กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 864: โลกภายนอก
ท่าฉับพลัน หมิงซวง ก็ตระหนักได้ขึ้นมาก่อน การสวด
ภาวนาต่อสวรรค์นั้นไม่มีประโยชน์อันใด
เพราะว่าสวรรค์นั้นเห็นแก่ตัว รักแต่ตนเอง…
ยังโชคดีที่ อู่ อวี้ ไม่พบกับปัญหาอะไร แม้ว่าเขาจะอยู่ใน
สถานการณ์ที่เสี่ยงอย่างยิ่ง แต่ชัยชนะของเขานั้นขึ้นอยู่
กับความแข็งแกร่งของจิตวิญญาณ ในยามนี้เขามีความ
ตั้งใจแน่วแน่ หากไม่มีอุบัติเหตุนอกเหนือความ
คาดหมายขึ้น อย่างน้อยเมื่อดูจากสถานการณ์ในตอนนี้
แล้ว การที่เขาจะก่อสร้างพิภพทั้ง 6 ให้เสร็จสิ้นย่อมไม่
ปัญหาอะไร
หากว่าเกิดปัญหาที่ภายนอก ร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้
ก็รับมือได้อย่างสบายๆ ทว่าขณะที่ร่างกลืนสวรรค์กำลัง
ออกเดินเล่นอยู่ภายนอก กลับได้ปรากฎเงาผู้มาเยือนที่
ด้านบน ในครั้งนี้ผู้มาเยือนไม่ใช่ ‘อสูรเพลิงตะเกียง’ แต่
มันน่าปวดหัวยิ่งกว่า
“เหมียว!” ฉับพลันนั้นปรากฏแมวสีขาวตัวอ้วนที่ดูเกียจ
คร้านตัวหนึ่ง พุ่งไปยังทางทิศที่ร่างกลืนสวรรค์อยู่ ผู้ที่
โอบอุ้มแมวสีขาวตัวนี้และคอยสัมผัสลูบเส้นขนของมัน
เป็นสตรีผู้น่ารักและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา มาพร้อมกับ
ปากสีแดงระเรื่อ ผสานรวมกับผิวที่ขาวเนียนราวกับ
หยก ทั้งยังดูแล้วเปี่ยมล้นไปด้วยสติปัญญาอันชาญฉลาด
เมื่อนางมองเห็น อู่ อวี้ นางก็เบะปากออกมาขณะที่
แสดงออกถึงความหงุดหงิด
แมวหมื่นผสานช่างเป็นไปตามคาดจริงๆ เมื่อเขาหยุด
เคลื่อนไหวลงไปชั่วขณะ มันกลับสามารถตามหาเขาได้
ทันที
พริบตานั้น อู่ อวี้ ก็กวาดสายตามองไปรอบๆในทันที ซึ่ง
ดูเหมือนว่านอกจาก เย่ซีซี แล้ว จะไม่มียอดฝีมือคนอื่น
อยู่อีก จิตใจของเขาสั่นสะท้านขึ้นในทันใด บัดนี้
สถานการณ์นับว่าวิกฤตตึงเครียด เนื่องด้วยเวลานี้คือ
ช่วงเวลาสำคัญ อู่ อวี้ จึงเกิดความรู้สึกกังวลขึ้นมา
เล็กน้อย เขากังวลว่า เย่ซีซี อาจจะเข้ามาแทรกแซงเขา
จนเกิดปัญหา อีกทั้งยังกังวลไปถึงเหล่ายอดฝีมือคนอื่นๆ
ที่อาจจะอยู่บริเวณรอบๆนี้
เขาตระหนักถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้ดี
เดิมทีมันก็เป็นการเดิมพันอย่างหนึ่ง แต่เมื่อหยาดเพลิง
วิญญาณเซียนมาอยู่เบื้องหน้าแล้ว เขาก็ไม่มีทางเลือก
อื่นอีก สถานการณ์ในยามนี้ คงกล่าวได้แค่ว่าโชคของตัว
เขานั้นเลวร้ายเหลือเกิน
ขณะนี้ยังไม่เห็นผู้อื่นใด เขาก็ทำได้เพียงแค่ดำเนินการ
ต่อไปพลาง และรับมือกับ เย่ซีซี ไปพลาง ยังดีที่ว่าสาว
น้อยผู้นี้ไม่ได้หลักแหลมเจนโลกมากนัก นางนั้นเป็นคน
