กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 877: ขุนพลเจวี่ยนเหลียน
เมื่อ อู่ อวี้ คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาค่อนข้างเข้าใจอย่าง
ชัดเจน
ประการแรกไม่เพียงแค่เขาจะได้รับมรดกของ ฉีเทียนต้า
เซิ่น เท่านั้น แต่ยังมีร่างกลืนสวรรค์ หากให้กล่าวถึง
ศักยภาพแล้ว ไม่มีผู้ใดเทียบเคียงกับเขาได้ ตราบใดที่
เขายังสามารถเติบโตต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง เขามั่นใจว่า
จะสามารถระเบิดพลังอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนได้
ประการที่สอง กล่าวได้ว่าเขาไม่ใช่คนที่เคี้ยวได้ง่าย ๆ
แม้การที่มรดกเซียนอมตะชิ้นใหม่หมายมาดให้เขาเป็นผู้
สืบทอด ทว่าเขาก็คิดว่ามันจะกลายเป็นความสับสน
วุ่นวายเปล่าๆ
ประการที่สาม นี่คือสิ่งสำคัญที่สุด ดูจากความแตกต่าง
ระหว่างตัวเขากับหนานซานหวางเยว่ โดยเฉพาะ
ศาสตราเซียนชิ้นที่ 3 นี้ จากห้วงธาราอันเชี่ยวกรากและ
ทรายทมิฬ วิถีแห่งเต๋าล้วนแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงและ
ตัวเขาที่ยังไม่ประสบความสำเร็จในเส้นทางของตนเอง
หากผสานเส้นทางอื่นเข้ามา อาจทำให้เขาตกเข้าสู่ห้วง
แห่งความสับสน ล้มเหลวไม่ประสบความสำเร็จสักทาง
จากเหตุผลทั้งสามประการ เขาไม่มีความคิดจะสืบทอด
มรดกของเซียนอมตะนี้ และเขาก็มีความเชื่อมั่น ไม่ว่า
จะเป็นมรดกของ หนานซาน หวางเยว่ หรือ มรดกที่
ปรากฏขึ้นในปัจจุบัน ล้วนไม่อาจเทียบเคียงกับ ฉีเทียน
ต้าเซิ่น ได้
แม้จะมีความเป็นไปได้ว่าตนเองนั้นด้อยกว่าเย่ซีซี แต่ อู่
อวี้ ไม่คิดเช่นนั้น เขากำลังคิดถึงความเป็นไปได้อื่น เช่น
ให้ผู้คนใกล้ชิดของตนอย่าง อู่ หยู๋ แต่เมื่อคิดดูให้ดี อู่
หยู๋ ยังมิใช่ผู้ฝึกตนชั้นเลิศ ยิ่งไปกว่านั้นการเลือก
ศาสตราเทวะลึกลับ มิได้ตัดสินจากคนใกล้ชิดของ อู่ อวี้
ซึ่งในที่สุดมันก็ตัดสินใจเลือก เย่ซีซี สามารถอธิบายได้
ว่า เย่ซีซี นั้นเหมาะสมจริง ๆ
หากพินิจดูแล้ว ถึงแม้นางจะเป็นผู้ฝึกตนนอกรีต แต่ก็
เคยช่วยชีวิตตนเองไว้ ทั้งยังมีนิสัยน่ารักน่าเอ็นดู นับว่า
นางสมควรได้รับสืบทอดมรดกเซียนอมตะนี้แล้ว
หลังจากครุ่นคิดอย่างรอบคอบ ก็ไม่มีเรื่องใดให้ อู่ อวี้
ต้องค้างคาใจอีก กระทำเพียงรอคอยให้เย่ซีซีตื่นมาอย่าง
ใจเย็น คาดว่ายามนี้นางคงอยู่ในห้วงแห่งนิทราอัน
ยิ่งใหญ่ เสมือนกับตอนที่เขาอยู่ในห้วงแห่งนิทราของ
พลองทองสมปรารถนาเป็นครั้งแรก ซึ่งการแสดงออก
ของเขาในเวลานั้น ก็ตื่นตะลึงเป็นอย่างยิ่ง แน่นอนว่า
ยามนี้นางกำลังตื่นตะลึงมากจริง ๆ สีหน้าของนางเปียม
ไปด้วยความเคารพนบนอบ ท่ามกลางความฝันอัน
ยาวนาน
จนกระทั่งครึ่งชั่วยามต่อมา เย่ซีซี ก็ลืมตาขึ้น เมื่อดวง
เนตรสีดำของนางแลเห็น อู่ อวี้ เป็นคนแรก นางก็รู้สึก
