กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 838: อสูรฮวงอู่
“หนานกงเหว่ย?”
อันที่จริงแล้วคำพูดที่ หนานซาน หวางเยว่ กล่าวออกไป
เป็นเพียงการหยอกเย้าสนุกสนานตามประสามันเท่านั้น
ไม่คาดคิดว่า อู่ อวี้ จะตอบคำถามกลับมาจริง ๆ แถมยัง
ใช้โอกาสนี้กระจายข่าวให้คนอื่น ๆ ช่วยเหลืออีกด้วย
ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าหลังจากสิ้นสุดงานเลี้ยง จะขอความ
ช่วยเหลือจากโอรสเล่อเพียงคนเดียวเท่านั้น แต่เมื่อลอง
คิดดูแล้ว สหายของโอรสเล่อแต่ละคน ล้วนมีผู้อาวุโส
กระจายตัวอยู่ทั่วทั้งอาณาจักรโบราณเหยียนหวง ทั้งยัง
มีอำนาจและความแข็งแกร่ง รวมถึงสายข่าวข้อมูลเป็น
ของตนเอง ดังนั้นเมื่อทุกคนร่วมมือกันแล้ว ถ้าหนานกง
เหว่ย ยังมีชีวิตอยู่ โอกาสเป็นไปได้ที่จะหาตัวนางพบก็มี
สูงมาก
นอกจากนี้ยังต้องการรีบเร่งกระจายข่าวไปยัง ลั่วผิน
โดยเร็วที่สุด ว่าตนเองนั้นยังมีชีวิตอยู่ ถึงแม้จะรู้ว่า
เป้าหมายของตนยังอยู่ห่างไกลนัก แต่เขาก็ยังไม่ยอมแพ้
จิตใจเปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่น และ จิตวิญญาณแห่ง
การต่อสู้
ครั้งหนึ่งเขาเคยใช้เวลาช่วงสั้น ๆ อยู่กับนาง ผ่านความ
ยากลำบากมาด้วยกัน ทั้งยังช่วยให้นางได้รับเกล็ดมังกร
บรรพกาล ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญมากที่สุดสำหรับนาง ทั้ง
นี้ลั่วผินยังให้คำมั่นสัญญาว่าจะรอ อู่ อวี้
เป็นผลให้ อู่ อวี้ เต็มเปี่ยมไปด้วยความหลงใหลและแรง
ปรารถนา เป็นความปรารถนาอันแรงกล้า ที่ฝังลึกลงไป
จนถึงกระดูก เป็นแรงบันดาลใจ ที่ทำให้เขาอยาก
แข็งแกร่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมิได้พบเจอนางมานานมาก
แล้ว มันยิ่งทำให้เขาโหยหาคะนึงถึงนางมากขึ้นไปอีก
“มีสตรีนางหนึ่งชื่อ หนานกง เหว่ย นางเคยเป็นสหาย
ของข้าในทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง ทว่าภายหลังนางได้
หายตัวไป” อู่ อวี้ กล่าวเสริม
“ เจ้ามีภาพเหมือนของนางหรือไม่? ” โอรสเล่อ เอ่ย
ถามเข้าประเด็นสำคัญทันที
อู่ อวี้ ไม่มีภาพเหมือน แต่เขาจดจำรูปลักษณ์ของ หนาน
กงเหว่ย ได้อย่างชัดเจน ด้วยความเชี่ยวชาญในเคล็ด
วิชาเต๋าของอู่ อวี้ ในปัจจุบัน ทำให้เขาสามารถคัดลอก
