กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 846: หยาดเพลิงวิญญาณเซียน
“กุ่ย เจิ้นเค่อ นี่มันเรื่องอะไรกัน?” สายตาของทุกคนจับ
จ้องมาที่ กุ่ย เจิ้นเค่อ
กุ่ย เจิ้นเค่อ จึงกล่าวขึ้น “เจ้าเด็กผู้นี้มีทักษะในการ
หลบหนีที่ค่อนข้างน่าประหลาด วงเวทไม่สามารถ
เหนี่ยวรั้งมันได้ ดังนั้นมันจึงกล้าบุกมาหาพวกเราถึงที่นี่
ก็อย่างที่ทุกคนได้เห็นว่ามันแปลกมากขนาดไหน”
“เห็นได้ชัดว่ามันมั่นใจในความสามารถในการหลบหนี
ของมัน มันจึงคิดที่จะกลับมาล้างแค้น เนื่องจากครั้งที่
แล้วข้าได้สังหารขุนพลมังกรซ่อนของชาวเหยียนหวงไป
หลายราย ก็มีแต่มันเท่านั้นที่สามารถหลบหนีไปได้”
“ถึงกับมีชายหนุ่มเช่นนี้อยู่ด้วย? มันสามารถหลบหนี
จากวงเวทเจ้าได้จริงๆหรือนี่ เช่นนั้นสมควรไม่ใช่เรื่อง
เล่นๆแล้ว อย่างไรก็ตามชาวเหยียนหวงที่กล้ามาที่พื้นที่
ส่วนลึกเช่นนี้ มันถือว่าเป็นการหยามหน้าพวกเราเกินไป
เจ้าดึงดูดมันเข้ามา เช่นนั้นเจ้าจงแก้ปัญหานี้และรีบ
จัดการโดยทันที!”
หนึ่งในผู้เฒ่าที่เร้นกายอยู่กลางหมอกทมิฬ เอ่ยออกมา
ด้วยน้ำเสียงอันเก่าแก่
“โปรดจงวางใจ ข้าจะออกไปตามหาและจับกุมเจ้าเด็กผู้
นี้เอง ข้าจะไม่ให้มันต้องส่งผลกระทบใดๆต่อแผนการณ์
ของพวกเราแน่นอน”
“ถ้ารู้ว่าแผนการณ์ของพวกเราสำคัญขนาดไหนก็ดี เรื่อง
นี้ไม่อาจจะให้ชาวเหยียนหวงล่วงรู้ได้! ยามนี้อยู่ใน
ช่วงเวลาสำคัญ หากเกิดสิ่งใดผิดพลาด เจ้าจะต้องเป็น
ผู้รับผิดชอบ!”
“ขอรับ ขอรับ ข้าสัญญาว่าจะจัดการภารกิจนี้ให้เสร็จ
สิ้นโดยเร็ว!” กุ่ย เจิ้นเค่อ รีบพยักหน้าตอบรับด้วยความ
หวาดกลัว
หลังจากกล่าวจบ เหล่าผู้คนที่ออกมาจากถ้ำโลหิตอเวจีก็
กลับเข้าไปยังสถานที่เดิมของมัน ถ้ำโลหิตอเวจีเต็มไป
ด้วยความเข้มงวด รอบๆตัวถ้ำมีการวางค่ายกลสำคัญ
เอาไว้มากมาย ทั้งหมดนี้ก็เพื่อป้องกันการรุกรานของ
ชาวเหยียนหวง นี่คือวงเวทที่ชาวกุ่ยเหยียนส่งต่อกันมา
รุ่นต่อรุ่น ตราบใดที่ชาวเหยียนหวงมาอยู่ในบริเวณ
ใกล้เคียง มันก็จะกระตุ้นทำงานเองในทันที สำหรับพวก
มันแล้วความแข็งแกร่งของ อู่ อวี้ ในยามนี้ย่อมเป็นไป
ไม่ได้ที่จะแทรกซึมเข้ามาภายในถ้ำโลหิตอเวจีนี้ได้ ทว่า
สาเหตุที่ต้องให้ กุ่ย เจิ้นเค่อ รีบสะสางปัญหาให้ได้
โดยเร็ว ก็เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ความลับรั่วไหล
