กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 844: ถ้ําโลหิตอเวจี
หลังจากที่กล่าวชื่อสถานที่นี้ออกมา คุนหวู่เทวะทมิฬก็มี
ท่าทางภูมิใจยิ่ง มันอยากจะเห็นว่า อู่ อวี้ จะมีท่าทาง
หวาดกลัวเช่นไร
เพราะชาวเหยียนหวงที่มายังสถานที่แห่งนี้ โดยพื้นฐาน
แล้วจะรู้ว่า ถ้ำโลหิตอเวจีเป็นสถานที่เช่นไร
แต่ อู่ อวี้ กลับไม่แสดงท่าทีตื่นตระหนกอะไรออกมา
ทว่ากลับกล่าวออกไปว่า “เจ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าจะไปถ้ำ
โลหิตอเวจีนี้ได้อย่างไร เช่นนั้นเจ้าจงนำทาง หากเจ้า
เล่นลูกไม้อะไรแม้เพียงเสี้ยว ข้าจะให้เจ้าได้ลิ้มรสชาติ
ของสิ่งที่เรียกว่าความทรมาน”
เมื่อ คุนหวู่เทวะทมิฬ มองเห็นว่าเขาไม่มีอาการตื่น
ตระหนกแม้แต่น้อย มันจึงรู้สึกตกใจพร้อมเอ่ยขึ้น
“สวรรค์เถอะ เจ้าไม่รู้ว่าถ้ำโลหิตอเวจีเป็นสถานที่เช่นไร
รึ? ข้าได้ยินไม่ผิดใช่หรือไม่? เจ้าคิดที่จะไปยังถ้ำโลหิต
อเวจีจริงๆ? แม้แต่ขุนพลมังกรฟ้าของพวกเจ้ายังไม่กล้า
ที่จะไปอยู่ใกล้ที่แห่งนั้นเพียงลำพังเลย!”
ยามที่เขาเห็นท่าทางที่ดูเกินจริงของมัน จึงตระหนักได้
ว่าสถานที่แห่งนี้สมควรเป็นสถานที่น่าหวาดกลัวจริงๆ อู่
อวี้ จึงถามขึ้นว่า “งั้นเจ้าพูดมาว่าถ้ำโลหิตอเวจีเป็น
สถานที่เช่นไร?”
ขุนพลมังกรฟ้าจะต้องมีพลังฝึกตนระดับ 3 ภัยพิบัติ
ค้นหาเต๋าขั้นที่ 4 เป็นอย่างต่ำ ทว่าถึงกระนั้นพวกมันก็
ยังไม่กล้าที่จะเหยียบย่างไปที่แห่งนั้นเพียงลำพัง?
คุนหวู่เทวะทมิฬ หัวเราะเย็นยะเยือกพร้อมกล่าว “มัน
เป็นหนึ่งในสถานที่ที่รวมตัวของชาวกุ่ยเหยียน ตั้งอยู่ใน
ส่วนที่ลึกยากจะไปถึงภายในพิภพอเวจีนี้! เป็นสถานที่
ซ่อนตัวของชาวกุ่ยเหยียน และยังเป็นหนึ่งในป้อม
ปราการของพวกมัน มันคงอยู่มายาวนานหลายปีนับไม่
ถ้วน และยังไม่เคยมีชาวเหยียนหวงผู้ใดเคยย่างกรายเข้า
ไป โดยทั่วไปแล้วชาวเหยียนหวงจะไม่สามารถทนทาน
ต่อความร้อนแรงของลาวาในที่แห่งนั้นได้! นอกจากนี้ที่
