กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 865: อํานาจแห่งเทวะอันน่าสะพรึงกลัว
อู่ อวี้ อดเพ่งพินิจมองนางอย่างช่วยไม่ได้
ความงามของนาง นับเป็นโฉมสะคราญที่หาได้ยากยิ่ง
ซึ่งเขาคิดว่าหากเป็นคนอื่นๆ คงไม่มีใครมาให้เวลาเขา
หนึ่งวันเต็มๆเช่นนี้
หากเป็นคนอื่นๆคงบุกเข้าสังหาร อู่ อวี้ ร่างต้นที่อยู่
ภายในตะเกียงแก้วไปแล้ว
แต่เย่ซีซีก็ยังเชื่อเขา แม้ว่าในคำพูดของเขาจะมีคำโกหก
หรืออื่นใดมากมายก็ตาม…
และมันทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกกระดากอายเล็กน้อย
อย่างไรก็ตามเขาจำเป็นต้องถ่วงเวลานางไว้ ดังนั้นจึง
ต้องคอยตะล่อมพูดคุยกับนางอยู่เรื่อย ๆ เพียงแต่การ
พูดคุยนี้ ทำให้เขารู้จักตัวตนของนางมากขึ้น
เจ้าประมุขแห่งถ้ำปีศาจพญายม รักและเอ็นดูนางมาก
ดังนั้นจึงยอมให้นางออกมาจากถ้ำปีศาจพญายมเพียง
ลำพัง
กล่าวได้ว่านางไม่ค่อยมีประสบการณ์เท่าใดนัก ส่วน
ใหญ่แล้วจะอยู่ภายในถ้ำปีศาจอเวจี ซึ่งอันที่จริงแล้ว
หากมองเข้าไปจากภายนอกถ้ำ จะเห็นได้ว่าสถานที่แห่ง
นั้นมืดมิดเป็นอย่างยิ่ง ทว่าอย่างน้อย ๆ เย่ซีซีก็เติบโต
ขึ้นมาท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เปี่ยมไปด้วยหมู่มวลบุป
ผาวิหคโบยบินขับขาน ดูเหมือนว่าเจ้าประมุขแห่งถ้ำ
ปีศาจพญายมจะเพลิดเพลินพึงใจกับทัศนียภาพนั้น
เช่นเดียวกัน
“ เจ้าก็ดูไม่ใช่คนเลวนะ ไฉนถึงต้องเข้ามารุกรานพวก
เราด้วย?” เย่ซีซีเอ่ยถาม
“รุกราน? สถานการณ์ของชาวเหยียนหวงกับชาวกุ่ยเห
ยียนค่อนข้างซับซ้อน กล่าวว่ารุกรานยังไม่มากเกินไป ดู
เหมือนว่าเจ้าจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโลกภายนอกเลย รู้
เพียงว่าชาวกุ่ยเหยียนของตนถูกกักขังอยู่ในพิภพอเวจีใช่
หรือไม่?” อู่ อวี้ ถามกลับ
เมื่อเย่ซีซีได้ยินว่ามันเกี่ยวข้องกับโลกภายนอก นางก็เบ้
ปาก แล้วกล่าวขึ้นอย่างลังเลว่า ” เจ้าลืมไปแล้วหรือไง
ว่าข้าไม่รู้เรื่องโลกภายนอกเลย ”
” ช่างมันเถอะอย่าคุยเรื่องนี้เลย ข้าอยากทราบว่า เหตุ
ใดเจ้าต้องสังหารกุ่ยเจิ้นเค่อด้วย ” เย่ซีซีเอ่ยถาม
“ เขาสังหารชาวเหยียนหวงไปมาก แถมยังเกือบจะ
สังหารสหายของข้าด้วย นอกจากนี้หากสังหารเขาได้ ยัง
ได้รับรางวัลเป็นศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณที่
เหมาะสมกับตัวข้ามาก ดังนั้น ข้าจึงยอมรับความเสี่ยง
แล้วเข้ามาในที่แห่งนี้ ”
“ แล้วเจ้ามิได้สังหารชาวกุ่ยเหยียนของเราไปบ้างหรือ?”
