กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 88 : คันฉ่องวารี
” อู่ อวี้ เจ้าอย่ามัวแต่หลบอยู่หลังผู้หญิง ออกมาสู้กับ
ข้าเดี๋ยวนี้!” หลาน สุ่ยเยว่ กัดริมฝีปากพร้อมกับ
หายใจหนัก จนหน้าอกน้อย ๆ ของนางกระเพื่อม
อย่างต่อเนื่อง เห็นได้ชัดว่านางมีโทสะไม่น้อยทีเดียว
ตามอย่างที่ อู่ อวี้ คาดเอาไว้ หลังจากข่าวทั้งหมดได้
แพร่กระจายออกไป ได้ถูกบิดเบือนไปหลายรูปแบบ
ขณะที่ อู่ อวี้ กำลังทำท่าจะออกไป ซู หยานหลี่ ก็จับ
มือของเขาเอาไว้แล้วดึงกลับมาเช่นเดิม จากนั้นนางก็
กล่าวขึ้นด้วยสีหน้าไม่แยแส ” หลาน สุ่ยเยว่ ที่นี่ไม่ใช่
สถานที่จะมาแสดงพฤติกรรมหยาบช้าได้ ขอแนะนำ
ให้เจ้ากลับออกไปซะ หากเรื่องนี้รู้ไปถึงหูท่าน
อาจารย์ของเรา เกรงว่าพวกเจ้าจะถูกลงโทษ ”
หลังจากเรื่องราวทั้งหมดนี้ พวกเขาเป็นฝ่ายที่มาหา
เรื่องก่อน
“เจ้า!”
หลาน สุ่ยเยว่ โกรธจนหน้าแดง นางชี้นิ้วไปที่ อู่ อวี้
พร้อมกับกล่าวว่า ” ซู หยานหลี่ อย่ามาทำไขสือ
ทั้งหมดนี้มันเกิดขึ้นก็เพราะปากเน่าๆ ของ อู่ อวี้ ที่
พ่นคำพูดพล่อยๆออกมา ตอนนี้เรื่องที่เขาพูดว่าจูบ
ข้า ได้แพร่กระจายไปทั้งเทือกเขาครามแล้ว วันนี้ข้า
มาทวงคืนความบริสุทธิ์ ข้าจะฉีกปากมันให้เป็นชิ้น ๆ!
ให้ทุกคนได้เห็น ว่าคนอย่างมันไม่มีทางมาจูบข้าได้! ”
นี่คือความจริง
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นโดยไม่เจตนา อู่ อวี้ ลืมนึกถึงเรื่อง
นี้ไป เนื่องจากเขาไม่เคยคาดคิดว่า ในหมู่เทพเซียนผู้
อยู่ในวิถีแห่งเต๋าก็ยังมีการติฉินนินทาด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตามแม้ว่า หลาน สุ่ยเยว่ จะยั่วยุเขาซ้ำแล้ว
ซ้ำเล่า แต่ อู่ อวี้ ก็ไม่อยากเป็นคนนิสัยไม่ดีที่รังแกผู้
บริสุทธิ์ เขาไม่ปรารถนาให้เรื่องราวเป็นเช่นนี้ ดังนั้น
เขาจึงต้องการชี้แจงเรื่องนี้
หลังจาก หลาน สุ่ยเยว่ พูดจบแล้ว ก็มีสิ่งที่ไม่คาดคิด
เกิดขึ้น อยู่ๆ ซู หยานหลี่ ก็ยิ้มออกมาอย่างเย้ยหยัน
แล้วกล่าวขึ้นว่า ” เจ้านี่ช่างไร้ยางอาย ผู้ใดอยากจะ
จูบเจ้า ? ศิษย์น้องของข้าไม่เคยเห็นเจ้าอยู่ในสายตา
เจ้าอย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย ”
อู่ อวี้ เบิกตากว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ เขาไม่เคย
คาดคิดว่า ผู้ซึ่งปกติแล้วมักจะเย็นชาอยู่เสมออย่าง ซู
หยานหลี่ จะพูดจาเชือดเฉือนจิตใจคนได้เช่นนี้ ถึงแม้
จะเป็นแค่การต่อสู้กับสตรีอีกคน แต่ก็ช่างร้ายกาจยิ่ง
นัก !