“บนตัวของเจ้าเด็กผู้นี้มีความลับมากมาย หากสามารถ
สังหารมันได้ ไม่แน่ว่าอาจจะทำให้ชีวิตข้าเปลี่ยนไปเลย
ก็เป็นได้ อย่างไรก็ตามมันมีความสามารถในการหลบหนี
ที่ค่อนข้างทรงพลัง ข้าจะต้องหาผู้ที่มีความสามารถใน
การควบคุม ยังโชคดีที่ดูเหมือนว่าภายในถ้ำโลหิตอเวจี
จะมีคนที่มีความสามารถเช่นนี้อยู่ เพียงแต่หากถึงเวลาที่
ต้องแบ่งสมบัติกัน คงจะแบ่งไม่ลงตัว”
เมื่อ กุ่ย เจิ้นเค่อ นึกไปถึง อู่ อวี้ มันก็อดไม่ได้ที่จะ
หัวเราะเสียงเย็นเยียบออกมา ความจริงแล้วมันรู้ว่า
ภายใน 8 กองทัพหลักของชาวเหยียนหวง ได้มีคนตั้ง
รางวัลค่าหัวมันเอาไว้ไม่น้อย เพียงแค่ว่าตราบใดที่มันไม่
ออกไปจากที่นี่ พวกมันก็จะไม่ได้อะไรทั้งสิ้น เพราะถึง
ยังไงนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่มันสร้างความเสียหายอันร้ายแรง
ให้กับชาวเหยียนหวง
……………………………………
หลังจากที่ อู่ อวี้ หลบหนีออกมาจากปากถ้ำโลหิตอเวจี
แล้ว เขาก็เดินทางข้ามผ่าน มุ่งหน้าดำดิ่งลึกลงไปอีก
ยามนี้เขาไม่ต้องลากจูง คุนหวู่เทวะทมิฬ แล้ว ทำให้
ความเร็วของเขาทวีคูณ เนื่องจากไม่จำเป็นต้อง
หวาดกลัวว่าจะตกเข้าไปอยู่ในวงเวทกับดักอะไรอีก
เพราะตราบใดที่เขาหลงเข้าไป เขาก็สามารถหลบหนี
ออกมาได้ในเวลาเพียงชั่วพริบตา
อู่ อวี้ ยังคงมุ่งหน้าลงไปเรื่อยๆ สมองซีกหนึ่งคอย
เดินทางมุ่งหน้าอย่างไม่คิดอันใดนัก ทว่าอีกซีกหนึ่งเขาก็
รู้สึกได้ว่าความร้อนของลาวามันร้อนแรงเพิ่มขึ้นมามาก
กว่าเดิม
เมื่อมองจากสถานการณ์ในปัจจุบัน หากยิ่งดำดิ่งลงไป
อุณหภูมิของลาวาโดยรอบก็ยิ่งสูงมากขึ้น สูงจนขนาด
ที่ว่าต่อให้ผู้ฝึกตนทั่วๆไปสำแดงเคล็ดวิชาเต๋าออกมา
มากมายเพียงไหนก็ไม่สามารถทนอยู่ได้
“ด้วยความร้อนระดับนี้ มันเกินขีดจำกัดของมนุยษ์
ทั่วๆไปแล้ว หากดำดิ่งลึกลงไปอีก ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่
แหล่งกำเนิดความร้อนจะไม่ปรากฏ แหล่งกำเนิดความ
ร้อนนี่แหละคือสิ่งที่เจ้ากำลังแสวงหาอยู่” เมื่อได้ยิน
คำแนะนำของ หมิงซวง อู่ อวี้ ก็เร่งความเร็วขึ้นไปอีก
อู่ อวี้ ดำดิ่งลงไปด้วยความรวดเร็วแทบจะถึงขีดจำกีด
เนื่องจากว่าเขาไม่จำเป็นจะต้องอำพรางตัวอีกต่อไปแล้ว
ดังนั้นแม้ว่าพบวงเวทหรือชาวกุ่ยเหยียนมากมายเท่าใด
ทว่าก่อนวงเวทจะถูกกระตุ้นหรือก่อนที่ชาวกุ่ยเหยียน
จะลงมือ เขาก็ลับหายไปก่อนเสียแล้ว
