กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 884: ปลดปล่อยความบ้าคลั่ง
อู่ อวี้ ได้ใช้เมฆาตลบฟ้าเพื่อทำให้ตัวเองมั่นคงอยู่
ท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย ซึ่งขณะนี้เขาก็ได้ใช้เมฆา
ตลบฟ้าโอบล้อมตัวเอง เย่ซีซี และ หลานหลาน เอาไว้
ด้วยเช่นกัน เมฆาตลบฟ้ามีความสามารถมากมาย
วิธีการที่ อู่ อวี้ ใช้มาเข้าปกคลุมแบบนี้ก็เป็นเพียงแค่
หนึ่งในความสามารถทั้งหลายของมัน
เย่ซีซี ที่อยู่ภายในกลุ่มเมฆาไม่กล้าจะมองออกไป
ภายนอก ส่วน หลานหลาน ยังคงตัวสั่นเทิ้มด้วยความ
หวาดกลัว
มีเพียงแต่ อู่ อวี้ ที่ใช้เนตรเพลิงมองดูการต่อสู้ระหว่าง
เทพมารบรรพกาลและค่ายกลเหนือหล้า!
การโจมตีแรกของเทพมารบรรพกาล เกือบจะทำลาย
ค่ายกลนี้ไปได้ มันรุนแรงและน่าสะพรึงกลัวเสียยิ่งกว่าที่
อู่ อวี้ จินตนาการเอาไว้เสียอีก อย่างไรก็ตามใน
ท้ายที่สุดแล้วชาวเหยียนหวงก็ได้อาศัยค่ายกลที่สืบทอด
ต่อมาจากเหล่าบรรพชนจนมาปราบปรามเทพมาร
บรรพกาลตัวนี้ลงได้ บัดนี้เทพมารบรรกาลตกอยู่
ท่ามกลางวงล้อมของค่ายกล!
ฉับพลับ ทุกสิ่งตกลงสู่ความเงียบสงบในทันที
“แพ้แล้วงั้นรึ?” อู่ อวี้ คาดเดาสถานการณ์
ความจริงหากเขาไม่ได้เอ่ยเตือนล้วงหน้า ยามนี้ค่ายกล
เหนือหล้าคงจะดำเนินการด้วยตัวมันเอง และอาจมีพลัง
อำนาจก็เพียงแค่ครึ่งหนึ่งของในตอนนี้ และแน่นอนว่า
การโจมตีเมื่อครู่ของเทพมารบรรพกาลก็เพียงพอที่จะ
ทะลวงออกไปจากพิภพอเวจีแห่งนี้แล้ว
การที่ อู่ อวี้ ส่งยันต์สื่อสารออกไป ได้มีบทบาทสำคัญยิ่ง
…….โชคดีที่ดูเหมือนว่า เย่ซีซี จะมองภาพรวมไม่ออก
มิฉะนั้น อู่ อวี้ คงกลัวว่านางจะหันมาเอ่ยโทษตัวเขา
พลังอำนาจของค่ายกลเหนือหล้าน่าจะเพียงพอที่จะ
สะกดข่มเทพมารบรรพกาลตัวนี้ลงได้ นี่จึงทำให้ อู่ อวี้
ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
อย่างน้อยก็จะไม่เกิดมหัตภัยขึ้นกับชมพูทวีปโลกธาตุ
“ฟู่ว………..”
ไม่คาดว่าในขณะที่เขากำลังถอนหายใจอย่างโล่งอกนี้
เอง พลันเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอีกครั้ง เทพมารบรรพ
กาลที่อยู่ท่ามกลางการสะกดของค่ายกล กลับกลายเป็น
บ้าคลั่งขึ้น มันมองข้ามการโจมตีทั้งหมด และปีนป่ายขึ้น
ไปหาวงเวทด้วยตนเอง แล้วใช้หมัดคู่ยักษ์กระหน่ำโจมตี
ราวกับพายุคลั่ง!
