กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 835: เขคแดนราชสีหเหมันต
แท้จริงแล้วความแข็งแกร่งของร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้
อยู่เหนือจินตนาการของทุกคน ร่างอวตารกลับ
แข็งแกร่งเสียยิ่งกว่าร่างหลัก นับว่าเป็นเรื่องที่แปลกมาก
จริงๆ
ทว่าการที่ร่างหลักครอบครองพลังนี้ นับว่ายิ่งน่าทึ่งเสีย
มากกว่า
ฉับพลันทุกคนจมดิ่งสู่ห้วงภวังค์ในทันใด
ยิ่งกว่านั้นหลังจากที่วงเวทที่ทั้งมืดมิดและโกลาหล
หายไป ร่างกลืนสวรรค์และคู่ต่อสู้ของเขาก็มาปรากฏตัว
ต่อหน้าผู้คนอีกครา พวกมันเห็นเพียงแค่ประติมากรรม
น้ำแข็งสองก้อนและร่างอวตารที่ไร้ซึ่งรอยขีดข่วนใดๆ
เมื่อเห็นเช่นนี้มันก็เหมือนกับมาสายอัสนีผ่าลงมากลาง
จิตใจของคน!
ผู้คนต่องมองไปที่ อู่ อวี้ ที่มีผมสีขาวด้วยความ
หวาดกลัว
อันที่จริงผมสีขาวของเขาดูบริสุทธิ์ไร้ซึ่งสิ่งใดเจือปน! มัน
ยังขาวบริสุทธิ์เสียยิ่งกว่าผมของราชอารักษ์ตง
“หลังจากสิ้นสุดการต่อสู้นี้แล้วข้าจะปล่อยพวกเขาทั้ง 2
คนไปโดยไร้ซึ่งรอยขีดข่วน” อู่ อวี้ หันศีรษะไปเอ่ยกับ
โอรสเฉิน และ โอรสเฉิง ที่กำลังอยู่ในอาการกังวล เมื่อ
โอรสทั้ง 2 เห็นว่า ราชอารักษ์ของตนเองพ่ายแพ้หมด
รูปเช่นนี้ ใบหน้าจึงกลายเป็นมืดคล้ำ ในใจเปียมล้นไป
ด้วยโทสะ แต่ยังไม่ทันจะทำสิ่งใด อู่ อวี้ ก็หันมาเปิดปาก
พูดกับพวกมันก่อน
วันนี้ราชอารักษ์ทั้งสอง ได้กลายเป็นหินรองเท้าให้กับ อู่
อวี้ แต่เดิมก็เป็นการต่อสู้ที่น่าตื่นตา ทว่าบัดนี้กลับ
กลายเป็นความกังวลภายในพริบตา ที่จริงแล้วชาวเห
ยียนหวงทั้งหลายถือเป็นตัวตนหยิ่งผยอง ยิ่งพวกมันดู
ถูก อู่ อวี้ มากเท่าไหร่ อู่ อวี้ ก็ยิ่งทำลายความมั่นใจของ
พวกมันไปมากเท่านั้น!
มหาอุปราชพลันเปิดสนามประลองไร้ลักษณ์เปิดรูโหว่
ฉับพลันเร่งนำให้ปฎิมากรรมน้ำแข็งให้ออกมาภายนอก
ทันใด จากนั้นเขาก็เฝั้าสังเกตดูรูปสลักน้ำแข็งนี้อย่าง
พินิจ ทุกคนคิดว่าเขาคงจะปลดปล่อยราชอารักษ์เฉิน
และ ราชอารักษ์เฉิง ทว่ามหาอุปราชกลับไม่ได้ทำ
เช่นนั้น คนชักมือกลับพร้อมกับจับจ้องไปที่สนาม
ประลองไร้ลักษณ์ต่อไป
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาสามารถทำได้ แต่กลับไม่คิดยื่น
มือเข้าช่วยเหลือ
นับว่าทำให้เหล่าผู้คนรู้สึกตกตะลึงไม่น้อย ทว่ายามนี้
การต่อสู้ยังไม่สิ้นสุดลง คนส่วนใหญ่จึงยังคงจับจ้องไปยัง
การต่อสู้ต่อไป หลังจากที่ร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ไร้คู่
ต่อสู้ ก็กลับไปอยู่ด้านข้างของร่างหลัก ยามนี้ร่างหลัก
ของ อู่ อวี้ อยู่บนเมฆาตลบฟั้า หลบเลี่ยงการโจมตีของ
ราชอารักษ์ตง อย่างต่อเนื่อง!