รูปลักษณ์ของหนานกงเหว่ย ลงบนกระดาษสีขาวนับ
ร้อยแผ่นได้อย่างง่ายดายยิ่ง อีกทั้งรูปลักษณ์ยังเหมือน
จริงทุกประการ กระดาษสีขาวเหล่านี้ล้วนถูกส่งให้สหาย
ของโอรสเล่อ เมื่อพวกมันเพ่งมองดูอย่างพินิจ ทุกคนก็
แสดงท่าทีว่า ยังไม่มีข่าวคราวใด ๆ ในขณะนี้
“ ช่างเป็นสตรีที่งดงามยิ่ง อย่างไรก็ตามเจ้าไม่ต้องกังวล
ไป ถึงแม้ตอนนี้จะยังไม่มีข่าวคราวใด ๆ แต่พวกเขาจะ
ช่วยนำเรื่องนี้ไปบอกกล่าวแก่ผู้อาวุโส เมื่อพบสตรีนางนี้
หรือเจอคนที่มีนามว่า หนานกง เหว่ย หรือพบเจอคนที่
มีรูปลักษณ์เหมือนในภาพ เราจะรีบแจ้งข่าวให้แก่เจ้า
ทันที ข้าเองก็จะช่วยเจ้าค้นหาเช่นกัน ” ตอนนี้ อู่ อวี้ ได้
นำพาเกียรติยศอันใหญ่หลวงมาให้แก่โอรสเล่อ แน่นอน
ว่ามันต้องให้ความสนใจกับความต้องการ อู่ อวี้ อย่างถึง
ที่สุด
” เพื่อความสบายใจของราชอารักษ์เล่อ ตัวข้าพอมี
อิทธิพลอยู่ภายในอาณาเขตสมุทรปีศาจ ข้ากลัวว่านาง
จะถูกพวกปีศาจสมุทรจับตัวไป หากเป็นดั่งที่คิด ข้ายัง
สามารถขอให้พวกมันช่วยค้นหาหรือสอบถามเพิ่มเติมได้
” ไห่เซินกล่าว
หาก อู่ อวี้ พึ่งพาตนเองเพียงลำพัง เขาย่อมไม่ได้รับ
ข้อมูลข่าวสารใด ๆ อย่างแน่นอน ตอนนี้เขาจึงได้ฝาก
ความหวังของตนไว้กับคนเหล่านี้ อย่างน้อย ๆ ด้วยวิธีนี้
โอกาสในการค้นหาตัวหนานกงเหว่ยก็เพิ่มขึ้นอีกนับ
หมื่นเท่า หากให้เขาค้นหาด้วยตนเอง ความเป็นไปได้ที่
จะพบตัวนางคงเล็กน้อยยิ่ง
หนานกง เหว่ย กับ ลั่วผิน สตรีทั้งสองนางทำให้
ความคิดของ อู่ อวี้ ว้าวุ่นเล็กน้อย
รุ่งอรุณใกล้เข้ามา ภายในบ่อสุราป่าเนื้อ เสียงดนตรี
บรรเลงผสานสุรเสียงเสนาะหูขับกล่อมร่ายรำอ่อนช้อย
เสียงหัวเราะของโอรสเล่อกับเหล่าสหายของเขาในที่สุด
ก็จบลง เสมือนดั่งคำกล่าวที่ว่างานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา
เมื่อพวกมันทยอยกันเดินออกจากตำหนักโอรสเล่อ
ความเงียบสงบก็กลับคืนสู่ตำหนักโอรสเล่ออีกครั้ง
สุรารสเลิศที่หมักขึ้นมาจากวิญญาณเซียน ต่อให้เป็น
อาณาจักรการฝึกตนระดับพวกมัน หากดื่มมากเกินไปก็
จะมึนเมาได้เช่นกัน ยามนี้ หนานซาง หวางเยว่ , โอรส
เล่อ และคนอื่น ๆ ก็ตกอยู่ในสภาพเมามายไร้สติ
หลังงานเลี้ยงเลิกรา อู่ อวี้ ก็โยน หนานซาง หวางเยว่
กลับเข้าไปไหนตำหนักราชอารักษ์