กล่าวได้ว่าเมื่อครู่ชาวกุ่ยเหยียนไม่สามารถควบคุมร่าง
ของเทพมารบรรพกาลได้อย่างช่ำชองนัก จึงจบลงที่
ความล้มเหลว แต่นี่ก็ไม่ได้หมายความว่าเทพมารบรร
กาลนั้นอ่อนแอ หลังจากที่ทดลองใช้ในการต่อสู้จริงมา
ครั้งหนึ่งแล้ว เจ้าประมุขถ้ำปีศาจพญายมและคนอื่นๆ ก็
เริ่มควบคุมร่างกายนี้ได้ชำนาญยิ่งขึ้น ขณะนี้เทพมาร
บรรพกาลจึงได้ปลดปล่อยพลังอำนาจที่แท้จริงออกมา
นับว่าใกล้เครียงในระนาบเดียวกับเทพเซียนหรือเทพ
มารอย่างแท้จริง แต่ละหมัดที่ปล่อยออกไปล้วนไม่ใช่
หมัดธรรมดา มันแฝงไปด้วยพลังอันดุดันสะเทือนโลก
หล้าได้ง่ายดาย และเพียงแค่พริบตาเดียวหมัดทั้งร้อยชุด
ก็ถูกประเคนเข้าสู่วงเวทอย่างรุนแรง!
เมื่อได้เห็นเหตุการณ์ข้างหน้า อู่ อวี้ ก็บังเกิดความรู้สึก
สั่นสะท้านในใจทันใด
แน่นอนว่าการระเบิดพลังอำนาจของเทพมารบรรพกาล
ย่อมนำความหวาดกลัวมาสู่ชาวเหยียนหวง ชาวเหยียน
หวงที่อยู่ภายในป้อมปราการทั้ง 9 รู้สึกเหมือนกับตน
กำลังเผชิญหน้ากับอสูรกายอันน่าสยดสยอง การโจมตี
แต่ละครั้งของมันทำให้ทุกคนล้มระเนระนาดไปทันที
พวกมันมองเห็นพื้นดินแตกออกเป็นเสี่ยงๆจนทำให้ป้อม
ปราการเริ่มพังทลายไปทุกขณะ!
ตูมตูมตูม!
พวกมันรู้สึกราวกับโลกทั้งใบกำลังถล่มลงมา!
หากมองจากบนท้องฟ้าจะมองเห็นได้ว่าพื้นที่แห่งนี้
กำลังพังทลายลงไปอย่างรวดเร็ว ค่ายกลที่อยู่ใจกลาง
ป้อมปราการทั้ง 9 เริ่มแตกกระจาย!
แม้มันได้แบกรับการโจมตีและปิดผนึกชาวกุ่ยเหยียนมา
เป็นเวลาเนิ่นนานจนเปรียบดั่งปราการไร้พ่ายก็ตาม ทว่า
ครานี้ ในที่สุดทุกคนก็เข้าใจแล้วว่าทำไมจอมจักรพรรดิ
โบราณเหยียนหวงจึงสั่งการลงมาด้วยตนเอง……
แม้กระทั่งในยามนี้ใบหน้าของมหาอุปราชก็ยังถอดสี!
แน่นอนว่าเขารู้ตัวว่าตนเองดูถูกเทพมารบรรพกาลมาก
เกินไป หลังจากที่สะกดมันได้ในครั้งแรก ทว่าอีกฝ่าย
กลับกลายเป็นแข็งแกร่งและน่าหวาดกลัวยิ่งขึ้นกว่าเดิม
มันหลุดพ้นออกจากค่ายกลควบคุมของพวกเขาได้อย่าง
ฉับพลัน!
“ต้านไม่อยู่แล้ว!”
“อพยพ! ทุกคนรีบอพยพเร็วเข้า!”
ภายใต้คำสั่งของมหาอุปราช นี่หมายความว่าครั้งนี้ชาว
เหยียนหวงพ่ายแพ้แล้ว!
เป็นคราแรกที่เกิดขึ้นในหน้าประวัติศาสตร์!
หลังจากที่มีคำสั่งล่าถอย ใบหน้าของมหาอุปราช
จักรพรรดิอารามสวรรค์กลายเป็นร้อนผ่าว ขุนนาง นาย
พลและเจ้าแคว้นคนอื่นๆต่างก็มีใบหน้าเช่นเดียวกัน
พวกเขารู้สึกว่าตนเองไม่มีหน้าไปพบกับบรรพชนผู้
เสียสละทั้งหลายเสียแล้ว!
บ้างอยู่ในอาการหวาดกลัว บ้างก็หดหู่ บ้างก็สั่นสะท้าน
บ้างก็มองไปด้วยสายตาเบิกกว้าง!
ไม่ใช่แค่พวกเขา แม้แต่ชาวเหยียนหวงทั้งหมดก็ยังไม่
อาจทำใจเชื่อได้ว่าแนวป้องกันอันแข็งแกร่งของพวกเขา
จะแตกพ่ายไปรวดเร็วถึงเพียงนี้ แต่ไหนแต่ไรมาชาวเห
ยียนหวงไม่เคยพ่ายแพ้ ดังนั้นการโจมตีของอีกฝ่ายใน
ยามนี้เป็นเหมือนกับฟ้าผ่ากระแทกเข้าไปในจิตใจก็มิ
ปาน!
