กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 845: คณะผู้ฝึกตนนอกรีต
โดยรอบ สมควรมีชาวกุ่ยเหยียนมากมาย
ภายใต้สภาพแวดล้อมที่จำกัดซึ่งกลายเป็นสิ่งคัดสรรค์
จากธรรมชาติ จึงทำให้ผู้ที่สามารถอยู่รอดได้ล้วนเป็น
ตัวตนที่แข็งแกร่ง
อู่ อวี้ จะต้องระวังตัวเป็นพิเศษเมื่อเผชิญหน้ากับพวก
มัน และเขายังไม่รู้ว่าตำแหน่งของถ้ำโลหิตอเวจีอยู่ที่ใด
เขาจึงยังไม่ได้ปล่อยตัว คุนหวู่เทวะทมิฬ
ยิ่งดำดิ่งลึกลงไป ลาวาที่ล้อมรอบกายก็ยิ่งร้อนมากขึ้น
เช่นลาวาที่กำลังไหลเวียนอยู่รอบกายเขาในขณะนี้ แม้
จะเป็นชาวเหยียนหวงผู้ที่มีความเชียวชาญในด้านอัคคี
ธาตุ ก็ไม่มีทางที่จะอยู่รอดภายในที่แห่งนี้ได้ ยิ่งไม่ต้อง
กล่าวถึงชาวเป่ยหมิง
หลังจากที่มาถึงที่นี่ คุนหวู่เทวะทมิฬดูตื่นเต้นกว่าที่เคย
ยามนี้มันไม่ได้แหกปากตะโกน คาดว่าหากตัวมันตะโกน
สักแอะเดียว คงจะมีชาวกุ่ยเหยียนที่อยู่รอบด้านจำนวน
มากมายแห่เข้ามาให้การช่วยเหลือมันทันที
“เจ้าเด็กผู้นี้ฉลาดยิ่งนัก แววตาของมันก็ช่างเจ้าเล่ห์
ก่อนหน้านี้อุส่าห์พามันอ้อมไปหาวงเวทตั้งหลายรอบ
แต่มันกลับสามารถตรวจพบได้หมด”
เมื่อเป็นเช่นนี้ มันจึงตัดสินใจที่จะพา อู่ อวี้ ไปยัง ถ้ำ
โลหิตอเวจี ทำให้เขาต้องตกอยู่ท่ามกลางอันตรายและ
ยากที่จะหลบหนีได้
ในตอนนี้ อู่ อวี้ ยืนอยู่ ณ มุมหนึ่งภายในพิภพอเวจีที่ไร้
จุดสิ้นสุด บางครั้งก็ปรากฎความรู้สึกหมดหวังขึ้นมา
เพราะเขารู้สึกเหมือนกับว่าตนเองไม่อาจจะหนีรอดออก
จากนรกแห่งนี้ได้เลย
บางทีหากมุ่งหน้าลงไปอีกก็อาจจะพบกับนรกที่แท้จริงก็
เป็นได้ แน่นอนว่านี่ก็เหมือนกับตำนานยอดเขาของ
เทือกเขาชิงเทียนที่หากไปถึงยอดเขาแล้วจะได้เห็น
วิมานบนสวรรค์ แต่ทั้งหมดล้วนเป็นเพียงเรื่อง
เหลวไหล เช่นเดียวกับพิภพอเวจีแห่งนี้ หากดำดิ่งลงไป
ก็ไปไม่ถึงนรกอยู่ดี
ความใฝ่ฝันของผู้ฝึกตนนอกรีตทั้งหลายนั้นก็คือมุ่งหน้า
ลงไปให้ถึงนรก และสำเร็จกลายเป็นมารเทพ ซึ่งไม่ต่าง
ไปจาก อู่ อวี้ และ ผู้ฝึกตนอื่นๆที่ต้องการปีนป่ายไปยัง
สวรรค์สำเร็จกลายเป็นเซียนอมตะ
อย่างไรก็ตามในเวลานี้ อู่ อวี้ กับ หมิงซวง ก็ยังคง
ถกเถียงเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ
