กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 880 : เทพมารยักษ์
พื้นที่แห่งนี้เกิดขึ้นจาก ‘ขุนพลเจวี่ยนเหลียน’ ในเมื่อคัด
สรรผู้สืบทอดเสร็จสิ้น จึงมิอาจรั้งทั้งสองไว้ได้อีกต่อไป
และหลังจากที่พวกเขาจากไปแล้ว พื้นที่แห่งนี้ก็สูญ
สลายไปตลอดกาล
ซึ่งลำแสงที่ปรากฏขึ้นอยู่เบื้องหน้านี้คือทางที่จะนำพวก
เขาออกไปจากที่นี่
“พี่อวี้ พวกเราไปกันเถอะ!” เย่ซีซี อยู่ในอารมณ์ตื่นเต้น
และดีใจ
อู่ อวี้ หันกลับไปมองที่แห่งนี้อีกครั้ง ฉับพลันเขาเห็นเริ่ม
แม่น้ำและพายุทรายทมิฬเหล่านี้เริ่มสลายไป
“ฉีเทียนต้าเซิ่น เชี่ยวชาญในธาตุทองและไฟ ซึ่งธาตุไฟ
เป็นธาตุที่เขาเชี่ยวชาญที่สุด แม่ทัพเทียนเผิง เชี่ยวชาญ
ในธาตุน้ำและไม้ ส่วนใหญ่จะเป็นธาตุน้ำเป็นหลัก และ
แม่ทัพเจวี่ยนเหลียนผู้นี้ ดูเหมือนว่าจะเชี่ยวชาญในธาตุ
น้ำและดิน สิ่งที่เขาเชี่ยวชาญมากที่สุดน่าจะเป็นธาตุดิน
หรือแม้กระทั่งอาจจะมีด้านมืดผสมรวมอยู่ด้วย
เนื่องจากที่แห่งนี้เต็มไปด้วยพายุทรายทมิฬเป็นหลัก”
แต่ละคนล้วนมีความสามารถอยู่ประมาณ 2 ชนิด และ
จะมีด้านที่ถนัดอย่างยิ่งหนึ่งอย่าง
มันอธิบายให้เห็นได้ว่าระหว่างพวกเขามีความสัมพันธ์ที่
ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
เนื่องจากพวกเขาล้วนปรากฎอยู่ใน 5 ธาตุหลักพอดิบ
พอดี และในหมู่พวกเขามีแม่ทัพเทียนเผิงกับแม่ทัพ
เจวี่ยนเหลียนที่เชี่ยวชาญในธาตุ ‘น้ำ’
อย่างไรก็ตาม เย่ซีซี เกิดเป็นชาวกุ่ยเหยียน การฝึกตน
และเต๋าก่อนหน้านี้ทั้งหมด จึงเต็มไปด้วยเต๋าของผู้ฝึก
ตนนอกรีตและธาตุไฟ แม้ว่าเต๋าผู้ฝึกตนนอกรีตของนาง
จะเป็นธาตุมืดที่ค่อนข้างบริสุทธิ์ ซึ่งคล้ายกับแม่ทัพ
เจวี่ยนเหลียน ทว่าในด้านของธาตุไฟ คาดว่าหลังจากนี้
นางคงต้องละทิ้งมันไป ซ้ำร้าย นางสมควรได้ฝึกฝน
เคล็ดอิทธิฤทธิ์ไปถึง 4 เคล็ดแล้ว ในอนาคตนางอาจจะ
ต้องละทิ้งทุกอย่างและเริ่มต้นใหม่
จุดเริ่มต้นของ เย่ซีซี นั้นลำบากกว่า อู่ อวี้ กับ หนาน
ซาน หวางเยว่ อยู่นิดหน่อย เพราะนางไม่ได้รับมันมา
ตั้งแต่เด็กๆ ทั้งยังไม่ได้รับคำแนะนำจากตัวตนเช่นหมิ
งซวง คาดว่าหลังจากนางได้เชื่อมต่อเข้ากับพลั่วพระ
ธรรมปราบมาร นางคงต้องเคี่ยวเข็ญตนเองให้หนัก
เพื่อที่จะเก็บเกี่ยวจากมรดกนี้ให้ได้มากๆ ทว่ายังคงต้อง
ดูความมานะบากบั่นและพรสวรรค์ของตัวนางเองด้วย
หากว่านางไม่มีความตั้งใจและเกียจคร้าน นางย่อมไม่มี
ทางที่จะสำเร็จกลายเป็นเซียนอมตะ เพราะถึงแม้ว่าจะ
ได้รับมรดกจากเซียนอมตะมาก็ตาม แต่มันก็ยังเป็นเรื่อง
ยากที่จะกลายเป็นเซียนอมตะได้
แต่ตามการคาดเดาของ อู่ อวี้ น่าจะไม่เป็นเช่นนั้น
เพราะสิ่งที่ อู่ อวี้ ได้กล่าวออกมาก่อนหน้านี้ ได้จุดไฟใน
ตัวของ เย่ซีซี ให้ลุกโชน
ซึ่งประโยคนั้นคือ ตราบใดที่นางสำเร็จกลายเป็นเซียน
อมตะ นางจึงจะสามารถไปจากพิภพอเวจีแห่งนี้ได้
กระทั่งเชิดตามองไปทั่วหล้าอย่างองอาจ!!
