กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 875: พายุทรายทมิฬและเงาปริศนา
เดิมที อู่ อวี้ คิดว่าตัวเขาจะตกเข้าไปอยู่ภายในคุกของผู้
ฝึกตนนอกรีต แต่ อู่ อวี้ จะคาดคิดได้เช่นไรว่าจะเกิด
การเปลี่ยนแปลงขึ้นโดยพลันเช่นนี้ หากไม่ได้เป็นเพราะ
เย่ซีซี ก็ถูกปกคลุมอยู่ในลำแสงนี้ด้วย อู่ อวี้ คงคิดว่านี่
เป็นวิธีการเข้าสู่คุกวิญญาณแค้นแบบสามัญไปแล้ว
หลังจากที่ถูกลำแสงอันทรงพลังนี้เข้ากลืนกิน สมองของ
อู่ อวี้ ก็ทำการคิดคำนวนอย่างรวดเร็ว
“ลำแสงสายนี้มาจากถ้ำปีศาจพญายม น่าจะเป็นเพราะ
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้”
“การเปลี่ยนแปลงของถ้ำปีศาจพญายม แน่นอนว่าต้อง
เกี่ยวข้องกับเจ้าประมุขหรืออาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับ
ชาวกุ่ยเหยียนทั้งหมด”
“ทว่าลำแสงนี้มันปกคลุมข้ากับ เย่ซีซี เอาไว้ และเห็นได้
ชัดว่ามันอยู่เหนือความคาดหมายของเจ้าประมุขถ้ำ
ปีศาจพญายม กระทั่งมันเองก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำกว่าเกิด
เรื่องอันใดขึ้น! นี่อธิบายได้ว่าเหตุการณ์นี้ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ใน
การควบคุมของเจ้าประมุข”
ในไม่ช้าเขาก็ประติดประต่อเรื่องราวได้อย่างชัดเจน
เรื่องนี้มันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับเจ้าประมุข อย่างไรก็
ตามนี่เป็นโอกาสที่ดีสำหรับการหลบหนี อู่ อวี้ ปล่อยให้
ลำแสงสีเขียวดึงตัวเขาเข้าไป หากว่าไม่มีอุบัติเหตุอะไร
เกิดขึ้น มันสมควรเป็นการข้ามไปอยู่อีกมิติหรือว่าโลก
แห่งอื่น คล้ายๆกับเส้นทางเซียนบรรพกาลและพิภพต่าง
มิติ ยิ่งไปกว่านั้นเขาก็ยังได้ใช้เมฆาตลบฟ้าก้าวข้ามมิติ
เช่นนี้อยู่ทุกวี่วัน
ในช่วงเวลาที่ถูกลำแสงดึงเข้าไป ร่างกายของ อู่ อวี้
กลับมาเป็นอิสระอีกครั้ง
ชิ้งงงงง!