“หากคิดที่จะยกระดับขอบเขตของกายาเพชรอมตะบน
ดินแดนโบราณเหยียนหวงนี้ นับว่าค่อนข้างลำบาก
ทีเดียว แต่ความคิดนั้นก็เป็นตอนที่ข้ายังไม่เคยเข้ามาลึก
ถึงขนาดนี้ ทว่าพอมาคิดๆดู หากลึกลงไปกว่านี้ อาจจะ
เจอสถานที่ที่สามารถทำให้กายาเพชรอมตะของเจ้า
ยกระดับสูงกว่า กายาเจ้ามังกรสักการะราชันอรหันต์ไม่
ดับสูญ ที่เป็นอยู่ในตอนนี้ก็เป็นได้ ”
“จะมีสถานที่ที่เจ้าว่าในที่เช่นนี้งั้นรึ?” ถึงแม้จะกล่าวว่า
ตัวเขาถูกโอบล้อมไปด้วยลาวา แต่ อู่ อวี้ ก็รู้ถึงระยะห่าง
ในการยกระดับกายาเพชรอมตะว่ายังอยู่อีกห่างไกล
“ตามการคาดเดาของข้า ที่พิภพอเวจีแห่งนี้ลึกมาก
ทีเดียว เกรงว่าแม้กระทั่งชาวกุ่ยเหยียนทั้งหมดที่อยู่ที่นี่
ก็ยังไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่ลึกที่สุด แต่ไม่ว่าจะหมู่หรือจ่า แค่
ลองดูก็ไม่เห็นเสียหาย ถ้ามีสถานที่เช่นนั้นดำรงอยู่จริงๆ
มันก็จะดีต่อการก้าวหน้าของเคล็ดอิทธิฤทธิ์เนตรเพลิง
ของเจ้าด้วย อาจจะกำไรกว่าการที่เจ้าได้รับพลองฟ้า
อนันตกาลเสียอีก”
“สมเหตุสมผลดี” บัดนี้ อู่ อวี้ มีเป้าหมายหลักอยู่ 2
อย่าง อย่างแรกก็คือการขัดเกลาให้เนตรเพลิงเพื่อ
เพิ่มพูนความก้าวหน้าทะลวงเข้าสู่ขั้น อัคคีตัดสวรรค์
ส่วนอีกเป้าหมายหนึ่งของเขานั่นก็คือการสังหาร กุ่ย
เจิ้นเค่อ เพื่อจะได้รับ พลองฟ้าอนันตกาล ทั้ง 2
เป้าหมายนี้มันค่อนข้างยาก แต่ก็ยังมีโอกาสที่จะทำได้
สำเร็จ!
“หากว่ากายาเพชรอมตะก้าวเข้าสู่ขอบเขตใหม่ พลังรบ
ของร่างหลักก็จะถูกยกระดับขึ้นมาอย่างมหาศาล”
สิ่งที่ อู่ อวี้ ใช้ในการต่อสู้ส่วนใหญ่ในยามนี้ หลักๆก็เป็น
ร่างกลืนสวรรค์ผนวกกับพิมานจักรพรรดิเป่ยหมิง
เขายังคงดำดิ่งลึกลงไปอย่างต่อเนื่อง หลีกเลี่ยงการตก
เข้าไปอยู่ในวงเวทและการเผชิญ
หน้ากับชาวกุ่ยเหยียนทั้งหลาย หลังจากที่ไปถึงส่วนลึก
อู่ อวี้ ก็ค้นพบว่าจำนวนของชาวกุ่ยเหยียนที่อยู่ที่นี่มี
มากมายมหาศาลจริงๆ ราวกับว่าพวกมันได้ก่อตั้ง
อาณาจักรขึ้นภายในสถานที่แห่งนี้ ยิ่งกว่านั้นมันก็ยังมี
หลายสิ่งหลายอย่างที่เขาไม่เคยพบเจอมาก่อน จากการ
ประเมิณคร่าวๆ ไม่แน่ว่ามันอาจจะเทียบเท่าอาณาจักร