พวกเขามองดูป้อมปราการทั้ง 9 พังทลายและถูกกลืน
กินลงไปอยู่ภายในพิภพอเวจี!
มองดูค่ายกลของชาวเหยียนหวงที่ถูกส่งต่อมาเป็น
เวลานานต้องจมหายลงไปดินแดนนี้!
“กองทัพมังกรเพลิงทั้งหมด ตามข้ามา พวกเราถอยไป
ตั้งหลักกันก่อน!”
น้ำเสียงของ ชวีอิ๋น ดังสะท้อนอยู่ภายในหูขององค์รักษ์
ชาวเหยียนหวงซ้ำไปซ้ำมา
แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ในอาการหดหู่ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับ
ภัยคุกคามถึงชีวิต พวกเขาก็สามารถตั้งสติและหลบหนี
ไปได้อย่างรวดเร็ว เมื่อมองเห็นค่ายกลพังทลายลงไป
ชาวเหยียนหวงนับพันนับหมื่นก็หนีกระจัดกระจายไป
ทั่วทุกทิศเหมือนกับตัวต่อแตกออกจากรัง!
นี่คือฉากเหตุการณ์แห่งประวัติศาสตร์!
แผ่นดินแตกเป็นเสี่ยงๆ ลาวานับไม่ถ้วนพุ่งทะยานสู่
สรรค์ บนท้องฟ้าเต็มไปด้วยความโกลาหน ผนวกกับ
ชิ้นส่วนวงเวทอันสวยงามระยิบระยับ ขณะนี้ป้อม
ปราการอันโอ่โถงทั้ง 9 ของชาวเหยียนหวงค่อยๆจม
หายลงไปภายใต้พิภพอเวจีแห่งนี้!
มันจมลงไปพร้อมกับจิตใจของมหาอุปราชและขุนนาง
น้อยใหญ่!
ไม่น่าจะเชื่อว่าจะมีวันที่พวกเขาต้องหลบหนีหัวซุกหัว
ซุนเช่นนี้ แม้แต่พวกเขาเองก็รู้สึกว่างเปล่า ไม่อาจ
คาดคิดถึงเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน
ที่จริงพวกเขาไม่รู้สึกขายขี้หน้า เพราะศัตรูที่พวกเขา
ต้องพบเจอไม่ได้เป็นพลังอำนาจที่มาจากชาวกุ่ยเหยียน
โดยตรง ทั้งไม่ได้เป็นพลังของมนุษย์ แต่เป็นพลังที่อยู่ใน
ระดับเดียวกับเซียนและเทพมาร! แม้ว่าจะเป็นเพียง
ซากศพ แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาทุกคนจะต่อกรได้! ตั้งแต่
ที่ชาวกุ่ยเหยียนเข้าควบคุม ‘เทพมารบรรพกาล’ ชะตา
ก็ได้กำหนดเอาไว้แล้วว่าพวกมันสามารถทำลายวงเวทนี้
และหวนคืนสู่โลกภายนอกได้!
ชาวเหยียนหวงวิ่งหนีกันอย่างอุดตลุดและมองไปที่
ด้านหลังด้วยความสั่นกลัว พวกมันมองเห็นป้อม
ปราการค่อยๆจมหายไป และแทนที่ด้วยกระโหลกศีรษะ
ขนาดใหญ่ที่ค่อยๆโผล่พ้นลาวาออกมา เมื่อได้เห็น
กระโหลกศีรษะของเทพมารบรรพกาล พวกมันจึงรู้ว่า
ตนเองจะสะกดสัตว์ประหลาดเช่นนี้อยู่ได้อย่างไรกัน!
เมื่อศีรษะโผล่ขึ้น จากนั้นทั้งร่างกาย แขน ขา ก็เริ่ม
ปรากฏออกมาตามลำดับ เมื่อตัวคนยักษ์ผู้นี้ปรากฎมา
ยืนอยู่บนผืนดินแห่งดินแดนโบราณเหยียนหวง ส่วนหัว
ของมันได้ทะยานจนทะลุสวรรค์ชั้นฟ้า บัดนี้ลาวา
มากมายนับไม่ถ้วนได้ปะทุออกมาจากผืนพิภพราวกับ
เขื่อนแตกพร้อมกับชะล้างสิ่งสกปรกตามตัวของมันอย่าง
สะอาดสะอ้าน ควันแผ่พุ่งไปทั่วท้องนภาจนฟ้ามืดมัวดิน
ในบริเวณใกล้ร่างกายของมันบังเกิดเสียง ซี่ซี่ ดั่งน้ำที่
หยดลงไปบนกะทะร้อนๆ ดวงตาสีเขียวทั้งคู่กวาดมอง
ไปทั่วหล้า ทำให้ชาวเหยียนหวงที่กำลังหลบหนีต้องขน
ลุกชันขึ้นด้วยความหวาดกลัว…….