เมื่อเป็นเช่นนี้ชาวกุ่ยเหยียนจึงไม่อาจจะหยุดยั้งเขาได้
เวลาได้ผันผ่านไปอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวหลังจากที่
เขาพบตำแหน่งที่ตั้งของถ้ำโลหิตอเวจี ก็ผ่านมาถึง 3 วัน
แล้ว
ในระยะเวลา 3 วันที่ผ่านมาเขาได้พบชาวกุ่ยเหยียนไป
แล้วนับร้อยคน ซึ่งชาวกุ่ยเหยียนส่วนใหญ่ยังไม่ทันได้
มองเห็น อู่ อวี้ ทว่าร่องรอยของเขาก็หายไปแล้ว
การที่ดำดิ่งลงมาลึกถึงจุดนี้ ทำให้ความร้อนแรงจัดอยู่ใน
ระดับน่าหวาดกลัว แม้จะมีกายาเพชรอมตะ กลับยัง
รับรู้ได้ถึงความร้อนแรง ทั้งยังมีบางครั้งที่เขารู้สึก
เจ็บปวดเกินจะทนไหว
ความร้อนภายในที่แห่งนี้มันอยู่เหนือสามัญสำนึกไปแล้ว
หมิงซวง เชื่อว่าเวลานี้น่าจะเข้าใกล้เป้าหมายของเขาไป
มากแล้ว มันจะต้องมีบางสิ่งบางอย่างที่สามารถสร้าง
อุณหภูมิที่ร้อนแรงเช่นนี้ได้อย่างแน่นอน และ อู่ อวี้ ก็ใช้
ความร้อนแรงของมันในการค้นหา เขาลองมุ่งไปทุก
ทิศทาง จากนั้นก็เลือกทิศที่อุณภูมิสูงขึ้นอย่างชัดเจน
ที่สุด ยามนี้ไม่เพียงแต่จะดำดิ่งลงไป บางครั้งเขาก็มุ่งไป
ทางซ้ายบ้างทางขวาบ้าง ทิศทางในการเดินทางนั้นถูก
เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดูราวกับว่าแหล่งกำเนิดความ
ร้อนนั้นเปลี่ยนตำแหน่งไปมา ทว่าหากให้กล่าวตามหลัก
ต้นกำเนิดพลังเช่นนี้สมควรไม่มีเคลื่อนไหว
“ต้นกำเนิดพลังเคลื่อนที่ได้อย่างไรกัน” หมิงซวง ก็รู้สึก
ไม่อยากจะเชื่อเช่นกัน
พวกเขายังทำการค้นหาและตรวจสอบต่อไป ซึ่งขณะนี้
เขากำลังเสาะหาชาวกุ่ยเหยียนว่าได้ลงลึกมารวมตัวกัน
ที่นี่บ้างหรือไม่ จะได้เป็นตัวอ้างอิงในการตามหาของเขา
ต่อไป
แน่นอนว่าทั่วทั้งพิภพอเวจีไม่อาจมีต้นกำเนิดพลังเพียง
แค่จุดเดียว นี่คือเหตุผลที่ทำไมจึงเกิดภูเขาไฟขนาดใหญ่
มากมายบนโลกใบนี้ อู่ อวี้ จะต้องค้นหาต้นกำเนิดพลัง
ขอเพียงแค่ต้องค้นพบพื้นที่บางแห่งที่มีอุณหภูมิสูงเป็น
พิเศษให้ได้
ในสถานที่เช่นพิภพอเวจี มันได้สร้างปาฏิหารย์บนโลก
ใบนี้มาแล้วหลายปีนับไม่ถ้วน
เขาตรวจสอบทุกพื้นที่ด้วยเนตรเพลิง เมื่ออยู่ภายใน
พิภพอเวจี ไม่ว่าจะเป็นเคล็ดอิทธิฤทธิ์รวมถึงกายาเพชร
อมตะของเขา จึงทำให้เขามีข้อได้เปรียบมากกว่าคน
ทั่วๆไป
“มันร้อนมากจริงๆ แม้แต่กายาเพชรอมตะของข้ายัง
รู้สึกแสบร้อนขึ้นมาเลย“ อู่ อวี้ คาดว่าอาจจะเป็นไปได้
ว่าตนเองได้เข้าใกล้ต้นกำเนิดพลังแล้ว
ฟึ่ม!
