กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 836:
ความตั้งใจแห่งจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง
อู่ อวี้ สามารถเอาชัยราชอารักษ์ทั้ง 4 มาได้สำเร็จ
แต่ทว่าพิธีแต่งตั้งบรรดาศักดิ์ยังไม่จบลง ยังคงต้องดู
ท่าทีของมหาอุปราชเสียก่อน
เพียงแค่ว่ายามนี้ทุกคนยังจมดิ่งกับความตื่นตาตื่นใจที่ อู่
อวี้ แสดงออกมา กระทั่งพวกมันยังไม่ได้สติเป็นช่วงเวลา
หนึ่ง
กล่าวตามตรง ทุกครั้งที่มีพิธีแต่งตั้งบรรดาศักดิ์
โดยทั่วไปแล้วพิธีจะสิ้นสุดลงเมื่อราชอารักษ์คนใหม่พ่าย
แพ้ นับว่าเป็นการให้เหล่าราชอารักษ์คนก่อนๆได้สำแดง
พลังอำนาจให้ราชอารักษ์คนใหม่ได้เห็น
แต่ว่า อู่ อวี้ ถือเป็นข้อยกเว้น
มหาอุปราชจัดให้เขาต่อสู้ท้าทายราชาอารักษ์ถึง 2 คน
แต่ทว่าเขากลับท้าทายถึง 4 คน และยังอยู่เหนือกว่า
จินตนาการของทุกคน นี่ถือเป็นการทดสอบขีดจำกัด
ของเขาด้วย
ยังจะจัดต่ออีกหรือไม่?
บัดนี้ทุกคนรู้สึกค่อนข้างใจจดใจจ่ออย่างยิ่ง ขนาดนี้แล้ว
ยังจะให้คู่ต่อสู้คนใดลงสนามอีก? หากว่าเขายังสามารถ
เอาชนะมาได้อีก เช่นนั้นก็จะทำให้ราชอารักษ์คนอื่นๆ
ต้องขายหน้าไปอีกไม่น้อยไม่ใช่หรือ
เพราะเวลานี้ อู่ อวี้ กับ ราชอารักษ์เล่อ ถือเป็นคนที่อายุ
น้อยที่สุด แต่กลับโดดเด่นมากที่สุดไปแล้ว
ผู้ฝึกตนทุกคนภายในนครเทวะ ขุนนางชั้นผู้ใหญ่และ
เหล่าราชวงศ์ทั้งหลาย ยามนี้พวกมันส่วนใหญ่ถึงกับกลั้น
หายใจด้วยความตระหนก ทั้งในใจยังคงชื่นชม อู่ อวี้
ยอดฝีมือมากพรสวรรค์ ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน ก็มักจะ
ได้รับความเคารพอยู่เสมอ แม้กระทั่งบางคนยังเริ่ม
ครุ่นคิดไปไกล ว่าหากมีการช่วยเหลือจากราชอารักษ์
เล่อ แม้ว่าโอรสเล่อจะมีอายุยังน้อย แต่ไม่แน่ว่าในภาย
ภาคหน้าเขาอาจจะไร้ขีดจำกัดอย่างแท้จริง แน่นอน
หากผ่านไปอีกสัก 100-200 ปี อาจจะมีการบรรดาศักดิ์
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงคนใหม่ขึ้นก็เป็นได้
ในระหว่างนั้น โอรสเล่อ ก็จะกลายเป็นดั่งกับเรือที่อยู่
บนน้ำขึ้น
หลายคนรู้สึกอิ่มเอมกับการต่อสู้ในวันนี้ หลังจากที่ได้
เห็นพรสวรรค์ของ อู่ อวี้ คนส่วนใหญ่ก็ไม่คิดที่จะขุดลึก
ศักยภาพของเขาอีกต่อไป
นอกจากเหล่าองค์หญิงองค์ชายทั้งหลาย โดยเฉพาะ
พวกที่พ่ายแพ้ไป แน่นอนว่าพวกมันรู้สึกไม่พอใจ
พวกที่อยู่ระดับ 3 ภัยพิบัติค้นหาเต๋าขึ้นไป เริ่มรู้สึก
กระสับกระส่าย และก็เป็นกังวลว่าตัวเองอาจจะ
กลายเป็นหินรองเท้าให้แก่ อู่ อวี้
“ความแข็งแกร่งของราชอารักษ์เล่อ ดูเหมือนว่าจะไม่