อู่ อวี้ สังเกตเข้าไปในแววตาของนาง จึงพบว่านางตั้ง
เป้า ‘เซียนอมตะ’ ให้กลายเป็นจุดสูงสุดในชีวิต ซึ่งเป็น
แนวโน้มที่ดีสำหรับนาง เย่ซีซี ในตอนนี้เปี่ยมล้นไปด้วย
ความตั้งมั่นอย่างแท้จริง
“พี่อวี้ ที่ท่านกล่าวกับข้าก่อนหน้านี้ ข้าจะจดจำมันไว้ให้
ขึ้นใจ” นางถือว่า อู่ อวี้ เป็นคนที่เข้ามาเปลี่ยน
โชคชะตาของนาง
ซึ่งมันเป็นความจริง
ยามที่ เย่ซีซี เอ่ยประโยคนี้ออกมา ทั้ง 2 คนกำลัง
ทะลวงผ่านลำแสง เหมือนกับว่าพวกเขาออกจากแม่น้ำ
สายหนึ่งเปลี่ยนไปอยู่ในแม่น้ำอีกสายหนึ่ง ทว่าสิ่งที่ไม่
เหมือนกันคือ แม่น้ำตอนก่อนหน้านี้มันสงบและเยือก
เย็น แต่บัดนี้กลับร้อนแรงไร้ที่เปรียบ มันเป็นเหมือนกับ
น้ำที่กำลังเดือดปุดๆ ความร้อนแรงถาโถมเข้ามาอย่าง
บ้าคลั่ง ทว่าทั้งคู่กลับไม่รู้สึกอันใดทั้งสิ้น เนื่องจากหนึ่ง
คุ้นชินกับอัคคีธาตุ อีกหนึ่งเป็นชาวกุ่ยเหยียนโดยกำเนิด
ทั้งอุณหภูมิและลาวาที่ร้อนแรงเช่นนี้ ไม่ต้องสงสัยเลย
ว่าพวกเขาได้กลับมาที่พิภพอเวีจแล้ว
ยามนี้ อู่ อวี้ ได้จัดการเรื่องทุกอย่างเสร็จสิ้น เขาจึง
วางแผนที่จะกลับไปเพื่อรับพลองฟ้าอนันตกาลก่อน
ส่วน เย่ซีซี ก็จะกลับไปที่นครจอมปีศาจ เพื่อไปทดลอง
เชื่อมต่อกับพลั่วพระธรรมปราบมารดู
พวกเขากำลังอยู่ในช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความสุข แม้ว่า
จะน่าเสียดายที่ไม่อาจจะพา เย่ซีซี ไปเที่ยวรอบๆได้ แต่
ถือว่าเขาทำทุกอย่างได้ครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ไม่ได้ลืมเรื่องที่สำคัญไป ก่อนหน้าที่
เขาจะเข้าสู่พิภพของพลั่วพระธรรมปราบมาร ถ้ำปีศาจ
พญายมได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ บัดนี้ก็น่าจะ
ผ่านมาชั่วระยะเวลาหนึ่ง ไม่รู้ว่าสถานการณ์จะเป็นเช่น
ไรบ้าง?
เมื่อเขากับ เย่ซีซี กลับมาที่พิภพอเวจี พวกเขาพลันพบ
กับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในทันที!
เขากับ เย่ซีซี ทั้งคู่ตกตะลึงจนนิ่งงัน มันน่าพรั่นพรึงเสีย
ยิ่งกว่ายามที่ เย่ซีซี ได้รับมรดกเสียอีก!
บัดนี้ที่เบื้องหน้าของพวกเขาปรากฏคนยักษ์สูง
ตระหง่านคนหนึ่ง! ซึ่งมันมาปรากฏอยู่ในส่วนลึกของ
พิภพอเวจีและกำลังเบียดแทรกลาวาที่อยู่รอบๆออก
ร่างกายอันโหญ่โตนี้เป็นร่างที่ใหญ่ที่สุดที่ อู่ อวี้ เคยเห็น
มาในชีวิต!