ในพริบตานั้นลำแสงสีเขียวอันทรงพลังที่อยู่เบื้องหน้า
พลันหายไป ร่างกายของ อู่ อวี้ ตกลงไปอยู่ในสถานที่ไร้
ซึ่งความมั่นคง ทันใดนั้นเขาได้ยินเสียงระเบิดดัง
สะเทือนเลือนลั่น เขาจึงลืมตาขึ้น และพยายามรักษา
สมดุลของตนเอง ด้วยเนตรเพลิงจึงทำให้เขาสามารถ
มองเห็นสถานการณ์เบื้องหน้าทุกอย่างได้อย่างชัดเจน
ตัวเขามาปรากฏตัวอยู่ในส่วนลึกของมหาสมุทรหรือ
อาจจะเป็นทะเลสาบสักแห่ง
ความมืดมิดแผ่ปกคลุมทั่วทุกพื้นที่
แน่นอนว่าสถานที่แห่งนั้นมันแตกต่างกับมหาสมุทรและ
แม่น้ำทั่วๆไป
นั่นเป็นเพราะว่าท่ามกลางแม่น้ำสายนี้มีทรายสีดำทมิฬ
ผสมปะปนอยู่มากมาย หากลองมองดูให้ละเอียด ทราย
เหล่านี้เต็มไปด้วยความคมเฉกเช่นใบมีด
ยิ่งกว่านั้น พวกมันไม่ใช่ทรายธรรมดา แม้ว่าจะมองไม่
เห็นเส้นชีพจรวิญญาณ แต่มันก็แหลมคมอย่างยิ่ง
สิ่งที่สำคัญและน่ากลัวที่สุดคือ แม่น้ำและเหล่าก้อน
กรวดเหล่านี้ กำลังก่อตัวเป็นพายุที่น่าครั่นคร้าม นี่จึงทำ
ให้ อู่ อวี้ ทรงตัวภายใต้แม่น้ำสายนี้ได้ยากยิ่ง และ
ถึงแม้ว่าจะเขาจะยืนได้มั่นคงไม่ถูกสายน้ำพัดพา แต่ทว่า
ก้อนกรวดทมิฬนับหมื่นที่เป็นเหมือนกับใบมีดก็ยังกรีด
ตัดกายเนื้อของเขาอย่างบ้าคลั่ง
กรวดทมิฬเหล่านี้ทำให้ อู่ อวี้ หวนนึกไปถึงศาสตราเต๋า
วิถีแท้สุดยอดวิญญาณของ กุ่ย เจิ้นเค่อ มันเป็นมีดเล่ม
หนึ่ง ซึ่ง อู่ อวี้ ได้เตรียมการที่จะกำราบมีดเล่มนี้เพื่อให้
ร่างกลืนสวรรค์ของเขาใช้ควบคู่ไปกับพิมานจักรพรรดิ
เป่ยหมิง
ทรายเหล่านี้มีความคล้ายคลึงกับมีดเล่มนั้นยิ่งนัก ความ
คมของมันไร้ที่เปรียบ เกรงว่าแม้แต่กายาหกพิภพ
สวรรค์สักการะราชันอรหันต์ไม่ดับสูญของ อู่ อวี้
ในตอนนี้ก็ยังคงถูกพายุทรายเหล่านี้สร้างรอยแผลขึ้นได้!
สภาพแวดล้อมเช่นนี้มันเลวร้ายอย่างมาก! อู่ อวี้ ได้
ลองใช้เนตรเพลิงจับจ้อง ไม่ว่าจะเป็นบนล่างซ้ายหรือ
ขวา เขาไม่อาจจะมองเห็นจุดสิ้นสุดของมันได้ เห็นเพียง
แค่ความบ้าคลั่งของแม่น้ำและพายุทรายทมิฬเท่านั้น
“ที่แห่งนี้พลังแก่นแท้ตำหนักม่วงกลับโดนสะกดเอาไว้!”
นี่เป็นเรื่องที่สั่นคลอนจิตใจของ อู่ อวี้ ไม่น้อย ก่อนหน้า
นี้เขาถูกวิธีการที่แปลกประหลาดของเจ้าประมุขโจมตี
กดดัน แต่หลังจากที่มาปรากฏกายในสถานที่แห่งนี้ พลัง
อำนาจของเจ้าประมุขพลันหายไป ทว่าพลังแก่นแท้
ตำหนักม่วงของเขากลับได้รับแรงกดดันอีกประเภทเข้า
มาแทนที่ อาจกล่าวได้ว่าแรงกดดันเช่นนี้มันคล้ายคลึง
กับแรงกดดันที่เกิดขึ้นกับโอรสเล่อภายในสุสานบน
เส้นทางเซียนบรรพกาลไม่ผิดเพี้ยน!
