กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 876: มรดกเซียนอมตะ
” อะไร เกิดอันใดขึ้น?” เย่ซีซี ตื่นตระหนกเล็กน้อย นาง
รีบหันหลังมาทาง อู่ อวี้ แลเห็นว่าเขายกมือขึ้นมาบัง
ทรายสีดำที่สาดเข้าใส่ใบหน้าของตนเพื่อมองดูอะไรสัก
อย่าง แต่ด้วยเพราะนางไม่มีเนตรเพลิงเช่นดั่ง อู่ อวี้ จึง
ไม่สามารถมองเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ไม่เห็นแม้กระทั่ง
ว่าด้านหน้าของนางมีอะไร
“ ไม่รู้สิ เดี๋ยวข้าลองดูก่อน ”
ทั้งสองเดินไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ ไม่นานนักเย่ซีซีก็
สามารถมองเห็นภาพด้านหน้าได้ชัดเจนขึ้นเล็กน้อย
ส่วนทางฝัง อู่ อวี้ กลับแลเห็นได้อย่างชัดเจน กล่าวได้ว่า
สิ่งนี่คืออาวุธดี ๆ นี่เอง แต่รูปทรงของมันค่อนข้างแปลก
ตาเล็กน้อย หากตัดปลายทั้งสองด้านออกไป สิ่งนี้ถือ
เป็นแท่งสีดำแท่งหนึ่งก็มิปาน ซึ่งปลายทั้งสองด้านของ
มันแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ปลายด้านบนมีลักษณะ
เหมือนจันทร์เสี้ยว ส่วนปลายด้านล่างมีลักษณะเหมือน
ขวาน ทว่าเป็นขวานที่แตกต่างจากปกติเล็กน้อย ใบมีด
ของมันคว่ำลงด้านล่าง ดูคมกล้าเป็นยิ่งนัก ทั้งยังเปียม
ไปด้วยความรู้สึกกระหายเลือดดุร้ายอย่างรุนแรง
ปลายด้านหนึ่งเป็นพลั่วรูปพระจันทร์เสี้ยว ส่วนอีกด้าน
หนึ่งเป็นขวานยักษ์ แน่นอนว่าส่วนที่ยื่นออกมานั้นคม
กริบเป็นยิ่งนัก ตรงส่วนที่เป็นอาวุธทั้งสองด้านแผ่จิต
สังหารแห่งการฆ่าฟันออกมาอย่างรุนแรง เมื่อ อู่ อวี้
เห็นมันชัด ๆ เขาก็สัมผัสได้ถึงพลังอำนาจอันแข็งแกร่ง
อย่างไร้ที่เปรียบอัดกระแทกออกมาจากภายใน
พลังแข็งแกร่งสร้างผลกระทบโดยตรงต่อจิตเทวะ
แม้ว่าพลังอัดกระแทกพลังของศาสตราวุธชิ้นนี้ จะไม่สูง
เท่ากับพลองสมปรารถนาของ อู่ อวี้ ที่เขาได้พบเจอกัน
ในคราแรก ทว่ามีจุดหนึ่งเหนือกว่าเล็กน้อย นั่นก็คือใน
ทุก ๆ ครั้งที่ อภิโลหะเทวะปลายสุดธาราสวรรค์ ปรากฏ
ขึ้น อู่ อวี้ ถึงกับตกอยู่ในห้วงภวังค์แห่งความฝัน ทุก
สรรพสิ่งเป็นเพียงภาพลวงตาเสมอ ทว่าอำนาจจาก
ศาสตราลึกลับนี้กลับเป็นของจริง ซึ่ง อู่ อวี้ สามารถใช้
เนตรเพลิง แลเห็นทุกอย่างได้อย่างชัดเจน!