มันมีขนาดที่ใหญ่เหมือนกับห่วงทองสมปรารถนาที่ตั้ง
ตระหง่านอยู่ในความฝันของเขา หากว่ามันไปยืนอยู่บน
พื้นร่างกายของมันคงจะพุ่งทะลุชั้นเมฆขึ้นไปอย่างไม่
ต้องสงสัย
เมื่อร่างใหญ่โตไร้ขอบเขตมาปรากฏอยู่เบื้องหน้า อู่ อวี้
กับ เย่ซีซี ขนาดของพวกเขาก็เหมือนกับเพียงแค่เศษธุลี
ขนาดอันใหญ่โตนี้เป็นอย่างแรกที่ทำให้พวกเขาทั้งสอง
ต้องตะลึง
อีกอย่างที่ทำให้เขาต้องตะลึงคือในช่วงเวลาที่ อู่ อวี้ ได้
เห็นศีรษะของคนยักษ์ผู้นี้ พบว่ามันคือถ้ำปีศาจพญายม
มันมีลักษณะเป็นโครงกระดูก ดวงตาทั้ง 2 ข้าง
ปลดปล่อยแสงสีเขียวรอบดวงตา ที่ อู่ อวี้ มองเห็นได้
อย่างชัดเจนเป็นเพราะเขามีเนตรเพลิง กระทั่งบนลิ้นที่
อยู่ข้างในปากยังมีสิ่งปลูกสร้างของชาวกุ่ยเหยียนอยู่
จำนวนมากห้อยเอาไว้อยู่เลย! ส่วนชาวกุ่ยเหยียน
ทั้งหลายบัดนี้พวกมันกำลังโห่ร้องอย่างคึกคักฮึกเหิม ซึ่ง
ดูๆไปแล้วพวกมันเปรียบได้กับมดที่เกาะตามตัวของคน
ยักษ์ก็มิปาน
และสิ่งที่ทำให้พวกเขาตะลึงยิ่งกว่า คราแรกกล่าวได้ว่า
คนยักษ์ยังไม่สมบูรณ์เสร็จดี ทว่าพริบตาที่พวกเขา
ออกมา ภาพเบื้องหน้าก็ปรากฎเป็นชิ้นส่วนกระดูก
จำนวนมาก มือ เท้า อวัยวะภายในกำลังประกอบร่าง
รวมตัวเข้าด้วยกัน จนได้ก่อตัวเป็นคนยักษ์ที่สมบูรณ์ใน
ที่สุด
“สวรรค์ นะ…นี่มันฐานที่มั่นของพวกเราชาวกุ่ยเหยียน
ทั้งหมดเลยนี่ ทั้ง ถ้ำปีศาจพญายม ถ้ำเนตรวิญญาณ ถ้ำ
โลหิตอเวจี ถ้ำโลหิตกระหาย พวกมันประกอบร่างเข้า
ด้วยกันจนกลายเป็นคนยักษ์…….”
เสียงอุทานของ เย่ซีซี ก็ยืนยันการคาดเดาของ อู่ อวี้ ซึ่ง
พริบตาแรกที่เห็น เขาก็พอจะคาดเดาว่ามันน่าจะเป็น
เช่นนั้น เพราะยังไงเขาก็ได้เห็นถึงรูปร่างของถ้ำโลหิต
อเวจีไปแล้ว ซึ่งดูเหมือนว่าถ้ำโลหิตอเวจีจะเปลี่ยน
กลายเป็นบางสิ่งที่คล้ายกับ ‘หัวใจ’ มันฝังตัวเข้าไปใน
ส่วนลึกที่สุดของร่างกายนี้ ก่อนหน้านี้พื้นผิวของมันมีรู
พรุนอยู่มากมาย ทว่าบัดนี้มันกลับปิดสนิท จะหลงเหลือ
ก็เพียงจุดเชื่อมต่อไปยังอวัยวะส่วนอื่นๆเท่านั้น
อู่ อวี้ มองเห็นว่ามีชาวกุ่ยเหยียนจำนวนมากทะลวงผ่าน
รูเหล่านั้นเขาไปที่ถ้ำโลหิตอเวจี และมีบางคนก็ชะเงื้อม
องออกมาจากภายใน
ไม่เพียงแต่จะมีคนจากถ้ำปีศาจพญายมและถ้ำโลหิต
อเวจีเท่านั้น แต่ฐานที่มั่นของผู้ฝึกตนนอกรีตอื่นๆ
ทั้งหมด กำลังเบียดเสียดเข้าไปข้างใน จำได้ว่าก่อนหน้า
นี้ที่ อู่ อวี้ ได้ทำการควบคุมผู้ฝึกตนวัยกลางคนผู้หนึ่งมา
บิดาของมันก็รีบสั่งให้มันกลับไปที่ถ้ำปีศาจพญายม
เช่นนั้นตอนนี้เป็นไปได้ว่าผู้ฝึกตนนอกรีตส่วนใหญ่ ล้วน
แฝงตัวอยู่ภายในรูขุมขนและผิวหนังของคนยักษ์ผู้นี้……
ฐานที่มั่นของผู้ฝึกตนนอกรีตทั้งหมด ที่นำโดยถ้ำปีศาจ
พญายมได้ประกอบร่างกลายเป็นคนยักษ์ ซึ่งบัดนี้ได้เผย
ถึงร่างแท้จริงแล้ว…….
ฉากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันอยู่เหนือจินตนาการของ อู่
อวี้ ไปไกล นี่มันน่าตกใจกว่าที่ได้เห็นมรดกของเซียน
อมตะเสียอีก แน่นอนว่า เย่ซีซี ตกอยู่ในอาการเดียวกัน
ยามนี้นางอ้าปากค้างพร้อมกับส่ายหน้าทั้งยังเอ่ยคำว่า
เป็นไปไม่ได้ออกมาหลายครั้ง…….
ช่วงเวลาที่พวกเขาทั้งสองปรากฏตัวออกมาก็ประจวบ
เหมาะเป็นเวลาเดียวกับที่คนยักษ์ผู้นี้ประกอบร่างกันจน
สมบูรณ์
“เป็นไปได้อย่างไร……….” เย่ซีซี อยู่ในอาการตะลึงและ
ตึงเครียด นางรู้สึกว่าคนยักษ์ผู้นี้มีชีวิตขึ้นมาจริงๆ แต่
ชาวกุ่ยเหยียนแทบจะทั้งหมดอยู่บนร่างของมัน หาก
เป็นเช่นนี้พวกเขาจะไม่ตายไปใช่หรือไม่…..เพราะบิดา
มารดาของนางน่าจะอยู่ภายในนั้น
อู่ อวี้ ที่อยู่ในอาการตะลึง พยายามทำให้จิตใจของ
ตนเองสงบลง เขาตระหนักได้ถึงอันตรายที่ยิ่งใหญ่
จากนั้นกล่าวขึ้น “ซีซี นี่น่าจะเป็น ‘แผนการ’ ที่พ่อของ
เจ้าเตรียมการเอาไว้! ไม่คิดว่าฐานที่มั่นของชาวกุ่ยเห
ยียนทั้งหลาย จะยังมีความลับเช่นนี้อยู่ ยามนี้พวกมันได้
สร้างคนยักษ์ผู้นี้ขึ้นมา คาดว่าพวกมันคิดที่จะทำลายวง
เวทผนึกของชาวเหยียนหวง เพื่อออกไปจากพิภพอเวจี
กลับไปสู่โลกภายนอก…..”
ยิ่ง อู่ อวี้ กล่าวออกไป มันก็ยิ่งกระจ่างชัด!
คำกล่าวนี้หมายความว่าแปดกองทัพที่อยู่ด้านนอกกำลัง
ตกอยู่ในอันตราย แม้ว่ามันจะเป็นคนยักษ์แต่ก็กล่าวได้
ว่ามันอาจเป็นตัวตนที่อยู่ในระดับ ‘เทพมาร’ แม้มันเพิ่ง
จะกำเนิดจากการประกอบร่าง ทว่า อู่ อวี้ คาดเดาว่าคน
ยักษ์ผู้นี้น่าจะเคยเป็นตัวตนที่น่าหวาดกลัวมาก่อน สิ่งที่
สามารถสัมผัสได้จากร่างกายนี้ เป็นความรู้สึกที่สูงส่ง
เหนือสิ่งมีชีวิตทั้งปวง ระดับของมันแตกต่างจากผู้ฝึกตน
ไปอย่างสิ้นเชิง มันเป็นเหมือนกับเทพเซียนที่อยู่ใน
จินตนาการของ อู่ อวี้!
เกรงว่าตัวตนของมันน่าจะตกตายไปแล้ว และนี่เป็น
เพียงแค่ซากศพของมัน อย่างไรก็ตามมันได้นำพา
ความรู้สึกที่ว่ามันสามารถทำลายทะลุทะลวงวงเวท
ป้องกันของชาวเหยียนหวงได้เป็นอย่างดี! นี่อาจจะเป็น
การต่อต้านของชาวกุ่ยเหยียนที่น่าหวาดกลัวและทรง
พลังอำนาจที่สุดที่เคยมีมา!
