กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 883: แสงโชติช่วงต้องดับมอดลงในสงครามนี้
อู่ อวี้ รู้สึกกังวลเสียยิ่งกว่าการเผชิญระหว่างชีวิตและ
ความตายของตนเองเสียอีก
เนื่องจากเวลานี้เทพมารบรรพกาล อยู่ใกล้กับปาก
ทางออกของพิภพอเวจีเต็มที ซึ่งในปัจจุบันนี้ป้อม
ปราการทั้งเก้าได้รับการป้องกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ตั้งแต่เกิดมาในชีวิตเขาเพิ่งเคยพบเห็น พลังอำนาจอัน
น่าสะพรึงกลัวที่สามารถทำลายทุกสรรพสิ่งที่ขวางหน้า
นี่คือสิ่งที่อยู่เหนือจินตนาการของเขา มันคืออำนาจแห่ง
ทวยเทพ
นี่คือสิ่งที่เขาเฝ้าใฝ่ฝันปรารถนา ส่วนเหตุผลที่ทำให้เขา
กังวลก็คือ เกรงว่าชีวิตนี้ตนเองจะมีความสามารถและ
โอกาสที่จะสัมผัสกับพลังอำนาจระดับนี้ได้หรือไม่
นอกเหนือจากยักษ์ตัวนี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็น บรรพชนห
ยาง , มหาอุปราช , เจ้าประมุขถ้ำปีศาจพญายม แม้ว่า
พวกเขาจะมีตัวตนอยู่ในระดับสูงสุด แต่ก็ไม่สามารถให้
ความรู้สึกเช่นนี้แก่ อู่ อวี้ ได้ ถึงพื้นฐานฝึกตนของ อู่ อวี้
อยู่ในระดับต่อร่างกำเนิดจิตเทวะขั้นที่ 3 ซึ่งถือว่ายัง
ห่างไกลจากคนเหล่านี้ที่ใกล้จะกลายเป็นเซียนอมตะ
มากก็ตามที…
ในเวลานี้เขาเห็นได้อย่างชัดเจนว่าด้านบน มีบางอย่าง
ผิดปกติออกไปมาก จากตำแหน่งของเขาสามารถแลเห็น
ได้อย่างชัดเจนว่า ค่ายกลขนาดใหญ่อันน่าขนพองสยอง
เกล้าบัดนี้ได้เปิดทำงานแล้ว ค่ายกลสังหารหลายร้อยวง
ก่อตัวสกัดกั้น เทพมารบรรพกาล เมื่อเปรียบเทียบกับ
ร่างกายอันใหญ่ยักษ์ของเทพมารบรรพกาล มันมีขนาด
ใหญ่กว่านับสิบเท่า ใหญ่จนสามารถครอบคลุมศีรษะ
ของเทพมารบรรพกาลได้
แน่นอนว่า เทพมารบรรพกาล สามารถแลเห็นสิ่งกีด
ขวางของมันได้อย่างชัดเจน
ในความเป็นจริงชาวกุ่ยเหยียนที่อยู่ภายในสามารถแล
เห็นได้อย่างชัดเจน แต่เขาไม่ทราบว่าพวกมันเหล่านั้น
กำลังคิดอันใดอยู่ เพราะว่าสิ่งที่เขารู้แน่ ๆ ก็คือ พวกมัน
กำลังทำตามสิ่งที่ตนเองปรารถนา พวกมันกำลังต่อสู้กับ
โชคชะตาอันเหนือกว่าประวัติศาสตร์ที่เคยมีมาทั้งหมด!
มันคือการปฏิวัติขัดขืนที่จะนำพาชาวกุ่ยเหยียนไปสู่
อิสรภาพอย่างแท้จริง!
“ฆ่ามันนนน!”
