กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 863: พิภพกายเนื้อ
กล่าวตามตรง อสูรตะเกียงเพลิง จำนวนมากมาย
ภายนอกยากจะกำจัดเกินไป
แต่ในท้ายที่สุด อู่ อวี้ ก็ยังต้องพึ่งพาพิมานจักรพรรดิเป่ย
หมิง เพื่อถ่วงเวลาสรรพเทวะวิญญาณเหล่านี้
หากไม่จัดการ พวกมันก็อาจจะเข้ามาแย่งชิงตะเกียง
แก้วนี้ได้อย่างไม่จบไม่สิ้น และเขาก็ไม่อาจหยุดมือหรือ
ว่าหลบหนีพวกมันได้พ้น
ยามนี้ผู้ที่มีความแข็งแกร่งทางด้านการสังหารที่สุดของ
อู่ อวี้ ก็ยังคงเป็นร่างกลืนสวรรค์ แม้ว่าคู่ต่อสู้จะมี
จำนวนมาก แต่ก็ยังพอแก้ไขสถานการณ์ได้
ในยามอ่อนล้าสิ้นแรง เขาก็ยังสามารถกลืนกิน อสูร
ตะเกียงเพลิง เพื่อเปลี่ยนให้กลายมาเป็นพลังของตนได้
เรื่อยๆ
เขมือบกินพวกมันราวกับกินอาหารอันโอชะก็ไม่ปาน
อู่ อวี้ พบว่าการเขมือบกลืนกินเหล่าสรรพเทวะวิญญาณ
นั้น มีประสิทธิภาพที่ด้อยกว่าการเขมือบกินปีศาจหรือ
ว่ามนุษย์ โชคดีที่ผลลัพธ์ยังน้อยนิด มิฉะนั้นร่างกลืน
สวรรค์อาจจะหลุดจากการควบคุมของร่างหลักของ อู่
อวี้ ได้
หลังจากที่กลืนกินเข้าไปแล้ว พละกำลังการต่อสู้ที่สูญ
หายไปในตอนก่อนหน้านี้ พลันฟื้นคืนกลับมาดังเดิม
ภายใต้วงจรอันไม่จบสิ้น ร่างกลืนสวรรค์ ก็เหมือนได้
เปลี่ยนกลายเป็นเครื่องจักรต่อสู้ อสูรตะเกียงเพลิงนั้นก็
เป็นเพียงแค่เส้นเอ็นเส้นหนึ่ง เมื่อถูก อู่ อวี้ หมายสะบั้น
ให้เด็ดขาด ย่อมมิอาจหนีรอดพ้น
พื้นที่รอบๆตะเกียงแก้วจึงกลับมาอยู่ในความสงบขึ้นอีก
ครั้ง
หลังจากที่ร่างกลืนสวรรค์ต่อสู้จนเสร็จสิ้น อู่ อวี้ ก็
รวบรวมสมาธิทั้งหมดมาอยู่ทางฝั่งของร่างหลักดังเดิม
เขาเคยผ่านประสบการณ์ที่ยากลำบากมาก่อน อันดับ
แรกเขาจะต้องทำให้พิภพของกายเนื้อเสร็จสิ้น ใน
ขั้นตอนนี้ อู่ อวี้ ได้ใช้หยาดเพลิงวิญญาณเซียนไป
จำนวนมหาศาลเพื่อหลอมรวมเข้าสู่ทุกส่วนของร่างกาย
ไม่ว่าจะเป็นเลือด เนื้อ กระดูก เส้นเอ็น อวัยวะภายใน
หรือว่าส่วนอื่นๆทั้งหมด เขาผสานรวมและเปลี่ยนแปลง
ทุกอย่างด้วยหยาดเพลิงวิญญาณเซียนอย่างต่อเนื่อง
ยามนี้เลือดและเนื้อของเขาพลันปรากฏความร้อนแรงไร้
ที่เปรียบแผ่พุ่ง ส่วนทางหยาดเพลิงวิญญาณเซียนก็กำลัง
เผาไหม้อยู่ด้วยเช่นกัน ไม่เพียงเท่านั้น ในอีกด้านหนึ่ง
เลือด เนื้อ กระดูก เส้นเอ็น ก็กำลังอยู่ในขั้นตอนการปิด
ผนึก ก่อเป็นพิภพขึ้นภายในร่าง ราชันอรหันต์ ‘ฮง’ ได้
ปรากฎกายเข้ามาประจำการปกป้องกายเนื้อ!