นั่นยังเป็นสถานที่รวมตัวของเหล่ายอดฝีมือชาวกุ่ยเห
ยียน เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยผู้ฝึกตนขั้นจิตเทวะ และ
ยังมีขั้น 3 ภัยพิบัตค้นหาเต๋าอยู่อีกไม่น้อย! พวกมันทุก
คนสามารถสังหารชีวิตน้อยๆเช่นเจ้าได้อย่างง่ายดาย
เจ้ายังกล้าที่จะไปไล่ล่า กุ่ย เจิ้นเค่อ ภายในสถานที่
เช่นนั้นอีกหรือ? ฮ่าฮ่า……”
มันอดไม่ได้ที่จะระเบิดหัวเราะออกมา
“เป็นเช่นนี้นี่เอง” ทว่าหลังจากกล่าวจบ อู่ อวี้ ก็ยังมี
ปฏิกิริยาที่นิ่งเฉย เขารู้ว่ามันเป็นสถานที่ที่พิเศษ ซึ่งก็
เป็นเช่นเดียวกับที่เขาคิดเอาไว้ มันเป็นสถานที่หลบซ่อน
และรวมตัวของชาวกุ่ยเหยียน น่าจะนับได้ว่าเป็นนคร
ของชาวกุ่ยเหยียน
“เจ้ายังอยากรู้อะไรอีกหรือไม่?” คุนหวู่เทวะทมิฬจ้อง
มองไปที่ตัวเขา
“พาข้าไปที่ถ้ำโลหิตอเวจี ห้ามปฎิเสธ ไม่เช่นนั้นข้าจะ
สังหารเจ้าทิ้งเสียที่นี่ หากว่าไปถึงที่ถ้ำโลหิตอเวจีได้แล้ว
เมื่อถึงเวลานั้นข้าค่อยปล่อยตัวเจ้าไป” อู่ อวี้ เอ่ยด้วยสี
หน้าไม่แยแส
คุนหวู่เทวะทมิฬ จ้องมองเขาด้วยความไม่อยากเชื่อ
กล่าวตามตรง ตั้งแต่เกิดมามันยังไม่เคยคนที่มีกล้าหาญ
เทียมฟ้าเช่นนี้มาก่อน………
ถึงกระนั้นมันก็ไม่เข้าใจเลยสักนิด
“เจ้าตัดสินใจได้หรือยัง? เจ้าอยากจะตายหรืออยากจะ
รอด?” อู่ อวี้ ถาม
พิมานจักรพรรดิเป่ยหมิงของเขา สามารถฉีกกระชาก
เนื้อหนังของอีกฝ่ายได้ตลอดเวลา และเขาก็
เตรียมพร้อมที่จะสังหารอีกฝ่าย เพราะเขาได้รู้แล้วว่ามี
ชาวกุ่ยเหยียนอาศัยอยู่มากมายภายในถ้ำโลหิตอเวจี
“ไป! ไป! ข้าจะนำทางเจ้าไป!” แม้ว่าคุนหวู่เทวะทมิฬจะ
เป็นปีศาจ แต่มันก็เคยถูกชาวกุ่ยเหยียนจับตัวไปที่ถ้ำ
โลหิตอเวจีอยู่หลายครั้ง เดิมคิดว่า อู่ อวี้ จะไม่กล้าไป
เสียอีก ทว่าอยู่ๆการที่ อู่ อวี้ บังคับให้มันกลับไปยังถิ่น
ตนเองเช่นนี้ ไยมันจะไม่มีความสุขเล่า? เนื่องจากนี่ไม่
ต่างกับการเอาชีวิตไปทิ้งแม้แต่น้อย……….