แก่นแท้ตำหนักม่วงถูกปิดกั้นไปอย่างสมบูรณ์ โชคดีที่
เป็น อู่ อวี้ ที่มายังที่แห่งนี้ หากเปลี่ยนเป็นผู้อื่นยามนี้คง
ตายไปนานแล้ว เนื่องจากว่าเมื่อพลังแก่นแท้ตำหนัก
ม่วงถูกสะกดข่มจากสิ่งที่มองไม่เห็น พวกมันก็ไม่
หลงเหลือความสามารถอะไร เพราะการที่จะแสดงเคล็ด
วิชาหรือว่าเคล็ดอิทธิฤทธิ์ล้วนต้องใช้พลังแก่นแท้
ตำหนักม่วงแทบทั้งสิ้น
“ใช่แล้ว เย่ซีซี อยู่ที่ไหน?”
ขณะนี้ยังถือว่า อู่ อวี้ ยังพอจะทานได้ไหว และเขาได้
เห็น เย่ซีซี ถูกลำแสงสีเขียวนั้นดูดกลืนเข้ามาด้วย
เช่นกัน เห็นได้ชัดว่าเจ้าประมุขก็คงไม่มีวิธีช่วยนาง
เหมือนกัน! ในใจของเขาตื่นตระหนกและเมื่อกวาดมอง
ไปรอบๆ ฉับพลันนั้นเองเขาเห็นเงาร่างของคนผู้หนึ่งซึ่ง
อยู่ไม่ไกล และยังได้ยินเสียงครวญครางของนางดัง
ออกมาด้วย
อู่ อวี้ จำได้ว่าอย่างน้อยที่ตนเองยังคงมีชีวิตอยู่ เป็น
เพราะ เย่ซีซี ไปอ้อนวอนขอกับบิดาของตน ยามนี้นาง
กำลังประสบปัญหา อู่ อวี้ ย่อมไม่อาจนิ่งดูดาย เขาพุ่ง
ทะยานไปในทันที หลังจากที่เข้าไปใกล้ก็ยืนยันได้แล้วว่า
นี่เป็นนางจริงๆ! ดูเหมือนว่านางจะเข้ามาอยู่ในสถานที่
แห่งนี้เกือบจะพร้อมๆกับ อู่ อวี้ ซึ่งตัวนางเองก็ถูกระงับ
พลังแก่นแท้ตำหนักม่วงเอาไว้ด้วยเช่นกัน เมื่อเป็นเช่นนี้
นางจึงไม่อาจทำสิ่งใดได้ และทรายทมิฬยังได้ฝากรอย
แผลมากมายไว้บนร่างของนาง
“ร่างจำแลงเซียนวานร” ร่างจำแลงเซียนวานรซึ่งเป็น
หนึ่งในรูปแบบ 72 อิทธิฤทธิ์ของ อู่ อวี้ มันไม่
จำเป็นต้องใช้พลังแก่นแท้ตำหนักม่วง ทั้งเคล็ดอิทธิฤทธิ์
นี้ยังทำให้ร่างกายของเขาใหญ่โตขึ้น ขณะนี้ เย่ซีซี ต้อง
เผชิญหน้ากับพายุทราย ในสภาพแวดล้อมอันเลวร้าย
เยี่ยงนี้ สิ่งเดียวที่ อู่ อวี้ สามารถใช้ได้คือกายเนื้อของเขา
หลังจากที่ร่างจำแลงเซียนวานรของเขาขยายขนาดขึ้น
ก็ทำให้ร่างของ เย่ซีซี ดูเล็กลงไปถนัดตา เช่นนั้น อู่ อวี้
จึงไม่คิดสิ่งใดให้เสียเวลา เขารีบโอบกอดสาวน้อยผู้นี้
เอาไว้ในทันที ขณะนี้แขนทั้งสองข้างอันใหญ่โตและหนา
ของเขาได้เข้าสกัดกั้นทรายมากมายที่เข้ามาทำร้าย เย่ซี
ซี เอาไว้
“โอ้ย เจ็บๆๆๆ!” ฉับพลัน เย่ซีซี ก็ได้โอดครวญด้วย