ร่างกายของ อู่ อวี้ ในตอนนี้ก็เป็นเหมือนกับเตาหลอม!
แม้กระทั่งอาจจะน่าหวาดกลัวยิ่งกว่า หยาดเพลิง
วิญญาณเซียนจำนวนมาก ผสานรวมเข้ากับทุกอณูของ
ร่างกาย แม้แต่อณูที่เล็กที่สุดก็ยังผสานรวมเข้ากับหยาด
เพลิงวิญญาณเซียนนับร้อย ทำให้สามารถจินตนาการได้
เลยว่ามันจะมีความร้อนแรงมากน้อยเพียงไหน ตราบใด
ที่ อู่ อวี้ ต้องการ เขาก็สามารถแผดเผาทุกสิ่งทุกอย่าง
รอบด้านได้ตลอดเวลา!
แต่ตัวเขาในยามนี้กำลังวางรากฐานของกายาหกพิภพ
สวรรค์สักการะราชันอรหันต์ไม่ดับสูญในขั้นแรกเท่านั้น
จึงทำให้มีราชันอรหันต์อยู่เพียงแค่องค์เดียว
ยามนี้ทุกอณูร่างกายของเขา ได้ผสานรวมเข้ากับหยาด
เพลิงวิญญาณเซียน ซึ่งดูเหมือนว่าเกือบจะถึงขีดสุดไม่
สามารถจะเพิ่มได้มากกว่านี้อีก แต่จริงๆแล้วนี่สิ่งที่เป็น
ความท้าทายสำหรับเขา เขาจะต้องทะลวงขีดจำกัดของ
ตนเองอีกถึง 5 ครั้ง หลังจากที่เขาทะลวงผ่านขีดจำกัด
การเริ่มต้นใหม่ก็ปรากฎอีกครา ซึ่งมันเจ็บปวดกว่าเดิม
นับร้อยนับพันเท่า เริ่มต้นขึ้นมาจากศูนย์ ค่อยๆก้าวไป
ข้างหน้าทีละก้าว เพราะหากเขามีพิภพของกายเนื้อ
พิภพที่ 2 จะทำให้มีราชันอรหันต์ถึง 2 องค์ลงมาสถิต
อยู่ภายในร่าง!
แน่นอนว่าเมื่อมี 2 ก็ย่อมมี 3 จนกว่าพิภพทั้ง 6 ของ อู่
อวี้ ถูกหลอมสกัดจนเสร็จสิ้น เมื่อใดที่พิภพทั้ง 6 ได้ก่อ
ตัวเป็นรูปหกเหลี่ยม ยามนั้นก็คือเวลาที่ร่างกายของเขา
มั่นคงที่สุดและจะกลายเป็นร่างกายที่ไม่มีวันตาย
ยิ่งกว่านั้น ทั้งพละกำลัง ความเร็ว การป้องกันก็บรรลุถึง
ขีดสุดของกายเนื้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านพละกำลัง
ของกายเนื้อ ด้วยพลังของพิภพทั้ง 6 จะทำให้เขา
สามารถย้ายภูเขายกมหาสมุทรได้เลยทีเดียว และส่วน
ในด้านการป้องกันก็รับประกันได้เลยว่าเขาจะไม่มีทาง
ตกตายลง!