หลังจากได้ยินข่าวของลั่วผิน เขาก็ปรารถนาจะไขว่คว้า
ไล่ตามหาวิถีเต๋า เพื่อให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้น จะได้ใกล้ชิด
กับนางได้มากยิ่งขึ้น
สี่มหาพลังอิทธิฤทธิ์ก็ไม่มีสัญญาณของความคืบหน้าใด
ๆ ซึ่งเขาจำเป็นต้องใช้ความพยายามมากกว่านี้ ส่วน
อาณาจักรเต๋าที่อยู่เหนือขึ้นไป แม้ว่าเขาจะมีความ
คืบหน้าอย่างใหญ่หลวง แต่การจะบรรลุระดับถัดไปนั้น
ก็ยังมีระยะห่างอยู่อีกเล็กน้อย อู่ อวี้ ต้องศึกษาวงเวท
ค่ายกลระดับสูงมากขึ้น ปรุงโอสถสมุนไพร สัมผัส
ประสบการณ์การต่อสู้มากยิ่งขึ้น หากเข้าใจ ตัวเขาก็
สามารถก้าวหน้าต่อไปได้อีก
ส่วนร่างกลืนสวรรค์ นับว่าแข็งแกร่งมากแล้ว
หลังจากครุ่นคิดพิจารณา เขาก็เตรียมตัวใช้เวลาเพื่อ
เรียนรู้เคล็ดวิชาเต๋าก่อน เนื่องจากในท้ายสุดแล้วร่าง
อวตารนอกวิถีคือพลังอิทธิฤทธิ์ของเทพเซียน ไม่ว่าจะ
เป็นเคล็ดวิชาเต๋าใด ๆ เขาสามารถปลดปล่อยมันออกไป
ได้อย่างไร้ขีดจำกัด และตัวเขาก็มีสิ่งของล้ำค่าอย่าง
วิหารบัญญัติเต๋าปีศาจอยู่ในมือ
เมื่อ หนานาซาน หยางเยว่ สงบลงแล้ว เขาก็เริ่ม
ไตร่ตรองเต๋าของตน เช่นเดียวกับโอรสเล่อ เขาเป็นคนที่
มีความสำคัญค่อนข้างต่ำสำหรับ อู่ อวี้ ภายในตำหนัก
ราชอารักษ์มีสถานที่ฝึกฝนพิเศษจำเพาะ เขาไม่ต้อง
สนใจว่าจะมีผู้ใดมาพบเห็นเจดีย์ล่องกำเนิด แน่นอนเมื่อ
ยามนี้เขาจึงเข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ภายในเจดีย์ล่อง
กำเนิด ซึ่งมันสามารถเพิ่มเวลาในการฝึกฝนบำเพ็ญตน
ของเขาขึ้นเป็นสองเท่า อย่างเช่น 2 วันในเจดีย์ล่อง
กำเนิด สำหรับภายนอกผ่านไปแค่ 1 วันเท่านั้น
ภายในเจดีย์ล่องกำเนิด อู่ อวี้ ได้นำวิหารบัญญัติเต๋า
ออกมา มันคือแผ่นโลหะที่เก็บมาได้จากเส้นทางเซียน
บรรพกาล ด้านบนสลักอักษรสี่คำว่า บัญญัติเต๋าแห่ง
ธรรมชาติ ซึ่งดูราวกับหงส์ร่อนมังกรรำไว้! คนธรรมดาไม่
สามารถมองเห็นได้เพราะนี่ศาสตราเต๋าวิถีแท้อย่าง
แท้จริง อู่ อวี้ กำลังปฏิบัติตามวิถีการบ่มเพาะอันเก่าแก่
อีกครั้ง บัดนี้เขาได้เข้ามาสู่โลกแห่งภาพลวงตาของวิหาร
บัญญัติเต๋าปีศาจ ภายในวิหารบัญญัติเต๋าปีศาจถูกปก
คลุมไปด้วยหมอกควันทั่วทุกแห่งหน ท่ามกลางหมอก
ควัน สามารถแลเห็นปีศาจผู้เฝ้าพำนักอยู่บนเวทีท้าทาย