แม้ว่าเย่ซีซีจะรู้อะไรไม่มากนัก แต่เรื่องราวเหล่านี้นางก็
พอทราบอยู่บางส่วน
” สำหรับผู้ฝึกตน เพื่อความอยู่รอดแล้ว การปล้นชิงถือ
เป็นเรื่องพื้นฐาน ทุกคนล้วนมีสิ่งยึดเหนี่ยวเป็นของ
ตนเอง ดังนั้นในระหว่างสงครามการสู้รบ จึงยากจะบอก
ว่าฝ่ายใดถูกฝ่ายใดผิด อย่างไรก็ตามระหว่างข้ากับเจ้า
หาได้มีความขัดแย้งใด ๆ ต่อกันไม่ ” อู่ อวี้ กล่าว
เย่ซีซี จ้องมองเข้ามาในดวงตาเขา จากนั้นก็กล่าวว่า ”
บางทีเจ้าอาจจะพูดถูก อย่างไรก็ตาม… ถ้าวันหนึ่ง เกิด
สงครามครั้งใหญ่ระหว่างสองเผ่าพันธุ์ขึ้น ข้าจะยืนเคียง
ข้างชาติพันธุ์ของเราอย่างแน่นอน ขอสาบานว่าจะยืน
กรานปกป้องเผ่าพันธุ์ของเราให้มีชีวิตรอดต่อไป เมื่อถึง
เวลานั้นค่อยมาดูกันว่าผู้ใดที่เป็นฝ่ายถูกต้อง ”
นางถือเป็นคนของชาวกุ่ยเหยียน ถึงแม้ว่าสถานที่แห่งนี้
จะไม่งดงามเท่าใดนัก แต่มันก็ไม่อาจโยกคลอนความ
เชื่อมั่นพื้นฐานที่สุดของนางได้
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ รู้สึกว่าเรื่องมิได้เกี่ยวข้องกับตนเอง
อันที่จริงแล้ว เขารู้สึกว่าตนเป็นเพียงผู้เดียว ที่ไม่ใช่ชาว
เหยียนหวง
เวลาล่วงเลยผ่านไป
“ เจ้าแมวตัวนั้นมาจากที่ใด ให้ข้าลองอุ้มดูได้หรือไม่?”
อู่ อวี้ ถาม
“แง้วว!” แมวหมื่นผสานจ้องมองมายัง อู่ อวี้ อย่างดุร้าย
ขนทั้งร่างของมันลุกตั้งชูชัน
“ ฮ่าฮ่า มันเกลียดเจ้า ” เย่ซีซี หัวเราะ
ลืมมันไปเสีย
ทว่าในช่วงเวลานี้เอง อู่ อวี้ ก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอีกครั้ง
ร่างต้นของเขาที่อยู่ภายในตะเกียงแก้ว พยายาม
กระเสือกกระสนดิ้นรนเอาชีวิตรอด จากขอบเหวเพียง
แห่งความตาย จนเกือบจะสร้างพิภพขึ้นภายในร่างได้
แล้ว
เนื่องจากไม่มีผู้ใดมารบกวน จึงทำให้การหลอมสร้าง
กายเนื้อของเขาดำเนินไปอย่างราบรื่น หากเย่ซีซีแตะ
สัมผัสตะเกียงแก้วแม้เพียงเล็กน้อย เป็นไปได้ว่าสมาธิ
ของ อู่ อวี้ อาจขาดผึงเอาได้
ซึ่งผลที่ตามมาจะร้ายแรงเพียงใดคงไม่มีผู้ใดทราบได้
ในทุก ๆ ช่วงขณะจิต มันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่าง
ยิ่ง แม้กระทั่งเย่ซีซียังสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของ อู่
อวี้ นางมองเข้าไปในตะเกียงแก้ว แล้วกล่าวว่า ” เจ้า
แข็งแกร่งขึ้นใช่หรือไม่? ข้าสัมผัสได้ถึงความน่า
สะพรึงกลัวจากภายในนั้น”
หลังจากพูดคุยกับ อู่ อวี้ มาสักพัก นางก็มิได้เกลียดชัง
อู่ อวี้ อีกต่อไป ดังนั้นยามนี้นางจึงแสดงท่าทางผ่อน
คลายยิ่ง
“ นับเป็นความคืบหน้า แต่หาใช่การยกระดับอาณาจักร
ฝึกตนไม่ ” อู่ อวี้ กล่าว
“ข้าขอดูข้างในสักหน่อยได้หรือไม่?” เย่ซีซี กล่าวพร้อม
เหยียดคอขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น
” ไม่ได้ … ตอนนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดแล้ว เจ้าจะ
ได้รับผลกระทบไปด้วยหากเข้าไปข้างใน ” อู่ อวี้ กล่าว
อย่างรวดเร็ว
“แค่นิดเดียวก็ไม่ได้งั้นหรือ?”
