กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 84 : หลาน สุ่ยเยว่
“เจ้าต้องการ กายาเพชรอมตะ ขั้นที่ 2 ? บังเอิญจัง
ท่านย่าผู้นี้ก็เคยฝึกฝนมันมาพอดีเลย”
ในตอนก่อนที่ อู่ อวี้ จะเข้าสู่หอคัมภีร์นั้น หมิงซวง ก็
ได้เอ่ยถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน แต่แค่ฟังจากน้าเสียง
ของนางก็พอจะรู้แล้วว่านางต้องการสิ่งใด
“มีเงื่อนไขอะไร?” อู่ อวี้ ที่เข้าใจความคิดของนาง
จึงได้ถามเปิดประเด็นออกไปอย่างตรงไปตรงมา
กล่าวตามตรง อู่ อวี้ อยากจะได้เคล็ด กายาเพชร
อมตะ ขั้นที่2 มาไว้ในครอบครองเป็นอย่างมาก
หมิงซวง หัวเราะคิกคัก จากนั้นก็กล่าวว่า “ไม่ต้อง
กล่าวมาตรงๆเช่นนี้ก็ได้ ข้ารู้สึกขวยเขินจริงเชียว ท้า
ราวกับข้าเป็นปีศาจใจยักษ์ใจมารไปเสียได้”
“แล้วเจ้าจะให้ข้ามาฟรีๆหรือยังไงล่ะ?” อู่ อวี้ เอ่ย
ขึ้น
“แน่นอนว่าไม่ได้ การแลกเปลี่ยนของซื้อของขาย
มันเป็นกฎตายตัวอยู่แล้ว เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ไว้
หลังจากที่ข้าฟื้นคืนชีพแล้ว เจ้าก็แค่ช่วยอะไรข้านิดๆ
หน่อยๆก็พอ เมื่อถึงเวลานั้น ไม่ว่าข้าจะให้ท้าอะไร
เจ้าก็จงท้าตามที่ข้าสั่ง”
“ไม่มีทาง”
ในตอนนี้ อู่ อวี้ ยังไม่รู้ว่านางเป็นคนดีหรือคนเลว
หากตอบตกลงไป และ ในอนาคตนางกลับสั่งให้เขา
ไปสังหารผู้บริสุทธิ์นับหมื่น ยังไงเขาก็ไม่มีวันยอมที่จะ
ท้าเด็ดขาด
“ไอ้หยา เจ้าลิงโง่ กระทั่ง เคล็ดกายาเพชรอมตะ
เจ้ายังไม่อยากได้เลยหรือ?” หมิงซวง เอ่ยขึ้นด้วย
โทสะ
อู่ อวี้ ครุ่นคิดอยู่สักพัก จากนั้นก็กล่าวว่า “ข้ามี
หลักการเป็นของตนเอง เงื่อนไขที่ไม่มีความแน่นอน
เช่นนี้ ข้าไม่สามารถท้าข้อตกลงด้วยได้ นอกจากนี้
พลองทองสมปรารถนา ก็ยังเลือกข้าให้เป็นผู้สืบทอด
อีกด้วย ส่วนท่านก็เป็นเพียงแค่ผู้รับเคราะห์ประสบ
อุบัติเหตุ ฉะนั้นข้าจึงคิดว่าต่อไป ท่านราชาวานร
จะต้องมอบสมบัติสืบทอดบางอย่างให้แก่ข้าเป็นแน่
แท้”
เขาไม่เชื่อว่าตนที่ได้รับ กายาเพชรอมตะขั้นที่ 1
มาแล้ว จะไม่ได้รับขั้นที่ 2 ต่อ
“ชิชะ! มารดาผู้นี้อยากจะบ้าตาย กระต่ายน้อย
อย่างเจ้ากลับกล้าแข็งขืนเช่นนี้ หึ! ปากแข็งไปเถอะ!
ข้าจะรอดูว่าเจ้าจะได้รับ กายาเพชรอมตะขั้นที่ 2 มา
ได้ยังไง!”