ทันใดนั้นบนร่างของยักษ์ใหญ่ตัวนี้ ก็บังเกิดสุรเสียงแห่ง
การสังหารดังกึกก้องกังวานไปทุกแห่งหน ชนิดที่ว่าทำ
ให้แผ่นดินต้องสั่นสะเทือน! เสียงเหล่านี้ดังปะทุออกมา
จากทั่วทุกรูขุมขนของยักษ์ตนนี้ ความเศร้าโศกและ
โลหิตที่เดือดพล่านพุ่งทะยานขึ้นเสียดฟ้าจนไร้ที่เปรียบ!
มันคือทะเลโลหิตที่เต็มไปด้วยความคั่งแค้นใจของเหล่า
บรรพชนแต่ละรุ่นมากมายนับไม่ถ้วน นี่คือการระเบิด
ความโกรธแค้นครั้งสุดท้ายของผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วน
ผู้คนนับร้อยล้านระเบิดเสียงตะโกนขึ้นพร้อมกัน สุ
รเสียงนี้ดังกึกก้องกัมปนาทมากเพียงพอที่จะปลุก
กระตุ้นจิตวิญญาณให้ลุกฮือ!
ในชีวิตนี้ของ อู่ อวี้ ได้ยินคำว่าฆ่ามามากแล้ว แต่ไม่เคย
มีคำว่า ‘ฆ่ามันนนน’ ครั้งใดฟังแล้วน่าตื่นตระหนกตกใจ
ถึงเพียงนี้!
การห้ำหั่นสังหารในครั้งนี้ แทนความหมายทุกสรรพสิ่งที่
ชาวกุ่ยเหยียนอดทนมาเป็นเวลาเนิ่นนานจนไม่อาจจะ
นับได้
ที่คือเต๋าที่น่าอัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง อู่ อวี้ ไม่คาดคิดว่าผู้
ฝึกตนนอกรีตที่เขาก็เคยรังเกียจเดียดฉันท์อย่างที่สุด
เป็นกลุ่มคนที่เขาเคยอยากจะกวาดล้างมากที่สุด บัดนี้
กำลังบ้าคลั่งต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อโชคชะตาของ
พวกมัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่นี้ทำให้เขารู้สึกตื่นตกใจ
อย่างที่สุด ความดีและความชั่วหาได้จริงแท้แน่นอน
คุณค่าทุกอย่างล้วนเกิดจากการกระทำของตัวเราเอง สิ่ง
ที่เขารู้สึกในยามนี้ คือชีวิตมิได้สมบูรณ์แบบ
“ฆ่าา!”
“ฆ่าาาา!”
“ฆ่าาาามันนนน!!”
เสียงนี้ราวกับฝันร้ายที่ดังกึกก้องอยู่ในโสตประสาทแก้ว
หูของเขาอย่างต่อเนื่อง
เมื่อมองเข้าไปด้านในรูขุมขน อู่ อวี้ เห็นความบ้าคลั่ง
ของชาวกุ่ยเหยียน โลหิตภายในกายของพวกมันกำลัง
เดือดพล่านอยู่ในตอนนี้
เขารู้สึกว่าชาวเหยียนหวงที่เฝ้าอยู่ข้างนอกในยามนี้ คง
ไม่คาดคิดว่าพวกเขาจะต้องต่อสู้เผชิญหน้ากับศัตรู
คู่อาฆาต ที่พวกเขาเกลียดชังอย่างที่สุด
ท่ามกลางความตื่นตระหนกตกใจ ท่ามกลางการต่อสู้
เผชิญหน้า ท่ามกลางภาพเหตุการณ์อันยิ่งใหญ่
ท่ามกลางเสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยความโกรธคั่งแค้น
ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็ได้เห็น เทพมารบรรพกาลพุ่งทะยานชู
กำปั้นเหนือท้องฟ้า บดขยี้ทำลายเพลิงลาวา มุ่งหน้าไป
ยังทิศทางของ ‘ค่ายกลสวรรค์แจ้งผลาญฟ้าสังหารหมื่น
มาร’ เป็นเพียงหมัดเรียบง่าย แต่เปี่ยมไปด้วยพลัง
อำนาจแห่งทวยเทพสะท้านฟ้าสะท้านปฐพี!