ที่มีนิสัยแกว่งไปมาไม่แน่นอน
“เจ้ามีปัญหาอะไรหรือไม่ ทำไมถึงวิ่งหนีมาในพื้นที่ส่วน
ลึกเช่นนี้ ข้ากับ หลานหลานเสียแรงไปไม่น้อยกว่าจะ
หาทางมายังที่แห่งนี้ได้ หากไม่ใช่ว่าร่างกายของข้าอยู่
เหนือผู้อื่น ยามนี้คงถูกเผาจนสุกไปแล้ว!” เย่ซีซี พุ่งไป
หาเข้าด้วยความโกรธเกรี้ยว
“เหมียว!” แมวหมื่นผสานตัวนั้นก็รู้สึกไม่พอใจกับ
สภาพแวดล้อมแห่งนี้ มันจึงส่งเสียงประท้วง อู่ อวี้ กับ
เย่ซีซี ออกมา และคิดที่จะจากไปจากสภาพแวดล้อม
เช่นนี้อยู่ตลอดเวลา
“ข้าอยากจะรู้ว่าที่พิภพอเวจีแห่งนี้มีความลึกเพียงใด
ไม่ได้หรือไรเล่า? แล้วเจ้าตามข้ามาทำไม? ไม่ได้นำผู้
อาวุโสติดตามมาด้วยงั้นหรือ?” อู่ อวี้ ว่าความจริงแล้ว
อีกฝ่ายไม่ได้เกลียดชังตนเองมากมายถึงเพียงนั้น ดังนั้น
จึงยังพอมีทางหนีทีไล่อยู่บ้าง ยามนี้เขาหลอกถามเพื่อ
อยากจะรู้ว่ามีคนอื่นๆอยู่ในบริเวณรอบๆนี้อีกหรือไม่
ขณะนั้นร่างหลักของเขาก็ได้ใช้เนตรเพลิงตรวจสอบดู
เพราะว่าร่างกลืนสวรรค์ของเขาไม่อาจจะมองเห็นได้
กว้างไกลนัก
“หากมุ่งหน้าลงไปอีก เจ้าก็จะต้องถูกเผาจนไหม้เกรียม
สำหรับที่ตามหาเจ้า……เป็นเพราะครั้งที่แล้วข้าพบว่า
พวกเขาคิดที่จะสังหารเจ้า ดังนั้นเท่านี้ก็ถือว่าพอแล้วล่ะ
ข้าได้ให้ลุงเตี้ยนไปสะสางธุระของตัวเองเรียบร้อย ข้ากับ
เจ้าก็ไม่ได้มีความเกลียดแค้นจนถึงขั้นไม่อาจอยู่ร่วมฟ้า
กันได้ ข้าจึงไม่คิดที่จะสังหารเจ้า แต่ว่าเจ้าได้แย่งชิงของ
ของข้าไป เจ้าจะต้องคืนมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!” เย่ซีซี จับจ้อง
มองไปที่เขา ซึ่งทุกๆถ้อยคำที่เอ่ยออกมา นางแสร้งข่ม
ว่าตนกำลังโกรธเกรี้ยวอย่างที่สุด ช่างดูน่าเอ็นดูอย่างยิ่ง
“เมี้ยว!” หลานหลาน เองก็ร้องเตือนออกมาด้วยเช่นกัน
“หลานหลาน ยังกล่าวว่า ที่ข้ากล่าวมามันมีเหตุผล” เย่
ซีซี กล่าวย้ำอีกรอบหนึ่ง
อู่ อวี้ ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เดิมทีคิดว่า
ครั้งนี้นางจะมาไล่ล่าตัวเขาด้วยตัวเอง ส่วนใหญ่แล้วเขา
รู้สึกเป็นกังวลกับเหล่ายอดฝีมือที่ติดตามนางมาเสีย
มากกว่า และดูเหมือนว่า เย่ซีซี ไม่ได้มีเจตนาที่จะ
สังหารเขา
เขาหยุดคิดสักครู่ แล้วก็กล่าวขึ้น “ความจริงข้าก็ไม่คิด
จะมีเรื่องมีราวกับเจ้า เรื่องของหยาดเพลิงวิญญาณ
เซียนในครั้งที่แล้ว เป็นข้าที่ผิดเอง แต่อย่างไรก็ตามมัน
ถูกข้าใช้ไปแล้ว ข้าไม่ต้องการยั่วยุเจ้าให้โกรธเคือง
เช่นนั้นหลังจากนี้ข้ากับเจ้าตามหาหยาดเพลิงวิญญาณ
เซียนด้วยกัน หากหาพบแล้ว ข้าก็จะยกให้เจ้า ถือว่าข้า
ชดใช้ให้เจ้า ตกลงหรือไม่?”
