารักษ์ทั้งสอง จนลึกเข้าไปถึงกระดูก
ฟิวฟิวฟิว โฮก!!!
หมื่นมังกรระบำกระชากสวรรค์!
ท่ามกลางวงเวทที่ปรากฏขึ้นเหนือท้องนภา ไม่ว่าจะเป็น
เปลวเพลิง หรือ อุณหภูมิความร้อน! ล้วนถูกมังกรหยิน
อันหนาวเหน็บกลืนกินไปจนสิ้น! ภายใต้การ
เปลี่ยนแปลงวงเวทจากร่างกลืนสวรรค์ มังกรทั้งห้าพัน
ตนต่างบินโผทะยานจู่โจมเข้าใส่ฝั่ายตรงข้ามอย่าง
รวดเร็ว เพียงชั่วครู่ ราชอารักษ์ทั้งสอง ก็เปล่งเสียงกรีด
ร้องคำรามดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง และในท้ายสุดพวกมันก็
ตกอยู่ภายใต้การฉีกกระชากของมังกรเทวะอย่าง
สมบูรณ์! เมื่อเปลวเพลิงความร้อนจากเคล็ดวิชาเต๋าและ
พลังอิทธิฤทธิ์ของพวกมันถูกกลืนกินจนสิ้น ส่งผลให้ใน
ท้ายสุดอุณหภูมิภายในร่างของพวกมันก็ถูกพรากไป
หลงเหลือเพียงความเย็นสุดขั้วที่ส่งผลกระทบต่อ
ร่างกายของมันโดยตรง สามารถแลเห็นได้ว่าในทุก ๆ
ครั้งที่มังกรเทวะบินทะยานผ่านร่างของมันไป อารมณ์ดุ
ร้ายบ้าคลั่งของพวกมัน ก็จะค่อย ๆ สงบลง จนใน
ท้ายสุดเสียงกรีดร้องของพวกมันก็เงียบไป เมื่อเห็น
เช่นนั้น อู่ อวี้ ก็ปลดวงเวทหมื่นมังกรระบำกระชาก
สวรรค์ทันที และภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าสายตาของ
ผู้คน คือรูปปันประติมากรรมน้ำแข็งของ ราชอารักษ์
เฉินกับราชอารักษ์เฉิง ที่สูญเสียอุณหภูมิความร้อน จน
ถูกแช่แข็งอย่างสมบูรณ์ แน่นอนว่าน้ำแข็งนี้เป็น
เช่นเดียวกับจักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์ ที่นอกจาก อู่ อวี้
แล้ว ก็ไม่มีผู้ใดทำลายได้!
ต่อหน้ารูปปันน้ำแข็งสีขาวโพลนทั้งสองชิ้น คือร่างกลืน
สวรรค์ผู้มีเรือนผมสีขาวดวงเนตรสีโลหิต ที่กำลังถือจับ
พิมานจักรพรรดิเปั่ยหมิง เกศาปลิวสยาย นัยน์ตาสี
โลหิตสาดประกายเจิดจ้าอย่างไร้เปรียบ!
วงเวททั้งหมดหายไปแล้ว ไม่มีสิ่งใดอยู่บนสนามประลอง
ทุกอย่างกลับมาสู่ความเงียบสงัดอีกครั้ง!
ก่อนหน้านี้ทุกผู้คนไม่สามารถมองเห็นสิ่งใดได้อย่าง
ชัดเจน ในที่สุดพวกมันก็แลเห็นอีกครั้ง แต่สิ่งที่พวกมัน
เห็นก็คือตอนจบ ภาพที่เห็นไม่มีคำอธิบายใดๆ นอกเสีย
จากว่าราชอารักษ์เฉิง กับ ราชอารักษ์เฉิน พ่ายแพ้ให้แก่
อู่ อวี้ ส่วนชีวิตของพวกมันเป็นตายร้ายดีเช่นใดไม่อาจ
บอกได้ชัดเจน!
วงเวทของ อู่ อวี้ เพิ่งเอาชนะคู่ต่อสู้มาได้หมาด ๆ อยู่
เหนือเกินกว่าจินตนาการของผู้คน ในเวลานี้แม้กระทั่ง
โอรสเล่อยังจับจ้องมองมาที่เขา ด้วยสายตาเหม่อลอยไม่
อยากจะเชื่อ
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