ขณะนี้เย่ซีซีรู้สึกตึงเครียดจนต้องเผลอกอดแขนของ อู่
อวี้ แน่น…
…………………………………………………..
ภายในป้อมผนึกปีศาจ
ผู้แข็งแกร่งต่างพากันนั่งประจำตำแหน่งสำคัญที่สุดของ
ค่ายกล ผสานอำนาจกับมหาค่ายกลหลักของป้อม
ปราการทั้ง 8 เนื่องจากอยู่ตรงตำแหน่งใจกลาง
โดยเฉพาะเมื่ออยู่ภายใต้การเฝ้าพิทักษ์จากมหาอุปราช
ส่งผลให้ค่ายกลนี้ทรงพลังมากยิ่งขึ้น อำนาจพลังของ
เทพมารนับว่าน่าสะพรึงกลัวเสียจนฟ้าดินต้องสะท้าน
สะเทือน บัดนี้บนผืนปฐพี ประกอบเป็นอำนาจ 8 สาย
อันน่าพรั่นพรึงพวยพุ่งทะยานขึ้นมา สายโยงใยลาวา
จากพิภพอเวจีบัดนี้ได้สูญหายไปแล้ว บัดนี้มันถูกแทนที่
ด้วยมหาอำนาจจาก 8 ค่ายกล ปรากฏเป็น มังกรเทวะ
เปลวอัคคี สายอัสนี วายุหิมะ วายุพิรุณ และพลังอำนาจ
อื่น ๆ ปลดปล่อยเสียงคำรามสะเทือนฟ้าสะเทือนดิน
บังเกิดแสงรัศมีสาดประกายเจิดจ้า สะท้อนผ่านหมู่มวล
เมฆา เสมือนดั่งประกาศิตสังหารแห่งสวรรค์!
ภาพนี้งดงามตระการตาอย่างที่สุด ผู้คนชาวเหยียนหวง
ไม่ว่าจะเป็นผู้ใด นับเป็นครั้งแรกที่เข้าได้พบเห็นภาพ
ฉากอันน่าตื่นตาตื่นใจถึงเพียงนี้ ระหว่างที่พวกถ่ายโอน
พลังแก่นแท้ตำหนักม่วงเข้าสู่ค่ายกล ก็รู้สึกเพลิดเพลิน
กับภาพที่ปรากฏขึ้นไปด้วย
“ ข้าไม่คาดคิดว่าผู้คนจำนวนมากจะมารวมตัวกัน
ปลดปล่อยพลังแห่งค่ายกลอันทรงอานุภาพมหาศาล
อย่างยิ่ง! ”
“ ด้วยพลังนี้มหาศาลเช่นนี้ ข้ามั่นใจว่าแม้แต่ทวยเทพก็
สามารถหยุดยั้งได้!”
“ ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่างยิ่งใหญ่เหลือคณานับ ข้า
รู้สึกราวกับว่าขอบเขตเต๋าของตนเองพุ่งทะยานขึ้น จน
เกือบจะบรรลุผ่านระดับชั้น! ผลพลอยได้ในครั้งนี้ คง
ต้องขอบคุณชาวกุ่ยเหยียน! ”
” อย่าได้พูดจาเหลวไหล ข้าเคยได้ยินมาว่าชาวกุ่ยเห
ยียนได้ค้นพบวิชาอันยิ่งใหญ่ แต่ข้าไม่คิดว่าจะได้เห็น
รวดเร็วถึงเพียงนี้ ”
” ข้าไม่เคยคิดเลยว่ามหาอุปราชจะเชื่อเรื่องเหลวไหลที่
อู่ อวี้ ส่งผ่านยันต์สื่อสารมาบอกเล่า จนบัดนี้ยังไม่มีผู้ใด
พบเห็นยักษ์ที่ว่าสักตัว ใครจะไปรู้ว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่อง
จริงหรือไม่ ไม่รู้ว่าท่านมหาอุปราชคิดอย่างไร อู่ อวี้
อาจจะเล่นพิเรนทร์กับเราอยู่ก็ได้ ถ้าเป็นเช่นนั้นพวกเรา
ไม่เสียแรงเปล่าหรืออย่างไร ? ”
” ข้าไม่เชื่อจริง ๆ ว่าชาวกุ่ยเหยียนจะลุกฮือฝ่าที่คุมขัง
ออกมา มันเป็นแค่เหยื่อให้พวกเราไล่ล่ามาช้านาน ใน
ประวัติศาสตร์พวกมันก่อกบฏมาแล้วหลายครั้ง แต่แล้ว
ก็ถูกปราบอยู่หมัดจนต้องล้มเลิกไป! ”
” พวกมันถือเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ารังเกียจ น่ารำคาญอย่าง
ที่สุด ต่อให้พวกมันไม่มีอันใดจะต่อต้าน ข้าก็จะสั่งสอน
ให้หลาบจำ ”
บทสนทนาต่าง ๆ ภายในแปดป้อมปราการ ดูมั่นอก
มั่นใจในพลังของชาวเหยียนหวงเสียเหลือเกิน ด้วยเหตุนี้
พวกมันจึงไม่ใส่ใจกับเหตุการณ์นี้มากนัก พวกมันคอย
โคจรพลังแก่นแท้ตำหนักม่วงเข้าไปในค่ายกลเป็นระยะ
ๆ ด้วยความรู้สึกเกียจคร้าน ซึ่งเจ้าพวกเกียจคร้าน
เหล่านี้ ยังไม่เห็นปฏิกิริยาใด ๆ เกิดขึ้นบนค่ายกลเหนือ
หล้า?
ณ ป้อมผนึกมาร เมื่อเหล่าผู้แข็งแกร่งที่ควบคุมกำกับวง
เวทมองลึกลงไปยังพิภพอเวจี ในเวลานี้พวกเขา
สังเกตเห็นความผันผวนอย่างรุนแรงในพิภพอเวจี
“มาแล้ว!” ยามนี้ผู้คนเริ่มกังวลแลตึงเครียด บรรยากาศ
ตอนนี้เงียบกริบ แต่เมื่อพวกเขานึกถึงคำพูดว่านี่คือพระ
บัญชาขององค์จักรพรรดิโบราณ ก็ปิดปากเงียบกริบสั่น
สะท้านหนาวเหน็บไปยั้นไขสันหลัง พวกเขารู้ถึง
ความสำคัญในเรื่องนี้ ทันใดนั้นก็มันก็เข้าใจว่าเพราะเหตุ
ใดมหาอุปราช ถึงให้ความสำคัญในเรื่องนี้มากนัก เพราะ
เหตุใดท่านจึงได้ระดมพลผู้มีฝีมือแข็งแกร่งมากที่สุดมา
รวมตัวกันอยู่ ณ ที่แห่งนี้
สายตาของพวกเขาจับจ้องไปยังส่วนลึกของ พิภพอเวจี
ด้วยความแน่วแน่ ทันใดนั้นพวกเขาก็เห็นเงาทะมึน
ขนาดใหญ่ กำลังชูกำปั้นขึ้นแล้วอัดกระแทกขึ้นมา
ด้านบน!
” ยักษ์จริง ๆ ด้วย! ”
“เป็นไปได้อย่างไร!?”
” ไม่เพียงแค่ใหญ่โตเท่านั้น แต่ยังทรงพลังมากอีกด้วย
ทุกคนระวังให้ดี! ”
“ออกรบได้!” หลังจากเห็นเทพมารบรรพกาลปรากฏตัว
มหาอุปราช ถ่ายทอดคำสั่งต่อผู้บัญชาการทั้ง 8 ให้ชาว
เหยียนหวงทุกผู้คนพุ่งทะยานออกไปทันที!