“ข้านำทางเอง แต่ก่อนอื่นเจ้าคลายพันธนาการให้ข้า
ก่อนได้หรือไม่?” คุนหวู่เทวะทมิฬ ถามหยั่งเชิงดู
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ไม่อาจจะปล่อยมันไปได้ เขาเพียงแค่
คลายพันธนาการออกเพียงเล็กน้อย และเรียกเก็บคืน
สัญลักษณ์กลับ เมื่อทำเช่นนี้อีกฝ่ายก็จะหลุดพ้นจาก
การถูกแช่แข็ง ทำให้มีกำลังพอที่จะเคลื่อนไหวได้ ถึง
กระนั้นพิมานจักรพรรดิเป่ยหมิงของ อู่ อวี้ ยังคง
พันธนาการร่างของมันเอาไว้ ถ้า อู่ อวี้ อยากจะสังหาร
อีกฝ่าย เขาเพียงแค่คิดก็เหลือล้น
“เจ้าชี้ว่ามันอยู่ทางทิศไหนก็พอ” อู่ อวี้ เอ่ย
“ได้ได้ ไปทางนี้” คุนหวู่เทวะทมิฬ บอกทาง อู่ อวี้ โดย
ไม่เล่นลูกไม้ มันรับผิดชอบเพียงแค่บอกทิศทาง จากนั้น
อู่ อวี้ ก็จะบังคับขี่เมฆาตลบฟ้า พร้อมกับลากมัน
เช่นเดียวกับสัตว์เลี้ยง ไปยังทิศทางที่คุนหวู่เทวะทมิฬ
บอก
“ถ้ำโลหิตอเวจี! ฮี่ฮี่ รอไว้ให้ไปถึงก่อนเจ้าก็จะได้รู้ว่า
อะไรคือสิ่งที่เรียกว่าความกลัว!” คุนหวู่เทวะทมิฬแอบ
จ้องมอง อู่ อวี้ ในใจของมันอดไม่ได้ที่จะหัวเราะขึ้น
“อยากตายนักก็จัดให้”
เนื่องจากว่าต้องไปที่ถ้ำโลหิตอเวจีให้ได้ ดังนั้น อู่ อวี้ จึง
ลดความเร็วลง ไม่ได้ใช้ความเร็วเช่นเดียวกับก่อนหน้านี้
เขาเดินทางไปอย่างช้าๆและคอยลากจูงคุนหวู่เทวะทมิฬ
อยู่ที่เบื้องหลัง หากเขาหลงเข้าไปติดอยู่ในวงเวทกับดัก
เขาก็ยังสามารถออกมาได้ แต่คุนหวู่ตัวนี้จะต้องถูกกักขัง
เอาไว้อยู่ภายในนั้นไปตลอดกาล สำหรับเขาแล้วมัน
นับเป็นการสูญเสียิ่งย เพราะการจะหาผู้ที่รู้ทางในนี้มัน
ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด
ระหว่างทาง คุนหวู่เทวะทมิฬก็มักพูดคุยพร่ำเพ้อไป
เรื่อยเปื่อย อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ได้สั่งให้มันหุบปากทันที
เนื่องจากเจ้าปีศาจตนนี้มีนิสัยใจร้อน มันอาจจะไม่
สามารถทนจนถึงถ้ำโลหิตอเวจีได้ จึงแสร้งเป็นเรียกร้อง
ความสนใจจากชาวกุ่ยเหยียนเพื่อให้มาช่วยเหลือมัน
“เจ้าลองคิดให้ดีๆนะ เมื่อถึงเวลานั้นเจ้าตายไปก็อย่ามา
โทษข้า การต้องตกตายต่อหน้าผู้ฝึกตนนอกรีต มันไม่ได้
เพียงแค่เจ้าตายแล้วก็จบ เลือดเนื้อของเจ้า จิตเทวะของ
เจ้า แม้แต่ผิวหนังของเจ้า จะถูกพวกมันนำไปใช้
แปรเปลี่ยนให้พวกมันแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ผู้ฝึกตนนอกรีต
ทุกคนจะย่ำยีซากศพของเจ้าอย่างไร้เกียรติ”
อู่ อวี้ ไม่สนใจสิ่งที่มันกล่าวมา