อันที่จริงร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ก็เป็นส่วนหนึ่งของ
ร่างต้นด้วยเช่นกัน จึงสามารถติดตามเขาเข้ามาสถานที่
แห่งนี้ เพื่อช่วยเหลือ อู่ อวี้ ในภารกิจต่อสู้ท้าทายรับ
เคล็ดวิชาเต๋าที่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้
ไม่ได้ทำเช่นนี้ เพราะในท้ายสุดแล้วเคล็ดวิชาเต๋าจะ
แสดงผลออกมาอย่างเต็มประสิทธิภาพได้จากร่างต้น
เท่านั้น ดังนั้นเขาจึงต้องการใช้ความแข็งแกร่งที่แท้จริง
ของร่างต้น ท้าทายเผชิญหน้ากับเคล็ดวิชาเต๋าที่โจมตี
เข้ามาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อพยายามทำความคุ้นเคยกับ
เคล็ดวิชาเต๋านี้ เพื่อรับรู้ดื่มด่ำกับพลังอำนาจของเคล็ด
วิชาเต๋านี้อย่างแท้จริง ต้องเรียนรู้ความสามารถเพิ่มเติม
เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับตนเองมากที่สุด
นอกจากจะช่วยทำให้เคล็ดวิชานั้นมีประสิทธิภาพมาก
ยิ่งขึ้น ยังสามารถช่วยประหยัดเวลาอีกด้วย
ท่ามกลางวิหารบัญญัติเต๋าปีศาจ อู่ อวี้ มิได้รู้สึกกังวลใจ
อันใดเป็นพิเศษ แต่เขายังคงมองหาสิ่งที่เหมาะกับเขา
มากที่สุด เป็นเคล็ดวิชาเต๋าที่เขาสามารถปลดปล่อยมัน
ออกมาได้อย่างเต็มที่
แน่นอนว่าเขาต้องท้าทายผู้สร้างเคล็ดวิชาเต๋านี้ด้วย
หลังจากผ่านช่วงเวลาไตร่ตรองมาได้สักพักหนึ่ง อู่ อวี้ ก็
ตัดสินใจเลือกเคล็ดวิชาเต๋าที่มีชื่อว่า ‘ดัชนีฮวงอู่สลาย
เต๋า’ เคล็ดวิชาเต๋านี้ ถูกก่อตั้งขึ้นโดยผู้อาวุโสพรรคเต๋า
วิถีอสูร นามว่า บรรพชนฮวงอู่ ย้อนกลับไปในช่วงเวลา
อันยาวนาน ร่างกายของบรรพชนปีศาจนี้ เป็นอสูรอัน
แปลกประหลาดที่ถูกเรียกว่าอสูรฮวงอู่ เดิมทีมันก็มีพลัง
มากล้นอยู่แล้ว หลังจากกลายเป็นปีศาจ ความสามารถ
ของมันทั้งหมดก็ยิ่งถูกดึงขึ้นมา เรียกได้ว่าอยู่ในระดับ
ต้น ๆ โดยเฉพาะคุณสมบัติพิเศษ ที่สามารถดูดซับ
สภาพแวดล้อม สิ่งมีชีวิตที่อยู่โดยรอบแม้กระทั่งชีวิตของ
ศัตรู ต่อให้สภาพแวดล้อมจะเป็นป่าชุ่มเขียวขจี แต่ก็
ต้องแห้งแล้งเฉาตาย หรือแม้กระทั่งอสูรผู้มีสายโลหิตอัน
พิเศษ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับมัน ก็ต้องดับดิ้นมลายสูญ
ลงไปในที่สุด
บรรพชนฮวงอู่มีทักษะความสามารถอยู่ในสายโลหิตของ
