กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 878: ตักเตือน
” จริงเหรอ? ถ้าเจ้าโกหกข้าล่ะก็ ขอให้เจ้าเป็นลูกเต่า
แปดล้านชาติ! ” เย่ซีซี ตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย
” ก็เจ้าพูดเองว่าสบายดีไม่เป็นอะไร อย่างไรก็ช่าง เอา
เป็นว่าสิ่งที่ข้าพูดไปมันเป็นเรื่องจริงง ” อู่ อวี้ ตอบอย่าง
ไม่ใส่ใจนัก
“ฮ่า ฮ่า! ข้าโชคดีเป็นบ้าเลย!” ในที่สุด เย่ซีซี ก็พูดโพล่ง
ออกมา หน้าแดงก่ำกระโดดโลดเต้นอย่างดีอกดีใจ
ตื่นเต้นจนระงับตัวเองไม่อยู่ แล้วนางก็กระโดดเข้าไปขี่
บนตัวของ อู่ อวี้ ห้อยโตงเตงราวกับหมีโคอาลา ส่วนเจ้า
แมวหลานหลาน นางเผลอโยนมันออกไปอย่างลืมตัว…
” เยี่ยมสุด ๆ ไปเลย! ข้าอยากเป็นทวยเทพ! ข้ามี
ความสุขมาก ๆ ๆ ๆ! ขุนพลเจวี่ยนเหลียน อรหันต์ร่าง
ทอง เจ้ายอดเยี่ยมนัก! ฮ่าฮ่า … ” นางตื่นเต้นมากจนลืม
ไปว่า อู่ อวี้ กำลังอุ้มนางอยู่
” ง๊าวววว ง๊าวววววว!” แมวหมื่นผสานเห็นเย่ซีซีผู้เป็น
นายโยนตัวเองทิ้ง แถมยังกระโดดไปกอดผู้อื่นหน้าตา
เฉย มันจึงรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก มันกรีดร้องพร้อมกับ
กระโจนเข้าไปหา อู่ อวี้ ราวกับคู่ต่อสู้
“หลานหลาน!” พอเย่ซีซีเห็นมันแล้ว นางก็รีบเข้าไปอุ้ม
ด้วยความรู้สึกผิด พออุ้มมันขึ้นมาเจ้าแมวหลานหลานก็
เลียหน้าเลียตา นางหัวเราะแล้วพูดว่า ” ข้าแค่อยากเป็น
เซียนอมตะเท่านั้น เมื่อถึงตอนนั้นเจ้าจะกลายเป็นอาชา
ของข้า ข้าจะพาเจ้าไปเที่ยวชมสวรรค์ บินทะยานขึ้นสู่
ฟากฟั้า ”
” ไม่เอาน่า… อย่าเพ้อเจ้อไป ข้าโกหกเจ้า ” อยู่ ๆ อู่ อวี้
ก็ดับฝันนางกลางคัน นางเหมือนถูกน้ำเย็นยะเยือกเทใส่
ศีรษะ
“เอ๋?” เย่ซีซี ถูกดับฝันอีกครั้ง ในเวลานี้เหมือนกับว่า
กำลังตกจากสวรรค์ลงสู่นรก
“ฮ่า ๆ เจ้านี่มันช่างน่าขบขันจริง ๆ ถึงแม้ว่าข้าจะพูด
เรื่องจริง แต่ก็ยังพูดไม่จบ ” อู่ อวี้ มองดูนางมีความสุข
เขารู้สึกว่านางน่าสนใจมาก ดังนั้นเขาเลยหยอกล้อแกล้ง
นางเล่น
สิ่งนี้ทำให้สายสัมพันธ์ของทั้งสองแน่นแฟั้นมากยิ่งขึ้น เย่
ซีซี ทั้งมีความสุข และ โกรธ บัดนี้นางจึงแสร้งทำเป็นมี
โทสะ จากนั้นก็กล่าวว่า ” อย่ามาหยอกล้อกันแบบนี้นะ
รู้ไหมทำให้ผู้อื่นตกอกตกใจจะแย่อยู่แล้ว ”
” ก็ได้ ถ้าเช่นนั้นฟังข้านะ ภายในพลั่วพระธรรมปราบ
มาร นอกเหนือจากเสียงนั่นแล้ว ยังมีผู้อื่นอยู่อีกหรือไม่?