ทันใดนั้นดูเหมือนว่าจะมีสิ่งของบางอย่างเคลื่อนไหว
ผ่านด้านหน้าไปอย่างรวดเร็ว!
มันเป็นเหมือนกับปลาตัวเล็กๆตัวหนึ่ง
ปลาตัวนี้มีความเร็วมาก ทั่วร่างของมันเป็นสีแดงฉาน
พริบตาเดียวก็หายไปต่อหน้าต่อตาของ อู่ อวี้ ยามที่มัน
พุ่งผ่านไป มันก็จะเผาผลาญ อู่ อวี้ จนร่างกายของเขา
เกือบไหม้เกรียม!
“มันคืออะไรกัน! ทำไมถึงร้อนได้เช่นนี้!”
แม้ว่ามันจะร้อนแรงมากเท่าไหร่ ทว่าเขาก็อดไม่ได้ที่จะ
ปรากฎความสุขขึ้นมา แม้ว่าเขาเกือบจะถูกเผาจนไหม้
แต่ก็ยังคงไล่ติดตามต่อไป ยิ่งกว่านั้นเขายังรีดเร้น
ความเร็วของเมฆาตลบฟ้าออกมาทั้งหมด!
ทว่าความเร็วของปลาสีแดงฉานตัวนั้นกลับรวดเร็วอย่าง
มาก ดูเหมือนกับว่ามันมีสติปัญญาเป็นของตัวเอง มัน
สามารถซ่อนตัวและขยับเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว แต่
อย่างไรก็ตามเมื่อมันอยู่ในสายตาของ อู่ อวี้ แล้วก็ยากที่
จะสลัดพ้นได้
แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น เมื่อใดที่เขาเหยียดมือหมายจะคว้า
ตัวมันเอาไว้ มือของเขาก็จะถูกเผาจนไหม้เกรียมไป
ในทันที!