” ไม่ได้ … ”
“ดูเจ้าสิ จริงจังไปได้!” เย่ซีซี ยิ้มหยอกล้อ โชคดีที่นางไม่
ฝืนดึงดันเข้าไป เนื่องจากช่วงเวลานี้ อู่ อวี้ ร่างต้น
ภายในตะเกียงแก้ว ได้ก้าวข้ามผ่านอุปสรรค์มาจนถึง
ขั้นตอนสุดท้าย เขาสามารถก่อรูปพิภพที่หก ‘โอม(เวิง)’
ขึ้นมาได้แล้ว เมื่อพิภพหกก่อตัวขึ้นอย่างสมบูรณ์ พิภพ
ทั้งหมดจะจัดเรียงเป็นทรงหกเหลี่ยม สร้างเป็นวงจรอัน
สมบูรณ์แบบ ส่งผลให้พิภพทั้งหก แข็งแกร่งทรงพลัง
มั่นคงมากยิ่งขึ้น!
ในที่สุดกายเนื้อของ อู่ อวี้ ก็ทะลวงฝ่าด่านได้สำเร็จ ซึ่ง
ตัวเขาสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจน เพียงหนึ่งพิภพก็
แข็งแกร่งกว่ากายาเจ้ามังกรสักการะราชันอรหันต์ไม่ดับ
สูญแล้ว ทว่าบัดนี้พิภพทั้งหกได้ผสานรวมเข้าด้วยกัน ซึ่ง
มันเทียบเท่าได้กับการบีบอัดทั้งหกส่วนเข้าไปในร่างกาย
ของเขาเพียงผู้เดียว แถมยังต้องผสานรวมเข้าด้วยกัน
อย่างสมบูรณ์แบบ นับว่ากระบวนการนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย
เลย!
สามารถแลเห็นได้ว่า จากกล้ามเนื้อลึกลงไปจนถึง
กระดูก ถึงแม้ว่าจะดูเหมือนเดิมทุกประการ แต่แท้จริง
แล้วกลับแตกต่างอย่างใหญ่หลวง เลือดเนื้อกระดูกทุก
สัดส่วน ล้วนแข็งแกร่งทรงพลังมากยิ่งขึ้น บัดนี้ร่างกาย
ของเขาประกอบไปด้วยกลุ่มก้อนธาราหยาดเพลิง
วิญญาณเซียนขนาดใหญ่ ระดับความร้อนจากการเผา
ผลาญนับว่าน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง เมื่อใดก็ตามที่
ร่างกายของ อู่ อวี้ ปลดปล่อยเปลวเพลิงผลาญทำลาย
ออกไป ตัวเขาสามารถอาศัยเพลิงนี้สยบคู่ต่อสู้จำนวน
มากลงได้
พิภพทั้งหก หยาดเพลิงวิญญาณเซียน ได้ผสานหลอม
รวมเข้ากับร่างกายของเขา! จนท้ายที่สุด อู่ อวี้ ก็ยังไม่
ทราบว่าขอบเขตของพลังนั้นมีมากมายเพียงใด แต่เขา
เองก็พอมั่นใจว่าหมิงซวงจะบอกว่า ไม่มีผู้ใดในใต้หล้านี้
มีกายเนื้อแข็งแกร่งเทียบเท่ากับเขา
ที่แน่ ๆ สิ่งที่เขาได้รับ จะต้องดีที่สุดในโลกนี้อย่าง
แน่นอน!