มีเศษเสี้ยววิญญาณอยู่ด้วยหรือไม่? ” อู่ อวี้ มีหมิงซวง
ส่วนหนานซาน หวางเยว่ มีชายชรา แต่ด้วยเพราะหมิ
งซวงนั้นอยู่มาเป็นเวลานาน ดังนั้น อู่ อวี้ จึงถามคำถาม
นี้ ถ้ามีคงจะทำให้เขามีข้อมูลเพิ่มเติมมากขึ้น
” หืมมม ไม่ ไม่เห็นมีอะไรอื่นเลย มีเพียงเสียงของพลั่ว
พระธรรมปราบมารเท่านั้น อีกอย่างตอนนี้มันก็หายไป
แล้วข้าไม่รู้ว่าทำไม ” เย่ซีซี สะกดข่มความปิติยินดีของ
ตนเอง ในเวลานี้นางยืนเบื้องหน้า อู่ อวี้ ตอบคำถาม
ของเขาด้วยท่าทีแลน้ำเสียงจริงจัง
การที่นางกล้าพูดออกมาตรง ๆ เช่นนี้ แสดงให้เห็นว่า
นางเชื่อมั่นในตัว อู่ อวี้ เป็นอย่างมาก เนื่องจากการ
ได้รับมรดกเซียนถือเป็นเรื่องใหญ่ หากเป็นชาวกุ่ยเห
ยียนคนอื่น ๆ ไม่มีทางที่จะบอกเรื่องนี้กับเขาแน่แท้
ในทางกลับกันจะต้องสังหารเขาทิ้งอย่างแน่นอนที่สุด
แต่เย่ซีซีกลับบอกเขาอย่างไม่ลังเล เพราะนางไว้วางใจ
เขาอย่างมาก
“ ไม่ งั้นหรือ? ” อู่ อวี้ คิดว่าเขาอาจจะยังไม่ปรากฏตัว
ออกมา หรือไม่ก็ไม่มีจริง ๆ อย่างไรก็ตามเซียนอมตะ
เหล่านี้มีความลึกลับเป็นอย่างยิ่ง แล้ว อู่ อวี้ จะทราบ
เจตจำนงของพวกเขาได้อย่างไร?
“ เยี่ยม ถ้าเช่นนั้นข้าอยากจะบอกเรื่องสำคัญกับเจ้า ”
อู่ อวี้ ก้าวไปข้างหน้ายืนอยู่ต่อหน้าของนาง เขามองดูเย่
ซีซีด้วยส่ยตาจริงจัง
“ มะ มีอะไรก็ว่ามาเลย ยะ อย่าได้เกรงใจ … ” เย่ซีซี
ตกใจเป็นอย่างมากที่เห็นเขามีท่าทีจริงจัง
ยามนี้ภายในดวงเนตรของ อู่ อวี้ สาดประกายเจิดจ้า
ประดุจประดุจดวงตะวัน ภายในร่างกายเปียมไปด้วย
พลังแห่งหยาดเพลิงวิญญาณเซียน ทุกถ้อยคำที่เอื้อน
เอ่ยล้วนทรงอำนาจเป็นอย่างยิ่ง “เจ้ารู้หรือไม่ว่ามรดก
เซียนคืออะไร? หากเจ้าแพร่งพรายเรื่องที่เจ้ามีเซียน
มรดกเล็ดลอดไปถึงหูผู้อื่นนอกจากข้า สิ่งแรกที่เจ้าต้อง
เจอก็คือชาวกุ่ยเหยียนมากมายจะไล่ล่าสังหารแล้วแย่ง
ชิงมรดกเซียนของเจ้าไป แล้วถ้าเจ้าแพร่งพรายเรื่องนี้ให้
คนเหยียนหวงได้รู้ คนทั้งโลกจะตามไล่ล่าเจ้า! ชาวกุ่ยเห
ยียนในพิภพอเวจีแห่งนี้จะต้องถูกทำลาย ทุกอย่างจะ
กลับตาลปัตรถูกบดขยี้ทำลายจนสิ้น ทั้งหมดนี้เกิดจาก
ความโลภโมโทสัน โลกของผู้ฝึกตนอันตรายมากเพียงใด
เจ้าคงไม่รู้ นี่คือเรื่องสำคัญที่ข้าจะต้องแนะนำเจ้า อย่า
ไปบอกเรื่องนี้กับผู้ใดเด็ดขาด เจ้าจะตายอย่างน่าอนาถ
ก่อนที่จะได้เป็นเซียนอมตะ แม้หลังจากกลายเป็นเซียน
อมตะ เจ้าก็ห้ามเอื้อนเอ่ยออกไป! เจ้าเข้าใจสิ่งที่ข้าพูด
หรือไม่? ”
