กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 837: นางและข่าวคราวของนาง
หลังจากโอรสเล่อส่งเทียบเชิญออกไป ก็มีผู้คนให้ความ
สนใจมาเข้าร่วมมากมายกว่าที่คาดคิด
การแสดงฝีมือของ อู่ อวี้ ในวันนี้ ได้พิชิตใจผู้คนจำนวน
มาก ภายในนครเทวะ เขากลายเป็นบุคคลผู้มีชื่อเสียง
ได้รับความนิยมชมชอบอย่างยิ่งยวด นอกจากนี้ยังได้รับ
ความดูแลจากมหาอุปราช เป็นผลให้ผู้คนมากมาย
หลั่งไหลกันมาเยี่ยมเยียน ตำหนักโอรสเล่ออย่างไม่ขาด
สาย ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากที่จะอธิบายถึงปรากฏการณ์ครั้งนี้
เมื่อความมืดมิดของยามราตรีคืบคลานเข้ามา ตำหนัก
โอรสเล่อก็สว่างไสวไปด้วยแสงไฟ
ในวันนี้โอรสเล่อรู้สึกยินดีอย่างที่สุด เสียงดนตรีขับ
กล่อมบรรเลงเริงระบำ สุรเสียงขับขานด้วยทักษะขั้นสูง
เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นนักร้องเสียงไพเราะดุจแก้วกระจก
หรือเหล่านางรำ หาใช่มนุษย์จากอาณาจักรมนุษย์แต่
อย่างใด แต่เป็นผู้ฝึกตนที่เรียนรู้เคล็ดวิชาเต๋าและพลัง
อิทธิฤทธิ์แทบทุกชนิด พวกนางล้วนดื่มด่ำหลงใหลอยู่
กับความงดงามอันแสนวิเศษ นี่คือศิลปะความงามที่ถูก
สรรค์สร้างขึ้นมาจากเคล็ดวิชาเต๋า เพลิดเพลินมัวเมาไป
กับวิถีดังกล่าว ไม่ใช่ทุกคนที่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะได้
รับชมศิลปะอันงดงามเหล่านี้ กลุ่มคนที่สามารถมา
รับชมได้ล้วนเป็นบุคคลสำคัญอย่างเหล่าเชื้อพระวงศ์เห
ยียนหวง สตรีส่วนใหญ่ที่กำลังทำการแสดงอยู่นี้ล้วน
งดงามราวกับเทพธิดา ทุกท่วงท่าการเคลื่อนไหว
ล่องลอยประดุจปุยเมฆ
ศิลปะเหล่านี้ไม่สามารถดูถูกได้แม้แต่น้อย ท่ามกลาง
การแสดงอันแสนบันเทิงใจ ยังมีทักษะแปลกใหม่พิสดาร
เมื่อคนเหล่านี้บรรลุกลายเป็นเซียนอมตะ ก็จะกลายเป็น
ตำนานเลื่องลืออย่างหาที่เปรียบไม่ได้
นอกจากการขับกล่อมบรรเลงร้องเล่นเต้นรำ ก็ยังมีการ
แสดงอื่น ๆ นอกจากนี้ก็ยังมีสุราอาหารรสเลิศ
ตระเตรียมไว้ต้อนรับแขกเหรื่อผู้มีเกียรติ วัตถุดิบที่นำมา
เป็นส่วนผสมในสุราอาหาร ล้วนเป็นวัตถุดิบชั้นสูง เป็น
วิญญาณเซียนที่มีเส้นวิญญาณเซียนถึง 8 เส้น ถูกกลั่น
สกัดจากศาสตราเต๋าวิถีแท้อันดับต้น ๆ ถูกปรุงแต่งกลั่น