หมิงซวง โกรธจัดจนถึงกับก่นด่าเป็นเวลานาน เมื่อ
เห็นว่า อู่ อวี้ ก็ยังไม่สนใจอีก ต่อมาสักพักนางจึงเริ่ม
ปิดปากเงียบลง
เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเขาและ หมิงซวง นั้น ยังไง
ก็ไม่รู้สึกคุ้นชินเสียที จริง ๆ แล้วเขาไม่ได้อยากจะท้า
ข้อตกลงกับนางเลยสักนิด เพราะใครจะรู้ว่าใน
เงื่อนไขที่นางให้มาจะมีกับดักในอนาคตรออยู่ ?
แต่ส้าหรับตอนนี้กล่าวได้ว่า ทั้งเคล็ดมหาวิถีเทียน
เซียน และ เคล็ดตรึงกายานั้น ถือได้ว่าไม่เลวเลย
ทีเดียว
ยามที่มีเวลา อู่ อวี้ ก็ได้ลองพยายามสื่อสารกับ พลอง
ทองสมปรารถนา ดู ซึ่งที่ไหนสักแห่งในส่วนลึกใน
ร่างกาย เขาสามารถสัมผัสได้ถึงตัวตนอันเลือนรางได้
ขณะที่ หมิงซวง ก้าลังก่นด่าสาปแช่งอยู่นั้น อู่ อวี้ ก็
เปิดประตู หอคัมภีร์ และ ก้าวเดินเข้าไป
ที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ มีเทียนนับร้อยเล่มที่มอบ
แสงสว่าง ตู้ชั้นวางหนังสือมากมายถูกแสงจากอีกฟาก
หนึ่งส่องมาจนท้าให้เกิดเงาเรียบไปกับผนังมากมาย
ซึ่งชั้นวางหนังสือนั้นหากกวาดด้วยสายตาคร่าว ๆ คง
นับได้ประมาณ 100 ตู้ แถมทุกตู้ชั้นวางหนังสือก็ยังมี
คัมภีร์ต่างๆถูกวางลงบนชั้นหนังสืออย่างบรรจง มีทั้ง
คัมภีร์เก่า-ใหม่ ผสมปนเปกันไป และทุกคัมภีร์ ล้วน
แต่เป็นวิชาเต๋าทั้งสิ้น
“ แม้ว่าวิชาเต๋าจะมีมากมายก็จริง แต่ว่าน่าจะ
เลือกวิชาเต๋าให้เหมาะสมภายในขั้นหลอมรวม
ลมปราณ ระดับ 5 ก็พอ หาไม่แล้ว หากน้าออกไปก็
คงจะท้าให้การฝึกฝน เชื่องช้าจนเสียเวลาเปล่า”
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงมาเลือกเคล็ดวิชาเต๋าวิชาแรก
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เขาที่พึ่งจะได้รับเคล็ดวิชาเต๋าวิชา
แรกนั้น จึงท้าให้เกิดการครุ่นคิดอย่างหนัก เพราะ
เขาจะต้องคิดให้รอบคอบเสียก่อนที่จะเลือกเคล็ดวิชา
เต๋า ม้วนที่สอง ต่อไป
“กฎของ เจดีย์ค้นหาเต๋า ระบุเอาไว้ว่าทุกครั้งที่
ขึ้นมาท้าทาย ก็จะมีโอกาสเข้าสู่ หอคัมภีร์ และ
สามารถน้าวิชาเต๋าออกไปได้ 1 ม้วน ในแต่ละชั้นจะ
สามารถท้าทายได้มากที่สุดสองครั้ง และสามารถน้า
วิชาเต๋าออกไปได้ 2 ม้วน ซึ่งในเจดีย์ค้นหาเต๋านั้น
สามารถน้าวิชาเต๋าออกไปได้สูงสุด 10 ม้วน”
แล้วทั้งหมดจะถูกตรวจสอบจาก อาวุโส กูตู๋
“ สามารถน้าออกไปได้ทั้งหมด 10 ม้วน และทุก
ชั้นจะสามารถน้าออกไปได้สูงสุด 2 ม้วน ซึ่งต่อไปจะ
เป็นการท้าทายในชั้นที่ 5 ดังนั้นข้าจึงมาได้อีกแค่ครั้ง
เดียว แน่นอนว่าหลังจากชั้นที่ 5 ไปแล้ว เคล็ดวิชา
เต๋าก็จะยิ่งมีคุณภาพขึ้นไปตามล้าดับ ฉะนั้นรอบ