จึงทำให้เป็นเรื่องยากที่จะคว้าจับสิ่งนี้
“สิ่งนี้มันคืออะไรกันแน่ แล้วข้าจะใช้ประโยชน์จากมัน
ได้หรือไม่?” อู่ อวี้ รีบเอ่ยถาม หมิงซวง ทันที
เนื่องจากดูเหมือนมันจะมีประโยชน์ไม่น้อยเลยทีเดียว
หมิงซวง กำลังคิดว่าการค้นหาสมบัติล้ำค่าภายในพิภพ
อเวจีแห่งนี้ ไม่แน่ว่าอาจจะทำให้เนตรเพลิงและกายา
เพชรอมตะของ อู่ อวี้ มีความก้าวหน้าขึ้นได้
เช่นเดียวกับศิลามณีกำเนิดอัคคีที่ได้รับมายามที่อยู่บน
เส้นทางเซียนบรรพกาล
อู่ อวี้ ยังคงไล่ตามติดอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่เข้าใกล้
มันอยู่หลายครั้ง หมิงซวง ก็สามารถมองเห็นมันได้อย่าง
ชัดเจน จึงอดไม่ได้ที่จะกล่าวขึ้นว่า “ไอ้หยา วาสนาของ
เจ้ามันทำด้วยอะไรกันแน่ ทำไมเจ้าถึงได้โชคดีเช่นนี้ ส้ม
มันจะหล่นใส่หัวเจ้าให้ทุกครั้งเลยรึยังไง? สวรรค์ช่างไม่
ยุติธรรม!! ”
“หมายความว่ายังไง? อย่ามัวแต่กล่าวไร้สาระได้แล้ว
รีบพูดออกมา”
หมิงซวง เอ่ยพึมพำว่า “หืมม~~ ดูตัวเองตอนนี้ซิ๊ ท่าน
ย่าไม่ค่อยชอบคนแบบนี้เลยล่ะ”
อู่ อวี้ รู้สึกสลด เขาไม่เคยจะเถียงสู้ หมิงซวง ได้เลยสัก
ครั้ง ทำได้เพียงแค่ตามใจนางเท่านั้น จนสุดท้ายนางก็
กล่าวมาด้วยน้ำเสียงพึงพอใจ “นี่ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตอะไร มัน
เป็นการดำรงอยู่ของสมบัติล้ำค่าประเภทหนึ่ง หากจะให้
พูดว่าเป็นจิตวิญญาณเซียน ก็สมควรเป็นจิตวิญญาณ
เซียนที่มีเส้นจิตวิญญาณเซียนมากกว่า 9 เส้น มันมีชื่อ
ว่า ‘หยาดเพลิงวิญญาณเซียน’ มีข่าวลือว่ามันอยู่แต่
ภายในวิมานบนสวรรค์ ซึ่งเหล่าเทพเซียนทั้งหลายมัก
นำไปใส่ในตะเกียง ถ้าจะให้พูดก็เปรียบดั่งไฟตะเกียง
ของเหล่ามนุษย์ก็มิปาน ทว่าหยาดเพลิงวิญญาณเซียน
ถูกนำมาสร้างเป็นเปลวงเพลิงที่สามารถส่องแสงบน
ท้องฟ้าโดยที่เรียกว่าแทบไม่มีวันดับ มีข่าวลือว่ามันบน
โลกใบนี้ไม่สมควรมีหยาดเพลิงวิญญาณเซียน แต่เป็น
เพราะเซียนบนสวรรค์ไม่ทันได้ระวัง ทำให้ตะเกียงพลิก
คว่ำ หยาดเพลิงวิญญาณเซียนจึงร่วงหล่นตกลงมาสู่โลก
มนุษย์ แน่นอนว่าสิ่งที่เจ้าเห็นนี้มีเส้นวิญญาณเซียนอยู่
เพียงแค่ 9 เส้นเท่านนั้น มันน่าจะเจือจางลงไปมาก
แล้ว”
“ฟังแล้วเหมือนกับว่ามันเป็นสมบัติที่ไม่อาจจะดูถูกได้
จริงๆ แล้วข่าวลือที่ว่ามานั้นมีบอกหรือไม่ว่า หยาดเพลิง
วิญญาณเซียน จะใช้ประโยชน์อะไรได้?”