ยิ่งมองมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเท่านั้น อู่ อวี้ ได้รับ
ผลกระทบจากมันมากขึ้นเรื่อย ๆ อาวุธสังหารทั้งสอง
ด้านจากศาสตราเทวะ ไร้ซึ่งการตกแต่งใด เสมือนดั่ง
อสูรร้ายสองตนที่หลุดออกมาจากปั่า บัดนี้มันใช้สายตา
อันแสนดุร้ายจับจ้องมายัง อู่ อวี้ รูปลักษณ์ของมันดู
เสมือนดั่งอสูรบรรพกาล ที่ถือกำเนิดขึ้นมาท่ามกลาง
ห้วงแห่งความโกลาหล ดำรงอยู่ตั้งแต่สวรรค์เริ่มก่อตั้ง
มาจนถึงปัจจุบัน ดวงตาคู่นั้นจ้องมองลึกเข้าไปถึงจิต
วิญญาณของ อู่ อวี้…
“นั่นคืออันใด?” เย่ซีซีจ้องมองไปด้วยดวงตาเบิกกว้าง
คาดว่ายามนี้นางน่าจะเห็นชัดเจนขึ้นแล้ว
“ มีปลายสองด้าน เป็นเสางั้นหรือ?” เย่ซีซี พูดขึ้นด้วย
ความสงสัย
นางมิได้รับผลจากอำนาจสะกดข่มของศาสตรา ดังนั้น
จึงสามารถพูดติดตลกเช่นนี้ได้
ดวงตาคู่นั้นที่ค่อย ๆ ดูดกลืน อู่ อวี้ เข้าไปทีละน้อย มัน
ทำให้เขารู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง แล้วเขาก็ตระหนักว่า
แกนกลางของสายธาราทรายทมิฬอันเชี่ยวกรากรอบ ๆ
บริเวณนี้ คือศาสตราลึกลับ! ศาสตราลึกลับชิ้นนี้เป็นจุด
กำเนิดแห่งความโกลาหลและการเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง
ดังนั้นทรายทมิฬอันบ้าคลั่ง จึงเป็นเสมือนดั่งชั้นม่าน
ปราการขวางกั้น!
ชั่วขณะนี้เองจิตใจทั้งหมดของ อู่ อวี้ จดจ่ออยู่ที่ศาสตรา
ชิ้นนี้ ทำให้เขาไม่ได้ยินเสียงของ เย่ซีซี อย่างสิ้นเชิง
ตูม!
หลังจากสิ้นเสียง เห็นได้ชัดว่าศาสตราตาลึกลับชิ้นนี้
สัมผัสได้ว่าพวกเขาทั้งสองกำลังเข้ามาใกล้ ชั่วขณะนี้เอง
สายตาของ อู่ อวี้ ก็แลเห็นว่า ศาสตราลึกลับกำลัง
เคลื่อนตัวมาเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว!
หวืดหวืดหวืด!
ศาสตราลึกลับนี้กำลังหมุนวนทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็ว
อาวุธสังหารทั้งสองด้านฉีกห้วงธาราและทรายทมิฬ พุ่ง
เข้าใส่ดวงตาของ อู่ อวี้ ทันที ชั่วพริบตานี้เขารู้สึกราว
กับว่าโลกทั้งใบกำลังพังทลาย!
ตูม!
ศาสตราลึกลับอัดกระแทกเข้าใส่กลางหน้าผากของ อู่
อวี้
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ มิได้รู้สึกถึงวิกฤตแห่งความตาย
แม้แต่น้อย บางทีอาจเป็นเพราะบางสิ่งบางอย่างที่แสนลี้
ลับ ทำให้เขารู้สึกว่าสิ่งนี้หาที่เป็นภัยคุกคามต่อชีวิตเขา
ไม่ ราวกับว่าความรู้สึกนี้มาจาก… พลองทองสม
ปรารถนา!
ตึง!
ทันใดนั้นศาสตราลึกลับก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าสายตา
ของ อู่ อวี้ อย่างไรก็ตามรูปลักษณ์ของมันได้แปรเปลี่ยน
กลายเป็นนิ้วยาว ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าไม้จิ้มฟันเพียง
เล็กน้อยเท่านั้น
แน่นอนว่าถึงแม้ขนาดของมันจะเล็กลง แต่อำนาจเทวะ
อันไร้สิ้นสุด ก็หาได้เปลี่ยนแปลงไปแม้แต่น้อย มันไม่มี
การเปลี่ยนแปลงแม้เพียงเสี้ยว ซึ่งเขายังคงสัมผัสได้ถึง
แรงกดดันมหาศาล
ศาสตราลึกลับชิ้นนี้ ปรากฏอยู่เบื้องหน้า อู่ อวี้ และลอย
คว้างอยู่เหนือศีรษะของเย่ซีซี ซึ่งยามนี้นางได้แหงนหน้า
ขึ้นมอง ด้วยความรู้สึกตกตะลึงและใคร่รู้สงสัย
ชั่วพริบตานี้ ถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาสำคัญมากที่สุดใน
ชีวิตของ อู่ อวี้ ราวกับว่าเวลาได้ถูกหยุดไว้ ศาสตรา
ลึกลับขนาดเล็กชิ้นนี้ หยุดอยู่ใกล้เคียงกับตนเองเป็น
อย่างยิ่ง ทั้งหมดก็เพื่อให้ อู่ อวี้ สามารถแลเห็นลวดลาย
ลึกลับบนตัวของมันได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ศาสตราชิ้นนี้
ให้ความรู้สึกแตกต่างจาก ศาสตราวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณ หอคอยล่องกำเนิด หรือวิหารบัญญัติเต๋าปีศาจ
อย่างสิ้นเชิง มันให้ความรู้สึกเหมือนกับ ‘อภิโลหะเทวะ
ปลายสุดธาราสวรรค์’ ซึ่งนั่นก็คือพลองสมปรารถนา
ชั่วขณะที่เวลาหยุดลง อู่ อวี้ รู้สึกว่ามีบางอย่างใน
ร่างกายพุ่งทะยานออกมา เพียงแค่รู้สึก ทันใดนั้นตรง
กลางหน้าผากของเขาก็มีบางสิ่งพุ่งทะยานออกมา ถึงแม้
มันจะเป็นเพียงชั่วพริบตา แต่ อู่ อวี้ ก็รู้สึกว่าดวงตาของ
เขาเอ่อล้นไปด้วยความตื้นตัน หลังจากครานั้นภายใน
เทือกเขาคราม ในที่สุดเขาก็ได้แลเห็นพลองสม
ปรารถนาที่แท้จริงอีกครั้ง!