ต่อไปข้าจะต้องเลือกคว้าในชั้นสูง ๆ เข้าไว้”
อู่ อวี้ ก็ได้ท้าการวางแผนเอาไว้อย่างเสร็จสรรรพแล้ว
ในตอนนี้เขามีความเข้าใจเกี่ยวกับตัวของ ราชาวานร
มากขึ้น ผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้เป็นถึงเซียนอมตะที่อยู่บน
สวรรค์! ท้าให้ อู่ อวี้ เกิดความมั่นใจขึ้นว่าอย่างน้อย
การที่เขาจะได้บรรลุถึงขั้น สร้างแกนนภา ก็ไม่ใช่
ปัญหาใหญ่อะไร ซึ่งในสายตาของเขานั้น เมื่อน้าตน
ไปเทียบกับศิษย์คนอื่นๆ ตัวเขาถือว่ามีมาตรฐานสูง
กว่ามากทีเดียว
ทุกครั้งที่ได้คิดถึงความแข็งแกร่งและความโชคดีของ
ตน ก็ท้าให้ อู่ อวี้ อดที่จะตื่นเต้นออกมาไม่ได้
แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่สามารถกล่าวให้ใครได้ล่วงรู้ได้
แน่นอนว่ารวมถึง เฟิง ซัวหยา ด้วยเช่นกัน
หากความลับนี้เล็ดลอดหลุดออกไป เกรงว่าเขาคงจะ
ไม่สามารถรักษาชีวิตได้เป็นแน่แท้
ขณะที่ก้าลังครุ่นคิดไปมาอยู่นั้น สายตาของเขาก็
กวาดมองไปยังคัมภีร์ต่างๆนาๆบนตู้ชั้นวางหนังสือ
ในตอนนี้เขาก้าลังอยู่ใน หอคัมภีร์ ชั้นที่4 แน่นอนว่า
วิชาเต๋าที่อยู่ภายในชั้นแห่งนี้จะต้องมีความแข็งแกร่ง
กว่า ‘ราชันย์เทพอสนีบาต’ อย่างเทียบไม่ติด
“มีใครมา?”
ใน หอคัมภีร์ ที่มืดสลัว และ ไม่น่าจะมีใครอยู่นั้น อู่
อวี้ กลับปรากฏความรู้สึกว่าด้านหลังของเขามีคนยืน
อยู่
เขาพึ่งเข้ามายังไม่ถึง 10 ลมหายใจเลยด้วยซ้า
“ ข้าพึ่งท้าทายในชั้นที่ 4 ได้ส้าเร็จ แล้วจะไปมีใคร
ได้อย่างไร หรือว่ามีคนขึ้นมาท้าทายกับพวกเขาทั้ง 5
จนสามารถเข้ามายัง หอคัมภีร์ ภายในชั้นที่ 4 ได้
ส้าเร็จ?”
แต่นี่ไม่ใช่การฝุาฝืนกฎหรอกหรือ ?
อู่ อวี้ ส่งสายตาหันกลับไปมอง จากนั้นเขาก็มองเห็น
คนผู้หนึ่งก้าลังผลักประตูเข้ามายัง หอคัมภีร์แห่งนี้
และเข้ามาอยู่ในระยะสายตาของ อู่ อวี้
แม้ว่าแสงจะค่อนข้างสลัว แต่สตรีที่อยู่ด้านหน้าของ
เขาในตอนนี้ กลับให้ความรู้สึกว่านางนั้นเปล่ง
ประกายอย่างยิ่ง ทั้งชุดของแม่นางผู้นี้เป็นสีสีน้าเงิน
ล้วน ซึ่งรวมถึง ที่ห้อยพู่กระบี่ด้วยเช่นกัน ผมของนาง
ถูกมัดรวบเป็นช่อ จมูกและคิ้วประณีตราวกับหยก
ดวงตาสดใสเปล่งประกาย และ ฟันอันขาวบริสุทธิ์ผุด
ผ่อง เมื่อมองลึกลงไปในดวงตาของนางนั้น จะเห็นถึง
ความเฉลียวฉลาดยิ่ง นางมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับ
อู่ อวี้ รูปทรงของนานนับว่าไม่เลวเลยทีเดียว แม้ว่า
ความงามของนางจะไม่อาจเทียบเท่า ซู หยานหลี่
แต่นางกลับชนะในเรื่องการกระตุ้นความรักอัน
กระชุ่มกระชวยของวัยหนุ่มสาว
“หลาน สุ่ยเยว่!”