“ชาวกุ่ยเหยียนกำลังออกจะมา! ทุกคนจงระวัง!”
ชาวเหยียนหวงที่ยังคงสนทนากันอยู่ สัมผัสได้ถึงการ
สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง และเสียงร้องคำรามอันน่า
สะพรึงกลัวอย่างที่สุดจากใต้ฝ่าเท้า ชั่วขณะหนึ่งมันก็
รู้สึกหวาดกลัวขึ้นอย่างจับใจด้วยเฉพาะเวลานี้ไม่มีที่ไหน
ให้หลบหนี แต่พวกมันก็ยังรู้สึกภาคภูมิใจ ดังนั้นในช่วง
เวลาสำคัญเช่นนี้พวกมันจึงประเคนพลังแก่นแท้ตำหนัก
ม่วงออกมายังเต็มที่!
ในขณะที่เทพมารบรรพกาลเข้าโจมตี พลังอำนาจของ
ค่ายกลสวรรค์แจ้งผลาญฟ้าสังหารหมื่นมาร ก็ยกระดับ
ขึ้นไปอีกขั้น!
“ฆ่ามันนน!”
ท่ามกลางความเลือนราง นอกจากเสียงร้องคำรามของ
เทพมารบรรพกาล ในที่สุดชาวเหยียนหวงก็ได้ยินเสียง
ของชาวกุ่ยเหยียน! น้ำเสียงของมันเต็มไปด้วยความ
เกลียดชังบ้าคลั่งและโกรธเกรี้ยวถึงขีดสุด ความบ้าคลั่ง
นี้ทะลุทะลวงไปถึงจิตใจของผู้คนทำให้รู้สึกสั่นสะท้าน
หนาวจับไขสันหลัง!
สงครามแห่งประวัติศาสตร์ได้อุบัติขึ้นแล้ว ณ บัดนี้!
ไม่ต้องพูดถึงเย่ซีซีว่ามีท่าทีตื่นเต้นมากเพียงใด แม้แต่ อู่
อวี้ ยามนี้ภายในใจของเขานั้นเต้นระทึกลำคอแห้งผาก
ในสายตาของเขาดูเหมือนเวลาจะชะลอตัวลง ยามนี้เขา
เห็นชัดเจนว่าเทพมารบรรพกาลกำลังใช้กำปั้นชกเข้าใส่
ค่ายกล ม่านปราการฉับพลันกระเพื่อมสูงขึ้นตามแรงอัด
แล้วก็ยุบลงตามกฎธรรมชาติ ดูเสมือนดั่งลูกบอลลูนที่
บังเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ เสียงคำรามดังกึกก้อง
กัมปนาทต่อหน้าต่อตาของทุกผู้คน ภายในพิภพอเวจี
ทั้งหมดกำลังสั่นสะเทือนราวกับจะพังทลายลง! ราวกับ
แม่น้ำมหาสมุทรกำลังพลิกคว่ำสับสนยุ่งเหยิงไปหมด!
เสียงคำรามของชาวกุ่ยเหยียนว่า ฆ่ามันนน! ผสานกับ
เสียงการโจมตีค่ายกลของเทพมารบรรพกาลดังก้อง
กัมปนาท ช่างน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง!
ตูมมม ตูมมมม ตูมมมมมม!
ช่างน่าตระหนกตกใจเสียจริง ๆ!
ในเวลานี้ อู่ อวี้ แลเห็นเพลิงลาวาแผ่ขยายกลืนกินทุก
สรรพสิ่ง จนไม่สามารถแลเห็นอันใดได้
ผู้ที่อยู่เหนือพิภพอเวจียามนี้ สามารถมองเห็นได้อย่าง
ชัดเจนว่าเวลานี้ ชั่วพริบตาแห่งการปะทะกับค่ายกล
เหนือล้า ผสานรวมไปกับพลังอำนาจทั้ง 8 ชนิด ระเบิด
เสียงคำรามดังกึกก้องกัมปนาท ทำให้แผ่นดินต้อง
สั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่อง!