ปรากฏตัวออกมาแล้ว!
อู่ อวี้ ไม่คาดคิดว่า อาวุธลึกลับซึ่งมีขนาดเล็กยิ่ง กับ
พลองสมปรารถนา จะตีกระทบเข้าหากันเบา ๆ ทันใด
นั้นเอง ก็นำมาซึ่งเสียง กิ้ง! เสียงนี้ไม่ดังมากนัก แต่ดัง
ก้องกังวานอยู่ในหูของคนทั้งสองอย่างต่อเนื่อง
แม้กระทั่งทรายทมิฬและธาราแห่งโกลาหลที่อยู่โดยรอบ
ก็หยุดนิ่งลง …
ถึงแม้จะกระทบกัน แต่ความรู้สึกที่ส่งออกมาจาก
ศาสตราเทวะทั้ง 2 ชิ้น ก็ปรากฏเป็นสายสัมพันธ์อัน
แน่นแฟั้นอย่างหาที่เปรียบมิได้ …
ช่วงเวลาต่อมา ราวกับว่าพลองสมปรารถนาแลกเปลี่ยน
บางอย่างกับมันอย่างสมบูรณ์แล้ว จากนั้นมันก็พุ่ง
ทะยานกลับเข้ามาในร่างกายของ อู่ อวี้ ทันที เขา
สามารถแลเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ชั่วขณะนั้นตรง
ตำแหน่งใจกลางของพลองมีปราณสีดำทมิฬแผ่ออกมา
นั่นคือบรรพชนมารกลืนสวรรค์
หลังจากนั้นทุกอย่างที่เคยหยุดนิ่ง ก็กลับมาเคลื่อนไหว
อีกครั้ง
อู่ อวี้ เห็นภาพที่ทำให้เขาแทบไม่อยากจะน่าเชื่อสายตา
ทันใดนั้นศาสตราลึกลับก็พุ่งลงสู่เบื้องล่าง แหวกผ่าเปิด
รอยโลหิตบนกลางหน้าผากของเย่ซีซี ปักแทงเข้าสู่
ภายในทันที ขณะที่ อู่ อวี้ กำลังเป็นกังวลอยู่นั้น เขาก็
แลเห็นว่าบาดแผลบนหน้าผากของนางเริ่มฟืนฟูกลับคืน
ดังเดิม หลังจากศาสตราลึกลับหายไปอย่างสมบูรณ์ ก็
บังเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้นกับเย่ซีซี จู่ ๆ ร่าง
ของนางก็อ่อนระทวยหมดสติ มือทั้งสองข้างห้อยตก ถ้า
ไม่ใช่เพราะว่า อู่ อวี้ อุ้มเจ้าแมวหลานหลานเอาไว้ก่อน
คาดว่าปั่านนี้มันคงร่วงตกลงไปแล้ว
อู่ อวี้ รู้สึกเป็นกังวลเล็กน้อย เมื่อเห็นว่านางทำท่า
เหมือนหลับไปเท่านั้น เขาก็รู้สึกว่ามันไม่น่าจะเป็น
อันตรายถึงชีวิต
จากนั้นก็มีการเปลี่ยนแปลงใหม่เกิดขึ้น ขณะนี้แม่น้ำที่
เคยผันผวนอยู่โดยรอบก็สงบลงในที่สุด พายุทรายสีดำก็
ไม่พัดรุนแรงเกรี้ยวกราดอีกต่อไป เท่ากับว่า อู่ อวี้ กับ
เย่ซีซี ที่อยู่ในโลกนี้ไม่ต้องพบเจออันตรายอีก
ด้วยสภาพเขานางในปัจจุบัน อู่ อวี้ ไม่สามารถปล่อย
นางไปได้ ดังนั้นเขาจึงโอบเอวนางไว้ เนื่องจากเย่ซีซีตัว
ค่อนข้างเล็ก เขาที่อยู่ในรูปลักษณ์ของร่างจำแลงเซียน
วานร จึงดูราวกับกำลังอุ้มบุตรสาวไว้…
ยิ่งไปกว่านั้น อู่ อวี้ พบว่าเวลานี้พลังแก่นแท้ตำหนักม่วง
ของเขาสามารถใช้งานได้แล้ว แสดงให้เห็นว่าศัตรูของ
พวกเขาได้หายไปอย่างสมบูรณ์
“เมี๊ยวว!” แมวหมื่นผสานร้องอย่างห่วงใย เมื่อเห็นเย่ซีซี