อู่ อวี้ รู้จักสตรีนางนี้
แม่นางผู้นี้คือศิษย์ผู้สืบทอดของ หลาน ฮั้วหยุน นาง
นั้นถือได้ว่าเป็นคนรู้จักคนหนึ่งของ ซือตู๋ หมิงหลาง
แถมว่ากันว่านางกับ หลาน ฮั้วหยุน ยังมี
ความสัมพันธ์เป็นเครือญาติกัน ได้ยินมาว่ามีคนผู้หนึ่ง
เคยได้ยินนางเรียก หลาน ฮั้วหยุน ว่าท่านปูา
ถ้าให้กล่าวโดยตามจริงแล้ว ภายในนิกายกระบี่
สวรรค์ นางถือเป็นศิษย์ของ หลาน ฮั้วหยุน ที่เปรียบ
ดั่งองค์หญิงน้อยอย่างแท้จริง เมื่อเดินไปทางไหนนาง
ก็มักจะตกเป็นเปูาสายตาตลอด เป็นเพราะการที่นาง
ได้มี หลาน ฮั้วหยุน คอยปกปูอง นางจึงมีนิสัย
ค่อนข้างโอหังและถือดี ท้าให้นางจึงเป็นหนึ่งในคนที่
ไม่ควรไปกระตุ้นต่อมอารมณ์มากที่สุดภายในนิกาย
กระบี่สวรรค์
เนื่องจาก อู่ อวี้ ได้สังหาร ซือตู๋ หมิงหลาง ต่อหน้าต่อ
ตานาง ในการแข่งขันที่สนามประลองเซียนไท่ นางที่
ถือว่าเป็นผู้สนับสนุนของ ซือตู๋ หมิงหลาง จึงท้าให้
นางโกรธแค้น อู่ อวี้ ไม่เบาเลยทีเดียว
และส้าหรับเอง อู่ อวี้ นางถือเป็นบุคคลระดับ
เดียวกับ ซู หยานหลี่ เลยก็ว่าได้ เขาจึงไม่อยากจะเข้า
ไปยุ่งเกี่ยวหรือตอแยด้วย ในเวลานี้นางปรากฏตัวอยู่
ตรงหน้าของเขา เขาจึงตรวจสอบระดับพลังของนาง
อีกครั้ง เขาก็ได้พบว่า หลาน สุ่ยเยว่ อยู่ในขั้นหลอม
รวมลมปราณ ระดับที่ 4 ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับ
เจียง จุนหลิน ที่ยังไม่ได้สร้างรากฐานเซียน
บัญญัติก่อก้าเนิดจุดที่ 4 มีชื่อเรียกว่า ‘ท่ายชง’ ซึ่งอยู่
ในบริเวณหลังฝุาเท้า อยู่ตรงร่องรอยต่อของกระดูก
ฝุาเท้าที่ 1 กับ 2 ซึ่งมีทั้งฝาเท้าข้างซ้าย และ ขวา
ฉะนั้นบัญญัติต่อก้าเนิดในจุดที่ 4 จึงแบ่งออกเป็น 2
ส่วน และเมื่อน้ามารวมกันถึงจะเป็นบัญญัติก่อก้าเนิด
ที่สมบูรณ์
บัญญัติก่อก้าเนิดทั้ง 4 จุด จะอยู่ในบริเวณ หน้าอก ,
ศีรษะ ,ฝุามือ , และ ฝุาเท้า
อาจกล่าวได้ว่า หลาน สุ่ยเยว่ มีสถานะสูงส่งใน นิกาย
กระบี่สวรรค์ ซึ่งไม่แตกต่างกับ เจียง จุนหลิน ของ
พรรคจงหยวนมากนัก ว่ากันว่าขนาดศิษย์สืบทอด
ล้าดับที่ 2 และล้าดับที่ 3 ของผู้พิทักษ์สูงสุด หลาน
ฮั้วหยุน ก็ยังยก หลาน สุ่ยเยว่ เป็นศิษย์เอกผู้สืบทอด
ถึงแม้พวกเขาจะแข็งแกร่งกว่านางอย่างมากก็ตามที
อู่ อวี้ ไม่คาดหวังว่านางจะมาอยู่ที่นี่ด้วย ทันใดนั้น
นางก็หันหน้ามาเผชิญหน้ากับ อู่ อวี้ ในแบบที่เรียกว่า
ตัวต่อตัว
มองเลยไปที่ด้านหลังของนาง ก็พบว่าผู้ใช้กระบี่เบญจ
ธรรม 5 อยู่ในสภาพก้าลังตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืน
หากเดาสถานการณ์เกรงว่า หลาน สุ่ยเยว่ นั้น
พยายามที่จะเข้ามาในหอคัมภีร์ แต่พวกเขาทั้ง 5 ไม่
สามารถหยุดยั้งนางได้แม้แต่เพียงก้าว หลังจาก
ทั้งหมด อู่ อวี้ เพียงท้าให้พวกเขาได้รับความพ่ายแพ้
ไปเท่านั้น
“อู่ อวี้ … เป็นเจ้า!”