โล่งใจเล็กน้อย จากนั้นก็หันไปมองรอบ ๆ เมื่อพบว่า
สถานที่แห่งนี้เงียบสงบ ไร้ซึ่งภัยคุกคามต่อชีวิต นาง
กล่าวว่า ” ปลอดภัยแล้วงั้นหรือ เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นได้
อย่างไร เหตุใดข้าถึงผล็อบหลับไปในสถานที่อันตราย
เช่นนี้ได้ ช่างน่าอายยิ่งนัก เจ้าปล่อยข้าลงได้แล้ว ”
ในเวลานี้อันตรายหายไปแล้ว เย่ซีซีรู้สึกได้ว่าพลังแก่น
แท้ตำหนักม่วงกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง นอกจากนี้การที่
อู่ อวี้ อุ้มนางไว้ ยังทำให้รู้สึกเอียงอายเป็นยิ่งนัก
เมื่อแลเห็นนางประหม่าเอียงอายเช่นนี้ อู่ อวี้ ก็รู้สึกได้
ว่าสัมพันธ์ของพวกเขาเริ่มพัฒนาไปในเชิงชู้สาว ทว่าตน
มีผู้ครอบครองของหัวใจแล้ว สำหรับ อู่ อวี้ หาก
ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาดีขึ้นจริง ๆ ความรู้สึกที่
เขามอบให้แก่นางก็ควรจะเป็นแบบน้องสาวมากกว่า
หลังจาก อู่ อวี้ ปล่อยนางลง เย่ซีซีก็ยืนอุ้มแมวน้อย
หลานหลาน ๆ อยู่ครู่หนึ่ง นางมองไปยัง อู่ อวี้ ด้วย
ความรู้สึกเขินอายเล็กน้อย พร้อมกล่าวขึ้นว่า ” เกิด
อะไรขึ้นกันแน่ ระหว่างหลับไป ข้าฝันแปลก ๆ ภายใน
นั้นช่างน่าอัศจรรย์เป็นยิ่งนัก ดูเหมือนว่าข้าจะได้รับบาง
สิ่ง… ”
การแสดงของ อู่ อวี้ แปรเปลี่ยนเป็นจริงจังมากยิ่งขึ้น
เขาพูดว่า ” นี่ไม่ใช่ความฝัน จากนี้ข้ามีเรื่องสำคัญจะ
บอกเจ้า เจ้าต้องตั้งใจฟังให้ดี เพราะมันเกี่ยวพันกับ
อนาคตของเจ้าเข้าใจหรือไม่? ”
” ไม่ใช่ความฝัน? ” เย่ซีซี แสดงท่าทางมึนงงเล็กน้อย แต่
เมื่อเห็น อู่ อวี้ ทำท่าจริงจังยิ่ง ดังนั้นนางจึงพยายามฟัง
อย่างตั้งใจ ท้ายสุดแล้วสิ่งที่นางจะจำได้ภายในสถานที่
แห่งนี้มีเพียง อู่ อวี้ ช่วยชีวิตนางไว้เท่านั้น
อู่ อวี้ ยืนอยู่เบื้องหน้านาง เขาไม่ต้องการให้นางกลัว
ดังนั้นจึงเอ่ยถามอย่างอ่อนโยนว่า “ก่อนอื่นระหว่างที่เจ้า
อยู่ในความฝัน เจ้าสมควรจะได้ยินนามของศาสตราวุธ
ที่เราได้เห็นมาก่อนหน้านี้ นามของมันคืออะไร? ”
บางทีศาสตราเทวะลึกลับ อาจทราบถึงอัตลักษณ์ของ อู่
อวี้ ดังนั้นเมื่อเขาถามคำถามนี้ออกไป มันจึงมิได้แสดง
อาการต่อต้านใด ๆ หากไม่มีส่วนเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน
ศาสตราลึกลับย่อมไม่ปล่อยให้พูดอย่างแน่นอน
“เจ้ารู้ความฝันของข้าได้อย่างไร … ” จับจ้องมายัง อู่ อวี้
ด้วยดวงตาเบิกกว้างไม่อยากจะเชื่อ
” เจ้าแค่บอกมา ข้าจะให้คำตอบในภายหลัง ” อู่ อวี้
กล่าว
” อืมม… ” นางคิดย้อนกลับไปแล้วพูดว่า ” ห้วงนิทรา
ของข้า เป็นศาสตราวุธที่พึ่งพบเห็นก่อนหน้านี้ ด้านหนึ่ง
เป็นจันทร์เสี้ยว ด้านหนึ่งเป็นขวาน เพียงแต่มันมีขนาด
ใหญ่มาก กระทั่งตั้งตระหง่านขึ้นไปถึงสวรรค์ เอ่อ นาม
ของมันก็คือ… พลั่วพระธรรมปราบมาร น่าจะใช่นะ?