หากเขาสำเร็จ กายาหกพิภพสวรรค์สักการะราชัน
อรหันต์ไม่ดับสูญ ก็จะทำให้ผู้คนต้องตื่นตระหนก และ
จะยิ่งทำให้ร่างกายของ อู่ อวี้ โดดเด่นเหนือผู้อื่นขึ้นไป
อีก! แต่หากจะดีใจในตอนนี้ก็ยังถือว่าเร็วเกินไป เขาต้อง
ขังตัวเองอยู่ภายในทะเลสาบหยาดเพลิงวิญญาณเซียน
และจะต้องทะลวงขีดจำกัดของตนเองเพิ่มอีก 5 ครั้ง
มันก็เหมือนกับการที่เขาต้องใช้น้ำถึง 5 ขวดเทเข้าไปใน
ขวดที่เต็มไปด้วยน้ำโดยที่ไม่ให้มันล้นออก สิ่งนี้จำเป็น
จะต้องใช้สมาธิสูงล้ำของ อู่ อวี้ !
จินตนาการไม่ออกเลยว่าผู้ที่สร้างกายาเพชรอมตะนี้จะ
เป็นอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์อยู่ถึงขั้นไหน จึงจะคิดค้น
วิธีการกลั่นสกัดร่างกายที่ไม่น่าจะเป็นไปได้เช่นนี้ออกมา
ยามนี้ อู่ อวี้ ได้สร้างพิภพมาแล้ว 1 พิภพ มันมีความ
แข็งแกร่งที่เหนือกว่า กายาเจ้ามังกรสักการะราชัน
อรหันต์ไม่ดับสูญ มากนัก นอกจากนี้เบื้องหน้าก็ยังเหลือ
หยาดเพลิงวิญญาณเซียนอยู่อีกมากมาย เกรงว่าคงใช้
เหลือทิ้งได้เลยกระมัง?
“ไม่อาจสงสัย ไม่อาจล่าถอยได้ มิฉะนั้น ถึงจะสร้าง
พิภพขึ้นมาได้ แต่ด้วยจำนวนหยาดเพลิงวิญญาณเซียนที่
เหลืออยู่มากมายนี้ ก็สามารถเอาชีวิตของข้าไปได้ทุก
เมื่อ!”
หากลังเลแม้แต่น้อย หยาดเพลิงวิญญาณเซียนที่กำลัง
เผาไหม้ก็อาจจะแผดเผา อู่ อวี้ ได้ทันที มันอาจจะทำให้
เขาหวาดกลัวในการหลอมสกัดกายเนื้อในยามหลังจาก
นี้ กลายเป็นบาดแผลทางจิตใจไปจนวันตาย
บางครั้งกำลังใจก็เป็นสิ่งสำคัญยิ่ง
ในขณะนี้ อู่ อวี้ จึงกระตุ้นความคิดขึ้นมา เขาต้องการที่
จะกลายเป็นเซียนอมตะ เขาต้องการที่จะให้ตนสามารถ
ไล่ตามรอยเท้าของ ฉีเทียนต้าเซิ่น ได้ คิดไปถึง ลั่วผิน
คิดไปถึง อู่ หยู๋ และคิดไปถึงญาติสนิทมิตรสหายทั้งหมด
ของตน…….
และยังคิดถึงตนเองที่อยู่บนดินแดนโบราณเหยียนหวง
ซึ่งเต็มไปด้วยภัยอันตรายนับพันหมื่น
“ข้าจะต้องไม่ตาย ข้าจะต้องไม่ได้เดินไปบนเส้นทาง
เช่นเดียวกับ หมิงซวง เต๋าของข้าจะต้องบริสุทธิ์และ
ซื่อตรง ข้าจะก้าวเดินไปข้างหน้าโดยไม่มีสิ่งใดให้ต้อง
หวาดกลัว!”