“จะไปตามหามันกับข้า? เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าต้องใช้เวลา
เท่าไหร่จึงจะพบหยาดเพลิงวิญญาณเซียนสักตัว แล้วมัน
จะหาเจอได้ง่ายๆซะที่ไหนกัน! ข้าไม่เชื่อเจ้าหรอก ก่อน
หน้านี้เจ้าก็เคยหลอกข้ามาหนแล้ว” เย่ซีซี มองเขาด้วย
แววตาสงสัย
อู่ อวี้ ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี เขาจึงกล่าวต่อไป
ว่า “พิภพอเวจีที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ มันจะต้องมีหยาดเพลิง
วิญญาณเซียนอยู่แน่นอน และอาจจะแข็งแกร่งกว่าที่ข้า
พบหลายเท่าตัว เจ้าให้โอกาสข้าได้ไถ่บาปสักครั้งได้
หรือไม่?”
ความจริงหยาดเพลิงวิญญาณเซียนที่เหลืออยู่ภายใน
ตะเกียงแก้วนี้ ก็มากพอที่จะให้นางแล้ว แต่ อู่ อวี้ ก็ไม่
อาจจะบอกกล่าวกับนางได้ว่าภายในนี้มีหยาดเพลิง
วิญญาณเซียนอยู่ เพราะหากนางบุกเข้าไป ตัว อู่ อวี้ ที่
อยู่ข้างในก็จะต้องเกิดปัญหาอย่างแน่นอน
หลังจากที่ฟัง เย่ซีซี กล่าวจบ แมวหมื่นผสานที่อยู่ใน
อ้อมแขนก็ขานร้องตอบรับ เมื่อการพูดคุยของแมวน้อย
ทั้งสองจบลง เย่ซีซี ก็จับจ้องมายัง อู่ อวี้ ดังเดิม ทว่า
นางกลับเปิดปากกล่าวขึ้นว่า “หลานหลานบอกว่าเจ้ามี
เล่ห์เหลี่ยมมากเกินไป เจ้าเป็นผู้ชายน่าขยะแขยงไม่อาจ
เชื่อได้ ข้าเชื่อหลานหลาน เพราะหลานหลานไม่เคย
หลอกข้า”
“เช่นนั้นเจ้าคิดจะให้ข้าทำยังไง?” อู่ อวี้ ถาม
“เจ้าต้องชดใช้ข้าด้วยศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
พร้อมกับเอ่ยขอโทษ เพราะข้าไม่อยากจะเชื่อว่าสถานที่
แห่งนี้จะยังมีหยาดเพลิงวิญญาณเซียนอยู่อีก” เย่ซีซี
กล่าว
อู่ อวี้ มีศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณอยู่ 2 ชิ้น แต่
ไม่อาจจะมอบให้กับนางได้ ส่วนคำขอโทษก็เป็นแค่เรื่อง
ง่ายๆ แม้ในอนาคตเขาก็มีโอกาสที่จะได้รับพลองฟ้า
อนันตกาลมา แต่เขาก็ไม่อาจทิ้งขว้างพลองหมื่นมังกรไป
เช่นนี้ได้ แม้ว่าจะอยู่ด้วยกันเป็นเวลาสั้นๆ แต่ อู่ อวี้ ก็มี
ความรู้สึกผูกพันธ์กับพลองหมื่นมังกรไม่น้อย
อู่ อวี้ กำลังคิดหาวิธีการในการรับมือกับนาง ยามนี้อีก
ฝ่ายก็สังเกตไปทั่ว อู่ อวี้ กลัวว่านางจะสังเกตเห็น
ตะเกียงแก้วนี้ ซึ่งสุดท้ายนางก็ยังสังเกตเห็นอยู่ดี จึงเอ่ย
ถามขึ้น “ตะเกียงที่อยู่ข้างหลังของเจ้าคืออะไร ดู
เหมือนว่ามันจะมีการเคลื่อนไหวอยู่ข้างในนั้นนะ?”