“ซู หยานหลี่! เจ้ารนหาที่ตาย!”
หลาน สุ่ยเยว่ โทสะพุ่งถึงขีดสุด จนแทบจะคุ้มคลั่งสิ้น
สติ ส่วนศิษย์พี่ทั้งสองคนของนาง เมื่อเห็นนางทุกข์
ทรมานเจ็บปวดจากโทสะ แต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไร
ได้ นอกจากพุ่งเข้าไปจัดการผู้ที่ทำให้นางเป็นเช่นนี้
ช่วงเวลาที่พวกเขาปลดปล่อยพลังศักดิ์สิทธิ์อัน
เหนือกว่าออกมาก… ทันใดนั้น ก็มีเสียงหัวเราะดัง
ขึ้นอยู่บนท้องฟ้า หลังจากนั้นชายผู้หนึ่งที่สวมใส่
เครื่องแต่งกายเป็นบัณฑิต ก็ลอยจากอากาศลงมา
จากนั้นเขาก็พูดด้วยท่าทางยียวนกวนโทสะว่า ” ดู
คึกคักดีแหะ พวกเจ้ากำลังทำอะไรกัน ? ยอดฝีมือทั้ง
สอง กำลังรังแกศิษย์น้องหญิงและศิษย์น้องเล็กของ
ข้าอยู่ใช่หรือไม่? ”
คนพูดนี้ไม่ใช่ใครอื่น เขาคือ โม่ ซือซู
จากนั้นเขาก็คลี่พัด แล้วเดินเอ้อระเหยลอยชายมายืน
อยู่ด้านข้าง ซู หยานหลี่
” โม่ ซือซู ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเจ้า!” เขารู้สึก
กระอักกระอ่วนใจ เมื่อเห็น โม่ ซือซู เข้ามายุ่งด้วย
เนื่องจากมันจะทำให้พวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้
มากนัก เพราะ โม่ ซือซู นั้นมีพลังยุทธ์เหนือกว่า สิ่ง
ที่พวกเขาทำได้ตอนนี้ก็คือยับยั้งตัวเองเท่านั้น
” ช่างน่าขันยิ่งนัก แล้วจะให้ข้านิ่งเฉยนั่งมองพวก
เจ้า ทั้ง ๆ ที่พวกเจ้ากำลังคิดข่มเหงรังแกศิษย์
น้องชายหญิงของข้า ทำให้ข้าต้องลุกจากม้านั่งมาดู
การต่อสู้ สมองเจ้าป่วยไปแล้วหรือไง ” ดวงตาของ โม่
ซือซู เบิกกว้างขึ้น แน่นอนว่านี่คือการแสดงออกที่
เกินจริง
“จะ…เจ้า!”