เขาไม่ได้เป็นคนที่หวาดกลัวและหลบซ่อนในการฝึกตน
การหลบซ่อนไม่เหมาะสมกับเจตจำนงของ ฉีเทียนต้า
เซิ่น และไม่อาจจะทำให้ อู่ อวี้ ได้เป็น อู่ อวี้ ในตอนนี้
หากว่าเขาหลบซ่อนหรือหวาดกลัว การที่ได้รับสืบทอด
มรดกจากเซียนอมตะนั้นก็จะกลายเป็นเพียงแค่เรื่องที่
สูญเปล่า
ยามนี้จิตใจของเขาค่อยๆสงบลง ความคิดเริ่มแช่มชัด
ยิ่งขึ้น บางทีเขาในยามนี้อาจกล่าวได้ว่าหลุดจากวิกฤตก็
มิปาน อย่างน้อยในขณะนี้เขาก็สามารถครุ่นคิด
ไตร่ตรองมีสมาธิดุจเวลาปกติ
“ท่วงท่าที่ 2 ?”
พิภพในร่างกายนั้นเริ่มต้นขึ้นจากท่วงท่า เพียงท่วงท่า
แรกที่มาจากราชันอรหันต์ ‘ฮง’ ก็นับว่าแปลก
ประหลาดมากพออยู่แล้ว แถมยังมีท่วงท่าที่ 2 ซึ่งมา
จากราชันอรหันต์ ‘มี’ อีก
โอม มา นี ปะ หมี่ ฮง เป็นการออกเสียงที่แปลก
ประหลาดยิ่ง ทว่าแต่ละคำนั้นได้แทนพิภพในแต่ละชั้น
ราชันอรหันต์แห่งพิภพที่ 2 เป็นเรื่องยากที่จะเอ่ยถึง
ท่วงท่านี้ออกมาได้ มันเป็นเหมือนกับการนั่งยองๆแล้ว
ถ่ายออกมา แต่ส่วนที่สำคัญก็คือการยักคิ้วหลิ่วตา
นอกจากนี้แขนและนิ้วมือก็ยังมีเงื่อนไขเฉพาะของมัน
มือข้างหนึ่งของเขาจะต้องชิดสะโพก แต่จะต้องทำเช่น
ไรจึงจะไม่รู้สึกอึดอัดใจได้กันนะ? โดยทั่วไปแล้วมันเป็น
ท่วงท่าที่คนธรรมดาไม่อาจจะทำได้ แต่ อู่ อวี้ ก็ได้
มองเห็นลักษณะท่าทางของราชันอรหันต์ผู้นี้แล้ว
เช่นนั้นเขาจึงทำตามโดยไม่คิดอะไรมาก เพราะตัวเขามี
ความเชื่อมั่นในกายาเพชรอมตะโดยไร้ซึ่งข้อกังขา
“มันจะแปลกไปถึงไหน”
ท่าที่ผิดแผกนี้ถูกสร้างขึ้นมาเสมือนกับท่วงท่าก่อนหน้า
ทว่าถึงจะแปลกประหลาด แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่ามันเป็น
ขั้นตอนสำคัญที่เปลี่ยนให้ร่างกายคนกลายเป็นพิภพ
ยามที่ท่วงท่านี้ปรากฏขึ้น อู่ อวี้ ก็รู้สึกได้ว่าคนเองและ
โลกนั้นเชื่อมโยงเข้าด้วยกันยิ่งกว่าเดิม ในขณะที่ท่วง
บทบัญญัติ บัญญัติคาถาหมุนโคจร เขาก็เริ่มทำความ
เข้าใจในตัวคาถาในขณะที่ยังคาท่าประหลาดเอาไว้อยู่
ในขั้นตอนที่หลอมรวมเข้ากับหยาดเพลิงวิญญาณเซียน
คาดการณ์ว่าจะต้องใช้ถึง 6 ท่วงท่าเพื่อกำเนิดพิภพใน
แต่ละชั้นออกมา! อู่ อวี้ สัมผัสได้ว่าภายในร่างกายของ
ตนเองได้มีพิภพแห่งใหม่กำเนิดขึ้น พิภพแห่งนี้ได้
ครอบคลุมพิภพเดิมเอาไว้ ซึ่งยามนี้มันยังคงเป็นเพียง
พิภพที่ว่างเปล่าอยู่! อู่ อวี้ ทำได้เพียงแค่ปฏิบัติตาม
วิธีการก่อนหน้านี้เพื่อให้มันเป็นเฉกเช่นเดียวกับพิภพ
แรก
ทว่าเมื่อพิจารณาจามาพิภพแห่งนี้แล้ว พิภพทั้ง 2 กลับ
ยังไม่ได้มีการเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน
ส่วนทางด้านกายเนื้อ ขณะนี้ก็พบกับปัญหาที่ไม่สามารถ
ผสานเข้ากับหยาดเพลิงวิญญาณเซียนได้อย่างง่ายดาย
เท่าไหร่ เพราะบัดนี้มันได้ถึงขีดจำกัดของเขาเสียแล้ว
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงสงสัยว่ากายาเพชรอมตะจะแก้ไขปัญหา
นี้ได้เช่นไร?
