กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 885: จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงเสด็จ
ในขณะนี้ชาวกุ่ยเหยียนกำลังเพ้อฝันที่จะได้ครองโลก
หล้า
ในตำแหน่ง ปาก ศีรษะ ของเทพมารบรรพกาลมีชาวเห
ยียนหวงเป็นแกนกลาง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วล้วนเป็นตัวตน
ระดับเจ้าประมุข
ขณะนี้เหล่าเจ้าประมุขทั้งหลายกำลังโอบกอดกันอย่าง
สุขขี พวกมันแต่ละคนมีท่าทางตื่นเต้นและหลั่งน้ำตา
ออกมาด้วยความปลื้มปิติ พวกมันก็เป็นเช่นเดียวกับ
ชาวกุ่ยเหยียนคนอื่นๆ ทั้งหัวเราะทั้งร่ำไห้ แม้กระทั่งลง
ไปเกลือกกลิ้งอยู่ภายในกระโหลกศีรษะ พวกมันแย่งกัน
สูดอากาศภายนอก ทำท่าทางเหมือนกับกำลังมึนเมาสูบ
ยาเส้นลอยเคว้งคว้างก็มิปาน
“ช่างเป็นโลกที่มหัศจรรย์จริงๆ ในเมื่อพวกเรามีเทพมาร
บรรพกาล เช่นนั้นโลกใบนี้ก็จะต้องอยู่ในกำมือของพวก
เราแล้ว”
“ใช่แล้ว เป็นเช่นเดียวกับที่พวกเด็กๆได้กล่าวออกมา
พวกเราถูกกดขี่มานานเกินไป ยามนี้พวกเราจะทำให้
โลกนี้ได้รู้ว่าพวกเราชาวกุ่ยเหยียนกลับมาแล้ว”
“ชาวเหยียนหวงมากมายเช่นนี้ สมควรกลายเป็น
ทรัพยากรฝึกตนของพวกเราได้ไปอีกนาน โลกอยู่ไม่ไกล
เกินเอื้อมแล้ว…….”
แม้ว่าพวกมันจะทำให้จิตใจของตนเองมั่นคงแล้ว ทว่าใน
แววตาของพวกมันแต่ละคน กลับบ้าคลั่งและร้อนแรงยิ่ง
กว่า พวกมันมองโลกใบนี้ด้วยความตะกละตะกลาม
มองดูหนุ่มสาวชาวเหยียนหวงที่อยู่รอบๆอย่างกระเหียน
กระหาย เมื่อเทียบกับชาวกุ่ยเหยียนทั้งหลาย พวกเขา
นับว่าดูอ่อนโยนและมีเนื้อมีหนังมากกว่าหลายเท่าตัวนัก
เมื่อได้เห็นฉากเหตุการณ์ตรงหน้า เจ้าประมุขถ้ำปีศาจ
พญายมก็ถึงกับอ้าปากเผยอ ดวงตาของมันเต็มไปด้วย
หยาดน้ำตา มองดูโลกอันงดงามที่อยู่เบื้องหน้าด้วยตัว
สั่นเทา กระทั่งไม่อาจเอื้อนเอ่ยสิ่งใดได้
ที่อยู่ด้านข้างของมันเป็นโฉมงามชาวกุ่ยเหยียนนางหนึ่ง
ซึ่งกำลังอิงแอบมัน นางก็รู้สึกตกใจเช่นกัน แน่นอนว่า
น้ำตาของนางย่อมไหลรินไม่ขาดสาย ฉับพลันนางเอ่ย
ออกมาด้วยความตื้นตัน “ข้าอยากให้ ซีซี ได้มองเห็น
โลกที่สวยงามเบื้องหน้า ในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้นางไป
อยู่ที่ไหนกัน…….”