เอ๊ะ หรือว่าเป็น พลั่วพระธรรม ดูเหมือนว่านามของมัน
จะธรรมดาสามัญมาก แต่ภาพฉากที่เห็นช่างน่าอัศจรรย์
ยิ่งนัก ข้าเห็นว่าทุกสรรพสิ่งพลิกพลัน สวรรค์ปฐพีล้วน
กลับตาลปัตร ดวงดาราบนสวรรค์ร่วงโรยโปรยปราย ฉีก
กระชากธารลาวาใต้พื้นพิภพอย่างต่อเนื่อง… ”
พลั่วพระธรรมปราบมาร?
รูปแบบชื่อของมัน คล้ายคลึงกับพลองสมปรารถนา
เหมือนกับ คราดทองหยกมลาย นามของศาสตรา
เหล่านี้ดูธรรมดาสามัญเล็กน้อย ทว่านี่คือศาสตราเซียน
อมตะ ไม่สำคัญว่านามของมันจะเป็นอันใด
อู่ อวี้ จดจำนามของมันไว้ จากนั้นก็เอ่ยถามอีกครั้งว่า
“คนผู้นั้นมีนามว่าอะไร มี 2 นามใช่หรือไม่?”
“เจ้าจะรู้ได้อย่างไร?” เย่ซีซี ทำตาโตอีกครั้ง นางรู้สึกราว
กับว่ามองทะลุปรุโปร่งเข้าไปในความฝันของนาง ล่วงรู้
ทุกสรรพสิ่ง เรื่องนี้ทำให้นางมีความเชื่อมั่นในตัว อู่ อวี้
เพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย
” ข้ารู้มากกว่าที่เจ้าคิด ตอบข้ามา เดี๋ยวข้าจะคลาย
ความสำคัญให้แก่เจ้าเอง ” อู่ อวี้ ตอบ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เย่ซีซี ก็พยายามหวนรำลึกนึก
ย้อนกลับไป นางยกมือขึ้นมาเกาศีรษะ จากนั้นก็กล่าว
ขึ้นว่า ” พลั่วพระธรรมปราบมาร มีเสียงพูดขึ้นว่า เขา
คือ ‘ขุนพลเจวี่ยนเหลียน’ ร่ำลือกันว่าเขาเป็น ขุนพลคู่
พระพักตร์เง็กเซียนฮ่องเต้ นอกจากนี้ยังมีอีกชื่อว่า
‘อรหันต์ร่างทอง’ เป็นนามที่แปลกยิ่งนัก แล้วขุนพลคู่
พระพักตร์หมายถึงอันใด? ไม่เพียงแต่คอยปฏิบัติรับใช้
อยู่ข้างกายเง็กเซียนฮ่องเต้ แต่ยังคอยอารักขาอยู่ข้าง
กายเง็กเซียน แต่ข้ารู้สึกว่า ขุนพลคู่พระพักตร์สวรรค์
ช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก… ”
ตามตำนานปรัมปรา บนวิหารเซียนสวรรค์ แน่นอนว่า
ผู้ปกครองสูงสุดก็คือเง็กเซียนฮ่องเต้ และชื่อเต็มของเง็ก
เซียนก็คือ ‘พระมหาจักรพรรดิหยกวิสุทธิคุณธรรม
คุโณปการสุวรรณไพศาลวิเศษสวรรค์อนันตกาลปรากฏ
เลิศหล้านภาลัยไร้ประมาณ’ เป็นดั่งลิขิตสวรรค์ ซึ่งเป็น