สกัดจนกลมกล่อม ทำให้สุราอาหารมีรสชาติเลิศรส ไม่
เพียงแค่อุปกรณ์ และ วัตถุดิบเท่านั้นที่สุดยอด แม้แต่
พ่อครัวในห้องเครื่องที่ปรุงสุราอาหาร ยังเป็นผู้ฝึกตน
ระดับสูงกันทั้งสิ้น โอรสพระธิดาไม่ได้เติบโตมาจาก
อาหารเครื่องดื่มง่าย ๆ แต่ทุกอย่างถูกเน้นย้ำไปด้วย
คุณประโยชน์ ถูกกลั่นกรองด้วยวัตถุดิบกรรมวิธีอย่าง
ละเอียดอ่อนถี่ถ้วน พ่อครัวในห้องเครื่องจึงเป็นผู้กำหนด
สัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อให้แต่ละพระองค์ได้บริโภค
อาหารดีที่สุดอีกด้วย
สุราอาหารที่พ่อครัวจากห้องเครื่องบรรจงสรรค์สร้าง
ขึ้นมา หาใช่สิ่งที่ผู้อื่น นอกเสียจากคนของเหล่าเชื้อพระ
วงศ์ จะเพลินหฤหรรษ์ไปกับมันได้
วันนี้ตำหนักโอรสเล่อจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองแสดงความ
ยินดีให้แก่ อู่ อวี้ ที่ได้เป็นราชอารักษ์อย่างเป็นทางการ
ผู้ได้รับเทียบเชิญให้มาร่วงแสดงความยินดีจากโอรสเล่อ
เป็นเหล่าเชื้อพระวงศ์ และ ผู้ฝึกตนผู้มีฐานันดรสูงส่ง
แทบทั้งสิ้น ซึ่งพวกมันเหล่านี้เปี่ยมไปด้วยความ
กระตือรือร้นมีชีวิตชีวา ไร้ซึ่งเหล่าอาวุโสมานั่งจับตา
ดังนั้นบรรยากาศในวันนี้จึงเต็มไปด้วยความคึกคัก ไม่
ต้องสงวนท่าทีวางตัวให้สุภาพแต่อย่างใด
อู่ อวี้ นั่งถัดจากโอรสเล่อกวาดตามองดูชายหนุ่มหลาย
ร้อยคนรอบตัว กำลังดื่มด่ำไปกับเสียงดนตรีและการร่าย
รำอันวิจิตรตระการตา สุราอาหารรสเลิศ จนไม่อาจยั้ง
ชั่งใจไม่ให้รู้สึกเคลิบเคลิ้มหลงใหลกับความสุขอันล้น
ทะลักนี้ได้ อันที่จริงงานเลี้ยงที่มอบความบันเทิงเริงใจ
ให้กับคนจำนวนมาก ไม่ได้แตกต่างจากอาณาจักรมนุษย์
เท่าใดนัก ส่วนที่แตกต่างคงมีเพียงอย่างเดียวนั่นก็คือ
ต่างสถานที่ต่างวาระ อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นทักษะ
การขับร้องร่ายรำ ที่มนุษย์แสดงให้เห็น ไม่ว่าจะเป็นการ
แสดง หรือ วิญญาณเซียนแปลกใหม่ที่ถูกปรุงแต่งขึ้นมา
จากศาสตราเต่าวิถีแท้ ทุกสรรพสิ่งเหล่านี้ มนุษย์เดินดิน
สามัญไม่อาจเทียบเคียงได้
บางทีสำหรับมนุษย์ปุถุชนสิ่งที่ อู่ อวี้ กำลังดื่มด่ำแลเห็น
อยู่ในยามนี้ อาจจะเป็นรูปลักษณ์ของเซียนอมตะใน
จินตนาการของพวกเขา ทว่าการดื่มด่ำกับความ
หฤหรรษ์เหล่านี้ไม่จำเป็นต้องเป็นเทพเซียนแต่อย่างใด