ตั้งแต่ต้นจนจบ อู่ อวี้ ยังมีได้เอื้อนเอ่ยวาจาใดๆ
ออกมา เขาทำเพียงแค่หัวเราะออกมา ดูเหมือนว่า
ระหว่างอาจารย์ของเขา กับ ผู้พิทักษ์สูงสุด หรือ
แม้แต่เหล่าสาวก จะมีความขัดแย้งลึกล้ำไม่ลงรอยกัน
อย่างแท้จริง แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากทั้งหมดนี้
บางส่วนเกิดขึ้นเพราะ อาจารย์ตามใจศิษย์มากเกินไป
ในเวลานี้ โม่ ซือซู ยิ้ม และ จ้องมองไปที่ อู่ อวี้ เขา
ตบลงบนหัวไหล่ของ อู่ อวี้ พร้อมกับกล่าวเสียงดังขึ้น
ว่า ” ศิษย์พี่ชื่นชมเจ้าจริงๆ ข้าได้ยินมาว่าเมื่อเดือนที่
แล้วเจ้าสามารถผ่าน เจดีย์ค้นหาเต๋ามาได้ แถมเจ้ายัง
ได้จูบ ศิษย์น้อง หลาน สุ่ยเยว่ ด้วยใช่หรือไม่? ข่าวนี้
แพร่กระจายไปเร็วเสียยิ่งกว่าไฟลามทุ่งเสียอีก! ”
นี่คือข่าวลือที่ โม่ ซือซู ได้ยินมา แต่ อู่ อวี้ ไม่เคยรู้
เรื่องนี้เลย
” ท่านอย่าพูดจาไร้สาระออกมาเช่นนี้อีก มันไม่ดี
นะรู้ไหม หลาน สุ่ยเยว่ เจ้าจงจากไปเสียเถอะ” การ
แสดงออกของโม่ ซือซู นั้นช่างกวนบาทาอย่างมาก ซู
หยานหลี่ อยู่กับเขามานานแล้วจึงค่อนข้างคุ้นเคยกับ
พฤติกรรมเช่นนี้ นางคิดว่าฝ่ายตรงคงแทบคลั่งจน
อยากจะบ้า ซึ่งเป็นผลดีกับนาง เพราะนางก็อยากจะ
ให้คนเหล่านี้กลับๆ ออกไปเสียที
แน่นอนว่าพวกเขาทั้งสามมิได้ปฏิบัติตาม อี้ ชิงเฟิง
กับ จ้าว ฉางเทียน หันมามองหน้ากันและกัน
เนื่องจากในตอนนี้เรื่องค่อนข้างเลยเถิดไปไกล และ
พวกเขาเองก็ปรารถนาทวงความบริสุทธิ์กลับคืน
ให้แก่ หลาน สุ่ยเยว่
เมื่อ อู่ อวี้ ไตร่ตรองถึงเรื่อง โดยทั่วไปแล้วเขาเป็นคน
ที่ค่อนข้างยึดถือในคุณธรรมเหนือสิ่งอื่นใด ในเมื่อข่าว
ลือนี้เป็นความผิดของตัวเขา เขาก็จะลบล้างคำครหา
ให้ ดังนั้นเขาจึงกล่าวขึ้นว่า “หลาน สุ่ยเยว่ ข้ายอมรับ
งั้นเรามาใช้วิธีนี้กันเถอะ เราไปหาสถานที่ ซึ่งมีผู้คน
อยู่กันคับคั่ง แล้วข้าจะอธิบายทุกอย่างให้ชัดเจน เจ้า
จะได้พ้นข้อครหา และ กลายเป็นผู้บริสุทธิ์ เจ้ามี
ความคิดเห็นว่าเช่นไร ?”
โม่ ซือซู กับ ซู หยานหลี่ พวกเขาทั้งสองไม่ได้กล่าวสิ่ง
ใดออกมา แต่ โม่ ซือซู ไม่อยากให้เรื่องใหญ่โตบาน
ปลายมากไปกว่านี้ ส่วน ซู หยานหลี่ แม้ใจจริงจะไม่
อยากข้องแวะยุ่งเกี่ยว กับพวกของ หลาน สุ่ยเยว่ แต่
นางก็ไม่ปรารถนาให้ อู่ อวี้ มีความสัมพันธ์ใด ๆ กับ
ศิษย์ของผู้พิทักษ์สูงสุด แต่อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์
ทั้งหมดนี้ อู่ อวี้ นั้นเป็นคนก่อขึ้น และนี่ยังเป็นการ
ตัดสินใจของเขา ฉะนั้นพวกเขาทั้งสองจึงไม่สามารถ
ทำอะไรได้มากนัก
หลังจาก อู่ อวี้ ยื่นข้อเสนอนี้ออกมา นางเองก็ไม่ค่อย
เต็มใจยอมรับเท่าใดนัก เพราะเป้าหมายที่แท้จริงของ
หลาน สุ่ยเยว่ คือการฉีกปากของ อู่ อวี้ นางคิดว่า
หากนางทำเช่นนี้ ผู้คนก็จะคิดว่าข่าวที่ออกมานั้นล้วน
เป็นข่าวลือ
เนื่องจากวันนี้ โม่ ซือซู นั้นอยู่ด้วย เห็นได้ชัดว่าไม่