หลาน สุ่ยเยว่ มองชายที่อยู่ด้านใน แต่สีหน้าของนาง
ไม่เปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่น้อย ยังคงเยือกเย็นราว
กับน้าแข็ง และในตอนนี้เหมือนกับว่าบรรยากาศ
ภายในห้องคัมภีร์เยือกเย็นลง
” ตามกฎระเบียบของหอคัมภีร์ ข้าเพิ่งชนะพวกเขา
มา ดังนั้นภารกิจของพวกเขายังไม่เสร็จสิ้น และ ท่าน
ยังไม่สามารถเข้ามาท้าทาย ได้ทันที หรือ เข้ามาในนี้
ได้ ” อู่ อวี้ รู้สึกไม่พอใจที่นางมีพฤติกรรมวาง
อ้านาจบาตรใหญ่ ฝุาฝืนกฎเช่นนี้
” เจ้าถือดีอย่างไร ถึงได้กล่าวเช่นนี้กับข้า หรือเจ้า
จะจัดการข้าอีกคน! ”
หลังจาก หลาน สุ่ยเยว่ กล่าวจบ นางก็ปิดประตูเสียง
ดัง ปัง! จากนั้นก็เดินเข้ามาด้านในหอคัมภีร์ ท้าให้
ผู้ใช้กระบี่เบญจทั้ง 5 ได้ถูกขังเอาไว้อยู่ด้านนอก
” กฎอันใด ข้ามาที่นี่เป็นครั้งที่ 5 แล้ว ข้าเอาเคล็ด
วิชาเต๋าไปแล้ว 7 ม้วน ผู้ใดคิดจะขวางทางข้า จะต้อง
ไปคุยกับท่านอาจารย์ ”
หลาน สุ่ยเยว่ ยิ้มออกมาอย่างเยือกเย็น จากนั้นนางก็
กลายเป็นสายลมอันเย็นเยือกก้าวผ่านร่างของ อู่ อวี้
ไป เพื่อไปค้นหาเคล็ดวิชาเต๋า
“ใช่แล้ว” นางเดินผ่านเขาไปได้ไม่กี่ก้าว จากนั้น
หลาน สุ่ยเยว่ ก็หันหลังกลับมาแล้วกล่าวว่า “อู่ อวี้
ข้าจะล้างหนี้แค้นให้กับศิษย์น้อง ในไม่ช้าก็เร็วเราจะ
ได้เผชิญหน้ากัน เจ้าอย่าคิดว่าตนเองเป็นศิษย์ของ
ท่านเจ้านิกายแล้วจะมาเหิมเกริมเช่นนี้ ในสายตา
ของข้า หลาน สุ่ยเยว่ เจ้ามันก็แค่พวกชาติก้าเนิดที่
แสนต่้าต้อย เป็นแค่พวกข้าทาสน่ารังเกียจ! พวก
กระจอกยังไงก็เป็นพวกกระจอกอยู่วันยังค่้า อย่าคิด
ว่าตัวเองบินขึ้นไปอยู่บนยอด แล้วจะมาเปรียบเทียบ
กับเราได้ ”
“กระจอก? เจ้าช่วยพูดให้เสียงดังกว่านี้หน่อยได้
หรือไม่ มันฟังแทบจะเหมือนกับเสียงของนกกระจอก
ร้องแล้ว”
อู่ อวี้ ยิ้มขึ้นบาง ๆ เขารู้สึกเกียจคร้านเกินไปที่จะมา
สนใจนาง เห็นได้อย่างชัดเจนว่า หลาน สุ่ยเยว่ เป็น
อิสตรีที่มีนิสัยเสีย ซึ่งเหล่าองค์หญิงในพระราชวังส่วน
ใหญ่ก็มีนิสัยเช่นนี้ เขาจึงรู้สึกเคยชินกับมันแล้ว
“ฮึ!”