อำนาจของเขา แผ่ขยายเทียบเท่าได้กับครึ่งหนึ่งของ
พิภพอเวจี
เย่ซีซี สามารถสัมผัสได้ถึงต้นกำเนิดแห่งความน่า
สะพรึงกลัว จากสิ่งที่อยู่ภายในตะเกียงแก้วปิดผนึก
ตะเกียงแก้วมีอาการสั่นไหวเล็กน้อย ส่วนรอยแตกร้าว
จากเปลวเพลิงสีแดงก็ยิ่งปรากฏให้เห็นเด่นชัดมากขึ้น
เย่ซีซี หันกลับมามองเขาอย่างช่วยไม่ได้ อย่างไรก็ตาม
เวลานี้หลงเหลือหยาดเพลิงวิญญาณเซียนอยู่ไม่มาก
เท่าใด อู่ อวี้ ไม่หวั่นเกรงว่าจะถูกนางค้นพบ นั่นเพราะ
เขาได้ใช้มันไปจนเกือบหมดสิ้นแล้ว
ถ้านางรู้ว่า อู่ อวี้ ผสานหลอมรวมหยาดเพลิงวิญญาณ
เซียนจำนวนมากเข้าไปในร่างกาย คาดว่านางจะโกรธ อู่
อวี้ เป็นฟืนเป็นไฟอย่างแน่แท้
ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพราะว่าที่นี่คือฐานทัพหลักของ
ชาวกุ่ยเหยียน
แม้พวกมันจะอยู่ที่นี่มาเป็นเวลาหลายปีดีดัก ทว่ามันไม่
เคยล่วงรู้ระแคะระคายเลยว่าที่นี่มี หยาดเพลิงวิญญาณ
เซียน อยู่เป็นจำนวนมาก
“เจ้าจะประสบความสำเร็จหรือไม่?” เย่ซีซี เหลือบมอง
“อยู่ในช่วงวิกฤตสำคัญสุด”
” หากข้าสร้างปัญหาให้เจ้ายามนี้ เจ้าจะตกตายใช่
หรือไม่ ” เย่ซีซีเอ่ยออกมาอย่างมีเลศนัย
” ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นหรอก ข้าสัญญาว่าจะมอบ
หยาดเพลิงวิญญาณเซียน คืนให้แก่เจ้าโดยเร็วที่สุด เชื่อ
ข้าสิ”
” คำไหนคำนั้น พูดแล้วห้ามคืนคำเด็ดขาด! ”
เวลานี้ความสนใจของนางจดจ่อไปที่ปากตะเกียงแก้ว
แม้แต่ร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ก็กำลังเฝ้ารอด้วย
เช่นกัน ในเวลานี้ตะเกียงแก้วสั่นไหวอย่างรุนแรงราวกับ
กำลังจะมีพายุลูกใหญ่ระเบิดออกมาจากภายใน โชคยังดี
ที่ อู่ อวี้ ได้จัดวางวงเวทป้องกันบริเวณปากทางเข้า
ตะเกียงไว้ก่อนแล้ว ซึ่งวงเวทนี้ช่วยให้การสั่นสะเทือน
ของมันน้อยลงกว่าที่ควรจะเป็น
หลังจากเวลาผ่านไปประมาณ 1 ก้านธูปเศษ ๆ อาการ
สั่นสะเทือนของตะเกียงแก้วก็สงบลง เปลวเพลิงสีแดง
อันร้อนแรงค่อย ๆจางลง จนหลงเหลือเพียงความมืด
เข้าปกคลุม
อู่ อวี้ รู้ดีว่าเขาประสบความสำเร็จแล้ว
นับตั้งแต่เขาเดินมาที่นี่ เขาต้องหลบลี้หนีตายมาแล้ว