ผู้คนหลายร้อยที่มาร่วมงานเลี้ยงเฉลิมฉลอง ทั้งหมด
ล้วนบุคคลสำคัญระดับสูง และ เหล่าบุตรธิดาของบุคคล
สำคัญ พวกมันล้วนได้ชม อู่ อวี้ แสดงฝีมือต่อสู้กันทั้งสิ้น
ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่ในนี้ต่างเป็นบุตรธิดาของเจ้าแคว้น
โดยทั่วไปแล้วบรรดาเจ้าแคว้นต่าง ๆ พยายามส่งบุตร
ธิดามายังนครเทวะ ดังนั้นพวกมันจึงข้ามน้ำข้ามทะเลมา
จากสถานที่ห่างไกล
เช่น ชวี่ ห่าวเหยียน กับ ชวี่ เฟิงอวี๋ พวกมันทั้งสองถือได้
ว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับโอรสเล่อมากที่สุดเท่านั้น
แต่ตัวตนศักดิ์ฐานะหาได้สูงส่งที่สุด แต่ยังมีผู้ที่ศักดิ์
ฐานะสูงส่งยิ่งกว่าเช่นบุตรชายคนเล็กของอัครมหา
เสนาบดีที่มาในวันนี้ ซึ่งมีศักดิ์ฐานะพอ ๆ กับโอรสเล่อ
ในเวลานี้มันกำลังพูดคุยหัวเราะอยู่กับโอรสเล่อ
อู่ อวี้ ค่อนข้างเงียบขรึม แม้จะมีบางคนมาดื่มอวยพร
เขาอย่างต่อเนื่องก็ตาม อย่างไรก็ตามวันนี้เขาเป็นตัวชู
โรงฉะนั้นจึงไม่จำเป็นต้องสุภาพมากเกินไป หนานซาน
หวางเยว่ ที่อยู่ใกล้ ๆ เขา ทำตัวผสมกลมกลืนกับฝูงชน
พลุกพล่านได้อย่างเป็นธรรมชาติ ดูคึกคักชีวิตชีวาเป็น
อย่างมาก ไม่นานก็ไปปะปนอยู่กับเหล่าหญิงชายศักดิ์
ฐานะสูงส่ง จับมือถือแขนกันอย่างสนิทสนมราวกับพี่
น้อง …
เป็นเพราะมันสามารถเอาชนะคุนหวู่สามจิตลงได้ ดังนั้น
ทุกคนจึงรู้ว่าปีศาจตนนี้เป็นสหายของราชอารักษ์เล่อ
อันที่จริงพวกมันต้องการใกล้ชิดโอรสเล่อ กับ อู่ อวี้ เสีย
มากกว่า
อู่ อวี้ ไม่ได้มาที่นี่ด้วยความจริงใจนัก เขาต้องการจะ
ทดสอบดูว่า เมื่อมาแล้วสถานการณ์จะเป็นเช่นไร
หลังจากได้รับสถานะเป็นราชอารักษ์เล่ออย่างเป็น
ทางการแล้ว มันก็ทำให้เขาไปไหนมาไหนได้สะดวกใน
อาณาจักรเหยียนหวงแห่งนี้ เมื่อประมาณจาก
สถานการณ์ของวันนี้ บอกได้ว่าในอนาคตต้องมีการต่อสู้
ที่ท้าทายมากมายรอเขาอยู่ มันเป็นเพราะว่าโอรสเล่อ
นั้นมีพี่น้องอยู่มากโขทีเดียว
แม้ว่าการต่อสู้ต่อจากนี้จะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ อู่ อวี้ ก็
ยังคงเชื่อมั่นว่า ตราบใดที่เขายังไม่ดับดิ้นไปเสียก่อน
เขาก็ยังมีโอกาสก้าวหน้า ไม่ว่าเขาจะต้องพบเจอกับการ