ความเจ็บปวด บัดนี้ทำได้เพียงแค่รอความตายเพียง
อย่างเดียว ทว่าจู่ๆ อู่ อวี้ กลับโอบกอดนางเอาไว้โดยที่
ไม่ได้ตั้งตัว ถือว่าเวลานี้นางสามารถเอาตัวรอดออกจาก
พายุคลั่งนี้ไปได้แล้ว
“อย่าขยับ นี่ข้าเอง” เดิมนางคิดว่าเป็นปีศาจที่จะเข้ามา
กินนาง จึงพยายามดิ้นรนสุดชีวิต แต่หลังจากที่ได้ยิน
เสียงของ อู่ อวี้ นางจึงหยุดดิ้นและหันไปเอ่ยถามเขา
ด้วยท่าทางหวาดกลัวว่า “เจ้าถูกพัดเข้ามาได้อย่างไร
แล้วท่านพ่อข้าเข้ามาที่นี่ด้วยหรือไม่? สรุปแล้วที่นี่มันคือ
ที่ไหนกันแน่ ทำไมถึงไม่สามารถใช้พลังแก่นแท้ตำหนัก
ม่วงได้…..”
นางไม่ค่อยคุ้นเคยกับการถูกโอบกอด ถึงนางจะเติบโต
จนมีอายุถึงขนาดนี้นางแล้วก็ยังไม่เคยถูกกอดรัดแน่น
เช่นนี้มาก่อน แต่ตราบใดที่หลุดออกจากการกอดนี้แล้ว
นางก็จะต้องพบเจอกับความเจ็บปวดและอาจจะถึงตาย
ได้ ทำให้ไม่กล้าขัดขืนและอยู่นิ่งๆแต่โดยดี
“เหมียว!” ยามนี้ในอ้อมแขนของเย่ซีซี ปรากฏแมวสี
ขาวตัวหนึ่ง มันก็ถูกพายุทรายบาดคมจนเกิดรอยแผล
มากมาย ขณะนี้มันได้ซุกหัวอยู่ในอ้อมแขนของ เย่ซีซี
ทั้งยังได้รับการปกป้องจาก อู่ อวี้ นับว่ามันปลอดภัย
ที่สุด แต่เมื่อต้องอยู่อ้อมกอดอันแน่นขนัดของ อู่ อวี้
ยิ่งกว่านั้นเขายังอยู่ในร่างของวานรทองคำที่ดุร้ายอีก
ด้วย ทำให้มันรู้สึกอึดอัดและร้องใส่ อู่ อวี้ อยู่หลายครั้ง
“ขนาดนี้ยังไม่พอใจอีก ขอขว้างมันออกไปได้หรือไม่?”
อู่ อวี้ คำรามใส่แมวหมื่นผสานที่กำลังแยกเขี้ยวยิงฟัน
ออกมา ทำให้แมวสีขาวตัวนั้นเกิดอาการหวาดกลัว
“ไม่ได้เด็ดขาด เช่นนั้นหลานหลานต้องตายแน่” เย่ซีซี
คิดว่า อู่ อวี้ จะพูดจริงทำจริง
หลังจาก อู้ อวี้ ปกป้องนางเอาไว้แล้ว จึงหันไปสำรวจ
รอบๆอีกครั้งพร้อมกล่าวขึ้น “ลำแสงทั้ง 2 สายที่เกิดขึ้น
จากถ้ำปีศาจพญายมได้พาพวกเรามาทิ้งที่นี่ พ่อของเจ้า
ไม่ได้ถูกลำแสงนี้กลืนกินเข้ามาด้วย แม้ว่าจะไม่รู้ว่ามัน
เกิดขึ้นได้อย่างไร แต่ดูเหมือนว่าจะมีเพียงพวกเราที่ถูก
ดูดเข้ามา ที่แห่งนี้อันตรายยิ่งนัก พลังแก่นแท้ตำหนัก
ม่วงก็ถูกสะกดเอาไว้ จึงไม่สามารถออกไปจากที่นี่ได้
พวกเราจะต้องเร่งคิดหาหนทางที่จะหลบหนีให้ได้
ตอนนี้เจ้าไม่บาดเจ็บอันใดใช่หรือไม่?”