สามารถกระทำสิ่งที่ใจปรารถนาได้
อี้ ชิงเฟิง กล่าวกระซิบกับ หลาน สุ่ยเยว่ว่า “สุ่ยเยว่ ดู
ท่าการจัดการ อู่ อวี้ ในวันนี้จะกลายเป็นเรื่องยากเย็น
เสียแล้ว แต่ข้าคิดว่าการลบคำครหาเป็นสิ่งสำคัญ
อันดับแรก ส่วนบัญชีแค้น เราค่อยกลับมาคิดบัญชีกับ
มันในภายหลังก็ยังได้ ”
มีเพียงแค่หนทางนี้เท่านั้น
จากนั้น หลาน สุ่ยเยว่ ก็กล่าวขึ้นว่า ” ดี! เช่นนั้นก็ไป
ที่ ๆ มีผู้คนพลุกพล่าน อย่าง หุบเขาอัญมณี ”
” งั้นไปกันเลย! ” พวกเขาทั้งหมดต่างขึ้นไปบนสัตว์
สวรรค์ซึ่งเป็นพาหนะของตนเอง ปักษาเมฆาสวรรค์
ทะยานสู่ท้องฟ้าบินมุ่งไปยังหุบอัญมณี
โม่ ซือซู โบกมือให้คนทั้ง 3 พร้อมกับพูดขึ้นว่า “ชิ!
ข้าจะบอกอะไรให้ ข้าแค่ทำตามที่ศิษย์น้องต้องการ
เท่านั้น ข้าไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวพวกเขาแม้แต่น้อย การ
ที่ จ้าว ฉางเทียน กับ อี้ ชิงเฟิง ทำตัวเป็นลูกไล่ ตาม
ก้นศิษย์น้องของเจ้าต้อย ๆ ๆ เช่น ข้าขอบอกตามตรง
มันช่างน่าขยะแขยงสิ้นดี แม้ หลาน สุ่ยเยว่ จะรูปโฉม
งดงามมากก็จริง แต่ถ้าศิษย์น้องเล็กสามารถยอมรับ
พฤติกรรมของนางได้จริง ๆ ก็… ”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ ซู หยานหลี่ ก็หันมาสบตา แล้ว
ปล่อยให้ โม่ ซือซู กล่าวต่อไป
” ฮ่า ๆ ๆ ” โม่ ซือซู หัวเราะ ขณะโบกสะบัดพัดไป
ด้วย
” เหมือนอย่างที่ข้าได้เล่าให้เจ้าฟัง คราวหน้าคราว
หลังหากเจอะเจอกับคนพวกนี้ อย่าไปสนทนาด้วยให้
มากความ บุคคลทั้งสามนี้ร้ายกาจยิ่งนัก การที่ยั่วยุ
พวกมัน ก็เหมือนเป็นการทำให้ตัวของเจ้ามีวิญญาณ
ร้ายติดตามตัว สะบัดออกเท่าไหร่ก็ไม่สามารถหลุด
ออกไปได้ ” ซู หยานหลี่ บอกกล่าวเตือนสติ อู่ อวี้ ดู
เหมือนว่าความขัดแย้งระหว่างนางกับพวกเขา คงมี
มาช้านานหลายปีแล้ว
แน่นอนว่า อู่ อวี้ เองก็ไม่ปรารถนาที่จะตาต่อตาฟัน
ต่อฟันกับคนเหล่านี้เช่นกัน ความปรารถนาของเขา
เป็นเช่นเดียวกับของ ซู หยานหลี่ สิ่งที่เขาปรารถนา
มากที่สุดก็คือ การฝึกตน
จากนั้นพวกเขาทั้งสาม ก็ขึ้นไปบนหลังของนก
กระเรียนสวรรค์ และ ปักษาเมฆาสวรรค์ เพียงไม่
นานนักพวกเขาก็มาถึงหุบเขาอัญมณี บรรยากาศ
ภายในหุบเขาอัญมณียังคงคึกคักมีชีวิตชีวาเหมือนเดิม
พวกเขาทั้งหกถือเป็นคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ ที่โดดเด่น
เจิดจรัสอย่างแท้จริง นกกระเรียนสวรรค์ และ
ปักษาสวรรค์ได้ร่อนลงด้านนอกหุบเขา จากนั้นคนทั้ง
หกเดินเข้าไปภายในหุบเขาอัญมณี พวกเขาต่างเป็น
ศิษย์ของเจ้านิกาย และ ผู้พิทักษ์สูงสุด เพียงแค่
ปรากฏตัวขึ้นในเวลาไม่นาน ก็สามารถดึงดูดสายตา
ของสาวกจำนวนมากได้
“พวกเขาทั้ง 6 คน มารวมกันอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”
” ข้าได้ยินข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง อู่ อวี้
และ หลาน สุ่ยเยว่ สรุปว่าเป็นเรื่องจริงเช่นนั้นหรือ?