เล็กๆที่อยู่บนดินแดนโบราณเหยียนหวงนี้ได้เลย
ไม่คาดคิดว่าชาวกุ่ยเหยียนจะเจริญรุ่งเรืองได้ภายใน
สภาพแวดล้อมที่เลวร้ายเช่นนี้
“ใกล้จะถึงถ้ำโลหิตอเวจีแล้ว เตรียมตัวให้ดี ทว่าข้าไม่
สามารถพาเจ้าเข้าไปข้างในได้” หลังจากที่มาถึง คุนหวู่
เทวะทมิฬ ก็ดูจะตื่นเต้นขึ้นกว่าเดิม เห็นได้ชัดว่าเจ้าเด็ก
ผู้นี้คิดว่าตนเองปลอดภัยแล้ว
สิ่งที่อยู่รอบข้างในขณะนี้คือ ลาวาที่ร้อนแรงจนมีสีแดง
ฉานกำลังไหลเวียนอยู่ ในขณะที่ลาวากำลังพุ่งพล่านก็
บังเกิดเป็นเสียงดังสนั่น ราวกับคลื่นที่ซัดสาดอยู่ภายใน
มหาสมุทร ภายใต้พายุที่ม้วนกวาดไปทุกทิศนี้ เนตร
เพลิงของ อู่ อวี้ ได้มองทะลุผ่านชั้นลาวาจนมองไปยัง
ส่วนลึกภายใน ซึ่งข้างในนั้นดูเหมือนกับว่าจะมีลูกบอล
ขนาดมหึมาไร้ที่เปรียบอยู่ลูกหนึ่ง ซึ่งมันมีขนาดพอๆกับ
เมืองบนดินแดนโบราณเหยียนหวง อย่างน้อยก็สามารถ
เทียบเท่าได้กับนครเซียนเหมันต์อุดรแห่งจักรวรรดิเป่ย
หมิง ซึ่งมันมีขนาดที่ใหญ่โตและดูน่าเกลียดน่ากลัวยิ่ง
เป็นเหมือนกับลูกบอลโลหิตที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อ หาก
ลองมองดูอย่างละเอียด บนพื้นผิวของบอลโลหิตจะมี
โพรงถ้ำอยู่มากมาย ดูคล้ายๆกับรังของผึ้ง นอกจากนี้ยัง
สามารถมองเห็นชาวกุ่ยเหยียนวนเวียนเข้าออกผ่าน
โพรงถ้ำเหล่านี้อย่างไม่ขาดสาย เห็นได้ชัดว่าที่แห่งนี้ก็
คือเมืองที่ชาวกุ่ยเหยียนก่อตั้งขึ้นภายในพิภพอเวจีนี้!
แน่นอนว่ายามนี้ อู่ อวี้ อยู่ห่างจากที่แห่งนั้นพอสมควร
เนื่องจากเขาใช้เนตรเพลิงจึงทำให้สามารถมองเห็นได้
จากระยะไกล หากเป็นคนธรรมดาคงไม่อาจจะมองเห็น
สภาพแวดล้อมเหล่านั้นได้
“ที่นี่ลึกมากจริงๆ หาก กุ่ย เจิ้นเค่อ อยู่ในสถานที่เช่นนี้
ชาวเหยียนหวงคนอื่นๆคงไม่อาจจะทำสิ่งใดกับมันได้
แล้ว เพราะพื้นที่นี้แม้แต่ขุนพลมังกรฟ้าก็ยังไม่กล้า
เหยียบย่ำ แต่ทว่าไม่ใช่กับข้า”
อู่ อวี้ นั้นได้รับสืบทอดเคล็ดอิทธิฤทธิ์มาจากฉีเทียนต้า
เซิ่น ทำให้เขามีความแน่วแน่ยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ
เขามีเมฆาตลบฟ้า ซึ่งเมฆาตลบฟ้ายังมีความสามารถ
มากกว่านี้หลายเท่าตัวมากนัก เพียงแต่ว่า อู่ อวี้ ยังไม่
สามารถดึงศักยภาพของมันออกมาได้ แต่เขามั่นใจว่า