ยามนี้ในหัวของ อู่ อวี้ เต็มไปด้วยความสับสน เขาเข้าใจ
อย่างชัดเจนว่าคนยักษ์ผู้นี้มีเพื่อต่อต้านชาวเหยียนหวง
แม้กระทั่งอาจจะเป็นภัยคุกคามต่อทั่วทั้งดินแดนโบราณ
เหยียนหวง แม้ว่าเขาจะคิดว่าตนเองไม่ใช่ชาวเหยียน
หวง แต่เขาก็จินตนาการได้ว่าหากวงเวทผนึกของพิภพ
อเวจีนี้พังทลายลงพร้อมกับชาวสกุ่ยเหยียนหลุดรอด
ออกไป มันจะนำมาซึ่งภัยพิบัติอันร้ายแรงต่อดินแดน
โบราณเหยียนวงถึงขนาดไหน!
จะต้องเกิดการบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมากอย่าง
แน่นอน ด้วยความเกลียดชังที่ชาวกุ่ยเหยียนมีต่อชาวเห
ยียนหวง ย่อมไม่มีทางที่พวกมันจะไม่สังหารผู้ใด!
และใครจะรู้ว่าคนยักษ์ผู้นี้จะอยู่ในการควบคุมของพวก
มันหรือไม่? หากไม่สามารถควบคุมได้ความเสียหายที่
เกิดขึ้นอาจจะร้ายแรงยิ่งกว่า ความเสียหายอาจจะไม่แพ้
ที่บรรพชนมารกลืนสวรรค์ได้ก่อเอาไว้เลยด้วยซ้ำ มัน
อาจจะทำให้ผู้คนบนชมพูทวีปโลกธาตุจำนวนมากต้อง
ตกตายลงไป……
เมื่อเห็นว่าคนยักษ์ผู้นี้ได้แผดเสียงคำราม อู่ อวี้ ก็รู้สึกว่า
ตนเองไม่ได้คิดมากไปจริงๆ
“ข้าต้องให้แปดกองทัพหลักเตรียมการรับมือเอาไว้แต่
เนิ่นๆ ยังไม่รู้ว่าคนยักษ์ผู้นี้จะปีนขึ้นไปถึงตำแหน่งของ
วงเวทผนึกเมื่อใด……….”
วงเวทผนึกไม่ได้จำกัดการใช้ยันต์สื่อสารของ อู่ อวี้ ยาม
นี้เขานำยันต์สื่อสารออกมา 2 แผ่น นี่อาจจะเป็นวิธีการ
เดียวที่เขาพอจะทำได้ ในส่วนลึกของพิภพอเวจีเช่นนี้ไม่
มีชาวเหยียนหวงผู้อื่นอยู่ และเขารู้ว่าหากตัวเขาส่งยันต์
ออกไป ชวีอิ๋นและคนอื่นๆก็จะต้องให้ความสนใจและ
เตรียมการรับมือทันที หากภายนอกไม่ได้มีการ
เตรียมการป้องกันเอาไว้ก่อน ในยามที่คนยักษ์จู่โจม
เกรงว่าคงต้อยแตกพ่ายอย่างแน่แท้แล้ว…….
ยันต์สื่อสารทั้ง 2 แผ่นนี้ 1 ส่งให้กับ ชวีอิ๋น อีก 1 ส่ง
ให้กับโอรสเล่อ
“ฉุกเฉิน! ชาวกุ่ยเหยียนที่อยู่ในส่วนลึกของพิภพอเวจีมี
การเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ ฐานที่มั่นทั้งหมดของชาวกุ่ยเห
ยียนได้ผสานรวมกันเป็นคนยักษ์ผู้หนึ่ง ตามสัมผัสของ
ข้ามันน่าจะมีระดับเป็นถึงเทพมาร! มีความเป็นไปได้ว่า
มันสามารถทำลายวงเวทผนึกและปลดปล่อยชาวกุ่ยเห
ยียนกลับสู่ชมพูทวีปโลกธาตุได้! บัดนี้ชาวกุ่ยเหยียน
มากมายล้วนอยู่ภายในตัวของคนยักษ์! รีบนำเรื่องนี้แจ้ง
ให้มหาอุปราชโดยด่วน! นี่คือแผนการณ์ที่ชาวกุ่ยเหยียน
ได้วางเอาไว้มาเป็นเวลาแรมปี! ระวังตัวด้วย! จาก อู่
อวี้”
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