“ราชอารักษ์เล่อ”ฉับพลันนั้นก็มีเสียงเรียกตัวเขาจาก
ด้านหลัง มันอาจจะถูกกลิ่นอายปีศาจของคุนหวู่เทวะ
ทมิฬชักนำเข้ามา จึงทำให้พบเข้ากับ อู่ อวี้
อู่ อวี้ หันกายกลับไปมอง คนผู้นี้เป็นขุนพลมังกรเพลิงที่
มีนามว่า หลิวโยวโยว นางใช้แผ่นโปร่งแสงบางอย่างมา
ปกป้องร่างกายในยามที่อยู่ท่ามกลางลาวาเหล่านี้
ภายใต้แผ่นโปร่งสีนี้ เป็นร่างกายอันงดงามไร้ที่ติของนาง
แม้ว่านางจะเป็นอายุมากแล้ว แต่ก็ไม่อาจจะมองข้ามได้
นางมีความงามที่ดูสดใสผิดกับอายุ เป็นดั่งกับหญิงสาว
ในฤดูใบไม้ผลิ ผิวที่เรียบเนียนนุ่มชวนสัมผัส ยิ่งขลับให้
ตัวนางดูส่องประกายภายใต้แสงไฟ แก้มแดงระเรื่อของ
นางดูเหมือนกับลูกพีช ทำให้ผู้ที่เห็นจำต้องหักห้ามไม่ให้
พลั้งมือเข้าไปถูกสัมผัสได้
“ไม่คิดว่าราชอารักษ์เล่อ ก็เข้ามาในพื้นที่ส่วนลึกได้
รวดเร็วเช่นนี้ ราชอารักษ์จับปีศาจมาด้วย ไม่รู้ว่าท่านมี
ความคิดจะทำสิ่งใดกันแน่?” หลิวโยวโยว เอ่ยพร้อมกับ
ส่งสายตาที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ด้วยน้ำเสียงที่น่าฟังราวกับ
จะล่อลวงเขา ดูเหมือนว่านางต้องการจะสร้างความ
ประทับใจในการพบกันนี้
แม้ว่านางจะเป็นคนมีฝีมือ แต่นางก็เป็นคู่แข่งของเขา
ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ไม่กังวลหากนางจะไป
ที่ ถ้ำโลหิตอเวจี ด้วย ดังนั้นเขาจึงกล่าวตอบอย่างไม่
ลังเล “ข้าได้ซักถามมันมาแล้วจึงรู้ว่า กุ่ย เจิ้นเค่อ นั้นอยู่
ที่ถ้ำโลหิตอเวจี ข้าจึงให้ปีศาจตนนี้นำทางไปยังถ้ำโลหิต
อเวจีเพื่อสังหาร กุ่ย เจิ้นเค่อ”
“ถ้ำโลหิตอเวจี!” หลิวโยวโยว อ้าปากสีแดงของนางออก
ใบหน้ารูปไข่ที่ขาวเนียนของนาง ฉับพลันได้ปรากฏ
ความหวาดกลัวขึ้น นางรีบกล่าวมาว่า “ถ้ำโลหิตอเวจี
เป็นสถานที่รวมตัวของชาวกุ่ยเหยียนซึ่งอยู่ในส่วนลึก
ที่สุด ไม่เคยมีชาวเหยียนหวงผู้ใดเคยผ่านเข้าไปได้ ทำไม
เจ้าจึงมีความกล้าที่จะเข้าไปอีก”
นางดูวิตกกังวลและร้อนใจยิ่ง
อู่ อวี้ เผยยิ้มออกมาเล็กน้อย พร้อมกล่าวว่า “พี่หลิวไม่
ต้องกังวล ข้าได้ประมาณกำลังของข้าแล้ว การไปที่ถ้ำ
โลหิตอเวจีในครั้งนี้ข้าคิดว่าพี่หลิวคงไม่อยากจะไปกับข้า
นัก เพราะสำหรับท่านแล้วที่แห่งนั้นมันอันตรายมาก
เกินไป”
ฉับพลันนางส่ายหน้าและกล่าวว่า “เกรงว่าคงไม่ได้ ข้า
ไม่อาจให้เจ้าไปที่นั่นได้ จงคิดให้ดีเสียก่อน พลองฟ้า
อนันตกาลนั้นเป็นสมบัติล้ำค่า แต่ว่าชีวิตของเจ้ามีค่ายิ่ง