หลังจากที่ อู่ อวี้ ใช้ท่วงท่าใหม่มาสร้างพิภพกายเนื้อ
ออกมา เขาก็พบว่าบัญญัติคาถาของกายาเพชรอมตะนี้
ช่างมหัศจรรย์มากจริงๆ! หลังจากที่ให้กำเนิดภพที่ว่าง
เปล่านี้ออกมาแล้ว ยามที่มองจากภาพรวม ทั้ง เลือด
เนื้อ กระดูก เส้นเอ็น และอวัยวะภายในของเขา ยังคงมี
ขนาดเท่าเดิม แต่ทว่าดูเหมือนมันจะปรากฏความว่าง
เปล่าขึ้นภายในเป็นมิติแยกออกมาอีกแขนง และหาก
มองให้ละเอียดขึ้นกว่าเดิม ในแต่ละอณูนั้นได้ถูกแบ่ง
ออกเป็น 2 ส่วน มันได้เติมเต็มซึ่งกันจนหนาแน่น
กลายเป็นมวลมหาศาล หากมองผิวเผินย่อมไม่อาจแยก
ออกได้ กล่าวได้ว่ามันเป็นการบีบอัดมวลภายในร่างกาย
เพื่อให้สามารถรองรับปริมาณของหยาดเพลิงวิญญาณ
เซียนให้เข้ามาในร่างกายได้อีก!
เดิมทีเขาได้สร้างพิภพกายเนื้อที่อิ่มตัวออกมาจนไม่
สามารถรับอะไรได้อีกแล้ว ทว่าในยามนี้มันกลับเริ่ม
ซ้อนทับกับพิภพที่เพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่ ยิ่งกว่านั้นมันยัง
เต็มไปด้วยความว่างเปล่าพร้อมให้เติมเต็ม ในขณะที่ อู่
อวี้ กำลังตะลึงอยู่ เขาก็เรียกสติและไม่ปล่อยให้เสียเวลา
ไปเปล่าๆ เขาเริ่มต้นสร้างพิภพกายเนื้อใหม่ขึ้นมาอย่าง
รวดเร็ว เพราะว่าสิ่งที่เกิดนี้มันทำให้กระบวนการต่างๆ
ง่ายดายมากขึ้น เดิมทีกายาหกพิภพสวรรค์สักการะ
ราชันอรหันต์ไม่ดับสูญ มันยากที่สุดก็คือในช่วงเริ่มต้น
และปัญหาในการดูดซับเติมเต็มถือเป็นสิ่งที่ชวนปวดหัว
มากที่สุด แต่ทว่าปัญหาที่ใหญ่ที่สุดนี้ไม่จำเป็นต้องให้ อู่
อวี้ ดำเนินการใดๆทั้งสิ้น เพราะว่าบัญญัติคาถานี้จะ
จัดการด้วยตัวของมันเอง
แน่นอนว่ายังไม่สำเร็จเสร็จสิ้น ขั้นตอนต่อไปในการ
สร้างพิภพทั้ง 6 ยังไม่อาจจะทำผิดพลาดได้ หยาดเพลิง
วิญญาณเซียนเป็นสิ่งที่ร้อนแรงไร้ที่เปรียบ มันเป็น
เหมือนกับว่าเขากำลังวาดวงเวทอันซับซ้อนที่ไม่อาจจะ
ผิดพลาดได้ ตราบใดที่เกิดข้อผิดพลาดขึ้นแม้ว่าจะเป็น
เพียงแค่จุดเล็กๆ ทั่วทั้งวงเวทนี้ก็จะพังทลายไปในทันที
วงเวทสามารถวงขึ้นมาใหม่ได้ แต่ว่าหากกายเนื้อ
พังทลายไปแล้ว ก็คงไม่มีโอกาสให้อีกครั้ง!