พวกเขาทั้ง 6 เลยมาญาติดีกันใช่หรือไม่?”
” ข้าคิดว่าจะต้องมีอะไรสนุก ๆ ให้ได้ดูอย่าง
แน่นอน!”
เนื่องจากการฝึกตนในแต่ละวันนั้น ถือเป็นเรื่องที่น่า
เบื่อหน่ายอย่างยิ่ง บางครั้งบางคราวอาจเกิดเรื่อง
วุ่นวาย ซึ่งไม่สามารถค้นหาบทสรุปได้อย่างชัดเจน
และ มันทำให้เหล่าศิษย์รุ่นเยาว์ต่างให้ความสนใจใน
ความวุ่นวายนี้เป็นอย่างยิ่ง
ผ่านไปเพียงชั่วครู่ เหล่าศิษย์หลายร้อยคนก็มารวมตัว
กันรายล้อมเบื้องหน้า อู่ อวี้ จากนั้นเขาก็ตะโกนขึ้น
เสียงดังว่า “ทุกท่าน การที่ข้าเชิญพวกท่านมาวันนี้ ก็
เพื่ออยากจะชี้แจงบางเรื่อง นั่นก็คือ ข้าไม่มีอะไร
เกี่ยวข้องอันใดกับ หลาน สุ่ยเยว่ ข่าวลือที่
แพร่กระจายออกไปในช่วง 2 – 3 วันที่ผ่านมานี้ ล้วน
ไม่ใช่เรื่องจริง พวกท่านอย่าได้เชื่อถือเด็ดขาด”
“ ใช่แล้ว! ข้าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับ อู่ อวี้ หากผู้ใด
บังอาจกล่าวเรื่องนี้ให้ข้าได้ยินอีก อย่าหาว่าข้าหยาบ
คายก็แล้วกัน! ” หลาน สุ่ยเยว่ จ้องมองไปยังฝูงชนที่
อยู่รอบ ๆ อย่างหนาวเย็น
อู่ อวี้ คิดขึ้นมาว่า เมื่อพวกเขาออกมาชี้แจงด้วย
ตนเองถึงขนาดนี้ อีกทั้งทุกคนก็ไม่ใช่คนโง่เขลา พวก
เขาน่าจะเข้าใจสิ่งที่ อู่ อวี้ กล่าว
แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น! อยู่ ๆ เหล่าฝูงชนก็
หัวร่อขึ้นมา
” ฮ่า ๆ ๆ พวกท่านทั้งสองมั่นใจได้เลย เราทุกคน
เข้าใจดี”
“ใช่ ๆ ความสัมพันธ์ของพวกท่านทั้งสอง มิได้มี
อะไรเกินเลย พวกเราตระหนักเรื่องนี้กันดี”
จากนั้นเหล่าศิษย์หลายร้อยคนก็ต่างพากันหัวเราะ
ขึ้นมาพร้อมกัน
ฮ่า ๆ ๆ ๆ
อู่ อวี้ รู้สึกห่อเหี่ยวใจเป็นอย่างยิ่ง เหล่าฝูงชนต่างพา
กันคิดว่า อู่ อวี้ กับ หลาน สุ่ยเยว่ นั้นกำลังเกี้ยวพา
ราสีกันอยู่ แต่ หลาน สุ่ยเยว่ เป็นคนเช่นไรทุกคนนั้น
ต่างล่วงรู้กันดี ดังนั้นพวกเขาจึงแสดงออกราวกับว่า
ไม่จำเป็นต้องกล่าวพวกเขาก็รู้เรื่องนี้เป็นอย่างดีแล้ว…
อู่ อวี้ กระแอมไอแล้วกล่าวขึ้นว่า ” เรื่องมันมีอยู่ว่า
ในตอนนั้น หลาน สุ่ยเยว่ ได้มายั่วยุข้า ทำให้ข้าได้
พลั้งปากกล่าวออกไปเช่นนั้น ซึ่งในตอนนั้นบังเอิญมี
คนอื่นได้ยินเข้า จึงทำให้กลายเป็นข่าวลือออกไป
อย่างหนาหูเช่นนี้เอง….”