ทุกคำพูดของ อู่ อวี้ จริงจังตรงไปตรงมา เย่ซีซีไม่
เหมือนกับ หนานซาน หวางเยว่ นางนั้นยังไร้เดียงสา
มองโลกในแง่ดี ยังไม่ประสีประสาไร้ซึ่งประสบการณ์เอา
ตัวรอด ถึงแม้ หนานซาน หวางเยว่ ถูกโจมตีหมายปลิด
ชีพอยู่ในคุก แต่เขาก็รู้รักษาตัวรอดปกปั้องตนเองได้
” ขะ…ข้าทราบ …จริงดังเจ้าว่า เป็นเรื่องปกติที่ทุกคน
ย่อมต้องการฉกชิงมันแน่ ๆ เพราะทุกคนปรารถนา
อยากเป็นเซียนอมตะ แม้แต่ข้าเองก็อยากมีพลังฝีมือ
แข็งแกร่งขึ้น … ข้ารู้ความตั้งใจของเจ้า สำหรับข้าตอนนี้
สิ่งที่ดีที่สุดก็คือควรหุบปากให้เงียบไว้ แม้แต่บิดาหรือต่อ
ให้เป็นมารดาของข้า ก็ไม่ควรบอกเล่าให้ฟังใช่หรือไม่…
”
ยามนี้สายตาของนางที่จ้องมอง อู่ อวี้ กำลังสั่นระเรื่อ
ด้วยความกังวลใจบางอย่าง เพราะความคิดแรกของนาง
คือการนำข่าวดีนี้ไปบอกเล่าให้บิดามารดาของนางฟัง
” ห้ามพูดเด็ดขาด ภายใต้ดวงตะวันนี้ มีเพียงข้าและเจ้า
เท่านั้นที่รู้ ” อู่ อวี้ บอกนางอย่างจริงจัง
ดังเช่นหมิงซวงได้กล่าวว่า อู่ อวี้ ไม่สนว่านางจะเป็นผู้
ฝึกตนนอกรีตหรืออะไร ในเมื่อพลั่วพระธรรมปราบมาร
เลือกนาง นางจะต้องผูกพันอยู่กับเขาอีกนานอย่างไม่
อาจหลีกเลี่ยง
ตอนนี้นางเป็นดั่งกระดาษเปล่า ท่ามกลางศักยภาพที่
ยอดเยี่ยมเช่นนี้ หากนางถูกผู้อื่นชักจูง ตกลงสู่ห้วงแห่ง
ความชั่วร้ายเหมือนผู้ฝึกตนนอกรีตคนอื่น ๆ หากเป็น
เช่นนั้น เท่ากับผู้คนจำนวนมากต้องประสบพบเจอกับ
หายนะ
ไม่ว่านางจะเลือกเดินบนเส้นทางธรรมะหรืออธรรม อู่
อวี้ จำต้องตัดไม้ข่มนามเอาไว้ก่อน ซึ่งก็เป็นเรื่องดี
สำหรับเย่ซีซีเช่นกัน ถ้าหากนางไม่สามารถเก็บซ่อน
ความลับนี้ไว้ได้ จุดจบของนางจะต้องตกอยู่ในอันตราย
อย่างแน่นอน
ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจทำเรื่องนี้ด้วยความมั่นคงเด็ดเดี่ยว
” แล้วไฉนเจ้าถึงห้ามไม่ให้บอกบิดามารดาข้า พวกท่าน
ไม่มีทางทำร้ายข้า … ” เย่ซีซีกล่าวขึ้นด้วยความรู้สึก
เสียใจเล็กน้อย
จากมุมมองของ อู่ อวี้ ต่อให้เป็นเจ้าประมุขแห่งถ้ำ
ปีศาจพญายมล่วงรู้เรื่องนี้ นางก็ยังตกอยู่ในอันตรายอยู่
ดี ถึงเขาจะไม่แย่งชิงมรดกเซียนจากลูกสาวไป แต่ก็มี
ความเป็นไปได้ว่ามันจะนำพานางไปสู่หนทางแห่งความ
น่าสะพรึงกลัวเช่นดั่ง ชาวกุ่ยเหยียน และ พวกวีรบุรุษ
สงคราม ถ้านางแข็งแกร่งมากพอ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่
อาณาจักรโบราณเหยียนหวงจะเกิดภัยคุกคามครั้งใหญ่
แม้ว่าทั้งสองเผ่าพันธุ์จะยุติสงครามซึ่งกันและกันแล้ว