อู่ อวี้ ใคร่รู้เป็นอย่างยิ่ง
หมิงซวง จึงกล่าวต่อ “สมบัติที่เป็นดั่งเทพเซียนเช่น
หยาดเพลิงวิญญาณเซียน เป็นสิ่งที่สามารถดูดซับเข้าสู่
ร่างกายได้ ตามตำนานได้กล่าวเอาไว้ว่ามีเซียนบางคนได้
กิน หยาดเพลิงวิญญาณเซียน ลงไปเพื่อนำมาฝึกฝน
ตราบใดที่พวกมันสามารถทนทานต่อพลังอำนาจของ
หยาดเพลิงวิญญาณเซียนนี้ได้ ก็จะทำให้สามารถ
ครอบครองพลังกายเนื้อที่แข็งแกร่ง ด้วยกายาเพชร
อมตะของเจ้า น่าจะมีความสามารถในการดูดซับหยาด
เพลิงวิญญาณเซียนนี้ได้เช่นกัน และน่าจะอยู่ในระดับที่
เหนือกว่าเทพเซียนทั่วๆไปอีกด้วย หยาดเพลิงวิญญาณ
เซียนนี้จึงนับว่ามีคุณประโยชน์ต่อตัวเจ้าอย่างมหาศาล
น่าเสียดายที่นี่เป็นเพียงแค่โลกของสามัญ จึงทำให้หยาด
เพลิงวิญญาณเซียนอ่อนพลังลงไปมาก ทว่าสิ่งที่อยู่ต่อ
หน้าเจ้าก็ยังเพียงพอที่จะทำให้กายาเพชรอมตะของเจ้า
ยกระดับขึ้นได้อยู่ดี และหากว่าไม่สำเร็จ ข้าก็คิดว่าเจ้า
ยังสามารถนำมันไปผสานกับเนตรเพลิงได้อยู่ มันอาจจะ
ช่วยให้เนตรเพลิงของเจ้าบรรลุถึงระดับ ‘อัคคีตัด
สวรรค์’ กระทั่งไม่แน่ว่าอาจะทำให้เนตรเพลิงของเจ้า
ก้าวขึ้นไปอยู่อีกระดับหนึ่งได้!”
เมื่อได้ยิน หมิงซวง บอกเล่าถึงสรรพคุณที่ยอดเยี่ยมของ
สมบัติชิ้นนี้ อู่ อวี้ ค้นพบว่าตนเองช่างโชคดีเหลือเกิน!
แต่น่าเสียดายที่พลังมันอ่อนเกินไป แต่หากว่าสามารถ
ทำให้เนตรเพลิงของเขาก้าวหน้า มันก็นับว่าคุ้มค่าจริงๆ!
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงไล่ติดตามมันอย่างสุดกำลัง ในระหว่างที่
ไล่ล่าตามไปเขาก็พลางคิดหาวิธี ว่าตนเองจะใช้วิธีการ
อะไรจึงจะสามารถจับเจ้า ‘หยาดเพลิงวิญญาณเซียน’ นี้
ได้
“หากว่าใช้พิมานจักรพรรดิเป่ยหมิงของร่างอวตารก็
น่าจะสามารถจัดการกับมันได้ เนื่องจากเย็นสามารถดับ
ร้อนได้ และยิ่งไปกว่านั้นพิมานจักรพรรดิเป่ยหมิงยังเป็น
ถึงศาสตราเต๋าวิธีแท้สุดยอดวิญญาณ การโจมตีของมัน
น่าจะไม่ถูก หยาดเพลิงวิญญาณเซียน ทำลายลง พอ
โอกาสปรากฎ ข้าก็จะคว้ามันไว้ทันที“
อู่ อวี้ ได้วางแผนเอาไว้ในใจแล้ว
หยาดเพลิงวิญญาณเซียนมีสติปัญญาที่ฉลาด มัน
เชี่ยวชาญในการหลบหนี การจะจับมันย่อมไม่ใช่เรื่องที่
ง่ายดาย หลังจากที่ อู่ อวี้ คว้าน้ำเหลวไปหลายครั้ง มัน
ทำให้เขารู้สึกจนปัญญา
ทว่าฉับพลันนั้น อู่ อวี้ กับ หยาดเพลิงวิญญาณเซียน ก็
ได้พลาดท่าตกเข้าสู่กับดักวงเวทเข้า!
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