สิ่งที่เขาได้กล่าวออกไปทั้งหมด นั้นหวังว่าจะสามารถ
ยุติความบาดหมางนี้ลงได้ เจตนาก็เพื่อให้ หลาน สุ่ย
เยว่ เลิกต่อแยวุ่นวายกับเขาเสียที อีกทั้งยังทำให้ ซู
หยานหลี่ รู้สึกโล่งใจอีกด้วย
“ฮ่ะ ๆ ๆ ฮ่า ๆ ๆ … ”
ฝูงชนหัวเราะขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากว่าในเวลานี้ อู่ อวี้
กับ หลาน สุ่ยเยว่ กำลังยืนอยู่เคียงข้างกัน ถ้าไม่ใช่
คู่รักที่กำลังมีใจให้กันแล้วจะเป็นอะไรไปได้ ยิ่งพวก
เขาพยายามกล่าวคำอธิบายมากเท่าไหร่ เรื่องนี้ก็ยิ่ง
คลุมเครือไม่ชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น
ทุกคนต่างแสดงรอยยิ้มแปลกประหลาดออกมา มี
หรือ หลาน สุ่ยเยว่ จะไม่เข้าใจเรื่องนี้ โลหิตได้สูบฉีด
เข้าสู่หัวใจของนาง จนแทบจะกระอักโลหิตออกมา
ด้วยความโกรธ นางหันกลับไปมอง และ เห็นท่าทาง
บริสุทธิ์ไร้เดียงสาของ อู่ อวี้ ยิ่งทำให้เพลิงโทสะปะทุ
ขึ้นมาจากภายในจิตใจของนาง ร่างของนางสั่นเทา
อย่างรุนแรง อันที่จริงแล้วท่าทางของนางในตอนนี้จะ
ดูไม่เลวเลยทีเดียว แต่ภายในดวงตาของนางนั้นกลับ
เต็มไปด้วยเพลิงโทสะ จากนั้นนางก็กล่าวขึ้นด้วย
น้ำเสียงอันรุนแรงว่า “อู่ อวี้ ข้าจะฆ่าเจ้า พวกเขาเชื่อ
ข่าวลือนั่น!”
เมื่อกล่าวจบ นางก็ได้ชักศาตราแห่งเต๋าออกมา
เตรียมพร้อมที่จะลงมือ!
แต่เนื่องจาก อู่ อวี้ นั้นยืนอยู่ข้าง ๆ นาง
ทันทีที่ประกายแสงวาวขึ้น ทำให้สามารถมองเห็น
ศาตราแห่งเต๋าทั้งสอง ของ หลาน สุ่ยเยว่ ได้อย่าง
เด่นชัด กระบี่ยาวทั้งสองที่กำลังร่ายรำอยู่ในมือของ
นาง เสมือนกับกระแสธาราในสายลำธาร นางตวัด
กระบี่ออกไป ซึ่งดูราวกับกำลังร่ายรำ ทำให้กลายเป็น
ภาพอันงดงามยิ่ง แต่ภายใต้ความงดงามนี้ กลับแฝง
เร้นไปด้วยจิตสังหารรุนแรงจนน่าสะพรึง!