เมื่อกล่าวจบหยาดน้ำตาของนางพลันตกลงมาไม่ขาด
สาย
“ข้าเชื่อว่านางจะต้องกลับมา…….” เจ้าประมุขถ้ำปีศาจ
พญายมเอ่ยออกมาด้วยท่าทางสะอึกสะอื้นเล็กน้อย
“ใช่แล้ว” นางพยักหน้าตอบรับ จากนั้นกล่าวต่อ “แล้ว
ท่านล่ะเตรียมตัวเป็นอย่างไรบ้าง? ท่านจะล้างบางชาว
เหยียนหวงหรือไม่?”
เจ้าประมุขเขยิบหัวไปใกล้ๆกับหูของนางแล้วกล่าว
“พวกมันไร้เดียงสาเกินไป คิดว่าจะใช้สิ่งนี้ยึดครองโลก
หล้า ถึงแม้ว่าพวกเราจะออกมาแล้ว แต่ยอดฝีมือที่
แข็งแกร่งที่สุดบนโลกใบนี้ยังไม่ได้เปิดเผยตัวออกมา ตัว
ข้ามีความมั่นใจในเทพมารบรรพกาล แต่ทว่าจักรพรรดิ
โบราณเหยียนหวงยังไม่ตายก็ยังไม่รับว่าพวกเรามีอิสระ
อย่างแท้จริง ยามนี้พวกเราควรจะรีบหาที่หลบซ่อนตัว
………”
มันหันกลับไปมอง ซึ่งยามนี้ชาวกุ่ยเหยียนทั้งหลายกำลัง
อยู่ในอาการบ้าคลั่ง ทำให้ตัวมันลึกๆรู้สึกผิดหวังไม่น้อย
ความจริงตั้งแต่ต้นจนจบ ดูเหมือนจะมีเพียงแค่มันเองที่
ต่อสู้เพื่อชะตากรรมของตน
มันมีปฏิกิริยาตอบสนองล่วงหน้าคนอื่น คนเร่งสั่งการ
เทพมารบรรพกาลให้มันไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ฉับพลัน
นั้นเอง คนยักษ์ก็ได้มุ่งหน้าไปยังทิศเหนือในทันที
ขณะนี้ อู่ อวี้ ได้พา เย่ซีซี ออกมาจากพิภพอเวจี ซึ่ง
บัดนี้ค่ายกลของพิภพอเวจีได้ถูกทำลายไปจนสิ้นแล้ว
แน่นอนว่า เย่ซีซี จึงสามารถออกมาได้ เมื่อนางออก
มาแล้วได้มองเห็นโลกภายนอกอันกว้างใหญ่ มองเห็น
ชาวเหยียนหวงจำนวนมากและยังมีเทพมารบรรพกาล
ขนาดใหญ่ที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน นางจึงนิ่งงันไป
ครู่ใหญ่ จากนั้นปรากฏหยาดน้ำตาไหลผ่านแก้ม พร้อม
กับร่ำไห้ออกมาว่า “นี่มัน…….นี่มันคือโลกภายนอกใช่
หรือไม่? ข้าออกมาข้างนอกแล้วจริงๆ……..”
นางไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวเอง
อู่ อวี้ ก็เป็นเช่นเดียวกัน เขาไม่คาดคิดว่าชาวกุ่ยเหยียน
จะสามารถทะลวงฝ่าออกมาได้สำเร็จ เทพมารบรรพ
กาลมีความสามารถถึงขั้นนั้นจริงๆ……หากไม่ได้เห็นด้วย
ตาตนเอง เขาก็ไม่มีทางเชื่อ
ยามนี้เขามีอาการเช่นเดียวกับชาวเหยียนหวงที่เต็มไป
ด้วยความหดหู่ ทว่า เย่ซีซี กลับกลายเป็นตื่นเต้น โลก
เบื้องหน้าของนางช่างสวยมากจริงๆ ยามนี้นางไม่ได้ยิน
เสียงของชาวกุ่ยเหยียนคนอื่นแม้แต่น้อย นางคงคิดว่า
ชาวกุ่ยเหยียนน่าจะไปหาสถานที่ที่ไร้ผู้คนและใช้ชีวิตอยู่
อย่างสงบ……..