ผู้เป็นนายตกอยู่ในอาการวิกฤต มันจ้องมองดู อู่ อวี้
ด้วยสายตาอ้อนวอน แม้ว่ามันจะเป็นสรรพเทวะ
วิญญาณแต่ความผูกพันของบ่าวนายนั้นยังคงลึกซึ้ง
“ ไม่ต้องห่วง… นางสบายดี เจ้ารอดูตอนนางตื่นมาก็
แล้วกันจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้น ” อู่
อวี้ พูดคุยกับแมวหมื่นผสาน
“เมี๊ยววว … ” แมวหมื่นผสานรู้สึกโล่งใจ มันเดินขึ้นไป
นอนบนหน้าอกของ เย่ซีซี สายตาก็ยังคงจ้องมองไปที่
ใบหน้าของนางอย่างเป็นห่วง
อันที่จริงตอนนี้ อู่ อวี้ กำลังการสนทนาอยู่กับหมิงซวง
หมิงซวงพูดขึ้นด้วยความตื่นเต้น ” เจ้าจำได้หรือไม่ว่า
หนานซาน หวางเยว่ ก็ได้รับสืบทอดมรดกเซียนอมตะ
มาจากศาสตราวุธเช่นเดียวกัน ศาสตรานั้นมีชื่อว่า
‘คราดทองหยกมลาย ‘ ดังนั้นมันจึงมีวิชาอภินิหาร พลัง
อิทธิฤทธิ์ และ บัญญัติเต๋าเทียบเคียงกับเจ้าได้ ครั้งแรก
ที่เจ้าปีศาจหมูได้พบเจอกับเจ้า มันกล่าวว่ามีความรู้สึก
คุ้นเคยกับเจ้าอย่างบอกไม่ถูก ”
” ข้าย่อมจำได้ เขาเป็นคนที่ 2 ที่สืบทอดมรดกเซียนของ
‘แม่ทัพเทียนเผิง’ ทั้งยังมีอีกชื่อหนึ่งว่า ‘พุทธพิธีทูต’
เช่นเดียวกับท่านฉีเทียนต้าเซิ่น ซึ่งมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่ง
ว่า ‘ยุทธวิชัยพุทธะ’ ” อู่ อวี้ พยักหน้าแล้วพูดว่า
” พลองสมปรารถนา , คราดทองหยกมลาย ศาสตราวุธ
ทั้งสองชิ้นน่าเป็นของเซียนเหริน ที่มีความสัมพันธ์อันดี
ต่อกัน ดังนั้น เจ้า กับ หนานซาน หวางเยว่ จึงมีความ
คล้ายคลึงกัน และศาสตราชิ้นนั้น ถึงขนาดทำให้พลอง
สมปรารถนาออกมาจากในกายเจ้า เพื่อมาทักทาย นี่ก็
แสดงให้เห็นว่า มันต้องเป็นมรดกเซียนชิ้นที่ 3 อย่าง
แน่นอน! เขาจะต้องเป็นหนึ่งในเซียนอมตะที่มี
ความสัมพันธ์อันดีกับฉีเทียนต้าเซิ่น และ แม่ทัพเทียน
เผิง เป็นมรดกเซียนที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน! เรื่องนี้ช่าง
แตกต่างจากช่วงเวลาของข้า ในตอนแรกข้าคิดว่าการที่
เจ้ากับ หนานซาน หวางเยว่ ได้พบกันนั้นเป็นเพียงแค่
เรื่องบังเอิญ ข้าซึ่งเป็นเจ้าของเก่า กับตาแก่ภายในร่าง
หนานซาน หวางเยว่ พวกเราต่างเป็นบุคคลจากอดีต
กาล ซึ่งไม่ประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน … ”
ดูเหมือนว่าพวกเขายังคงมืดแปดด้าน ใครบางคนที่
ตระเตรียมแผนการนี้ไว้ ช่างลึกลับซับซ้อนมากเกินไป
อู่ อวี้ ตื่นตระหนกเป็นอย่างยิ่ง ” เจ้าหมายถึงอันใด จะ