ต่อสู้ใดก็ไม่เคยหวาดหวั่น เพราะนี่คือสิ่งที่เขาปรารถนา
มาตั้งแต่ต้น ทั้งยังเป็นเหตุผลที่เขาตัดสินใจมาที่นี่ ทั้งยัง
เหี้ยนกระหือรือที่จะก้าวหน้ามากยิ่ง ๆ ขึ้นไปในอนาคต
ยืนหยัดยึดมั่นอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง จากนั้นเขา
จะกลายเป็นเป็นอมตะ
บางทีอาจจะต้องขอความช่วยเหลือจาก โอรสเล่อ
ทางด้านข่าวกรองช่วยสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับ หนานกง
เหว่ย ในอาณาจักรโบราณเหยียนหวง เรื่องนี้นับว่า
เร่งด่วนอยู่ไม่น้อย เขาจึงคิดว่าหลังจากงานเลี้ยงฉลอง
จบสิ้นลง เขาจะบอกเล่าเรื่องนี้ให้แก่โอรสเล่อได้รับรู้
เมื่อคิดถึงเรื่องราวที่เคยผ่านมาหลายอย่าง อู่ อวี้ ยังคง
ไม่สามารถปล่อยวางได้ ตอนนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
อย่างน้อย ๆ เขาก็อยากจะรู้ผลลัพธ์ว่านางยังมีชีวิตอยู่
หรือไม่ ?
เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ที่พอรู้ได้ก็คือมีบางอย่าง
ผิดปกติเกิดขึ้นกับนาง
อย่างไรก็ตามเป้าหมายเดิมของเขาก็ยังคงชัดเจน นาง
ไม่ใช่เป้าหมายหลักที่เขาตั้งเอาไว้ ทว่าเป็นอีกผู้หนึ่ง
นางคือผู้ที่แทบจะทำให้จิตวิญญาณของเขาออกจากร่าง
นางคือผู้ที่ปลุกไฟและแรงปรารถนาภายในกายของเขา
เป็นแรงผลักดันทำให้เขาอยากจะแข็งแกร่งขึ้นให้ได้
มากกว่านี้ ภาพที่ตราตรึงใจมากที่สุดของเขาคือตอนที่
นางกลายร่างเป็นมังกรเทวะสีขาวบริสุทธิ์
ดังนั้นเมื่อ อู่ อวี้ ได้ยินบทสนทนาของผู้อื่นกล่าวถึงนาง
เขาจึงจดจำนางได้ในทันที พอได้ยินนามที่คุ้นหูเขาจึง
เบนความสนใจไปที่คนผู้นั้นทันที คนผู้นี้โอรสเล่อเพิ่ง
แนะนำให้เขารู้จัก มันคือคนที่มาจากเมืองใหญ่แถบ
ชายแดนตอนใต้ของอาณาจักรโบราณเหยียนหวง เป็น
บุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของผู้บัญชาการกองทัพ
‘กองทัพผลาญสมุทร’ นามว่า ไห่เซิน! มันมีอายุแก่กว่า
ชวี่ ห่าวเหยียน เล็กน้อย ส่วนพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับ
ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะขั้นที่ 9 นอกจากนี้ยังเป็นคนใหญ่
คนโตกว้างขวางของที่นี่อีกด้วย หน้าที่ส่วนใหญ่ของ
กองทัพผลาญสมุทรที่อยู่ทางตอนใต้ของอาณาจักร