ง่ายดายดั่งที่เราคิด แน่นอนว่ามันจะต้องมีฝีมือที่ยัง
ปิดบังอยู่อีกไม่น้อย วันนี้เป็นวันของราชอารักษ์เล่อ
จริงๆ ทำไมถึงไม่สนุกให้เต็มที่ ข้าคิดว่าคงมีเพียงแต่ราช
อารักษ์ที่มีพลังฝึกตนขั้น 3 ภัยพิบัติค้นหาเต๋าเสียแล้ว
จึงจะพอมือต่อราชอารักษ์เล่อ” หลังจากผ่านไปไม่นาน
ก็มีขุนนางชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่งกล่าวขึ้น คนผู้นี้มีตำแหน่ง
และสถานะที่ค่อนข้างสูง น่าจะเป็น ‘ตุลาการสูงสุด’ ซึ่ง
มีหน้าที่ดูแลควบคุมนครเทวะ
หลังจากกล่าวจบ ก็มีองค์หญิงองค์ชายหลายคนที่รู้สึก
เบาใจขึ้นไม่น้อย เห็นได้ชัดว่าคนคนนั้นสังเกตท่าทีของ
เหล่าองค์ชายองค์หญิง จึงตัดสินใจปั่าวประกาศออกไป
“กล่าวได้ไม่เลว ท่านมหาอุปราช ได้โปรดให้ราชอารักษ์
เล่อได้ประลองกับกับราชอารักษ์ระดับ 3 ภัยพิบัติค้นหา
เต๋าด้วย วันนี้ราชอารักษ์เล่อได้สำแดงวิชาที่น่าตื่นตะลึง
ทำให้ทุกคนต้องตื่นตระหนกแล้ว ทว่าหากได้พบกับคู่
ต่อสู้ที่เก่งกว่านี้ ราชอารักษ์เล่ออาจจะสำแดงฝีมือที่
เหนือความคาดหมายมากกว่านี้ก็เป็นได้ หากกรุณา จะ
เป็นการเปิดโลกของพวกเราแล้ว” นอกจากนี้ผู้
บัญชาการกองทัพมังกรทองก็กล่าวขึ้นด้วย
มันยืนขึ้นพร้อมกับ ชวีอิ๋น ซึ่งคนผู้นี้กล่าวได้ว่ามีลักษณะ
ของบัณฑิตอยู่พอสมควร
จากนั้นก็ยังมีตัวตนอันยิ่งใหญ่อีกหลายคนที่เสนอให้ อู่
อวี้ ได้เผชิญหน้าต่อสู้กับราชอารักษ์ที่อยู่ในระดับ 3 ภัย
พิบัติค้นหาเต๋า และขอให้การต่อสู้ดำเนินต่อไป แน่นอน
เมื่อมีคนเหล่านี้เป็นผู้นำ ก็มีคนออกมาสนับสนุนอีก
มากมาย บังเกิดเป็นเสียงสนับสนุนจำนวนมากเพื่อ
กดดัน มหาอุปราช
เมื่อ โอรสเล่อ ได้เห็นก็ถึงกับหุบยิ้มลงในทันที
การแสดงฝีมือของ อู่ อวี้ ในวันนี้ถือว่าเพียงพอแล้ว
ท้ายที่สุด มหาอุปราชก็กระแอมไอออกมา เมื่อเห็นว่า
เขาจะตัดสินใจแล้ว ทุกคนจึงสงบลงและรอคอยด้วย
ความคาดหวัง แม้กระทั่งเริ่มค้นหาแล้วว่าใครจะเป็นคู่
ต่อสู้ที่เหมาะสมของ อู่ อวี้ คนต่อไป
หากว่ามหาอุปราชตอบตกลง อู่ อวี้ ก็จะต้องเผชิญหน้า
กับแรงกดดันอันหนักหน่วง กล่าวตามตรงการต้องต่อสู้
กับคู่ต่อสู้ถึง 4 คน มันก็ถึงขีดจำกัดของเขาแล้ว แม้ว่า
จะมีร่างกลืนสวรรค์ แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะต้านทานกับ
ขั้น 3 ภัยพิบัติค้นหาเต๋า
ในการเผชิญหน้ากับ กุ่ย เจิ้นเค่อ เพียงแค่นั้น อู่ อวี้ ก็
ต้องพบกับสถานการณ์ที่ยากลำบากจนแทบจะเอาชีวิต
ไม่รอดแล้ว
ดังนั้นอารมณ์ของเขาจึงผันแปรไปเล็กน้อย แน่นอนว่า