แม้ว่าพายุนี้จะรุนแรง แม้ว่าทรายจะแหลมคมมาก
เพียงใด แต่กายเนื้อของเขาเพิ่งจะยกระดับขึ้นมา ถึง
ผิวหนังของเขาจะเกิดบาดแผล แต่มันยังไม่เพียงพอที่จะ
สร้างอาการบาดเจ็บให้กับเขาได้ ทว่าหากเป็นกายาเจ้า
มังกรสักการะราชันอรหันต์ไม่ดับสูญเช่นก่อนหน้านี้คง
จะทานทนไม่ไหว
ร่างน้อยๆของ เย่ซีซี ได้รับการปกป้องจาก อู่ อวี้ ทำให้
ขอบเขตของจากถูกโจมตีเหลือเพียงแค่น้อยนิด อาจ
เรียกได้ว่าแทบจะไม่ได้รับบาดเจ็บเลย ทว่ายามนี้ อู่ อวี้
กลับเห็นว่าใบหน้าของนางแดงขึ้น พร้อมกับใบหน้า
เรียวเล็กของนางจมอยู่บนหน้าอกที่เต็มไปด้วยขนวานร
สีทอง นางทำได้เพียงแค่ลอบแอบมอง อู่ อวี้ เป็นครั้ง
คราวด้วยร่างกายอันสั่นเทิ้มอยู่เล็กน้อย…
“เจ้าไม่ต้องคิดให้มากไป ข้าจะปกป้องเจ้าเอง หากว่า
เจ้ารู้สึกเขินอายนัก ข้าก็จะปล่อยเจ้าไปทันที แต่หาก
เป็นเช่นนั้นเจ้าคงถูกทรายทมิฬเหล่านี้ทิ่มแทงจนพรุน
อย่างแน่นอน……”
“กล่าวตามตรง เป็นเพราะเจ้าได้ช่วยเหลือข้าเอาไว้ ข้า
จึงเข้าปกป้องเจ้าทันที เพราะหากก่อนหน้านี้เจ้าไม่
ช่วยเหลือข้าเอาไว้ เกรงว่า……”
…………
“อย่าปล่อยข้าไปนะ ข้ากลัว….” เย่ซีซี รีบเอ่ยขัด
น้ำเสียงของนางสั่นเครือ นางรู้สึกหวาดกลัวอย่างยิ่ง
พายุคลั่งที่ล้อมรอบกายของพวกเขามันรุนแรงมาก
เกินไป บัดนี้ร่างกายของ อู่ อวี้ ได้ผสานรวมเข้ากับ
หยาดเพลิงวิญญาณเซียนเป็นจำนวนมาก จึงทำให้มี
อุณหภูมิที่ค่อนข้างอุ่น…
ถูกต้องแล้ว แค่อุ่นเพียงเท่านั้น แต่หาก อู่ อวี้
ปลดปล่อยความร้อนทั้งหมดของหยาดเพลิงวิญญาณ
เซียนออกมา ทั้งนางและแมวหมื่นผสานคงถูกแผดเผา
จนกลายเป็นเถ้าธุลีไปในพริบตา
อู่ อวี้ ตระหนักว่าหากไม่กล่าวออกไปมันคงจะดีเสียกว่า
ยิ่งพูดไปนางคงเขินอายยิ่งกว่าเดิม เพราะตอนนี้หัวใจ
ดวงน้อยๆของ เย่ซีซี เต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมา
จากอกอยู่แล้ว ไม่เพียงเท่านั้นใบหน้าของนางก็แดงระ
เรื่อจนราวกับมะเขือเทศ และเพราะผิวสีขาวนวลของ
นาง ยิ่งทำให้เด่นชัดขึ้นมาเท่านั้น
แต่ อู่ อวี้ ก็ไม่ได้สนใจอันใดมากนัก
เขาแค่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อ และช่วยให้ผู้ที่มีบุญคุณกับ
เขาให้มีชีวิตรอดต่อไปด้วยกันเท่านั้น
แน่นอนว่า หมิงซวง อดไม่ได้ที่จะเหน็บแนม ซึ่งนางได้
กล่าวประมาณว่า อู่ อวี้ กลับกลายเป็นคนฉวยโอกาสไป
ได้อย่างไร ไหนๆก็ไหนๆแล้วทำไมไม่ผูกสัมพันธ์กับนาง
ไปเลยเล่า จะได้ทำให้เจ้าประมุขถ้ำปีศาจพญายม
กลายเป็นพ่อตาของเขา หากทำเช่นนั้นมันก็ไม่สังหาร
เขาได้อีก บลาๆ…….