“นี่มันเป็นสัตว์ประหลาดอันใดกัน………”
“ชาวกุ่ยเหยียนออกมาจากพิภพอเวจีแล้ว……..ข้าเห็น
พวกมันซ่อนตัวอยู่ภายในร่างของสัตว์ประหลาดตัวนี้
…..”
“บ้าเอ๊ย…พิภพอเวจีมีสัตว์ประหลาดที่น่ากลัวเช่นนี้ แล้ว
พวกเราจะทำอย่างไรต่อ!”
บรรยากาศที่น่าตระหนกกระจายออกไปทั่วทุกหนแห่ง
ชาวเหยียนหวงยึดครองโลกใบนี้มาเป็นเวลานาน แต่
ยามที่สัตว์ประหลาดตัวนี้ปรากฏกายออกมา พวกมันก็
เกิดความรู้สึกว่าวันสุดท้ายของตนเองได้มาถึงแล้ว!
สิ่งนี้ทำให้พวกเขานึกย้อนไปถึงบรรพชนมารกลืนสวรรค์
ที่ปรากฏตัวออกมาเมื่อหลายหมื่นปีก่อน และแม้ว่ามัน
จะผ่านมาเนิ่นนานแล้วแต่บรรพชนมารกลืนสวรรค์ก็
เป็นตัวคนที่ทำให้ชมพูทวีปโลกธาตุต้องตกอยู่ท่ามกลาง
หายนะ!
มหาอุปราชและคนอื่นๆเร่งรักษาระยะห่างเอาไว้ พวก
เขาแต่ละคนมีใบหน้าที่ซีดขาวและไม่อาจจะเอื้อนเอ่ยสิ่ง
ใดออกมาได้ ทำได้เพียงมองหน้ากันไปมาเท่านั้น จนใน
ที่สุดทุกสายตาก็ตกมาอยู่ที่มหาอุปราช ทว่าจักรพรรดิ
อารามสวรรค์ก็มีท่าทางตระหนกไม่ต่างกับทุกคน
นี่คือความแตกต่างระหว่างสามัญชนและเทพเซียน แม้
จะมีระดับเป็นถึงครึ่งเซียนก็แทบไม่ต่างกับมดปลวกเมื่อ
ต้องมาอยู่ต่อหน้าสัตว์ประหลาดเช่นนี้
เมื่อเทียบกันแล้วชาวเหยียนหวงกำลังอยู่ในอาการ
หวาดกลัว ตึงเครียดและหดหู่ ทว่าชาวกุ่ยเหยียนที่เมื่อ
ออกมาดูโลกภายนอกอันงดงามผ่านรูขุมขนบนร่างของ
คนยักษ์ พวกมันกลับร่ำไห้ออกมาด้วยความปลื้มปิติ!
ยามนี้ไม่ว่าจะเป็นหญิงชาย คนหนุ่มหรือคนแก่ ไม่ว่าจะ
เกลียดชังหรือเป็นมิตรสหาย พวกมันต่างตะโกนโห่ร้อง
คำราม ระเบิดเสียงหัวเราะด้วยกันจากภายในร่างของ
เทพมารบรรพกาล!
“ในที่สุดพวกเราชาวกุ่ยเหยียนก็ได้เห็นเดือนเห็นตะวัน
อีกครั้ง!”
“โลกภายนอก พวกข้ามาแล้ว! ฮ่าฮ่า! ฮ่าฮ่าฮ่า!”
“อาศัยอยู่ภายในพิภพอเวจีมาตั้งแต่เกิด เคยได้ยิน
เรื่องราวของโลกภายนอกจากคำบอกเล่าเท่านั้น ไม่
คาดคิดว่าจะมีวันที่ข้าได้เห็นโลกใบนี้จริงๆ!”
“โลกภายนอกกลับกว้างใหญ่และงดงามถึงเพียงนี้! พวก
เราชนะแล้ว!”