บอกว่าเหตุการณ์ครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นกับ เย่ซีซี ทั้งหมดถูก
ตระเตรียมไว้ แล้ว นางก็จะได้รับมรดกเซียน
เช่นเดียวกับข้า? ”
คงต้องกล่าวตามสัตย์จริงว่าก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ หลงคิดว่า
มีเพียงตนเองเท่านั้นที่ได้รับโชควาสนาใหญ่หลวงเช่นนี้
แน่นอนว่าเขาไม่ต้องการให้ผู้อื่นมีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยม
เช่นกันกับเขา ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติที่เขาจะรู้สึกเช่นนั้น
อย่างไรก็ตามเขายังรู้สึกว่าฉีเทียนต้าเซิ่นนั้นเหนือกว่า
กว่าแม่ทัพเทียนเผิง ซึ่งตัวเขาเองก็เชื่อว่า หนานซาน
หวางเยว่ ก็รู้สึกเช่นเดียวกัน …
” ถ้านางได้รับมรดกเซียนจริง ๆ ก็นับว่าโชคดีมาก
อย่างไรก็ตามข้ารู้สึกว่าเจ้ามีโชควาสนาเหนือล้ำยิ่งกว่า
เดิมทีแล้วบุคคลที่ศาสตราลึกลับเลือกตั้งแต่แรกน่าจะ
เป็นเจ้า ทว่าเขาคงไม่คาดคิดว่าเจ้าจะได้รับมรดกเซียน
ของฉีเทียนต้าเซิ่นไปแล้ว ดังนั้นจึงหันไปหาตัวเลือกที่
สองอย่าง เย่ซีซี ”
“ ไฉนเจ้าพูดเช่นนี้?” อู่ อวี้ ถาม
“ เจ้าก็ลองคิดดูสิ ดวงไฟทั้งสองลูกพุ่งตรงดิ่งโดยมีเจ้า
เป็นเปั้าหมาย ส่วนนเย่ซีซีเพียงแค่บังเอิญอยู่ในวิถีของ
ดวงไฟนี้ หลังจากเข้ามาพลังแก่นแท้ตำหนักม่วงก็ใช้
ไม่ได้ ส่วนพายุทรายสีดำก็โหมกระหน่ำโจมตีเพื่อ
ทดสอบกายาของเจ้า หากไม่มีเจ้าคอยปกปั้องกำบังนาง
ไว้ นางคงไม่อาจเข้ามาถึงขนาดนี้ได้ แล้วในที่สุดมันก็
ทะยานมายังทิศทางเจ้า แต่ช่วงเวลานั้นพลองสม
ปรารถนาปรากฏขึ้นมาพอดิบพอดี มันก็เลยพุ่งเข้าไป
หาเย่ซีซี … ” หมิงซวงกล่าวด้วยความตื่นเต้นอย่างที่สุด
หากครุ่นคิดไตร่ตรองอย่างรอบคอบมันก็เป็นเรื่องจริง
อย่างไรก็ตามนี่ก็เป็นเพียงแค่การคาดเดาเท่านั้น ซึ่ง
อาจจะไม่ใช่คำตอบที่แท้จริง แต่ อู่ อวี้ คาดการณ์ว่า
น่าจะมีความเป็นไปได้กว่า 80 ใน 100 ส่วน
มีความเป็นไปได้สูงว่ามรดกเซียนได้พุ่งไปหาทางเลือกที่
2 หากครุ่นคิดดูให้ดีแล้ว อู่ อวี้ ก็แค่ปกปั้องเย่ซีซีเท่านั้น
นอกจากนี้เขาก็มีมรดกของฉีเทียนต้าเซิ่นอยู่แล้ว
เย่ซีซี จึงกลายเป็นผู้ได้รับผลพลอยได้ในครั้งนี้ไป
สามมรดกเซียน ชิ้นหนึ่งตกเป็นของผู้ฝึกตนฝั่ายธรรมะ ,
ชิ้นหนึ่งตกเป็นของปีศาจ , ส่วนอีกชิ้นหนึ่งตกเป็นของผู้
ฝึกตนนอกรีต ช่างน่าสนใจจริง ๆ
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