อู่ อวี้ รีบเอ่ยขึ้น “นี่ก็คือศาสตราเต๋าที่พังทลายของข้า มี
ร่างกายของข้าอีกร่างหนึ่งอยู่ข้างในนั้น ที่เจ้ากำลังเห็น
ว่ามีการเคลื่อนไหวก็เพราะว่าข้ากำลังซ่อมแซมมันอยู่
ข้างในนั้นยังไงล่ะ”
“ข้าไม่เชื่อ ข้าจะต้องเข้าไปดูข้างใน!” แววตา เย่ซีซี
เปล่งประกาย นางน่าจะมองเห็นว่า อู่ อวี้ กำลังทำอะไร
อยู่ข้างในตะเกียงแก้วนี้ ด้วยความกระวนกะวายใจของ
เขาจึงเกิดเป็นพิรุธขึ้น อู่ อวี้ ยังรู้สึกว่านางไม่ค่อยฉลาด
เท่าไหร่ แต่ความจริงนับว่าปราดเปรื่องในระดับหนึ่ง
“ไม่ได้” อู่ อวี้ ยกมือขึ้นขวางนาง
เย่ซีซี จ้องมองเขาด้วยแววตากเปล่งประกายพร้อมกับ
พูดว่า “ข้ารู้ว่าข้างในนั้นจะต้องมีความลับที่เจ้าปิดบังข้า
อยู่ จงรีบแสดงออกมาให้ข้าดูเดี๋ยวนี้ มิฉะนั้นข้าจะบุก
เข้าไปแล้วนะ”
เมื่อมองเห็นท่าทางของนางก็ดูเหมือนว่านางจะไม่ได้พูด
เล่น อู่ อวี้ กังวลว่าการโจมตีของนางจะส่งผลกระทบต่อ
ตะเกียงแก้ว หลังจากครุ่นคิดดู เขาก็รู้สึกว่าหากถ่วง
เวลาได้เขาก็ควรที่จะลองถ่วงดู ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียง
แค่หันไปเผชิญหน้ากับสาวน้อยผู้นี้ เขาเสแสร้งทำเป็น
ยอมแพ้ แล้วกล่าวออกไปว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็
กล่าวความจริง”
เย่ซีซี ก็ยังคงอดทนอยู่ กล่าวมาว่า “เช่นนั้นข้าก็จะลอง
ดู ว่าเจ้าจะเอื้อนเอ่ยวาจาประเภทไหน”
อู่ อวี้ เอ่ยออกมาด้วยความจริงใจ “ในตอนนี้ข้ากำลังฝึก
ตน ยังขาดอีกเพียงแค่ครึ่งก้าว ซึ่งมันจะต้องเป็นการ
ก้าวข้ามไปอย่างปลอดภัย หากเกิดข้อผิดพลาดขึ้น สิ่งที่
ข้าทำมามันจะหายไปในทันที ดังนั้นข้าจึงมาอยู่พื้นที่
ส่วนลึกเช่นนี้เพื่อที่จะไม่ให้ผู้ใดติดตามข้ามาได้ แต่ไม่คิด
ว่าเจ้าจะมาถึงนี่ เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงชีวิตของข้า หากเจ้า
เข้าไปข้างในหรือแม้แต่สัมผัสที่ตะเกียงแก้วนี้ ธาตุไฟ
อาจจะเข้าแทรกตัวข้าและตัวข้าอาจจะตกตายได้ทันที
ข้าเป็นชาวเหยียนหวง ส่วนเจ้าก็เป็นชาวกุ่ยเหยียน ถือ
เป็นศัตรูคู่อาฆาตกัน การที่ศัตรูคู่อาฆาตมาเจอกับอีก
ฝ่ายซึ่งอยู่ในสภาพอ่อนแอสที่สุดเช่นนี้ก็นับว่าเป็น
วาสนาของเจ้าจริงๆแล้ว หากเจ้าจะฆ่าก็รีบฆ่าเสียเถิด
ตอนนี้ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว ข้าระมัดระวังตัวมาเป็น
เวลานาน ไม่คิดว่าจะต้องจบสิ้นลงที่นี่……….เฮ้ออ”
น้ำเสียงของเขาแอบแฝงความตัดพ้อเอาไว้อยู่พอสมควร
เย่ซีซี ยังคงเต็มไปด้วยความสงสัย กล่าวออกมาว่า “ใน
เมื่อมันอันตรายถึงเพียงนี้ ทำไมเจ้าถึงไม่กลับไปที่ฐาน
ของเจ้าเพื่อปิดด่านฝึกตน? การกระทำเช่นนี้ดูเหมือนกับ
ขั้นค้นหาเต๋าที่พยายามข้ามผ่านภัยพิบัติทั้ง 3 แต่ดู
เหมือนว่าเจ้านั้นก็ไม่ได้เผชิญหน้ากับ 3 ภัยพิบัติได้เร็ว
เช่นนั้น!”