หากเขาสามารถสำแดงมันออกมาได้ ยามนั้นมันจะต้อง
เป็นความสามารถที่สั่นคลอนได้แม้กระทั่งฟ้าดิน มันไม่
เพียงแต่จะทำให้ตัวเขาสามารถหลบหนี แต่มันยังเพิ่ม
ความสามารถของเขาด้วยเช่นกัน
“เจ้ามองเห็นมันแล้วหรือยัง? นั่นคือ ถ้ำโลหิตอเวจี
เช่นนั้นเจ้าก็ปล่อยตัวข้าไปได้แล้ว!” คุนหวู่เทวะทมิฬ ชี้
ไปยังทิศของ ถ้ำโลหิตอเวจี พร้อมกับเอ่ย
ในที่สุด อู่ อวี้ ก็หยุดเดิน
ยามนี้เขาไม่ต้องการให้คุนหวู่เทวะทมิฬเป็นผู้นำทางให้
เขาอีกแล้ว
“สังหารมันดีหรือไม่?” อู่ อวี้ รู้สึกลังเลเล็กน้อย ในยาม
สุดเขาก็เลือกที่จะรักษาสัจจะที่ตนเองได้ให้กับมันไว้
เนื่องจากเขาได้สัญญว่าจะปล่อยตัวมันไป ยามนี้เขาก็
จะต้องปฏิบัติตามคำพูดของตนเอง เขาคลาย
พันธนาการพิมานจักรพรรดิเป่ยหมิงออกและปล่อย
คุนหวู่เทวะทมิฬให้เป็นอิสระ
เมื่อคุนหวู่เทวะทมิฬเห็นว่า อู่ อวี้ ปล่อยตนเองไปจริงๆ
จึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นแล้วรีบกล่าวขึ้นมาว่า “ไว้
เจอกันใหม่…ไม่ๆ ไม่สิ ต้องลาก่อนอย่าได้เจอกันอีก!”
หลังจากนั้นมันก็รีบหนีจากไปโดยพลัน มันมุ่งหน้าไปยัง
ถ้ำโลหิตอเวจีอย่างไม่คิดชีวิต อู่ อวี้ ยืนยิ้มพร้อมมองดู
ร่างของมันที่หนีหายจากไป ความจริงเขารู้ว่าคุนหวู่เท
วะทมิฬคิดจะทำสิ่งใด
ในทิศที่ คุนหวู่เทวะทมิฬ มุ่งหน้าไปยัง ถ้ำโลหิตอเวจี
เมื่อตัวมันหันกลับไปมองก็พบว่าบัดนี้ตนได้อยู่ห่างจาก
อู่ อวี้ ไกลพอสมควร จึงเร่งตะโกนขึ้นมาทันใด “มีชาว
เหยียนหวงบุกมาที่นี่ มันคิดที่จะเข้าไปสังหาร กุ่ย เจิ้น
เค่อ มันอยู่ข้างหลังข้า!”
ถ้ำโลหิตอเวจี ยังคงเงียบสงบราวกับป่าช้า แต่เมื่อคุนหวู่
เทวะทมิฬตะโกนออกมาสุดเสียง ในไม่ช้าลาวาก็เปิด
ทะลักออก ภายในถ้ำโลหิตอเวจีบังเกิดการเคลื่อนไหว อู่
อวี้ สามารถมองเห็นได้ว่ามีผู้ฝึกตนนอกรีตจำนวน
มากมายพุ่งทะยานออกมาจากหลุมโพรงของถ้ำโลหิต
อเวจี
ในเวลาสั้นๆชาวกุ่ยเหยียนก็พุ่งเป้ามาที่ อู่ อวี้ แน่นอน
ว่าพวกมันเป็นกลุ่มยอดฝีมือ พวกที่พุ่งมานั้นส่วนใหญ่
ล้วนอยู่ในอาณาจักรจิตเทวะ และยังมีบางคนที่อยู่ถึงขั้น
3 ภัยพิบัติค้นหาเต๋า
“ชาวเหยียนหวงบังอาจบุกมาที่ถ้ำโลหิตอเวจีงั้นรึ?”