แต่ก็ยังมีผู้คนจำนวนมากตกตายไป อู่ อวี้ พิจารณาจาก
ความเห็นส่วนตัว แต่ถ้ามองในแง่มุมสงบสันติ เขาไม่
อยากให้ เย่ซีซี ถูกความเกลียดชังชักพาทำให้นาง
เปลี่ยนไป
ดังนั้นเขาจำต้องพูดกับนางให้ชัดเจน
อู่ อวี้ กล่าว ” ข้ารู้ว่าบิดามารดาดีกับเจ้ามาก แต่มรดก
เซียนมีความสำคัญยิ่ง ข้าไม่รู้ว่าบิดามารดาของเจ้าจะ
คิดอย่างไร แต่เจ้าบอกให้ใครรู้ไม่ได้เด็ดขาดเข้าใจ
หรือไม่? จนกว่าเจ้าจะฝึกฝนวิชาอภินิหารมรดกเซียน
เหล่านี้ให้เชี่ยวชาญเสียก่อน ต้องเก็บเรื่องนี้เป็น
ความลับให้ดีที่สุด ต้องพยายามปิดซ่อนออมฝีมือเอาไว้
อย่าพูดจาเพ้อเจ้อเหลวไหล ถ้าไม่แน่ใจ…ก็อย่าเพิ่งพูด
อะไรออกไปให้มาปรึกษากับข้าก่อน แล้วข้าจะช่วยคิด
หาหนทางที่จะทำให้เจ้าปลอดภัยที่สุด … ”
” ถ้าเช่นนี้ข้าก็ตกลง ข้าจะเก็บความลับเก็บเนื้อเก็บตัว
ไม่ทำตัวโดดเด่น พอไม่พูดก็จะไม่มีปัญหา ข้าเพียงทำให้
พวกท่านมีความสุขก็พอ ” เย่ซีซี เชื่อฟังเขาเป็นอย่าง
มาก ดูเหมือนว่านางยังมีความรู้สึกที่ดี ๆ ต่อ อู่ อวี้
ความจริงแล้ว อู่ อวี้ รู้สึกว่าเย่ซีซีงดงามมาก โดยปกติ
แล้วชาวกุ่ยเหยียนไม่ใช่เผ่าพันธุ์ที่ดีงาม หากปล่อยให้
พวกมันแข็งแกร่งเติบโตโลกนี้จะต้องพบภัยพิบัติอย่าง
ใหญ่หลวง อู่ อวี้ กลัวว่าเย่ซีซีจะถูกชาวกุ่ยเหยียนชัก
นำไปในทางผิด ๆ บอกตามตรงว่าบางครั้งนางก็ดูไม่มี
หัวคิด
“ ว่าแต่… อู่ อวี้ ไฉนเจ้าถึงรู้มากมายนัก ข้าเห็นว่าพลั่ว
พระธรรมปราบมารมันพุ่งเข้ามาหาเจ้า แล้วไฉนอยู่ ๆ
มันถึงตกมาใส่หัวข้าได้ ข้ารู้สึกว่ามันไม่ได้เลือกข้าตั้งแต่
แรก แต่เป็นเพราะเจ้ามอบมันให้กับข้า ” เย่ซีซี อดสงสัย
ไม่ได้ ด้วยเพราะในคราแรกพลั่วพระธรรมปราบมาร
ไม่ได้พุ่งเปั้ามาหานาง ฉะนั้นนางถึงไม่มีแรงกดดันใด ๆ
แต่แล้วอยู่ ๆ เหนือศีรษะของ อู่ อวี้ ก็มีบางสิ่งปรากฏ
ขึ้นมา
“ข้ารู้แล้ว! ที่เลือกเจ้าตอนแรก เพราะเจ้าสามารถทนกับ
บททดสอบของพายุทรายทมิฬ แต่แล้วมันก็พบว่าเจ้ามี
มรดกเซียนอยู่แล้ว มันถึงได้มาเลือกข้าแทน! ต้องใช่แน่
ๆ พรสวรรค์และความสามารถของเจ้าช่างน่าอัศจรรย์
ยิ่ง พื้นฐานฝึกตนของเจ้านั้นต่ำเตี้ย แต่กลับมีทักษะ
พิสดารอยู่มากมาย ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเจ้าต้องมี
มรดกเซียนอยู่แล้วแน่ ๆ! เจ้ามีมรดกเซียนแล้ว พลั่วพระ
ธรรมปราบมารนั่นเลยไม่เลือกใช่หรือมั้ย? ” เย่ซีซี กล่าว
อย่างตื่นเต้น
นับว่านางฉลาดมากทีเดียว ถึงสามารถปะติดปะต่อ