ยามนี้ร่างหลักของ อู่ อวี้ ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝั่าย
ดังนั้นจึงทำได้เพียงแค่หลบการโจมตีต่อไป ทว่าถึงจะ
อย่างนั้น ราชอารักษ์ตง ก็ไม่สามารถทำอันใดกับเขาได้
ในช่วงพริบตานี้ ร่างหลักและร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้
ฉับพลันได้มายืนอยู่เคียงข้างกัน เผชิญหน้ากับราช
อารักษ์ตงด้วยกัน ก่อตัวเป็นแรงกดดันมหาศาล!
ในอีกด้านหนึ่ง ราชอารักษ์หย่งก็กำลังพัวพันอยู่กับมังกร
กระดูกอัคคี จึงยากที่ไปช่วยเหลือได้!
“ร้ายกาจจริงๆ!” เมื่อราชอารักษ์ตงมองเห็นร่างอวตาร
ของ อู่ อวี้ ก็ชื่นชมออกมาด้วยใจจริง แต่ครานี้นางเป็นคู่
ต่อสู้ของ อู่ อวี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็จะต้องต่อสู้
สุดกำลัง! ยามนี้นางได้ถูกกดดันจนต้องทุ่มออกมา
สุดกำลัง ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณในมือของ
นาง เป็นไข่มุกสีขาวที่ถูกร้อยเรียงกันเป็นสร้อยข้อมือ
เส้นหนึ่ง ซึ่งมีทั้งหมด 9 เม็ด ไข่มุกแต่ละเม็ดจะถูกสลัก
ตัวอักษรสีคราม ไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน บน
ข้อความสีครามดูเหมือนจะเป็นรูปของราชสีห์สีคราม
“วงเวทเขตแดนราชสีห์เหมันต์!”
สร้อยลอยออกไปจากข้องมือของนางขึ้นสู่ชั้นนภาเหนือ
หัว อู่ อวี้ !
ยามนี้ไข่มุกขาวบริสุทธิ์ทั้ง 9 เม็ด ได้เปลี่ยนกลายเป็นลูก
บอลขนาดใหญ่ยักษ์ เมื่อไข่มุกทั้ง 9 ขยับเคลื่อนไหว
พลันปรากฏเกล็ดหิมะโปรยปราย แช่แข็งโลกใบนี้อยู่ชั่ว
ครู่หนึ่ง ทำให้บัดนี้ครึ่งหนึ่งของสนามประลองไร้ลักษณ์
ถูกแช่แข็งไปในทันที
“ฟูั่ว!” จากนั้นปรากฏเสียงคำรามของสัตว์ตัวหนึ่งดัง
ลอดออกมา ตัวอักษรที่อยู่บนไข่มุกพลันแปรเปลี่ยน
กลายเป็นราชสีห์คราม! กล่าวได้ว่ารูปลักษณ์ของมัน
คล้ายคลึงกับมังกรเทวะของ อู่ อวี้ ไม่น้อย บัดนี้เสียง
คำรามทั้ง 9 ได้ดังกึกก้องถาโถมลงมาอย่างต่อเนื่อง!
วงเวทนี้มีลักษณะคล้ายกับหมื่นมังกรระบำกระชาก
สวรรค์ เพียงแต่ว่ายังอ่อนแอกว่าของพิมานจักรพรรดิ
เปั่ยหมิงอยู่หลายส่วน ยิ่งไปกว่านั้นวงเวทนี้ก็ต้องมา
เผชิญหน้ากับ อู่ อวี้ และร่างกลืนสวรรค์ ถือว่าโชคร้าย
เสียแล้ว
”เคล็ดประจักษ์แจ้งเร้นลับ”
ขณะนี้ อู่ อวี้ มุ่งความสนใจทั้งหมดไปยังเบื้องหน้า เมื่อ
ทั้งสองผสานร่วมมือกันอีกครา ไม่ว่าสิ่งใดก็ไม่นับว่าน่า
เกรงกลัวอีกต่อไป และเมื่อเผชิญหน้ากับวงเวทนี้ อู่ อวี้
ก็นึกถึงเคล็ดประจักษ์แจ้งเร้นลับขึ้นมาโดยพลัน
ส่วนทางด้าน ร่างกลืนสวรรค์ กำลังพักหายใจหายคอ
ยามที่อีกฝั่ายสำแดงวงเวทออกมา เคล็ดประจักษ์แจ้ง
เร้นลับของ อู่ อวี้ ก็พุ่งทะยานเข้าใส่วงเวทที่อยู่บน
ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณในทันที และภายใน
ตัววงเวทเป็นมิติเหมันต์ครามแห่งหนึ่ง ภายใต้เกล็ดหิมะ
เหล่านี้มีวงเวทจำนวนนับไม่ถ้วนที่กำลังหมุนเวียน
สำแดง ช่องว่างระหว่างวงเวทได้ถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน
อย่างลงตัว ซึ่งความจริง อู่ อวี้ ก็ค่อนข้างคุ้นเคยกับมัน
เนื่องจากว่าพลังอำนาจของวงเวทนี้กับหมื่นมังกรระบำ
กระชากสวรรค์ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก หลังจากที่เข้า
มาก็พลันปรากฏพลังต่อต้านจากวงเวท แต่เนื่องจากว่า
อู่ อวี้ คุ้นเคยกับวงเวทของพิมานจักรพรรดิเปั่ยหมิง
ดังนั้นเมื่อมองเห็นวงเวทเขตแดนราชสีห์เหมันต์นี้ เขาจึง
รู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างมาก!