อย่างไรก็ตามหมัดของ เทพมารบรรพกาล ช่างน่า
สะพรึงกลัวจริง ๆ ผู้ที่ยืนอยู่ด้านบนสามารถมองเห็นได้
อย่างชัดเจน พื้นอันราบเรียบของป้อมปราการทั้งเก้า ใน
เวลานี้ปูดนูนขึ้นมาจากด้านล่าง เพียงฉับพลันก็สูงเท่า
ภูเขาเลากา ที่ตั้งของป้อมปราการกลายเป็นยอดเขา
ทันที ค่ายกลทั้งหมดบิดเบี้ยวจนเกือบจะพังทลายลง!
ที่ราบโดยรอบกายเป็นยอดเขาสูงไปในฉับพลัน แม้ตัว
ยักษ์จะมีความแข็งแกร่ง ทว่าในทางกลับกันก็แสดงให้
เห็นว่าค่ายกลนี้แข็งแกร่งทรงพลังมากเพียงใด แม้จะบิด
เบี้ยวจากแรงปะทะ แต่ค่ายเหนือหล้าก็ยังไม่ถูกฉีก
กระชากออก!
อย่างไรก็ตามยามนี้ชาวเหยียนหวงที่ถูกโจมตี ก็
ตระหนักได้ว่าฝ่ายตรงข้ามน่าหวาดกลัวเพียงใด!
“กลับไปประจำตำแหน่งของพวกเจ้าซะ! ป้องกันไว้ให้ดี!”
“อย่าได้ประมาท! สงครามในวันนี้ จักสูญสลายหายไปดั่ง
ประกายไฟในครั้งนี้! เราต้องไม่ปล่อยให้ชาวกุ่ยเหยียน
ออกมาได้อย่างเด็ดขาด!”
” เร็วเข้ารีบโคจรพลังแก่นแท้ตำหนักม่วงเข้าไป! ”
ชาวเหยียนหวงไปในชมพูทวีปโลกธาตุ ยังไม่เคยพ่ายแพ้
ให้กับผู้ใด ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ยังสามารถรักษา
เสถียรภาพเอาไว้ได้ เมื่อตระหนักถึงความน่าสะพรึงกลัว
ของฝ่ายตรงข้าม ชาวเหยียนหวงทั้งหมดก็รู้สึกกังวลใจ
ไม่น้อย พวกมันรีบถอยกลับไปประจำตำแหน่งของตน
อย่างรวดเร็ว จากนั้นก็โคจรพลังแก่นแท้ตำหนักม่วงเข้า
สู่ค่ายกลอย่างบ้าคลั่ง เมื่อทุกคนร่วมแรงร่วมใจกัน พื้น
ปฐพีที่ยกตัวสูงขึ้นเท่าภูเขาก็เริ่มราบเรียบลง บัดนี้ส่งผล
ให้ค่ายกลได้ฟื้นฟูกลับคืนสู่สภาพเดิมอีก!
” ศัตรูยังติดอยู่ในค่ายกลไม่สามารถออกได้ มันต้องตาย
อยู่ในนั้น! ทุกคนอย่าหยุดมือ! ” เสียงของชวีอิ๋นดัง
กึกก้องไปทั่วทั้งป้อมมังกรเพลิง ในเวลานี้ป้อมมังกร
เพลิงมีรอยร้าวมากมาย เป็นเสมือนเสียงคำรามของอสูร
ยักษ์ ชาวกุ่ยเหยียนยังคงกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง
เสียงร้องตะโกนของพวกมันดังชัดเจนมากยิ่งขึ้น!
ในที่สุดชาวเหยียนหวงก็เข้าใจว่านี่เป็นการต่อสู้อย่างเท่า
เทียม หาใช่ชาวกุ่ยเหยียนจะถูกบดขยี้แค่เพียงฝ่ายเดียว
เหมือนกาลก่อน!
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