เขาไม่อยากที่จะสู้ต่อ เขาสามารถเก็บเกี่ยวมาได้ไม่น้อย
แล้วสำหรับการท้าทายในวันนี้ หากเขายังคงต่อสู้ต่อ
เขาต้องหมดแรงก่อนแน่ๆ และหากเขาพ่ายแพ้ก็จะ
ได้รับความอับอายโดยไม่จำเป็น ซึ่งมันจะไม่มี
ความหมายอะไรเลย
บัดนี้มหาอุปราชเผยสีหน้าจริงจัง พร้อมกล่าวออกมาว่า
“พิธีแต่งตั้งบรรดาศักดิ์ เป็นเหมือนกับงานรื่นเริง ราช
อารักษ์เล่อแสดงฝีมือที่สั่นคลอนจิตใจผู้คน จนควรค่า
แก่การเคารพไปแล้ว ทว่าฝีมือที่แสดงออกมาก็เห็นได้ชัด
ว่าเขายังไม่สามารถต่อกรกับขั้น 3 ภัยพิบัติค้นหาเต๋าได้
วันนี้สมควรหยุดเพียงเท่านี้ ข้าขอประกาศสิ้นสุดพิธี
แต่งตั้งบรรดาศักดิ์ ขอแสดงความยินดีกับโอรสเล่อ และ
ยินดีกับราชอารักษ์เล่อด้วย”
เมื่อกล่าวประโยคนี้ออกไปแล้ว ทุกคนแทบจะกลายเป็น
ใบ้ในทันที มหาอุปราชไม่คิดจะดำเนินพิธีการต่อไป เขา
คิดจะปล่อยให้ อู่ อวี้ จากไปทั้งอย่างนี้จริงๆ? แล้วราช
อารักษ์ที่พ่ายแพ้ไปก่อนหน้านี้จะไม่ขายหน้าไปเปล่าๆ
เช่นนั้นหรือ? เหล่าองค์หญิงองค์ชาย โดยเฉพาะเสด็จพี่
ทั้งหลาย ต้องบังเกิดโทสะแล้ว
อย่างไรก็ตามจักรพรรดิอารามสวรรค์เป็นผู้จัดงาน
ดังนั้นเขาจึงไม่มีเมตตากับราชอารักษ์คนอื่นๆ
เมื่อทุกอย่างลงเอยเช่นนี้ คนส่วนใหญ่ก็ไม่กล้ากล่าวให้
มากความ เพราะหากมาลองคิดดูแล้ว ก็สมควรที่จะจบ
ลงทั้งอย่างนี้จริงๆ
ประการแรก จักรพรรดิอารามสวรรค์เป็น มหาอุปราช
และเป็นถึงน้องของจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง
ประการที่ 2 อู่ อวี้ เป็นราชอารักษ์ที่จักรพรรดิโบราณเห
ยียนหวงแต่งตั้ง เช่นนั้นจักรพรรดิอารามสวรรค์จึงต้อง
ไว้หน้าจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง
ประการที่ 3 โอรสเล่อมีพรสวรรค์ที่ไม่ธรรมดา อยู่เหนือ
ล้ำพี่น้องหลายๆคน หลังจากที่ฟืนคืนกลับมาเส้นทาง
เซียนบรรพกาลได้รับประสบการณ์ที่แปลกใหม่ องค์
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงจึงได้แต่งตั้งให้ อู่ อวี้ เป็น
ราชอารักษ์ของโอรสเล่อ คนทั้งสองถูกจับตาโดย
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงอย่างชัดเจน ซึ่งดูเหมือนจะ
มีความหมายแฝงบางอย่าง ในจุดนี้มหาอุปราชนับว่ามี
ความเข้าใจมากกว่าคนอื่นไปไกล
กล่าวตามตรงพวกมันก็คาดเดาว่า มหาอุปราชอาจจะ
รู้สึกว่า โอรสเล่อ จะต้องเป็นผู้สืบทอดตำแหน่ง
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวง จึงมีการเอนเอียงเช่นนี้
อย่างไรก็ตาม ทำไมมันจึงมีสิทธิพิเศษเยี่ยงนี้? เหล่า
เสด็จพี่ทั้งหลายของมัน ไม่มีสถานะอะไรเลยงั้นหรือ?