หลาน สุ่ยเยว่ ส่งเสียงไม่พอใจขึ้นมาในล้าคอ
นางไม่มีทางลงมือภายในหอคัมภีร์นี้ได้อย่างแน่นอน
หากนางลงมือ แล้วท้าให้เคล็ดวิชาเต๋ามากมายต้อง
ถูกท้าลายไป ต่อให้นางมีศักดิ์ฐานะสูงส่ง นางก็ยังถูก
จับคุมขังหลายปีอยู่ดี
” คอยดูเถอะ หากข้าสามารถปลูกฝังรากฐานเซียน
ได้เมื่อใด เมื่อนั้น ซู หยานหลี่ ก็จะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า
อีกต่อไป ส่วนเจ้าก็คงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน” หลาน
สุ่ยเยว่ ขยับริมฝีปากแดงระเรื่อของนาง ถึงแม้นางจะ
กล่าวออกมาอย่างเยือกเย็น แต่เมื่ออยู่ภายใต้แสง
เทียนนี้ ก็ท้าให้รู้สึกได้ถึงความเย้ายวนบางอย่าง
นางรู้ว่า เจียง จุนหลิน พ่ายแพ้ให้กับ อู่ อวี้ ในเวลา
นั้น หลาน สุ่ยเยว่ ก็ได้ยินข่าวคราวนี้เช่นกัน ซึ่งมัน
กระตุ้นให้นางรู้สึกกดดันมากยิ่งขึ้น และ แน่นอนว่า
มันท้าให้นางรู้สึกเกลียดชัง อู่ อวี้ มากยิ่งขึ้นด้วย
เช่นกัน
ตามปกติแล้วศิษย์ของเจ้านิกาย และ ศิษย์ของผู้
พิทักษ์สูงสุดมักจะต่อสู้ชิงดีชิงเด่นกัน ไม่ว่าทั้งต่อหน้า
หรือ ลับหลังอยู่เสมอ เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่
เพิ่งจะเกิดขึ้นในหนึ่ง หรือ สองวัน ซึ่งดูเหมือนว่ายาม
นี้ทางฝั่งของ เฟิง ซัวหยา ก้าลังเป็นฝุายได้เปรียบ!
“โอ้ว∼ น่ากลัวจริง ๆ ”
อู่ อวี้ ยิ้มขึ้นอย่างเย้ยหยัน ในเวลานี้เขาได้เปลี่ยน
สถานที่ในการค้นหาเคล็ดวิชาเต๋าแรกของตนเองแล้ว
ส่วนเรื่องของ หลาน สุ่ยเยว่ เขานั้นเลิกสนใจนางโดย
ปริยาย
พวกเขาทั้งสองต่างอยู่ภายในห้องปิดทึบ ซึ่งการที่ต้อง
มาอยู่ด้วยกันแบบนี้ ก็เป็นเหมือนการสร้างความ
ร้าคาญให้กับตัวเอง และ ฝุายตรงข้าม ซึ่งการที่ อู่ อวี้
ไม่ได้รู้สึกตื่นกลัว หรือ หวาดกลัวนาง ยิ่งท้าให้จิตใจ
ของนางรู้สึกกระสับกระส่ายยิ่งขึ้น
” ข้าจะต้องหลอมรวมลมปราณและผสานกับ
รากฐานเซียนให้ส้าเร็จจงได้ และจะต้องแข็งแกร่งยิ่ง
กว่าสตรีน่าเกลียด ซู หยานหลี่ นั่น!” หลาน สุ่ยเยว่
กัดฟันของนางอยู่ในความมืด จากนั้นกระทืบเท้าลง
อย่างรุนแรงด้วยความขัดใจ
อู่ อวี้ ก้าลังเดินผ่านชั้นวางคัมภีร์ชั้นแล้วชั้นเล่า ซึ่งใน
เวลานี้เขาก้าลังจมลงไปห้วงภวังค์
” พึ่งจะได้รับเคล็ดวิชาเต๋าวิชาแรก แต่กลับขึ้นมา