เคล็ดประจักษ์แจ้งเร้นลับผสานเข้าไปกับวงเวทนี้ในทันที
72 รูปแบบอิทธิฤทธิ์ของฉีเทียนต้าเซิ่น หลอมรวมเข้าไป
อยู่ภายในวงเวท ด้วยความคุ้นเคยของ อู่ อวี้ จึงทำให้
จัดการกับมันได้อย่างง่ายดาย พริบตานั้นเคล็ดประจักษ์
แจ้งเร้นลับได้สร้างผลกระทบแทรกแซงในชั่วพริบตา ซึ่ง
ช่วงเวลาต่อมา ราชสีห์ทั้ง 9 ที่กำลังพุ่งลงมาอย่างคึก
คะนอง พลันเกิดความผิดปกติบางอย่างขึ้น!
ราชสีห์ทั้งหมดเกิดอาการผิดปกติ พลังอำนาจของมันลด
ฮวบลงไปอย่างฉับพลัน!
โอกาสมาถึงแล้ว!! ร่างหลักของ อู่ อวี้ ก็ได้แปรเปลี่ยน
กลายเป็นคนยักษ์ด้วยเทียมฟั้าจรดดิน คนเร่งพุ่งขึ้นไป
บนฟั้า ทะยานเข้าไปหาราชอารักษ์ตงอย่างไม่คิดให้
มากมายนัก พลองหมื่นมังกรในมือกลายเป็นเสาค้ำ
สวรรค์เพียงชั่วพริบตา! หลังจากที่ใช้เคล็ดประจักษ์แจ้ง
เร้นลับ อู่ อวี้ ก็ใช้ออกด้วยเคล็ดระเบิดพลังคลั่งในทันที
ยามนี้พลังกายเนื้อของเขาทะลวงขึ้นจนสู่ขีดจำกัดสูงสุด
พลองหมื่นตะวันฟาดกระแทกไปยังไข่มุกทั้ง 9 เม็ด ด้วย
ความรุนแรงของพลองครานี้ แกนหลักของวงเวทถึงกับ
ถูกกระเทือนไปด้วย ส่งผลให้วงเวทของราชอารักษ์ตง
พังทลายลงอย่างรวดเร็ว ราชสีห์ทั้ง 9 พลันแตกสลาย
เป็นเสี่ยงๆเบื้องหน้า พวกมันยังไม่ทันได้สำแดงอำนาจ
ออกมาแท้ๆ กลับถูก อู่ อวี้ ทำลายลงไปก่อนเสียแล้ว
ถือว่าร่างหลักของเขาสำแดงเคล็ดวิชานี้ออกมาได้เหนือ
ชั้นยิ่ง
ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถตอบโต้การโจมตีของราชอารักษ์
ตงได้อยู่หมัดอีกด้วย
ครานี้ อู่ อวี้ ใช้ร่างหลักสำแดงออกด้วยฝีมือที่สั่นคลอน
ทั้งสนามประลอง!
ในเวลานี้ร่างกลืนสวรรค์พลันเปลี่ยนพิมานจักรพรรดิ
เปั่ยหมิงให้มาอยู่ในรูปแบบกระบี่ จากนั้นก็ได้กระตุ้นวง
เวทบนตัวกระบี่ ใช้ออกด้วยพิรุณวิบัติกระบี่สมุทรทมิฬ
กระบี่ส่องประกายแสง เปลี่ยนกลายเป็นห่าพิรุณถาโถม
เข้าใส่ร่างของราชอารักษ์ตง!