หากเป็นเช่นนั้นก็คงไม่น่าแปลกใจแล้ว
แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงแค่การคาดเดา ยิ่งไปกว่า
นั้นมันยังชวนให้คนนึกไปถึงบางอย่างที่น่ากลัว
สำหรับเหล่าองค์หญิงองค์ชาย ซึ่งไม่ได้มีตำแหน่งสูงส่ง
จะมีความคิดเห็นเช่นไร? แล้วการที่มหาอุปราชกระทำ
ในวันนี้ จะให้คิดเป็นอื่นใดอีก?
“เอาล่ะ แยกย้านกันไปได้แล้ว” มหาอุปราชโบกมือ
จากนั้นก็ผินกาย มุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟั้า กลับไปยัง
ทิศทางของเขตพระราชฐาน เพียงพริบตาเดียวก็หายไป
จากสายตาของทุกคน
นี่หมายถึงพิธีแต่งตั้งบรรดาศักดิ์ได้สิ้นสุดลงแล้ว
ทุกคนมองหน้ากันและกัน กล่าวตามตรง พวกมันไม่เต็ม
ใจจะจากไปเช่นนี้
อย่างไรก็ตามก่อนจะจากไป เหล่าองค์ชายองค์หญิง
จำนวนไม่น้อยได้บังเกิดความไม่พอใจจนออกสีหน้า
คาดว่าบัดนี้พวกมันจะต้องเกิดความเกลียดชังในตัวของ
โอรสเล่อ ผู้ซึ่งเป็นเสด็จน้องอย่างแน่นอน กระทั่งโอรส
เล่อยังเห็นอีกว่าเหล่าเสด็จพี่ของตนมีท่าทีฉุนเฉียวอย่าง
ออกนอกหน้า พวกมันแต่ละคนออกไปจากที่แห่งนี้ด้วย
ใบหน้าทะมึนตึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งราชอารักษ์ที่ถูก อู่
อวี้ เอาชนะมา
“กลับตำหนัก”
ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ทั้งหลายก็ไม่ได้เอ่ยอะไรมาก ทุกสิ่ง
อย่างถูกพิจารณาไตร่ตรองไว้สิ้นแล้ว ดังนั้นจึงจากไป
โดยไม่กล่าวสิ่งใดอีก
ตัวละครหลักได้จากไปแล้ว ผู้ฝึกตนแห่งนครเทวะที่อยู่
รอบๆประตูเหยียนอู่ นับว่าไม่มีบทสลักสำคัญอันใด อู่
อวี้ โอรสเล่อ และคนอื่นๆ ในยามนี้จึงได้เข้าไปยังราชรถ
มังกรอู่เหยียน เดินทางกลับไปยังเขตพระราชฐานด้วย
ราชรถมังกรอู่เหยียน กลับสู่ตำหนักโอรสเล่อ
“แยกย้ายไปได้แล้ว”
“ในเมื่อตัวละครหลักจากไปแล้ว เช่นนั้นพวกเราก็ไม่
จำเป็นต้องอยู่ที่นี่แล้ว”
“ข้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมสถานการณ์ถึงลงเอยเช่นนี้
ได้?”
“นี่เจ้ายังมองไม่ออกอีกหรือ? เพราะว่า โอรสเล่อ เป็นผู้
ที่มีโอกาสจะสืบทอดตำแหน่งจักรพรรดิโบราณเหยียน
หวงคนต่อไปยังไงล่ะ! แม้แต่มหาอุปราชก็ไม่อาจสร้าง
ความลำบากใจให้กับ อู่ อวี้ เจ้าว่าเช่นไรเล่า?”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้!”