“ข้ายังอยู่ในช่วงเวลาที่เร่งด่วนจึงไม่อาจจะกลับไปได้
การที่ลงไปเบื้องล่างสมควรเป็นวิธีการที่เร็วที่สุด ทั้งตัว
ข้าก็ไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นรวดเร็วเช่นนี้ มิฉะนั้นข้าก็ไม่
เข้ามาที่พิภพอเวจีแห่งนี้หรอก” อู่ อวี้ กล่าวพร้อมกับ
ส่ายหน้า
“หากข้าเข้าไปข้างใน เจ้าก็จะตายงั้นรึ?” เย่ซีซี ดูลังเล
เล็กน้อยเมื่อได้ฟังว่านางอาจจะทำให้คนตายได้
“ไม่ผิด”
“ข้าอยากจะลองดูสักหน่อย” เย่ซีซี มองไปรอบๆ
ตะเกียงแก้วนี้ด้วยความสงสัย ทำให้ อู่ อวี้ หลั่งเหงื่อเย็น
ออกมา เมื่อเห็นว่า อู่ อวี้ มีท่าทางที่เป็นกังวลเช่นนี้ ก็ดู
เหมือนว่านางจะเริ่มเชื่อขึ้นมาบ้าง
“หากรู้แต่เนิ่นๆ ข้าก็จะไม่แย่งชิงหยาดเพลิงวิญญาณ
เซียนของเจ้า ยามนี้ข้าจะช่วยเหลือเจ้าตามหาหยาด
เพลิงวิญญาณเซียนเพื่อไถ่โทษ ทว่าเจ้าก็ยังไม่เชื่อข้าอีก
ที่จริงก่อนหน้านี้ข้าอยากจะบอกว่า ยามที่ดวงตาของข้า
ผสานรวมเข้ากับหยาดเพลิงวิญญาณเซียน ทำให้ข้ามี
ความรู้สึกไวต่อหยาดเพลิงวิญญาณเซียนเป็นพิเศษ และ
ข้าสามารถนำหยาดเพลิงวิญญาณเซียนมาคืนให้กับเจ้า
ได้อย่างแน่นอน ตราบใดที่เจ้าเชื่อใจข้า……..”
เย่ซีซี หมุนวนรอบตัวของ อู่ อวี้ นางเลิกคิ้วงามงอน
ขณะนี้นางส่ายหัวพลางพยักหน้าพลาง หลังจากที่หันไป
คุยกับ หลานหลาน อยู่ช่วงเวลาหนึ่ง ในที่สุดนางก็หันไป
มอง อู่ อวี้ พร้อมกับกล่าวว่า “หากเป็นไปตามที่เจ้า
กล่าวมา เจ้าต้องการเวลานานเท่าไหร่จึงจะสามารถ
ออกมาได้?”
“ไม่รู้ แต่น่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 1 วัน” อู่ อวี้ กล่าว
“งั้นหรือ?”