การดำรงอยู่ของตัวตนสูงสุด ทว่า ‘ขุนพลเจวี่ยนเหลียน’
กลับได้คอยรับใช้องค์จักรพรรดิ เฝั้าอารักษ์อยู่ข้างกาย
เซียนฮ่องเต้ ตำแหน่งในสวรรค์ สมควรไม่ได้ด้อยไปกว่า
แม่ทัพเทียนเผิงผู้ควบคุมกองทัพสวรรค์แสนนาย …
อู่ อวี้ พบว่า ตำแหน่งของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นแม่ทัพ
เทียนเผิง หรือขุนพลเจวี่ยนเหลียน ดูเหมือนว่าจะมี
ตำแหน่งในสวรรค์สูงส่งเป็นอย่างยิ่ง หนึ่งคือแม่ทัพ
สวรรค์ ส่วนอีกหนึ่งคือขุนพลคู่พระพักตร์ ฟังแล้วดู
เหมือนว่าพวกมันเป็นบุคคลอันสูงส่งภายในสวรรค์
ดังนั้นมรดกที่พวกเขาได้รับสืบทอด มิใช่เพียงมรดก
เซียนสามัญทั่วไป
ทว่าเขากลับไม่ทราบว่าแท้จริงแล้ว ฉีเทียนต้าเซิ่น มี
ตำแหน่งอันใดกันแน่ ฟังจากนามแล้ว ไม่อาจหาข้อสรุป
ได้เลย แต่ในแง่การฝึกฝนบำเพ็ญตนแล้ว อู่ อวี้ มีความรู้
ความเข้าใจในตัวของฉีเทียนต้าเซิ่นเป็นอย่างยิ่ง
หลังจากเหตุการณ์ในเส้นทางเซียนบรรพกาล เขาก็จะ
หนักว่า ฉีเทียนต้าเซิ่น อาจเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงเลื่อง
ลือเป็นอย่างยิ่ง เพราะนามของเขาแสดงให้เห็นถึงความ
อหังการเทียมฟั้า!
ฉีเทียนต้าเซิ่น , แม่ทัพเทียนเผิง, ขุนพลเจวี่ยนเหลียน …
การดำรงอยู่ของสามเทพเซียนนี้เป็นเช่นไร! แล้วพวกเขา
มีความสัมพันธ์อันใดกันแน่?
หัวใจของ อู่ อวี้ เต้นระส่ำอย่างไม่เป็นจังหวะ เมื่อมรดก
เซียนชิ้นที่ 3 ปรากฏขึ้น เขาก็ตระหนักว่า มรดกของ
พวกช่างยอดเยี่ยมจริง ๆ ทั้งยังต้องเป็นคนใหญ่คนโตใน
สวรรค์อย่างแน่นอน!
แต่อภิมหาบุคคลเหล่านี้ กลับทำอาวุธประจำกายสูญ
หายทิ้งไว้เบื้องหลัง เป็นไปได้หรือไม่ว่าพวกเขาประสบ
เคราะห์กรรมอันใด แล้วเหตุใดถึงต้องประสบกับ
เคราะห์กรรมนั้น?
ท้ายสุดแล้วเกิดอันใดขึ้นกับพวกเขา?
ท้ายสุดแล้วเกิดอะไรขึ้นบนสวรรค์กันแน่?
หากในอนาคตมีโอกาสได้เป็นเซียนอมตะ ขึ้นไปดู
ด้านบนแล้วจะรู้หรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น?