เรื่องนี้แพร่กระจายไปทั่วทั้งอาณาจักรโบราณเหยียน
หวง หรือแม้แต่ ชมพูทวีปโลกธาตุไปอย่างรวดเร็ว
เดิม โอรสเล่อ เป็นเพียงแค่โอรสที่แทบจะไม่มีผู้ใดรู้จัก
เหนือหัวของเขายังมีเสด็จพี่ที่มีฝีมือเก่งกาจและส่อง
ประกายอยู่มากมาย ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นผู้ฝึกตนขั้น 3
ภัยพิบัติค้นหาเต๋า และมีโอกาสที่จะสำเร็จกลายเป็น
เซียนอมตะได้ในอนาคต แต่ทว่าตัวเขาในยามนี้ กลับ
กระโดดมาอยู่เหนือกว่าเหล่าเสด็จพี่ทั้งหลาย กลายเป็น
ผู้ที่ยากจะจัดการคนหนึ่งไปเสียแล้ว
แน่นอนว่ามีบางคนคิดเช่นนั้น แต่ทุกคนคิดมากเกินไป
ยามนี้ โอรสเล่อ ยังเป็นเพียงแค่ผู้เยาว์ ยังไม่สามารถ
กำหนดสิ่งใดได้มากนัก แม้ว่าเขาจะมีพรสวรรค์ที่สูงส่ง
แต่ยังเด็กเกินไปที่จะกลายเป็นจักรพรรดิโบราณเหยียน
หวง หากเป็นเช่นนั้นก็คงจะดูเพ้อฝันเกินไปหน่อย
เพียงเพราะมี อู่ อวี้ ที่มีความพิเศษอยู่หน่อย ทว่า
ความสามารถของทั้งคู่ โอรสเล่อ ก็ดูจะด้อยกว่าไม่น้อย
อยู่ดี
แต่ไม่ว่าจะเป็นเช่นไร การสนทนาในลักษณะเช่นนี้
ปรากฏขึ้นทุกหัวมุมในอาณาจักรโบราณเหยียนหวง
ผู้คนกำลังโต้เถียงกันอย่างร้อนแรง
ในระหว่างทางที่กำลังจะกลับไปตำหนักโอรสเล่อ ดู
เหมือนว่าโอรสเล่อจะยังมีเรื่องที่เก็บเอาไว้อยู่ในใจ เขา
นิ่งเงียบมาเป็นเวลาถึงครึ่งวันแล้ว ในขณะที่เกือบจะถึง
ตำหนักโอรสเล่อ เขาก็เงยหน้าขึ้นพร้อมกับถาม “อู่ อวี้
เจ้ารู้สึกว่าสิ่งที่พวกมันพูด จะมีโอกาสเป็นไปได้
หรือไม่?”
“เรื่องอะไรหรือ?”