วงเวทของราชอารักษ์ตงถูกทำลายลงไปอย่างฉับพลัน
จากนั้นยังถูกพิรุณวิบัติกระบี่สมุทรทมิฬเข้าโหมกระหน่ำ
ห่าพิรุณที่ประกอบขึ้นมาจากปราณกระบี่ ทั้งยัง
ปลดปล่อยไอความเย็นที่ไม่เหมือนใครออกมา ดังนั้น
เมื่อถูกไอความเย็นนี้เจาะทะลวง ความสามารถในการ
ปั้องกันของนางก็ลดลง เมื่อเห็นว่าเคล็ดวิชานี้เจาะ
ทะลวงผ่าน นางก็ได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด แล้ว
ประกาศออกไปด้วยเสียงอันดังด้องในทันที “ราช
อารักษ์เล่อร้ายกาจนัก ข้าขอยอมรับความพ่ายแพ้”
หลายปีที่การท้าทายในพิธีแต่งตั้งบรรดาศักดิ์ถูกจัดขึ้น
ทว่าการเอ่ยปากขอยอมแพ้เพิ่งจะปรากฎก็คราวนี้
สุดท้ายแล้วเหล่าผู้คนต่างก็ถอนหายใจ โดยเฉพาะเหล่า
ราชอารักษ์ เนื่องจากเป็นการต่อสู้ที่กล้าหาญมากแล้ว!
การยอมรับความพ่ายแพ้นั่นหมายถึงว่าตนเองไม่ใช่คู่
ต่อสู้ของอีกฝั่าย ยิ่งกว่านั้นผลลัพธ์ของการต่อสู้อาจจะ
ทำให้ทุกคนรู้สึกผิดหวังไปมากกว่าเดิม
สถานการณ์ในขณะนี้ ราชอารักษ์ตงรู้ว่าองค์หญิงตง
จะต้องขายหน้า แต่นางก็ไม่สามารถทำสิ่งใดได้อีก
เพราะอย่างน้อยนางก็ไม่คิดอยากจะมีสภาพเดียวกับ
ราชอารักษ์เฉินและราชอารักษ์เฉิง
อู่ อวี้ กำลังรอให้อีกฝั่ายยอมรับความพ่ายแพ้
เมื่ออีกฝั่ายยอมรับความพ่ายแพ้ไปแล้ว เขาก็ชะงักการ
โจมตีกลับในทันที ซึ่งมันยังช่วยให้เขาประหยัดแรงไปได้
อีกเล็กน้อย พลังงานที่ใช้ไปกับหมื่นมังกรระบำกระชาก
สวรรค์ค่อนข้างมาก จนถึงยามนี้ก็ยังไม่อาจจะฟืนฟู
กลับมาได้สมบูรณ์
หลังจากที่ราชอารักษ์ตงยอมรับความพ่ายแพ้แล้ว อู่ อวี้
ก็ไม่ได้โจมตีนางอีก นางจึงยันกายยืนขึ้นรอให้มหา
อุปราชปล่อยตัวนางออกไปข้างนอก
การยอมแพ้ไปเช่นนี้ก็ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายของ
ทุกคน บางครั้งหากสตรีเอ่ยยอมแพ้ ก็นับว่าไม่น่าเกลียด
นัก และผู้อื่นก็ไม่สามารถว่ากล่าวนางได้มาก
ยามนี้คนที่ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาที่หนักหน่วงก็คือราช
อารักษ์หย่ง ที่จริงมันมีความมั่นใจว่าตนเองสามารถที่จะ
กำราบมังกรกระดูกอัคคีลงได้ หากตนเองสามารถ
จัดการส่วนตรงนี้ได้สำเร็จ สำหรับมันก็พอจะแบกหน้า
กลับไปได้อย่างภาคภูมิ แต่สิ่งที่มันไม่เคยคาดคิดมาก่อน
ก็คือ ไยราชอารักษ์ตงจึงเอ่ยยอมแพ้ได้รวดเร็วเช่นนี้
ยามนี้ร่างหลักและร่างอวตารของ อู่ อวี้ ได้มายืนอยู่
เบื้องหน้าของมัน มองดูมันสู้รบปรบมือกับมังกรกระดูก
อัคคีอย่างสบายใจ
ราชอารักษ์หย่งนั้นคิดที่ยอมแพ้มานานแล้ว ทว่าในยาม
นี้ราชอารักษ์ตงนำหน้าไปก่อน ยิ่งไปกว่านั้นสถานการณ์
ของมันยังไม่สู้ดีนัก แม้ว่าการต่อสู้ถึงขั้นนี้จะทำให้มีคน