อาจจะกล่าวได้ว่าในเวลานี้ อู่ อวี้ ไม่อาจจะถูกรบกวนได้
พิภพทั้ง 6 นั้นมีลักษณะเฉพาะของตนเอง หากเกิด
อาการรวนขึ้นมา มันจะทำให้ อู่ อวี้ ต้องล้มเหลวใน
ท้ายที่สุด ในช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนที่เขาจะประสบ
ความสำเร็จ ซึ่ง อู่ อวี้ ได้อยู่ที่หน้าประตูนรกมาโดย
ตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่มาถึงช่วงหลัง
พลังงานในร่างกายของเขายิ่งมายิ่งเพิ่มขึ้น แต่มันกลับ
ไม่ได้ก่อตัวเป็นพิภพทั้ง 6 ที่มั่นคงและสมบูรณ์ หากใน
ตอนท้ายเกิดความผิดพลาด พลังงานทั้งหมดจะปะทุ
และนั่นย่อมหมายถึงความตาย!
และหากเป็นเช่นนั้น ก็ไม่แน่ว่าวิญญาณของ หมิงซวง ก็
อาจจะสลายตามไปด้วย ดังนั้นยามนี้ หมิงซวง จึงอยู่ใน
อาการตึงเครียดไม่แพ้กัน นางไม่กล้าที่จะรบกวน อู่ อวี้
ทำได้เพียงแค่สวดภาวนาอยู่ในใจ
“เจ้าจะต้องทำได้สำเร็จ ข้าไม่อยากจะเห็นเจ้าต้องตาย
ร่างกลืนสวรรค์นั้นเป็นร่างกายที่ไม่อาจจะควบคุมได้ ไม่
ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เจ้าก็จะต้องรักษาร่างเดิมของเจ้า
เอาไว้ อู่ อวี้…….”
นางไม่รู้ว่าตนเองเริ่มเป็นห่วงความเป็นความตายของ
เขาตั้งแต่เมื่อไหร่ ในตอนที่พบกันครั้งแรก นางยังเย็นชา
อย่างสุดแสน เพราะยังไงนางก็ได้ตายไปแล้ว ซึ่ง อู่ อวี้
ก็เป็นเพียงผู้สืบทอดมรดกต่อจากนาง….ทว่ายิ่งเวลาผัน
ผ่าน กลับได้ปรากฎความคิดที่นางไม่รู้ขึ้นมา นั่นก็คือ
นอกจากเขาจะเป็นตัวตนเพียงหนึ่งเดียวที่จะช่วยให้นาง
จุติใหม่แล้ว เขายังกลายเป็นบุคคลสำคัญในจิตใจของ
นางไปเสียแล้ว
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ความรัก ในสายตาของนาง อู่ อวี้ เป็น
เพียงแค่คนรุ่นหลัง ซึ่งนางเป็นผู้นำพา อู่ อวี้ ออกจาก
วิกฤตและเขาวงกตแห่งความสับสนมานับครั้งไม่ถ้วน
ทว่าความสัมพันธ์ดังกล่าว นางกลับไม่เข้าใจว่ามัน
เรียกว่าสิ่งใดกันแน่
ขณะนี้นางเพียงนั่งภาวนาอย่างเงียบงัน
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