“นี่คือ ‘คมกระบี่เหมันต์เริงระบำ’ ”
อู่ อวี้ เคยอ่านเจอเคล็ดวิชาเต๋านี้ภายในหอคัมภีร์ เมื่อ
เห็นอีกฝ่ายใช้มัน เขาก็เข้าใจทันทีว่านี่คือเคล็ดวิชา
อะไร
ฝ่ายตรงข้ามพุ่งเข้าโจมตีเขาอย่างฉับพลันด้วยความ
โกรธเกรี้ยว ซึ่งเขาก็ทำได้เพียงตอบโต้กลับไปเท่านั้น
พลองพิชิตมารถูกนำออกมา หลังจากฝึกฝนเคล็ดวิชา
เก้ามังกรพันเสา การต่อสู้ครั้งแรกเขาได้พ่ายแพ้ให้แก่
ซู หยานหลี่ ปรากฏเป็นความไม่ยินยอมในจิตใจขึ้น
บางส่วน แต่ในเวลานี้ หลาน สุ่ยเยว่ กลับพุ่งเข้ามา
โจมตีใส่เขา!
ตูม!
เทพมังกรเพลิงหมุนวนเป็นเกลียวรอบพลอง!
มังกรเพลิงม้วนขดเป็นเกลียวอยู่รอบพลองพิชิตมาร
พุ่งทะยานปลดปล่อย กลิ่นอายอันยิ่งใหญ่ออกมา
ในทันที นี่คือการผสานอย่างสมบูรณ์ระหว่าง เคล็ด
วิชาเต๋า กับ ศาสตราเต๋า ในเวลานี้เหล่าฝูงชน ต่าง
ทอดถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ พวกเขายัง
จดจำภาพการต่อสู้ในครั้งล่าสุดของ อู่ อวี้ ได้เป็น
อย่างดี นั่นคือการต่อสู้ที่เกิดขึ้นบนสนามประลอง
เซียนไท่!
“ย๊าาาา!!!”
เคล็ดวิชาเก้ามังกรพันเสา มังกรได้พุ่งทะยานออกไป
จากพลองที่ อู่ อวี้ ถืออยู่ในมือ ด้วยกระบวนท่าที่ใช้
ออกไป เทพมังกรคำรามทะยานฟ้า! กรรร!!! ระเบิด
พวยพุ่งออก กลายเป็นทะเลเปลวเพลิงอันร้อนแรง
ม้วนกวาดผ่าน กลืนกินร่างของ หลาน สุ่ยเยว่ ไป
พร้อมกับคมกระบี่เหมันต์เริงระบำในมือของนาง!
แกร็ก แกร็ก แกร็ก!
ท่ามกลางมหาสมุทรเปลวเพลิง ปราณกระบี่เหมันต์
ของนางได้ถูกฉีกกระชากทำลายลงโดยเทพมังกร
เพลิงอัคคีอันยิ่งใหญ่พุ่งทะยานเข้าไปหานาง หลาน
สุ่ยเยว่ ทำได้เพียงกรีดร้องออกมาเสียงหลง พร้อมกับ
รีบพุ่งหลบหนีออกไปจากสถานการณ์วิกฤตนี้ แค่
เพียงชั่วอึดใจ แต่นางเกือบจะถูกแผดเผาไปแล้ว!
“อู่ อวี้!”
กรี๊ดดดดดด ๆ ๆ ๆ!