“เรื่องพระบิดาที่จะให้ข้ารับตำแหน่งต่อ” เขากล่าว
ออกมาตามตรง
แน่นอนว่า อู่ อวี้ เคยได้ยินเรื่องนี้ และเขาก็ไม่ทราบ
เรื่องลึกตื้นบางหนา สำหรับเขาแล้ว เขามีความเข้าใจ
เกี่ยวกับตำแหน่งของตนเองเป็นอย่างดี แต่ทว่าย่อมไม่มี
ทางคาดเดาวิธีคิดของจักรพรรดิโบราณได้อยู่แล้ว
เช่นนั้นเขาจึงกล่าวตอบไป “ข้ารู้สึกว่าทางที่ดีที่สุดคือ
อย่าเพิ่งไปคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะไม่มีผู้ใดจะล่วงรู้ถึง
ความคิดของท่านได้”
สุดท้ายแล้วจักรพรรดิโบราณเหยียนหวงก็เป็นตัวตนที่
เปรียบดั่งกับเทพเซียน
“อ้า ข้าเข้าใจแล้ว! ที่เจ้ากล่าวมามันก็ถูก ในเมื่อไม่มีผู้ใด
สามารถคาดเดาได้ เช่นนั้นก็ไม่จำเป็นต้องเดา ถือซะว่า
ยังไม่เคยมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น เพราะยิ่งครุ่นคิดมาก
เท่าไหร่ก็ยิ่งเครียดและหดหู่เสียเปล่าๆ ” ในที่สุด โอรส
เล่อ ก็เผยรอยยิ้มออกมา ประโยคนี้ของ อู่ อวี้ ทำให้เขา
คิดออก อย่างน้อยเขาก็ยังไม่สามารถเป็นได้จริงในยามนี้
มิฉะนั้นมันจะกลายเป็นภาระต่อจิตใจเปล่าๆ
“เพียงแต่ เหล่าพี่ๆของข้าน่าจะออกมาเตือนข้าไม่ช้าก็
เร็ว ในวันนี้ถือว่าข้าผิดใจกับพวกมันไปพอสมควร ทว่า
ข้าไม่ได้เป็นฝั่ายเริ่มก่อน อนาคตเกรงว่าอาจจะมีเรื่อง
น่าสนใจเพิ่มขึ้นมาแล้ว ” โอรสเล่อ ยิ้มอย่างมีเลศนัย
ดูเหมือนกับว่าเขาจะเปียมล้นไปด้วยความมั่นใจไม่น้อย
“คืนนี้ข้าจะเทียบเชิญเหล่าสหาย มาจัดงานเลี้ยงฉลอง
ให้กับเจ้า แม้ว่าข้าจะมีสหายไม่มากภายในนครเทวะ
แห่งนี้ แต่ก็ยังพอมีหลายสิบคน”
คนที่เรียกว่าสหาย สมควรเป็น ชวี่ ห้าวเหยียน และคน
อื่นๆที่เป็นผู้ติดตามของโอรสเล่อ บางทีหลังจากวันนี้ไป
จะมีผู้ติดตามมากขึ้นกว่าเดิม
“ตามบัญชา”
เมื่อต้องอยู่ภายในนครเทวะย่อมต้องมีเรื่องเช่นนี้เกิด
ขึ้นอยู่แล้ว หลังจากที่พิธีแต่งตั้งบรรดาศักดิ์สิ้นสุดลง อู่
อวี้ ก็จะมีเวลาฝึกตนมากขึ้น เช่นนั้นก็ไม่จำเป็นจะต้อง
กังวลเกี่ยวกับการเฉลิมฉลองในคืนนี้
“แล้วจะมีสาวงามมาด้วยหรือไม่?” หนานซาน หวางเยว่
เอ่ยแทรกขึ้น
โอรสเล่อ ตะลึง จากนั้นเขาก็ระเบิดเสียงหัวเราะพร้อม
กล่าวตอบไป “วางใจได้ เจ้าจะได้เห็นสาวงามไปจนเบื่อ
เลย เจ้าเป็นผู้ติดตามของ อู่ อวี้ ก็นับว่าเป็นผู้ติดตาม
ของข้าด้วยเช่นกัน ข้าจะปฏิบัติกับเจ้าอย่างดี ข้าได้ยิน
อีกว่าเจ้ากระทั่งสามารถเอาชนะ คุนหวู่สามดวงจิตมาได้
ด้วย เรื่องเช่นนี้ทำให้ข้าได้หน้าไปไม่น้อยจริงเชียว”
“อ้า รู้สึกใจชื้นขึ้นมาหน่อย” หนานซาน หวางเยว่ ฉีก
ยิ้มกว้าง และหัวเราะขึ้น
งานรื่นเริงเช่นนี้ มันย่อมสนใจมากกว่า อู่ อวี้ อย่าง
แน่นอน
หลังจากที่กลับมายังตำหนักโอรสเล่อแล้ว โอรสเล่อก็ได้
ส่งยันต์สื่อสารออกไปถึงเหล่าองค์ชายทั้งหลายภายใน
นครเทวะ ทำให้พวกมันเฮโลกันเข้ามาที่ลานกว้างของ
ตำหนักโอรสเล่อ ซึ่งยามนี้เริ่มมีผู้คนทยอยกันมาไม่ขาด
สาย
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