โบราณเหยียนหวง คือคอยต่อต้านปีศาจสมุทรที่บ้า
ระห่ำไม่ประมาณตน ถ้าให้กล่าวตามตรงวัน ๆ ก็ไม่ได้
ทำอะไรที่เป็นประโยชน์มากมาย เนื่องจากว่ามีปีศาจไม่
มากนักที่บ้าระห่ำไม่ประมาณตน ดังนั้นพวกมันจึงอยู่ใน
ดินแดนที่แสนอุดมสมบูรณ์ทางตอนใต้ มีชีวิตเปี่ยมสุข
เต็มไปด้วยความเจริญรุ่งเรือง
ไห่เซิน กำลังพูดเสียงดังขึ้นว่า ” เดิมเจ้ามังกรสี่
คาบสมุทรไม่ทรงพลังถึงเพียงนี้ นางเป็นสตรีรุ่นหลัง
ก่อนที่นางจะกลายเป็นเจ้ามังกรเทวะสี่คาบสมุทร และ
ทรงพลังถึงเพียงนี้ ข่าวบอกว่านางได้หายตัวไปสักระยะ
หนึ่ง เนื่องจากไม่อาจแบกรับภัยพิบัติครั้งที่ 3 ซึ่งถือเป็น
ภัยพิบัติครั้งสุดท้ายจนแทบสิ้นชีวา ในตอนแรกใคร ๆ
ต่างก็คิดว่านางสิ้นชีพไปเสียแล้วด้วยซ้ำ แต่นางก็
สามารถหนีรอดจากเงื้อมมือมัจจุราชมาได้ มีข่าวอีกว่า
นางได้พบ ‘เกล็ดมังกรบรรพกาล’ ของมังกรเทวะที่สูญ
หายไป ดูเหมือนจะทำให้นางพลังเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก
การที่ตระกูลปีศาจนิรันดร์ หาญกล้ายั่วยุกระตุกหนวด
มังกร จนตัวเองพ่ายแพ้ปราชัยกลับมา อันที่จริงมันก็ฟัง
ดูสมเหตุสมผล บนดินแดนโบราณเหยียนหวง
อาณาจักรโบราณเหยียนหวงคือผู้ปกครองใต้หล้านี้ ทำ
ให้พื้นแผ่นดินเป็นปึกแผ่นเงียบสงบร่มเย็น ทว่าภายใน
มหาสมุทรกับบังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้น บิดา
ของข้าเล่าให้ฟังว่าบรรดาเจ้ามังกรสี่คาบสมุทร อาจ
นำพาเผ่ามังกรเทวะจนผงาดขึ้นมาอีกครั้ง เกรงว่าใน
อนาคตอาจกลายเป็นผู้ของน่านน้ำสมุทรอีกครั้ง! ”
โอรสเล่อเอ่ยขึ้นว่า ” จะว่าไป…ข้าเองก็เคยได้ยินถึง
กิตติมศักดิ์ความร้ายกาจของ เจ้ามังกรสี่คาบสมุทร มา
บ้างไม่น้อย เห็นว่าครั้งหนึ่งด้วยพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ ทำ
ให้มังกรเทวะสามารถปกครองน่านน้ำมหาสมุทรเป็น
อันหนึ่งอันเดียวกันได้ นอกจากนี้ยังเป็นเผ่าพันธุ์เดียวใน
ชมพูทวีปโลกธาตุ ที่สามารถแข่งขันกับชาวเหยียนหวง
อย่างเราได้ หลังจากประสบกับภัยพิบัติอันใหญ่หลวงจน
ตนเกือบสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ ในวันนี้กลับสามารถกู้คืนผงาด
ขึ้นมาได้อีกครั้งก็นับว่าเป็นเรื่องดีจริง ๆ แต่พวกมันอยู่
ในทะเล ส่วนเราอยู่บนบก หากมีการต่อสู้คงจะยากเย็น