กว่า หากเจ้าตายไปก็จะไม่เหลือสิ่งใดเอาไว้ เจ้าคือลูกวัว
ที่เพิ่งเกิดย่อมไม่รู้จักหวาดกลัวเสือร้าย ซึ่งถ้ำโลหิตอเวจี
นี้เลวร้ายมากกว่าที่คิดเอาไว้มากนัก”
นางถึงกับใส่ใจในตัวเขา แต่ อู่ อวี้ ได้ตัดสินใจเป็นที่
เรียบร้อยแล้ว เขาจึงไปกล่าวว่า “ท่านวางใจ ข้าได้
ประเมิณตัวเองเอาไว้แล้วจริงๆ เช่นนั้นข้าขอตัวลา”
เมื่อสิ้นเสียง คนลากคุนหวู่เทวะทมิฬมุ่งหน้าทะยานเข้า
ไปยังส่วนลึกต่อไป ทว่า หลิวโยวโยว ยังคงติดตามมาอยู่
ที่ด้านหลังของเขา พร้อมกล่าวด้วยความกังวลใจขึ้นว่า
“อู่ อวี้ ไม่คิดจะฟังคำเตือนของข้าเลยหรือ? ถ้ำโลหิต
อเวจี ไม่ใช่สถานที่ที่ชาวเหยียนหวงจะเข้าไปได้ แม้ว่า
จะมีขุนพลมังกรฟ้าหลายคนร่วมมือกัน ก็ยังไม่กล้า
เหยียบไปยังที่แห่งนั้น เพื่อความอยู่รอดของชาวกุ่ยเห
ยียน ที่แห่งนั้นจึงเป็นสถานที่ที่สำคัญสำหรับพวกมัน
มาก หากเจ้าบุกเจ้าไปมันอาจจะทำให้ชาวกุ่ยเหยียน
ทั้งหลายรู้สึกโกรธเคือง แล้วเจ้าจะต้องถูกพวกมัน
ทรมานอย่างแน่นอน!”
“เช่นนั้นข้าขอถาม พวกท่านคิดจะจัดการกับ กุ่ย เจิ้น
เค่อ ยังไง?” อู่ อวี้ ย้อนถามกลับไป
“เราสามารถวางกับดักหรือวางแผ่นต่างๆ และรอคอย
ให้มันปรากฏตัวได้!”
“แต่ข้าไม่มีเวลามารอเช่นพวกท่าน”
สิ่งที่เรียกว่าเต๋าไม่เหมือนกันย่อมไม่อาจร่วมทางกันได้
เขาได้ตัดสินใจที่จะลงไปแล้ว เช่นนั้นย่อมไม่บิดพลิ้ว
หลิวโยวโยว มองมาที่เขาด้วยใบหน้าแดงก่ำ นางทั้ง
กังวลทั้งโกรธ อู่ อวี้ นั้นไม่ฟังคำเตือนของนางเลยแม้แต่
น้อย สุดท้าย อู่ อวี้ ก็รีบเร่งเดินทางจากไปอย่างรวดเร็ว
พริบตาเดียวเขาก็หายไปจากเบื้องหน้าของนางเป็นที่
เรียบร้อย
หลังจากที่ อู่ อวี้ หายไป นางพลันยิ้มแสยะขึ้นและกล่าว
ออกมาว่า “เจ้าโง่ รีบๆไปตายเสีย คู่แข่งจะได้ลดลงไป
อีกคน แต่เจ้า กุ่ย เจิ้นเค่อ ผู้นี้ช่างขี้ขลาดเสียจริง หาก
มันไปซ่อนตัวอยู่ที่ ถ้ำโลหิตอเวจีแล้วจะสังหารมันได้
อย่างไรกัน! บัดซบ!”
“ดูเหมือนว่าคงทำได้แค่เพียงรอเท่านั้น หรือว่าเราจะ
ลองหาเหยื่อคนอื่นดู ที่รอบๆนี้ก็มีชาวกุ่ยเหยียนอยู่ไม่
น้อย ไม่รู้ว่าผู้ใดจะสามารถบังคับให้ กุ่ย เจิ้นเค่อ
ออกมาได้หรือไม่?”
ขณะที่นางกำลังครุ่นคิดอยู่ อู่ อวี้ ก็กำลังมุ่งหน้าลงไป
อย่างต่อเนื่อง และ คุนหวู่เทวะทมิฬก็ปรารถนาที่จะให้
ไปถึง ถ้ำโลหิตอเวจี โดยเร็ว ดังนั้นมันจึงไม่ได้กล่าวสิ่งใด
อีก คอยนำทาง อู่ อวี้ ให้ดำดิ่งลึกลงไปเรื่อยๆ
“อีกกี่ชั่วยามจะถึง?”