หลายต่อหลายครั้ง ในที่สุดเขาก็บรรลุเป้าหมายประสบ
ความสำเร็จดั่งที่ตั้งใจไว้ เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ
เหตุการณ์ครานี้ทำให้เขาเข้าใจว่าการฝึกฝนบำเพ็ญตน
ของนั้นยากเย็นกว่าที่คิด ทว่าเมื่อเขาสามารถผ่านความ
ยากลำบากมาได้ก็ทำให้เขารู้สึกมั่นใจในตนเองมาก
ยิ่งขึ้น พื้นฐานฝึกตนแลพลังฝีมือของเขาจะพัฒนา
เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หลังจากประสบความสำเร็จ ก็เสมือนกับถือกำเนิดใหม่
หลังจากการเปลี่ยนแปลงถือกำเนิดใหม่ อำนาจพลังของ
กายาเพชรอมตะ กายาหกพิภพสวรรค์สักการะราชัน
อรหันต์ไม่ดับสูญนั้น แข็งแกร่งทรงพลังเกินกว่าที่ อู่ อวี้
จินตนาการไว้มากนัก! เขากลืนกินผสานหยาดเพลิง
วิญญาณเซียนเกือบทั้งหมดเข้าไปในร่างกาย แม้กระทั่ง
เนตรเพลิงก็ยังถูกหลอมอยู่หลายต่อหลายครั้ง ส่งผลให้
อำนาจของเขตแดนอัคคีตัดสวรรค์ น่าสะพรึงกลัวอย่าง
ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ส่วนกายเนื้อของเขา แน่นอนว่ามันแข็งแกร่งทรงพลัง
อย่างถึงที่สุด!
หลังจาก อู่ อวี้ บดขยี้ร่างกายอีกครั้ง เขารู้สึกว่าในครั้งนี้
พลังแก่นแท้ตำหนักม่วงของเขา ไม่ได้มีผลกระทบอันใด
มากนัก ทว่าเมื่อพิภพทั้งหกบรรจบกัน เพียงแค่พลัง
หมัดของเขาก็เทียบเคียงได้กับเคล็ดวิชาเต๋าพลัง
อิทธิฤทธิ์ นั่นเป็นเพราะพลังของพิภพทั้งหกระเบิดขึ้น
พร้อมกัน
ยามนี้ความร้อนที่แผ่รังสีออกมาจากร่างกายของ อู่ อวี้
นั้นน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง เขาพยายามระงับความ
ร้อนแรงลงเล็กน้อย เพื่อไม่ให้มันเด่นชัดออกมาจาก
ตนเองมากนัก จากนั้นเขาก็เดินมาถึงทางเข้าตะเกียง
แก้ว ปัจจุบันภายในไม่มีหยาดเพลิงวิญญาณเซียนอัด
แน่นอยู่อีกต่อไป เหลือเพียงตะเกียงแก้วเท่านั้น อู่ อวี้
คิดว่าตะเกียงแก้วชิ้นนี้น่าจะเป็นสมบัติของเซียนอมตะ
แม้ว่ามันจะชำรุดเสียหาย อู่ อวี้ คาดว่าน่าจะมี
ประโยชน์ในภายภาคอยู่บ้าง ดังนั้นเขาจึงเก็บมันใส่ไว้ใน
ถุงจักรวาล
ทันทีที่ตะเกียงแก้วหายไปร่างกายของ อู่ อวี้ ร่างต้นใน
สภาพเปลือยเปล่าก็ปรากฏกายอยู่เบื้องหน้า เย่ซีซี
ดวงตาของทั้งคู่ผสานจ้องมองเข้าหากัน