ยังสถานที่แห่งนี้ ช่างหาญกล้าเสียจริง”
ความจริงแล้ว การที่นางรู้สึกไม่พอใจ อู่ อวี้ นั้น ไม่
ได้มาจากเรื่องของ ซือตู๋ หมิงหลาง เนื่องจากว่านาง
ไม่ได้มีความสัมพันธ์ หรือ มีความรู้สึกใด ๆ กับ ซือตู๋
หมิงหลาง แม้แต่น้อย ซึ่งประเด็นหลัก ๆ ก็เป็นผลมา
จากการแข่งขันชิงดีชิงเด่นของเหล่าศิษย์สายตรง ซึ่ง
ศัตรูของนางก็คือ ซู หยานหลี่
เนื่องจากว่า หลาน สุ่ยเยว่ ยังเยาว์นัก ดังนั้นหาก
เปรียบเทียบเรื่องพรสวรรค์กันจริง ๆ แล้ว นางนั้นมี
พรสวรรค์สูงกว่า ซู หยานหลี่ แต่การกลับมาของ อู่
อวี้ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ท้าให้ภายในจิตใจของนางรู้สึกวิตก
กังวลขึ้นมาบางส่วน
” ข้าไม่สามารถเป็นอย่างที่ท่านปูาคาดหวังได้!”
หลาน สุ่ยเยว่ กัดฟัน จากนั้นนางก็ก้มศีรษะลง เพื่อ
ค้นหาเคล็ดวิชาเต๋าของตัวเองต่อไป ถึงแม้นางจะ
เลือกเคล็ดวิชาเต๋าเป็นวิชาที่ 7 แล้ว แต่ยังมีเคล็ดวิชา
เต๋าอยู่สองสามวิชา ที่ไม่ค่อยเหมาะกับนาง ท้าให้นาง
กลับมาเลือกใหม่
เวลาล่วงเลยผ่านไป
“สี่วันแล้ว!”
เมื่อ อู่ อวี้ มองเห็นเคล็ดวิชาเต๋า นับร้อยนับพันที่อยู่
เบื้องหน้า ความรู้สึกเพียงอย่างเดียวที่เขารู้สึกได้ก็คือ
มันช่างละลานตายิ่งนัก อีกทั้งยังเป็นการเลือกที่
ยากล้าบากอย่างยิ่ง
เคล็ดวิชาเต๋าที่มีคุณสมบัติของไฟ และ ทอง มีอยู่
ประมาณ 100 ชนิด ที่เขาชอบนั้น มีอยู่ประมาณ 10
ชนิด แต่ในท้ายที่สุดแล้วเค้าก็ต้องเลือกมาเพียง 1
ม้วนเท่านั้น ซึ่งคุณสมบัติแต่ละชนิดของทั้ง 10 ม้วนนี้
ก็มีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก
ดูเหมือนจะเป็นอย่างที่ท่านอาจารย์ เฟิง ซัวหยา ได้
คาดเอาไว้ เคล็ดวิชาเต๋าส่วนใหญ่นั้น เป็นเคล็ดวิชาที่
เหมาะกับวิถีแห่งกระบี่
ด้วยเหตุผลนี้เอง ถึงเคล็ดวิชาเต๋าทั้ง 10 ชนิดนี้จะมี
ความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่มีวิชาไหนที่
เหมาะสมกับเขาจริง ๆ เป็นเช่นดั่งเมื่อครั้งเลือก
ศาสตราเต๋าครั้งแรกในครานั้น
“วิชานี้ ‘เคล็ดเพลิงทองค้าพิโรธ’ ดูเหมือนเคล็ดวิชา
นี้ไม่ใช่วิชากระบี่”
ในที่สุด สายตา อู่ อวี้ ก็มุ่งตรงไปที่วิชาเต๋าม้วนหนึ่ง
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