เคารพในความกล้าหาญและใจสู้ แต่มันก็ไม่ได้เป็นการดี
ต่อตนเองเท่าไหร่ เนื่องจากนี่เป็นเพียงแค่พิธีแต่งตั้ง
บรรดาศักดิ์ของ อู่ อวี้ แม้ว่ามันจะชนะ ทว่าก็เพียงเสมอ
ตัว ยังไงกำไรก็ตกอยู่ที่ อู่ อวี้ คนเดียวอยู่แล้ว
ดังนั้น ราชอารักษ์หย่ง จึงเอ่ยตะโกนออกไปอย่าง
เด็ดขาด “ความสามารถของราชอารักษ์เล่อ ช่างน่าชื่ม
ชม ข้าคิดว่าแม้แต่ขั้น 3 ภัยพิบัติค้นหาเต๋า ก็ยังไม่
สามารถต่อต้านเขาได้ ในเมื่ออีกสี่คนพ่ายแพ้ไปแล้ว
เช่นนั้นข้าก็ขอยอมรับความพ่ายแพ้ด้วย ยินดีกับราช
อารักษ์เล่อแล้ว ”
แม้มันจะประกาศยอมแพ้ ทว่ามันก็ยังใส่กับดักลงไปอีก
นั่นก็คือการพาดพิงถึงยอดฝีมือขั้น 3 ภัยพิบัติค้นหาเต๋า
หากมหาอุปราชตัดสินใจให้ อู่ อวี้ ประลองกับยอดฝีมือ
ขั้น 3 ภัยพิบัติตค้นหาเต๋า ก็นับว่าสามารถดับผยอง อู่
อวี้ ลงได้แล้ว!
ยามนี้ความหยิ่งยโสของ อู่ อวี้ นับว่าลำพองตัวมาก
เกินไป เชื่อว่าองค์หญิงองค์ชายส่วนใหญ่กำลังรู้สึกหดหู่
เพราะพวกมันต้องแข็งขันกันเอง และราชอารักษ์ของ
พวกมันก็ถือเป็นเครื่องมือในการแข็งขัน ซึ่งการที่ อู่ อวี้
โดดเด่นถึงเพียงนี้ ก็จะทำให้ โอรสเล่อ ได้หน้าไปด้วย
เช่นกัน ถึงจะเป็นพี่น้องกัน แต่การที่ตนกลายเป็นหิน
รองเท้าให้ผู้อื่น ใครบ้างจะผาสุขเล่า?
“ข้ายอมแพ้แล้ว ข้ายอมแพ้!” เมื่อเห็นว่า อู่ อวี้ ยังไม่
หยุดมือ ราชอารักษ์หย่ง จึงรีบเปลี่ยนคำพูดอย่างร้อน
รน
แม้ อู่ อวี้ จะเห็นว่าอีกฝั่ายนั้นเคียดแค้น ทว่าเขาก็ทำ
ภารกิจในวันนี้สำเร็จแล้ว แน่นอนว่าเขาย่อมมีความสุข
เขาจึงหยุดมือและประสานมือคำนับอีกฝั่าย “ข้าขอ
น้อมรับ”
การต่อสู้สิ้นสุดลงแล้ว
มหาอุปราชที่เห็นเหตุการณ์เบื้องหน้า ทว่ากลับไม่ได้
กล่าวสิ่งใด ราวกับเขาได้คาดการณ์เอาไว้ตั้งแต่ที่ อู่ อวี้
สามารถเอาชนะราชอารักษ์เฉิน และ ราชอารักษ์เฉิงได้
แล้วก็มิปาน ดังนั้นจึงไม่อยู่เหนือความคาดหมายของเขา
ไปมากนัก เวลาต่อมาเขาได้เก็บสนามประลองไร้ลักษณ์
กลับอย่างรวดเร็ว พร้อมกับปล่อยทั้งคู่ออกมา นับว่า
พวกมันฉลาดพอสมควร ซึ่งแตกต่างจากทั้ง 2 คนที่ถูก
แช่แข็งไปอย่างสิ้นเชิง
ดังนั้นยามนี้ทุกคนจึงจ้องมองไปยัง อู่ อวี้ โดยไม่มีใคร
กล่าวสิ่งใดออกมา เมื่อย้อนกลับไปในตอนแรก กล่าวได้
เต็มปากว่าไม่มีผู้ใดคิดว่ามันจะออกมาในรูปแบบเช่นนี้
เขากลับสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ด้วยพลังที่เด็ดขาดอย่าง
เหนือชั้น
“น้องรัก!” โอรสเล่อ ฉีกยิ้มกว้าง และมุ่งหน้าเข้าไปกอด
คอ อู่ อวี้ ด้วยอารมณ์ชื่นมื่น
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