เมื่อ อู่ อวี้ เห็นว่าเทพมารบรรพกาลกำลังเดินทางขึ้น
เหนือ ซึ่งดูเหมือนว่ากำลังจะเร่งจากไปให้เร็วที่สุด ทำให้
อู่ อวี้ พอจะได้ยินเสียงเอะอะโวยวายไปด้วยโทสะของ
ชาวกุ่ยเหยียนทั้งหลายจากบนร่างของเทพมารบรรพ
กาลได้อย่างเลือนลาง น่าจะเป็นเพราะว่าพวกมันคิด
อยากจะสังหารชาวเหยียนหวงทั้งหมด ทว่าดูเหมือนผู้
ควบคุมเทพมารบรรพกาลจะไม่เห็นด้วย ทำให้มันเต็มไป
ด้วยความวุ่นวาย
“พี่อวี้ ข้าควรจะไป ท่านพ่อข้าและคนอื่นๆกำลังจะจาก
ไปแล้ว ข้าจำเป็นต้องตามพวกเขาให้ทัน” เย่ซีซี เหลือบ
มองไปจากนั้นปาดน้ำตาออกจากบนใบหน้า แล้วกล่าว
ด้วยท่าทางเคร่งเครียด
แน่นอนว่านางอยากจะติดตามพ่อแม่ของตัวเองไป ซึ่ง
ก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ ได้กำชับนางเอาไว้มากมาย แต่ก็ไม่
อาจจะหยุดนางได้ เขาจึงกล่าวขึ้น “จงจำเอาไว้ว่าต้อง
ให้พ่อของเจ้าหาสถานที่สงบๆเพื่อเอาชีวิตรอด และ
จะต้องไม่เป็นปฏิปักษ์กับชาวเหยียนหวง เพราะสงคราม
นั้นมีแต่จะเสียหายกันทั้ง 2 ฝ่าย…….”
หลังจากกล่าวจบเขายังรู้สึกไม่มั่นใจ เนื่องจากว่า
ในตอนนี้ชาวกุ่ยเหยียนได้ครอบครองพลังอำนาจระดับ
เดียวกับเทพเซียน ด้วยนิสัยของพวกมัน หากมีพลัง
เช่นนี้แล้วจะมีเหตุผลใดที่จะให้พวกมันไม่คิดล้างแค้น?
แล้วมีเหตุผลอันใดที่จะไม่ยึดเอาสถานที่ที่เต็มไปด้วย
พลังฟ้าดินอันอุดมสมบูรณ์ที่สุดมาเป็นฐานที่มั่นของตน?
“ไปเถอะ” อู่ อวี้ ตระหนักได้ว่าความแข็งแกร่งของตน
ในยามนี้ยังมีไม่พอ เขาจึงไม่สามารถจัดการสิ่งใดได้อีก
“พวกเราจะต้องได้พบกันอีกแน่นอน แล้วพบกันใหม่!”