ตนเอง ซึ่งมันถูกปลดปล่อยออกมาในรูปแบบของเคล็ด
วิชาเต๋า และดัชนีสลายเต๋า คือศูนย์รวมแห่งพลังอำนาจ
ของอสูรฮวงอู่ ดูเหมือนว่ามันแข็งแกร่งยิ่งกว่าเคล็ดคช
สารเทวะสะท้านอเวจีหลายเท่านัก อีกทั้งยังมีคุณสมบัติ
ในการเจาะทะลุทะลวง รวมถึงอำนาจทำลายล้างอันน่า
สะพรึงกลัว ซึ่งนับเป็นความสามารถอันดีเยี่ยมและ
ค่อนข้างโหดเหี้ยม โดยเฉพาะเมื่อมันถูกใช้ออกโดยร่าง
อวตารนับหมื่นของ อู่ อวี้ หลังจากควบแน่นผสานหลอม
รวมเข้าด้วยกัน อำนาจที่ถูกปลดปล่อยออกไปนั้น จะ
โหดเหี้ยมอำมหิตน่าสะพรึงกลัวอย่างถึงที่สุด
แต่เป็นเรื่องจริงที่ว่า เขาจะต้องรอจนกว่าการต่อสู้ของ
เขาจะประสบผลสำเร็จเสียก่อน หากยังมิได้แก่นแท้แห่ง
มหาวิถีเต๋า ต่อให้กล่าวถึงดัชนีฮวงอู่ไป มันก็ไร้ประโยชน์
อยู่ดี หลังจาก อู่ อวี้ กำหนดเป้าหมายแล้ว สิ่งสำคัญ
ที่สุดสำหรับเขาในตอนนี้ก็คือการเอาชนะบรรพชนฮวงอู่
ในการท้าทายให้จงได้
ภายในวิหารบัญญัติเต๋าปีศาจ ได้เก็บรักษา
ความสามารถอันแปลกประหลาดของบรรพชนฮวงอู่ไว้
นี่คือสมบัติ และ มรดกที่บรรพชนฮวงอู่ทิ้งไว้ให้ชนรุ่น
หลังได้ฝึกฝนด้วยตนเอง
อู่ อวี้ เข้าสู่เวทีท้าทายอย่างไม่ลังเล
เบื้องหน้าเขา มีชายชราคนหนึ่งปรากฏกายขึ้นอย่าง
รวดเร็ว ชายชราผู้นี้หันหน้าไปทาง อู่ อวี้ ในร่างมนุษย์
ยืนเอามือไพล่หลังสีหน้าไร้ซึ่งความแยแส เมื่อ อู่ อวี้
เดินเข้ามา เขาก็ค่อย ๆ ชี้นิ้วมือขึ้นมาเบื้องหน้าอย่างช้า
ๆ เห็นได้ชัดเจนว่าเหนือนิ้วของเขามีเกลียวหมอกสีทอง
ยาวราวกับอสรพิษ มีละอองสีทองเล็ก ๆ ห่อหุ้มนิ้วมือ
หมุนเวียนวนไปวนมาอยู่รอบ ๆ ให้ความรู้สึกราวกับว่า
มันเติบโตขึ้นมาได้ ขณะเดียวกันก็ทำให้ อู่ อวี้ ได้ถึง
ความมืดที่คืบคลานเข้ามาในจิตใจ
หากยังไม่ยอมขยับตัวเคลื่อนไหว ปลายดัชนีนี้จะพุ่งแทง
เข้าใส่ อู่ อวี้ !
นี่คืออำนาจของดัชนีฮวงอู่สลายเต๋า หนึ่งดัชนีแหวกผ่า
อากาศไร้ลักษณ์ ระเบิดพลังปราณอันแรงกล้า บังเกิด
เป็นคลื่นพลังกวาดผ่านเฉกเช่นดั่งพายุ เนื่องจากไร้ซึ่ง
สรรพชีวิตอื่น ๆ ดังนั้นจึงไม่แลเห็นได้ว่า อำนาจทำลาย
ล้างขยี้โลกาของดัชนีฮวงอู่สลายเต๋า แท้จริงแล้วเป็นเช่น
ไร!
อย่างไรก็ตามสัญชาตญาณอันแหลมคมของ อู่ อวี้
สัมผัสถึงมันได้อย่างชัดเจน ก่อนที่มันจะพุ่งเข้ามาถึงตัว!