หลาน สุ่ยเยว่ ทำได้เพียงกรีงร้องออกมาอย่างเสียสติ
เท่านั้น
วาจาที่นางกล่าวมาทั้งหมด ได้ถูกยับยั้งไว้โดย อู่ อวี้
ถึงแม้ในช่วงวินาทีแห่งการต่อสู้ แม้นางจะเป็นฝ่าย
ลอบโจมตี แต่ฝ่ายตรงก็ยังสามารถผลักดันให้นางต้อง
ถอยร่นกลับไปได้ ทำให้นางรู้สึกความอับอายเสียหน้า
เป็นอย่างยิ่ง ภายใต้ความบ้าคลั่งเสียสติ เพลิง
ปรารถนาหมายสังหารเข่นฆ่า อู่ อวี้ นั้นทวีมากยิ่งขึ้น
แต่ดูเหมือนว่าในเวลานี้ การต่อสู้ได้ถูก อู่ อวี้ ยับยั้งลง
แล้ว
“ผู้ใด กล้าสร้างความวุ่นวายในหุบเขาอัญมณี!”
ลึกลงไปภายในหุบเขาอัญมณี มีเสียงหนึ่งตะโกนดัง
ขึ้น เพลิงที่ลุกโหมกระหน่ำ และ คมกระบี่เหมันต์เริง
ระบำต่างถูกคลื่นกระแทก จากเสียงนี้กระจัดกระจาย
หายไปทันที ภายใต้ผลกระทบจากเสียงนี้ ส่งผลให้
อวัยวะภายในของ อู่ อวี้ นั้นปั่นป่วนสั่นสะเทือนไป
ด้วย เมื่อมองขึ้นไปเบื้องหน้า เหล่าฝูงชนหลายร้อย
คนต่างแสดงสีหน้าไม่สู้ดีออกมาตามๆกัน
“ผู้อาวุโสกงซุน!”
สีหน้าของทุกผู้คนต่างแปรเปลี่ยน จ้าว ฉางเทียน กับ
อี้ ชิงเฟิงง่าย และ ซู หยานหลี่ เตรียมพุ่งกระโจนเข้า
โรมรันต่อสู้กัน ในเวลานั้นพวกเขาก็รีบดึง หลาน สุ่ย
เยว่ เข้ามาอย่างรวดเร็ว พร้อมยืนบังด้านหน้าของ
นางเอาไว้
ผู้อาวุโสกงซุน?
อู่ อวี้ มองลึกเข้าไปภายในหุบเขาอัญมณี เอานึก
ขึ้นมาได้ว่าที่หอคอยค้นหาเต๋าก็มี ‘ผู้อาวุโสกูตู๋’ ดูแล
อยู่ ส่วนที่หุบเขาอัญมณีแห่งนี้ ก็ดูเหมือนว่าจะมี ‘ผู้
อาวุโสกงซุน’ ดูแลอยู่เช่นเดียวกัน แถมยังดูเหมือนว่า
จะเป็นผู้มีอำนาจยิ่งใหญ่ ในสถานที่แห่งนี้อีกด้วย
มิฉะนั้น หลาน สุ่ยเยว่ คงไม่แสดงท่าทางหวาดกลัว
เช่นนี้ออกมา
“อู่ อวี้ ไปกันเถอะ”
ซู หยานหลี่ ดึงเขาออกมา นอกจากนี้ด้านข้างของเขา
ยังมี หลาน สุ่ยเยว่ และ คนอีกสามคนติดตามมาด้วย
แต่ในช่วงเวลาที่หลบหนีออกมานี้ หลาน สุ่ยเยว่ ก็
ยังคงแสดงท่าทางโกรธเกรี้ยวออกมาอย่างเห็นได้ชัด
“อู่ อวี้ พรุ่งนี้ข้าจะเข้าไปใน ‘หุบเขาโชคชะตาเซียน’
เมื่อข้าได้รับรากฐานเซียน และ ผ่านการทดสอบที่
ท่านอาจารย์มอบหมายไว้ให้ ข้าจะได้รับ ‘คันฉ่องวารี’
เมื่อไหร่ที่ข้าได้ปลูกฝังรากฐานเซียน เมื่อนั้นเจ้า
จะต้องมอบคลานอยู่ภายใต้ฝ่าเท้าของข้า! ”
ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในวันนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่ง
มันทำให้จิตใจของนาง นั้นเต็มไปด้วยเพลิงโทสะมาก
ยิ่งขึ้น
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