” เอ๊ะ! คนไร้ยางอาย!” ใบหน้าของ เย่ซีซี ก็แปร
เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำทันที นางรีบหลับตาลงอย่างรวดเร็ว
นางไม่เคยเห็นร่างกายเช่นนี้มาก่อน ร่างนี้เป็นสีแดงฉาน
กล้ามเนื้อร่างกายทุกสัดส่วนแข็งแกร่งสมบูรณ์แบบ …
แน่นอนว่าเมื่อต้องอยู่ท่ามกลาง หยาดเพลิงวิญญาณ
เซียน ไม่ว่าจะเป็นชุดเกราะศาสตราเต๋าวิถีแท้ชนิดใด ๆ
ล้วนถูกแผดเผาจนสิ้น แม้แต่ชุดเกราะของจักรวรรดิเป่ย
เหมิงที่ อู่ อวี้ สวมใส่ก็ยังถูกแผดเผาจนเกลี้ยงเช่นกัน
แต่โชคยังดีที่เขาได้เอาถุงจักรวาลทิ้งไว้ที่ปากทางเข้า
ตะเกียงแก้ว ป้องกันความร้อนแผดเผาเอาไว้ล่วงหน้า
แล้ว
ถึงแม้ว่าเย่ซีซีจะเหลือบมองเพียงแค่แว๊บเดียว แต่นางก็
เห็นค่อนข้างชัดเจน … ตอนนี้หัวใจของนางเต้นแทบไม่
เป็นจังหวะ ร่างกายสั่นเทาด้วยความรู้สึกขุ่นมัว ทว่า
ภายในจิตใจของนางกลับว่างเปล่า
“เมี้ยว!” แมวหมื่นผสานยกกรงเล็บขึ้นมาปิดตาของ
ตัวเอง
อู่ อวี้ ไม่ได้สนใจมากนัก เพราะเขามุ่งความสนใจไปที่
ร่างกายของตนเอง เขาหยิบชุดเกราะศาสตราเต๋าวิถีแท้
ออกมาจากถุงจักรวาล เพื่อเปลี่ยนเป็นอาภรณ์สวมใส่
“ สาวน้อย เจ้าลืมตาขึ้นมาได้แล้วล่ะ ” อู่ อวี้ ยืนอยู่
ตรงหน้าแล้วยื่นมือที่ถือจับบางสิ่งบางอย่าง ยกขึ้นระดับ
สายตาของนาง
” นี่มันอะไรกัน!? ” เย่ซีซี หวาดกลัวอย่างที่สุด รังสี
ความร้อนแผ่ออกมานั้นอยู่ในระดับยากจะอธิบาย แม้ว่า
ปัจจุบันความร้อนที่แผดเผาไหม้ร่างกายของ อู่ อวี้ จะ
ลดลงแล้วก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าในมือของเขาจะมีบางสิ่ง
บางอย่างอยู่
เย่ซีซี จ้องมอง อู่ อวี้ ด้วยดวงตาแดงก่ำแล้วจ้องมองไป
บนมือของเขา ในมือของเขามี หยาดเพลิงวิญญาณเซียน
ซึ่งมีขนาดเท่ากับชิ้นก่อนหน้านี้
” นี่คือสิ่งที่ข้าเคยสัญญาว่าจะคืนให้เจ้า เป็นยังไงล่ะ
ซาบซึ้งข้ามากขึ้นแล้วรึยัง?” อู่ อวี้ พูดด้วยรอยยิ้ม
” จะ… เจ้า! ขะ … ข้า! ” เย่ซีซีจ้องมองไปยัง หยาดเพลิง
วิญญาณเซียน ด้วยดวงตาเบิกกว้าง เมื่อแลเห็นสิ่งนี้
นางก็พูดตะกุกตะกักไม่ออกอยู่นาน
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