พวกมันหัวเราะพร้อมกับหลั่งน้ำตา บ้างก็ตัวสั่นเทิ้ม มี
กระทั่งบางคนลงไปกลิ้งบนพื้นดิน บางคนถึงกับฟาดฟัน
มีดลงไปบนร่างจนกระทั่งชุ่มโชกไปด้วยเลือด และ
ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง! O.O
“เทพมารบรรพกาล จงเจริญ! ประมุขทุกคนมีความดี
ความชอบไม่มีที่สิ้นสุด ของพวกท่านจงเจริญ!”
ยามนี้มีบางคนตะโกนโห่ร้องเย้ยหยันชาวเหยียนหวง
หลายล้านคน น้ำเสียงของพวกมันดังกึกก้องกังวานไป
ทั่วผืนแผ่นดิน ซึ่งพอเมื่อชาวเหยียนหวงได้ยินข่าวนี้
พวกมันก็ถึงกับตัวสั่นสะท้านในทันที ตลอดมาชาวเห
ยียนหวงได้ถือว่าชาวกุ่ยเหยียนเป็นเพียงแค่สัตว์ป่าที่รอ
การไปล่า พวกเขาไม่เคยคิดว่าจะมีวันที่เกิดเหตุการณ์
เช่นนี้ขึ้นจริงๆ!
“เจ้าประมุขพญายม เจ้าประมุขทุกๆท่าน รีบๆสั่งการให้
เทพมารบรรพกาลสังหารชาวเหยียนหวงพวกนี้ซะ
ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปดินแดนโบราณเหยียนหวงจะ
กลายเป็นของพวกเรา!”
“ล้างบางชาวเหยียนหวง สังหารพวกมันไม่ให้เหลือ ให้
พวกมันทั้งกลายเป็นทาสของพวกเรา! ข้าจะต้องล้าง
แค้นโดยการทำสิ่งเดียวกับที่มันเคยทำกับพวกเรา! ชาว
เหยียนหวงทั้งหมดต้องชดใช้!”
“สังหารพวกผู้ชายสังหารให้สิ้น ส่วนผู้หญิงก็ให้พวกมัน
มาตั้งท้องสืบทอดทายาทของพวกเราชาวกุ่ยเหยียน เมื่อ
พวกเรามีเทพมารบรรพกาลคุ้มกะลาหัวเช่นนี้ ย่อมไม่มี
ผู้ใดต้านทานพวกเราได้ เราจะยึดครองทั่งทั้งชมพูทวีป
โลกธาตุ! ทำให้ผู้คนและปีศาจทั้งหมดบนโลกใบนี้ก้มหัว
ให้กับพวกเราชาวกุ่ยเหยียน พวกเราจะขึ้นเป็นตระกูล
อันดับหนึ่งบนชมพูทวีปโลกธาตุ!”
“วันนี้มันเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น! เจ้าประมุขพญา
ยม ท่านจะกลายเป็นจอมจักรพรรดิกุ่ยเหยียนของพวก
เรา! เริ่มลงมือกันเถอะ! นี่เป็นโอกาสที่พวกเราจะได้แก้
แค้นแล้ว!”
ชาวกุ่ยเหยียนแทบจะทุกคนแผดเสียงคำรามพร้อม
หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง กระโดดไปมาราวกับโดนยาบาง
ชนิดมา พวกมันหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา พร้อมกับแวว
ตาค่อยๆเปลี่ยนกลายเป็นแดงก่ำ!
เมื่อพวกมันได้เห็นสาวชาวเหยียนหวงที่ทั้งขาวและ
น่ารัก จึงอดไม่ได้ที่จะฮึกเหิมขึ้นกว่าเดิมด้วยไฟแห่ง
ราคะ!!
บางทีนี่อาจเป็นสิ่งที่ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกเป็นกังวล ชาวกุ่ย
เหยียนที่ต่อสู้กับโชคชะตามาโดยตลอด จึงควรค่าแก่
การเคารพต่อการกระทำ ทว่า อู่ อวี้ ไม่ชอบนิสัยของ
พวกมัน แม้กระทั่งยังรู้สึกรังเกียจเลยเสียด้วยซ้ำ
เนื่องจากบนร่างของพวกมันเต็มไปด้วยความเกลียดชัง
และกระหายเลือด เมื่อใดที่พวกมันมีพลังเพียงพอ เมื่อ
นั้นพวกมันก็จักกลายเป็นปีศาจที่ดุร้ายป่าเถื่อนด้วย
อำนาจเบ็ดเสร็จ
และบัดนี้ปีศาจได้ย่างกรายมาอยู่บนชมพูทวีปโลกธาตุ
เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