“นี่มันไปกินดีหมีดีเสือจากที่ไหน ไยจึงกล้าเช่นนี้?”
ไม่คิดว่าชาวกุ่ยเหยียนที่อยู่ในแห่งนี้จะเย่อหยิ่งได้
มากมายเช่นนี้ ในขณะพวกมันเล็งเป้ามายัง อู่ อวี้ ได้
แล้วก็รีบเฮโลพุ่งทะยานเข้ามายังทิศที่เขาอยู่อย่าง
รวดเร็ว เวลาผันผ่านก็ยิ่งมีผู้คนหลั่งไหลออกมาเพิ่มมาก
ขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้ชัดว่าพวกมันเกลียดชังชาวเหยียนหวง
เข้ากระดูกดำ มันคือความเกลียดชังของการฆ่าล้าง
เผ่าพันธุ์ ซึ่งเกิดจากความตายของผู้นับไม่ถ้วน ยามนี้ อู่
อวี้ มายังฐานที่มั่นของพวกมัน จึงได้กระตุ้นอารมณ์ของ
พวกมันให้กลายเป็นบ้าคลั่ง ยามที่พุ่งทะยานออกไปบาง
คนระเบิดเสียงหัวเรา บางคนยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย
สำหรับพวกมันแล้ว เมื่อพวกมันระบุเหยื่อ อีกฝ่ายย่อม
ไม่มีทางรอดเป็นอันขาด ไม่ว่าจะแข็งแกร่งเพียงใดก็
ตาม! และแน่นอน อู่ อวี้ เป็นเพียงแค่ผู้เยาว์ คราแรกที่
เห็นจึงตระหนักได้ทันทีว่าคนผู้นี้สมควรไม่ใช่คนจาก 8
กองทัพหลัก เพราะหากว่าอยู่ในกองทัพ คนที่บุกเข้ามา
น่าจะต้องแข็งแกร่งกว่านี้!
การแสดงออกของ คุนหวู่เทวะทมิฬ ไม่ได้อยู่เหนือการ
คาดเดาของ อู่ อวี้ ทว่าความจริง เป็นเขาเองที่จงใจ อู่
อวี้ ไม่ใช่คนไร้เดียงสา เขาไม่คิดว่าตนจะสามารถ
ลักลอบเข้าไปภายในถ้ำโลหิตทมิฬ และสังหาร กุ่ย เจิ้น
เค่อ แล้วกลับออกมาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้
นอกจากนี้เขายังไม่อาจต่อกรกับ กุ่ย เจิ้นเค่อ ได้
เช่นนั้นจุดประสงค์ของเขาในตอนนี้ก็คือดูว่า ถ้ำโลหิต
ทมิฬนั้นอยู่ที่ไหน ซึ่งเขาจะจดจำตำแหน่งของมันและ
ถอยกลับไปตั้งหลักก่อน
หลังจากที่ได้พูดคุยกับ หมิงซวง ไปก่อนหน้า เป้าหมาย
ของ อู่ อวี้ จึงได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นการสำรวจส่วนที่
ลึกที่สุดภายในพิภพอเวจีแทน
ตำแหน่งของถ้ำโลหิตอเวจียังไม่จัดว่าอยู่ในจุดที่ลึกที่สุด
เขาจึงต้องมุ่งหน้าดำลงไปอีก ซึ่งครั้งนี้เป็นการเดินทาง
เดี่ยว จึงไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดอันตราย เพรราะเขาจะ
สามารถใช้เมฆาตลบฟ้าหนีออกได้ตลอดเวลา ถือว่า
เวลานี้เหมาะแก่การสำรวจที่สุดแล้ว
“เมฆาตลบฟ้า” ฉับพลัน อู่ อวี้ ได้สำแดงเมฆาตลบฟ้า
ผสานรวมเข้ากับร่างกายของเขา ทำให้ร่างกายของ
ตนเองผสานกับมันเป็นหนึ่งเดียว เพียงพริบตา เขาก็
หายไปจากเบื้องหน้าของผู้ฝึกตนที่กำลังทะยานเข้ามา
นี่ไม่ใช่การบินหลบหนี แต่มันเป็นการหายตัวในฉับพลัน
ขณะนี้ทำให้คนที่มาจากถ้ำอเวจีสูญสิ้นซึ่งร่องรอยของ อู่
อวี้ ไปโดยทันที
เดิมทีพวกมันคิดว่า อู่ อวี้ อาจจะไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสัก
แห่ง พวกมันจึงไล่ค้นหา และหลังจากที่พวกมันมาถึง
ตำแหน่งของ อู่ อวี้ ในตอนก่อนหน้านี้ ก็ค้นพบว่ารอบๆ
นี้ไม่มีแม้แต่เงาหรือร่องรอยใดๆของเขาเลย
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน? พวกเรามากมายถึงเพียงนี้ มัน
กลับหลุดรอดสายตาไปได้อย่างไร?”