ทว่า อู่ อวี้ คร้านเกินกว่าจะไปให้ความสนใจนาง
เย่ซีซี เขินอายจนกระทั่งสมองของนางไม่อาจสั่งการได้
ตามปกติ ส่วน อู่ อวี้ ทำได้เพียงแค่เดินฝ่าในพายุก้อ
นกวรวดทมิฬเหล่านี้ไปข้างหน้า เพื่อค้นหาสาเหตุว่า
ทำไมตนเองถึงมาอยู่ที่นี่ได้
“สุดท้ายแล้วสถานที่แห่งนี้คือที่ไหนกันแน่?”
“มันยังอยู่ภายในชมพูทวีปโลกธาตุอยู่หรือว่าเราถูกย้าย
ไปอยู่ในสถานที่อื่นแล้ว?”
“ใช่แล้ว ทำไมกระโหลกศีรษะของถ้ำปีศาจพญายมจึง
ยิงลำแสงออกมาและนำพาพวกเรามาติดอยู่ในสถานที่
เช่นนี้ เจ้าประมุขไม่รู้เรื่องอันใดเลยหรือ?”
คำถามเหล่านี้อัดแน่นอยู่ภายในหัวของ อู่ อวี้ ครู่ต่อมา
เขาก็ได้ใช้เนตรเพลิงมองสำรวจไปรอบด้าน บางที
คำตอบเหล่านั้นอาจอยู่ไม่ได้ ซึ่งบัดนี้อยู่ๆเขาก็ได้สุ่ม
เลือกทิศทางขึ้นมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าใน
ทิศทางนั้นกำลังมีบางสิ่งเรียกหาเขาอยู่ แต่มันเป็น
ความรู้สึกที่บอกไม่ถูก
เนตรเพลิงของ อู่ อวี้ ได้มองผ่านทรายทมิฬอันหนาแน่น
ออกไปไกล ซึ่งห่างออกไปประมาณหลายร้อยจั้ง อู่ อวี้
พลันมองเห็นเงาสีดำตั้งตระหง่าน มันดูเหมือนกับเป็น
พลอง ทว่าปลายทั้ง 2 ข้างของมันมีขนาดใหญ่กว่าตัว
ด้าม สมควรไม่ใช่พลองธรรมดา…….
“นั่นคืออะไร?” หลังจากที่ อู่ อวี้ พบของสิ่งนั้น เขากลับ
ยังไม่ได้บุ่มบ่ามเดินหน้าต่อ คนค่อยๆเขยิบเข้าไปใกล้ที
ละน้อย เพราะเขาไม่แน่ใจว่าที่แห่งนี้จะมีอันตรายอื่นอยู่
อีกหรือไม่
ถึงยังไงแล้วหากมีคนก่อนหน้าได้หลุดเข้ามา ก็คงตกตาย
จนสิ้นเพราะบางสิ่งบางอย่างเป็นแน่
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