อยู่ไม่น้อย อย่างไรก็ตามถือได้ว่ามันคือปีศาจสมุทร ไม่
ว่าจะเป็นปลาหรือมังกรมักจะมีรุ่นใดรุ่นหนึ่งที่หาญกล้า
รุกล้ำ ดินแดนโบราณเหยียนหวง แต่กระนั้นมังกรเทวะ
ก็เป็นสัตว์เซียน ที่สามารถกลายเป็นเซียนอมตะได้ ”
ชวี่ เฟิงอวี๋ กล่าวขึ้นด้วยความริษยาว่า ” เมื่อครั้งที่ข้ายัง
เยาว์ชื่อเสียงกิตติมศักดิ์ของ เจ้ามังกรสี่คาบสมุทร เป็นที่
เลื่องลืออย่ามาก ว่ากันว่ามังกรเทวะเป็นเผ่าพันธุ์ที่หาได้
ยากยิ่ง ไม่เคยปรากฏให้เห็นมาช้านาน จึงไม่รู้ว่าในท้าย
แล้วเป็นมังกรเผ่าพันธุ์ใด นอกจากนี้มีมังกรมากกว่า 80
ใน 100 ส่วน สามารถกลายเป็นเซียนอมตะได้ อีกทั้งเจ้า
มังกรสี่คาบสมุทรผู้นี้ ยังสามารถชักนำมหาภัยพิบัติแห่ง
เซียนเต๋าลงมาได้ เรียกได้ว่าทั้งความแข็งแกร่งและพลัง
อำนาจเกือบจะเทียบเท่ากับมหาอุปราช และ จอม
จักรพรรดิหมิงไห่เลยก็ว่าได้ นอกจากนี้เห็นว่ารูปโฉม
ของนางงดงามที่สุดในน่านน้ำทะเล ไม่ว่าจะเป็นร่าง
มนุษย์ หรือ ร่างมังกร ล้วนงดงามหมดจดจนน่าริษยา ”
ไห่เซิน กล่าวว่า ” ช่างเป็นเรื่องที่ดีจริง ๆ ร่ำลือกันว่า
เผ่าพันธุ์มังกรเทวะผู้เป็นบุรุษเพศทุกผู้คน ต่างปรารถนา
อยากเป็นสหายเต๋าเคียงคู่ของนาง ติดตามนาง หาใช่
เพียงแค่ตระกูลมังกรเท่านั้น แม้กระทั่งผู้คนมากมายใน
ตระกูลของข้า รวมถึงเหล่าปีศาจเผ่าพันธุ์อื่น ๆ สำหรับ
สตรีสูงส่งงดงามผู้นี้ เป็นเรื่องจริงที่ว่าบุรุษเพศทุกผู้คน
ปรารถนาอยากจะครอบครองตัวนางมาเชยชิดใกล้ มัน
น่าเสียดายบรรดาหมู่มังกรเทวะมีคนโดดเด่นอยู่
มากมาย ไอ้การที่จะเข้าไปใกล้ชิดคงไม่ใช่เรื่องยาก แต่ที่
ยากคือไม่รู้ว่าใครเป็นใคร? นอกจากนี้ยังมีความเป็นไป
ได้ว่าเจ้ามังกรสี่คาบสมุทร จะบรรลุกลายเป็นเซียน
อมตะ นางคงไม่ชายตามาแลมองมนุษย์อย่างเรา ๆ เป็น
แน่ ”
“ แถมนามของนางก็สวยงามเช่นดังรูปโฉม นางมีนาม
ว่า: ลั่วผิน … ”
เมื่อได้ยินสองคำนี้หัวใจของ อู่ อวี้ ก็แทบหล่นวูบ
ในเวลานี้เขาชักไม่แน่ใจนะว่าคนที่พวกมันเอ่ยถึงคือนาง
เป้าหมายของ อู่ อวี้ คือการยกระดับตนเองให้คู่ควรกับ
นาง ด้วยเหตุนี้เขาจึงตัดสินใจมายังอาณาจักรโบราณเห
ยียนหวงเพื่อต่อสู้
หลังจากวันเวลาผ่านไปหลายปี ในที่สุดเขาก็ได้ยินข่าว