อู่ อวี้ ตกอยู่ท่ามกลางความตื่นตะลึง ในห้วงแห่งฌาน
สมาธิ
” อู่ อวี้ สรวงสวรรค์หมายความว่าอย่างไร … ” เย่ซีซี
จ้องมองไปยัง อู่ อวี้ ด้วยความตื่นเต้น
อู่ อวี้ หลุดออกจากอาการตื่นตระหนก
ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุใด เขาก็อยากรู้ว่าแท้จริงแล้วเกิด
อะไรขึ้นกับ 3 เทพเซียนกันแน่ ภายในจิตใจของเขา
เปียมไปด้วยแรงปรารถนา คนสาบานกับตัวเองว่าจะ
แก้ไขความลึกลับนี้ให้จงได้ อย่างไรก็ตามเขาตระหนักดี
ว่า ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่ตนจะทราบได้ บางทีเขาอาจจะ
รู้หลังจากกลายเป็นเซียนอมตะ แต่ก็ยังนับว่าห่างไกล
นัก
แล้วทันใดนั้นเอง หมิงซวงก็พูดกับเขาว่า ” ความสัมพันธ์
ระหว่างเจ้ากับหนานซานหวางเย่วนับว่าดีมากแล้ว
เนื่องจากชะตาต้องกัน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เจ้าต้อง
สร้างสัมพันธ์อันดีกับสตรีนางนี้ให้จนได้ อย่างน้อย ๆ ก็
ไม่ให้นางติดตามชาวกุ่ยเหยียนแสนชั่วช้าคนอื่น อย่างไร
เสียนางก็เป็นผู้ฝึกตนในวิถีมารบริสุทธิ์ หากมี
ความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ให้นางติดตามเคียงบ่าเคียง
ไหล่เจ้าก็จะดีมากยิ่งขึ้น ”
หมิงซวงพิจารณาจากสถานการณ์โดยรวม
สำหรับ อู่ อวี้ แล้ว ให้สร้างสัมพันธ์อันดีก็ยังพอเป็นไป
ได้อยู่ แต่ให้นางติดตามอยู่ข้างกาย แน่นอนว่าเจ้า
ประมุขแห่งถ้ำปีศาจพญายมต้องปฏิเสธอย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้นชาวเหยียนหวงย่อมไม่ยินยอมให้ชาวกุ่ยเห
ยียนผู้ใดออกจากพิภพอเวจีเป็นแน่
แต่เขาทราบว่า การให้คำแนะนำแก่ เย่ซีซี เป็นสิ่งสำคัญ
มาก
เขากล่าวกับ เย่ซีซี ด้วยท่าทางจริงจังว่า ” เจ้าเดาได้
ถูกต้องแล้ว เจ้าได้รับโชควาสนาอย่างใหญ่หลวง จง
เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อม บัดนี้เจ้าได้รับสืบทอดมรดก
ของเซียนอมตะบนสรวงสวรรค์ และนามของเซียน
อมตะผู้นั้นก็คือ : ขุนพลเจวี่ยนเหลียน เป็นขุนพลคู่พระ
พักตร์ของเง็กเซียนฮ่องเต้ในตำนาน! หรือเรียกอีกนาม
ว่า ‘อรหันต์ร่างทองคำ’ นับแต่นี้ไป เจ้าคือผู้สืบทอด
มรดกเซียนอมตะ อนาคตรุ่งโรจน์ไร้ขีดจำกัด บวกกับที่
เจ้าเป็นบุตรีของเจ้าประมุขแห่งธรรมปีศาจพญายม จะ
ยิ่งหนุนเสริมอนาคตของเจ้าให้พุ่งทะยานสู่ฟั้าอย่างไม่
อาจหยุดยั้ง อาจเป็นไปได้ว่าเจ้าจะกลายเป็นเซียนอมตะ
ที่แท้จริงในอนาคต นี่คือช่วงเวลาสำคัญสุดในการ
เปลี่ยนแปลงโชคชะตาของเจ้าเลยก็ว่าได้! ขอแสดง
ความยินดีกับเจ้าด้วย หลังจากนี้ เจ้าสามารถขุดค้นหา
วิชาอภินิหารอันน่าอัศจรรย์จาก ‘พลั่วพระธรรมปราบ
มาร’ รับรองว่าฝีมือของเจ้าต้องเหนือล้ำยิ่งกว่าตอนนี้
อย่างแน่นอน!”
เสียงของ อู่ อวี้ ดังก้องกังวานประดุจระฆังลั่น เย่ซีซี ได้
ยินคำพูดของเขาตั้งแต่ต้น เห็นได้ชัดว่ายามนี้ นางตกอยู่
ในอาการนิ่งอึ้งงุนงง จนกระทั่ง อู่ อวี้ กล่าวจบ นางก็
ยังคงจับจ้องไปยัง อู่ อวี้ ด้วยท่าทางไม่อยากจะเชื่อ
” จะ เจ้า ไม่ควรโปั้ปด หลอกให้ข้ามีความสุข… ” เย่ซีซี
กล่าวว่าอย่างแผ่วเบา
อู่ อวี้ ยิ้มแล้วกล่าวว่า ” ถ้าโปั้ปด ขอให้ข้าเป็นลูกสุนัข”
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