เขารู้สึกว่าเคล็ดวิชาเต๋าประเภทนี้ เหมือนกับ
ความสามารถของร่างกลืนสวรรค์อยู่เล็กน้อย
ความสามารถของฮวงอู่ นี่คือพลังแห่งการปล้นชิงชีวิต
ทุกสรรพสิ่งจะพังพินาศตกอยู่ในห้วงแห่งความตาย
เนื่องจากมีความสามารถคล้ายคลึงกันดังนั้น อู่ อวี้ จึง
ควรเข้าใจมันได้ง่ายกว่านี้เล็กน้อย และนี่คือเหตุผลที่ อู่
อวี้ จะเลือกเคล็ดวิชาเต๋านี้!
เขาเริ่มดำดิ่งสู่การต่อสู้กับบรรพชนฮวงอู่ ตลอดทั้งทิวา
ราตรี
ภายในวิหารบัญญัติเต๋าปีศาจนั้นเงียบสงบเป็นอย่างยิ่ง
ไร้ซึ่งผู้คนรบกวน ดังนั้น อู่ อวี้ จึงสามารถจมดิ่งไปกับ
การต่อสู้ได้อย่างสมบูรณ์ ท่ามกลางการต่อสู้หากพลั้ง
พลาดไขว้เขวเพียงนิด สามารถทำให้อีกฝ่ายตกอยู่ใน
ห้วงอันตรายถึงชีวิต และ ความตายได้ เมื่ออยู่ใน
ช่วงเวลานั้นเขาจะสามารถกระโดดออกมาได้ทุกเมื่อ
หากเป็นผู้อื่นคงจะไม่สามารถทำเช่นนี้ได้ เมื่อตกอยู่ใน
อันตราย อู่ อวี้ จะกระโดดฝ่ามิติออกมา เมื่อคิดแผนโต้
กลับได้แล้วก็จะกระโดดกลับเข้าไปใหม่ ยอมรับการ
ทดสอบพร้อมต่อสู้กับบรรพชนฮวงอู่อีกครั้ง เผชิญหน้า
กับการโจมตีจากดัชนีฮวงอู่สลายเต๋าของบรรพชนฮวงอู่
พยายามต้านรับและทำความเข้าใจมัน ส่งผลให้เขาค่อย
ๆ ตระหนักขึ้นมาได้ว่า เคล็ดวิชาเต๋าชนิดนี้ทรงพลังเป็น
อย่างมาก
เสมือนดั่งคำพูดที่ว่า รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง
สถานะปัจจุบันของลั่วผิน ได้ช่วยกระตุ้นให้เขามีความ
พยายามใคร่อยากที่จะก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น ดังนั้นเขาจึง
ต่อสู้ท้าทายกับบรรพชนฮวงอู่อย่างบ้าคลั่ง ในระหว่าง
นั้นบรรพชนฮวงอู่ก็เริ่มไม่สามารถบดขยี้ไล่ต้อน อู่ อวี้
ได้อีก เพราะหลังจากรับการโจมตีซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาก็
เริ่มคุ้นเคยกับมันมากขึ้นเรื่อย ๆ ทว่าหลังจากผ่านไปห้า
วันในที่สุด อู่ อวี้ ก็ทำสำเร็จ อย่างไรก็ตามสภาพของเขา
ก็เรียกได้ว่าอ่อนล้าเต็มที่แล้วเช่นกัน นับว่าโชคดีที่เขา
สามารถเอาชนะดัชนีฮวงอู่สลายเต๋าได้สำเร็จ ส่งผลให้
ยามนี้เขารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก หลังจากนั้น อู่ อวี้ ก็
เริ่มฝึกฝนบ่มเพาะดัชนีฮวงอู่สลายเต๋า ภายในวิหาร
บัญญัติเต๋าปีศาจแห่งนี้ทันที
นี่เป็นครั้งแรกที่ อู่ อวี้ ปลดปล่อยการโจมตีจากเคล็ด
วิชาเต๋าด้วยนิ้วมือเพียงข้างเดียว ในความเป็นจริงนิ้วก็
เสมือนกระบี่ ยิ่งฝึกฝนเท่าไหร่ ก็ยิ่งชำนาญมากเท่านั้น
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