หลายคนที่มาที่นี่ เป็นชายชราที่เปรียบเสมือนกับแก่น
หลักผสมโรงอยู่ด้วย พวกมันแต่ละคนล้วนมีใบหน้าดุ
ร้าย ในดวงตาแฝงไปด้วยความป่าเถื่อน ไม่ว่าพวกมันจะ
ไปที่ไหน ก็จะมีหมอกทมิฬปกคลุมทำให้ไม่สามารถ
มองเห็นรูปร่างที่แท้จริงของมันได้
“มันหายไปในพริบตา ดูเหมือนกับว่ามันหลุดเข้าไปใน
มิติอื่น”
“มันเป็นเพียงแค่ผู้เยาว์ที่ดูไม่เห็นจะเก่งกาจอะไร แล้ว
มันทำเช่นนี้ได้อย่างไรกัน? หรือว่ามันจะครอบครอง
เคล็ดอิทธิฤทธิ์ที่ได้รับสืบทอดมรดกมาจากยอดฝีมือใน
โบราณกาล?”
“คุนหวู่เทวะทมิฬเจ้ามานี่”
จริงๆแล้วแม้แต่ คุนหวู่เทวะทมิฬ ก็รู้สึกแปลกใจด้วย
เช่นกัน ขณะที่มันตะโกนโห่ร้องออกมา ทว่า อู่ อวี้ กลับ
หายตัวไปแล้ว ยามนี้มันจึงวิ่งอย่างทุลักทุเลมาอยู่เบื้อง
หน้าของทุกคน เมื่อต้องเผชิญหน้ากับยอดฝีมือชาวกุ่ย
เหยียนมากมายเช่นนี้ตัวมันจึงสั่นไม่หยุด
“เจ้าเด็กเมื่อครู่นี้คือใคร?”
คุนหวู่เทวะทมิฬ เอ่ยขึ้น “มันเป็นชาวเหยียนหวง มันได้
จับข้าเพื่อถามหา กุ่ย เจิ้นเค่อ ข้าบอกมันไปว่า กุ่ย เจิ้น
เค่อ อยู่ที่ถ้ำโลหิตอเวจี จึงให้ข้านำทางมา และมัน
สัญญาว่าหลังจากที่มาถึงที่นี่ มันจะปล่อยตัวข้า”
“กุ่ย เจิ้นเค่อ?” เมื่อเอ่ยนามนี้ออกมา ก็มีคนผู้หนึ่งพุ่ง
ทะยานออกมาจากกลุ่มฝูงชน ซึ่งคนผู้นั้นคือ กุ่ย เจิ้น
เค่อ
มันจ้องมองไปยังทิศทางที่ อู่ อวี้ หายลับไป พร้อมกล่าว
ว่า “ข้ารู้ว่าเจ้าเด็กผู้นี้เป็นใคร ครั้งที่แล้วมันรอดเงื้อม
มือข้าไปได้ แต่ทว่ากลับรนหาที่ตายมาหาข้าเองเลยงั้น
หรือนี่?”
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