คราวของนาง ถึงแม้จะได้ยินอย่างไม่ตั้งใจก็ตาม
อย่างไรก็ตามข่าวดังกล่าว ค่อนข้างเกินความคาดหมาย
ของเขา ดังนั้นอารมณ์ของเขาจึงซับซ้อนเป็นอย่างมาก
ทั้งตื่นเต้น ทั้งมีความสุข ทั้งดีใจที่นางให้เกียรติเขา แต่ก็
รู้สึกแปลก ๆ อยู่ไม่น้อยด้วยเพราะก่อนหน้านี้ เขาคิดว่า
ช่องว่างระหว่างนางกับเขาคงไม่ห่างไกลมากเกินไป แต่
ปัจจุบันเขาก็รู้ว่าช่างห่างกันอย่างใหญ่หลวง
จอมจักรพรรดิหมิงไห่ กับ มหาอุปราช นี่มันตัวตนระดับ
ใดกัน …
ยิ่งไปกว่านั้นยังดูเหมือนว่า นางจะกลายเป็นผู้นำเหล่า
มังกรเทวะ ครอบครองน่านน้ำมหาสมุทร กลายเป็นนาย
เหนือหัวแห่งน่านสมุทรที่แท้จริง ซึ่งพลังอำนาจ
เทียบเท่าได้กับดินแดนโบราณเหยียนหวง ด้วยความ
ยอดเยี่ยมที่ได้ยินจวบจนปัจจุบัน อู่ อวี้ ก็ยังรู้สึกทึ่งไม่
สร่าง เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับตัวเขา ช่างแตกต่างกัน
ราวกับกิ่งไม้เล็ก ๆ กับท่อนซุง อีกทั้งยังไม่รู้ว่านางจะ
กลายเป็นเซียนอมตะเมื่อไหร่?
บางทีเป็นไปได้ก่อนที่ อู่ อวี้ จะไขว่คว้าถึงตัวนาง ๆ
อาจจะกลายเป็นเซียนอมตะไปแล้วก็ได้ คาดว่าเมื่อถึง
เวลานั้นชาตินี้คงไม่มีโอกาสได้พบกันอีก…
ดังนั้นอารมณ์ความรู้สึกของเขาจึงซับซ้อน ทั้งตื่นเต้น
ทั้งดีใจ ทั้งหดหู่ระคนในคราเดียวกัน แม้แต่โอรสเล่อ
พูดคุยกับเขา อู่ อวี้ ยังไม่ได้ยินเสียงแม้แต่น้อย นั่นเป็น
เพราะเขาตกอยู่ในห้วงภวังค์ความคิด ส่วนสีหน้าที่
แสดงออกภายนอก เดี๋ยวเขาก็ขมวดคิ้วเดี๋ยวก็คลายออก
บ่งบอกถึงความสับสนอย่างชัดเจน
” ให้ข้าเดา เจ้ากำลังคิดถึงแม่โฉมงามผู้นี้อยู่ใช่หรือไม่? ”
สิ่งที่ หนานซาน หวางเยว่ กล่าวเสมือนกับการตบหน้า
อู่ อวี้ ฉาดใหญ่ เขากล่าวขึ้นด้วยอาการมึนเมา ภายใน
อ้อมแขนทั้งสองข้างยังคงโอบกอดสาวงาม เลื่อนมือขึ้น
ๆ ลง ๆ…
โอรสเล่อหัวเราะ แล้วเกิดขึ้นในรอยยิ้มมาก “พี่ชาย
หนานซานกล่าวว่าถูกต้อง อู่ อวี้ เจ้าคงกำลังคิดถึง
คู่ครองคนรักที่ไม่สามารถเอื้อมถึงอยู่ใช่หรือไม่ ?”
ผู้คนต่างมองหน้าดูกัน
อู่ อวี้ ส่ายศีรษะแล้วเอ่ยขึ้นว่า ” ข้าไม่ได้นึกถึงคู่ครอง
คนรัก แต่ข้าอยากสอบถามโอรสเล่อเกี่ยวกับคนผู้หนึ่ง
นางมีนามว่า หนานกง เหว่ย”
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