อีกฝ่ายยังคงรู้สึกสงสัย นางจับจ้องมองไปที่ อู่ อวี้ ด้วย
แววตาบ้องแบ๊วโตกลม คนทำท่าเหมือนจะหัวเราะ
ฉับพลันนั้นก็กล่าวว่า “ฮ่าฮ่า ไม่คิดว่าเจ้าจะกลัวจนฉี่
แทบราดเช่นนี้ คนที่ฝ่าไปถึงถ้ำโลหิตอเวจี แต่กลับใจฝ่อ
ในเวลาแบบนี้เนี่ยนะ!”
“ก็มันช่วยไม่ได้ หากพยัคฆ์ตกเข้าไปอยู่ในเมืองก็จะถูก
สุนัขรุม”
“เจ้ากล้าบอกว่าข้าเป็นสุนัขงั้นรึ?” ใบหน้าของ เย่ซีซี
ฉับพลันมืดหม่นพร้อมกับกล่าวต่อ “เชื่อหรือไม่ ข้ากล้า
ระเบิดตะเกียงนี้ให้กระจุย และทำให้เจ้าต้องตายได้ใน
พริบตา!”
“อย่าๆ อย่าทำแบบนั้น” อู่ อวี้ รู้สึกหวาดกลัวจริงๆ
ยามนี้เขาไม่อาจจะยั่วโมโหสตรีนางนี้ได้เลย ดังนั้นหาก
ยอมได้ก็ยอมไป เขาเร่งรีบเอ่ยขอโทษออกมาอย่าง
รวดเร็ว
“นี่ค่อยใช้ได้หน่อย ตกลง ข้าจะให้เวลาเจ้าหนึ่งวัน ข้า
จะยอมเชื่อเจ้าอีกครั้ง และหลังจากที่ออกมาแล้ว เจ้า
จะต้องช่วยข้าตามหาหยาดเพลิงวิญญาณเซียน หากเจ้า
กล้าพูดปดอีก ข้าจะพาท่านลุงเตี้ยนไล่ล่าเจ้า เขา
สามารถปลิดชีวิตน้อยๆของเจ้าได้ โดยไม่กระพริบตา
เลยจริงๆนะ” เย่ซีซี เอ่ยด้วยท่าทีคุกคาม
ยามนี้ถือว่าเขาเอาตัวรอดไปได้อีกสักพัก
อย่างไรก็ตาม นางก็เป็นเหมือนกับระเบิดเวลา อู่ อวี้
จำเป็นต้องหลอกล่อนางเอาไว้ให้ดี และอย่าให้นางพุ่ง
ความสนใจมาที่ตะเกียงแก้วใบนี้ ฉับพลันนั้นก็นึกได้ว่า
ควรจะพูดสิ่งใดกับ เย่ซีซี ดี
“เจ้าเอาอาศัยอยู่ที่พิภพอเวจีนี้มานานขนาดไหนแล้ว
อยากรู้เรื่องภายนอกอย่างเช่นดินแดนโบราณเหยียน
หวงและชมพูทวีปโลกธาตุหรือไม่? เจ้าอยากจะลอง
ออกไปดูหรือไม่?” อู่ อวี้ ชวนนางคุย
“ข้า….”
สีหน้าของ เย่ซีซี เปลี่ยนไป บังเกิดเป็นความกังวลปน
ด้วยความหวาดกลัว นางกล่าวตอบไปว่า “เจ้าอย่าพูด
มาก พ่อของข้าไม่อยากให้ข้าพูดถึงเรื่องราวที่อยู่
ภายนอก ทุกครั้งที่ข้าเอ่ยถามเขา เขามักจะอารมณ์เสีย
ทุกครั้ง”
“งั้นหรือ? แล้วเจ้ารู้สึกสงสัยหรือไม่?”
“ไม่พูด ไม่พูด พ่อข้าจะต้องโกรธแน่ๆ ข้าไม่พูดแล้ว”
ยอดเยี่ยม
อู่ อวี้ รู้สึกว่าสำหรับเผ่าพันธุ์ที่ถูกคุมขังอยู่ภายในนี้แล้ว
การพูดถึงเรื่องโลกภายนอกนับว่ากระเทือนจิตใจไม่น้อย
ทีเดียว
ไม่ผิด มันนับเป็นเรื่องโหดร้ายเลยก็ว่าได้
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