เรื่องราวได้เป็นฉาก ๆ หากนึกถึงผลงานก่อนหน้านี้ของ
เขาก็ทำให้คาดเดาได้ไม่ยาก อันที่จริง อู่ อวี้ ไม่คิดว่า
นางจะจับตามองเขาอยู่
เพราะตัวเขาเองก็ไม่ได้ปกปิด รอให้นางคุ้นเคยกับพลั่ว
พระธรรมปราบมารมากขึ้นเสียก่อน นางคงจะยิ่งชัดเจน
เกี่ยวกับตัวตนของ อู่ อวี้ มากยิ่งขึ้นด้วยตนเอง เช่นดั่ง
หนานซาน หวางเยว่ ที่พบเจอกับเขาเป็นครั้งแรก
หลังจากเขาเห็นเย่ซีซีพูดด้วยความตื่นเต้น อู่ อวี้ ก็พยัก
หน้าแล้วเอ่ยขึ้นว่า ” ข้ารู้อะไรกว่าเจ้ามาก ตอนที่ข้าเริ่ม
ฝึกตน ข้าก็ได้รับมรดกเซียนแล้ว หรือจะพูดอีกอย่างว่า
ก่อนหน้านี้ข้าเป็นมนุษย์ที่ไร้ซึ่งพรสวรรค์ ทว่าเป็น
เพราะข้าได้รับมรดกเซียน จึงทำให้ข้าเข้าสู่เส้นทางของ
ผู้ฝึกตน หากมองในแง่นี้ จุดเริ่มต้นของเจ้าสูงกว่าข้ามาก
”
สำหรับท่าทีที่ เย่ซีซี นับว่าดีมาก ๆ ผู้อื่นหากรู้ว่าเขามี
สิ่งเดียวกับตนเอง อาจจะอิจฉาหรือไม่ก็แย่งชิงเอามา
เป็นของตนเอง แต่นางกลับแสดงท่าทีดีใจเป็นยกใหญ่
เดิมทีก็ดูมีความสุขมากอยู่แล้ว กลับยิ่งมีความสุขมาก
ขึ้นไปใหญ่ ราวกับว่านางได้พบสหายที่พูดจาภาษา
เดียวกัน ” เยี่ยมสุด ๆ ไปเลย เราสองคนเหมือนกันเจ้ารู้
ความลับของข้า ส่วนข้ารู้ความลับของเจ้า แต่เจ้า
สามารถวางใจได้ ข้าจะไม่บอกความลับเกี่ยวกับมรดก
เซียนของเจ้ากับผู้ใดอย่างเด็ดขาด ต่อให้เป็นบิดามารดา
ของข้า ข้าก็จะไม่พูด หากผิดคำพูดขอให้ข้าเป็นลูกเต่า
500 ชาติ”
“ นับตั้งแต่วันนี้เราจะเป็นสหายที่ดีต่อกัน ข้าเชื่อในตัว
เจ้า เราจะปกปั้องความลับกันและกัน การที่ไม่ปริปาก
พูดเรื่องนี้ออกไปจะเป็นการดีที่สุดสำหรับเรา ” อู่ อวี้
ต้องพูดคุยกับนางให้ชัดเจน หากนางผลั้งเผลอหลุดปาก
ออกไปจะลำบาก ในโลกแห่งผู้ฝึกตน มรดกเซียนถือว่า
โดดเด่นเกินไป หากไม่เหลือบ่ากว่าแรงจริง ๆ อู่ อวี้ จะ
ไม่บอกเด็ดขาด แม้แต่ลั่วผิน กับ หนานกง เหว่ย ก็ยังไม่
รู้เรื่องนี้
“สหายที่ดี… อื้มมม… เป็นสหายที่ดี!” เย่ซีซี มีความสุข
มากในเวลานี้นางยิ้มจนหน้าบาน ราวกับบุปผาที่ผลิบาน
ก็ไม่ปาน นางดูงดงามสดใสยิ่ง นอกจากเจ้าแมวหลาน
หลานแล้ว นางก็มีสหายน้อยมาก ดังนั้นเวลานี้เจ้าแมว
หลานหลานจึงรู้สึกอิจฉาเขาไม่น้อย ในเวลานี้มันอยู่ใน
อ้อมแขนของเย่ซีซีจ้องมองอู่ อวี้ ด้วยความเกลียดชัง
มันแทบรอไม่ไหวที่จะใช้กรงเล็บข่วน อู่ อวี้ ซักสองสาม
ฉึก
“ง๊าวววว!” ฉับพลันมันก็กางกรงเล็บเข้าขู่
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