“หากเจ้าดำลึกลงไปเรื่อยๆ และรักษาระดับความเร็ว
เอาไว้ ก็จะใช้เวลาประมาณ 5 วัน!”
เขาเดินทางจาก นครเทวะมายังป้อมมังกรเพลิง ก็ยังไม่
ใช้เวลานานเท่านี้ แม้ว่าเมื่ออยู่ภายในพิภพอเวจีจะทำให้
สามารถใช้ความเร็วได้ต่ำมากก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้นก็ยัง
สามารถพิสูจน์ได้แล้วว่า พิภพอเวจีแห่งนี้ลึกมากจริงๆ
ยิ่งไปกว่านั้นตำแหน่งที่ อู่ อวี้ อยู่ไม่มีชาวเหยียนหวงอยู่
รอบๆเลยแม้แต่คนเดียว จะมีก็เพียงแค่ชาวกุ่ยเหยียน
เท่านั้น
“เกรงว่ายังไม่ทันเจ้าจะได้ไปถึงถ้ำโลหิตอเวจี เจ้าก็คง
ถูกชาวกุ่ยเหยียนทั้งหลายรุมเข่นฆ่าแล้ว ฮ่าฮ่า” คุนหวู่
เทวะทมิฬหัวเราะขึ้น หลังจากกล่าวจบมันก็หุบปาก
เพราะตระหนักได้ว่าเรื่องนี้ไม่ให้ อู่ อวี้ รู้จะเป็นการดี
ที่สุด ปล่อยให้คนโง่เช่นเขาถลำลึกลงไปเรื่อยๆจะเป็น
การดีเสียกว่า
โชคดีที่ดูเหมือนว่า อู่ อวี้ จะไม่ได้สนใจอะไรนัก เขา
ยังคงมุ่งหน้าดำลงไปอย่างต่อเนื่อง
ยิ่งเขาลงไปลึกมาเท่าไหร่ ลาวาก็ยิ่งร้อนขึ้นเรื่อยๆ ทว่า
ด้วยกายาเพชรอมตะและเนตรเพลิงของ อู่ อวี้ กลับราว
กับเหมือนแช่อยู่ในอ่างน้ำร้อนสบายๆ เสมือนดั่งสถานที่
แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเขาเลยก็ว่าได้ ยิ่งร้อนแรงมาก
เท่าไหร่ อู่ อวี้ ก็ยิ่งรู้สึกสบายตัวมากเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น
กายาเพชรอมตะหรือว่าเนตรเพลิง ล้วนก้าวหน้าขึ้น
อย่างไม่หยุดยั้ง
“ชาวกุ่ยเหยียนช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ ที่พวกมันสามารถ
เอาตัวรอดอยู่ในสถานที่ที่ร้อนแรงเช่นนี้ได้”
“มันถูกบีบบังคับต่างหาก มิฉะนั้นผู้ใดกันที่อยากจะมา
อาศัยอยู่ในสถานที่เช่นนี้ หากว่ามันไม่สามารถปรับตัว
ได้ เผ่าพันธุ์ของมันก็คงล่มสลายไปนานแล้ว”
หมิงซวง กล่าว
ความสามารถในการปรับตัวของคนเรานั้นช่างแข็งแกร่ง
จริงๆ
ชาวกุ่ยเหยียนร้ายกาจไม่น้อย กาลเวลาผ่านมาหลายยุค
สมัย ทว่าชาวเหยียนหวงกลับไม่สามารถเข้าใจพวกมัน
ได้เลย ว่าพวกมันต้องพบเจอกับการเปลี่ยนแปลงอะไร
ภายในนี้บ้าง
“เมื่อมีจักรพรรดิโบราณเหยียนหวงอยู่ก็ไม่จำเป็นต้อง
หวาดกลัวสิ่งใด เพราะไม่ว่าจะยังไงจักรพรรดิโบราณเห
ยียนหวงย่อมไม่ปล่อยให้เกิดสิ่งใดขึ้นแน่นอน เกรงว่าคง
จะมีการบังคับจำนวนประชากรเพื่อความปลอดภัยใน
ภายภาคหน้า”
อู่ อวี้ ครุ่นคิดอยู่ในใจ
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