นางเร่งรีบติดตามไปยังทิศที่เทพมารบรรพกาลไป
ในทันที
เมื่อชาวเหยียนหวงคนอื่นๆมองเห็นว่าเทพมารบรรพ
กาลไม่มีความตั้งใจที่จะฆ่าสังหาร พวกเขาจึงถอน
หายใจออกมาอย่างโล่งอก
แต่ในขณะนี้—–
ตึง—
อู่ อวี้ พลันได้ยินเสียงคมกระบี่ดังก้องออกมาจากบน
ท้องนภา
เสียงกระบี่นี้คมชัดยิ่งนัก มันยังคงดังสะท้อนก้องอยู่ใน
ใบหูอย่างต่อเนื่อง รู้สึกราวกับใบหูหรือแม้กระทั่งศีรษะ
ของตนถูกฉีกเปิดออก ในชั่วพริบตานี้ไม่ได้มีเพียงแค่ อู่
อวี้ เท่านั้นที่ได้ยิน คนอื่นต่างก็สัมผัสรับรู้จนต้องเอามือ
ป้องหูไว้ทันที
แม้แต่มหาอุปราชและขุนนางน้อยใหญ่ด้วยเช่นเดียวกัน
เจ้าประมุขถ้ำปีศาจพญายมและเจ้าประมุขคนอื่นๆก็ไม่
ต่าง ในขณะที่พวกมันกำลังส่งเสียงตะโกนด้วยความปิติ
กลับไม่คิดเลยว่าเสียงซุ่มเสียงนี้จะดังขึ้นอย่างฉับพลัน
จนทำให้ใบหน้าพวกมันถอดสี
“มัน มาแล้ว ทีนี้พอใจพวกเจ้าแล้วหรือยัง” ประมุข
พญายมยิ้มอย่างเย็นชา
“มาก็มาเลย เทพมารบรรพกาลสังหารมันในคราเดียว
ไปเลย!” ผิดกับประมุขพญายม คนอื่นๆล้วนมิเกรงกลัว
อันใดทั้งสิ้น
อู่ อวี้ ยื่นมือออกไปดึง เย่ซีซี เอาไว้ จากนั้นเร่งพานาง
ออกไปยังที่ห่างไกลพร้อมกล่าวว่า “อย่าเพิ่งไป”
“ทำไมกัน ใครปรากฏตัวงั้นหรือ…..”เย่ซีซี เอามือปิดหู
พร้อมเอ่ยถามด้วยสีหน้าเจ็บปวด
อู่ อวี้ แหงนหน้ามองไปบนท้องฟ้าที่อยู่เหนือหัวของเทพ
มารบรรพกาล ฉับพลันมองเห็นลำแสงสีทองหนึ่งสายซึ่ง
มีขนาดค่อนข้างเล็ก แต่ทว่ามันกลับเด่นชัดเป็นอย่างยิ่ง
แม้จะราวกับไม่มีอะไร แต่มันกลับบังเกิดความรู้สึกอัน
น่าหวาดหวั่นขึ้นมา มันน่าตกใจอย่างไม่อาจหาที่ใดมา
เปรียบ ลำแสงนี้มันทำให้เขาหายใจได้อย่างติดขัดอย่าง
ยิ่ง
“ไม่คาดว่าจะเป็น จักรพรรดิโบราณเหยียนหวง มาเอง
…..” ขณะที่ อู่ อวี้ เอ่ยนามนี้ออกมา ทว่ามันกลับติดอยู่
ในลำคอและกล่าวออกมาได้อย่างยากลำบาก ลาง
สังหรณ์ได้บอกเขาว่าเขาควรจะพา เย่ซีซี หนีไป มิฉะนั้น
ผลที่ตามมา คงจะเลวร้ายอย่างยิ่ง
“หรือว่า…จอมจักรพรรดิเซียนอมตะเป็นที่เป็นตำนาน
ของพวกท่าน?….” เย่ซีซี เงยหน้าขึ้นไป ทันใดนั้นก็ก้ม
หัวลงอย่างทันที นางไม่กล้าเงยหน้ามองดูแม้เพียง
ชายตา นางรู้ว่าจักรพรรดิโบราณเหยียนหวงสมควรลง
มาเพื่อจัดการกับเทพมารบรรพกาลโดยเฉพาะ ซึ่ง อู่ อวี้
เป็นกังวลว่านางอาจจะถูกลูกหลงจากการปะทะกันของ
ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสอง
“เป็นเขา”
อู่ อวี้ เคลื่อนไหวอย่างทันทีทันใด ยามนี้พิภพอเวจีเกิด
แรงสั่นสะเทือนอันรุนแรงยิ่ง ทุกคนต่างพากันให้ความ
สนใจไปที่เทพมารบรรพกาลและลำแสงสีทองที่อยู่บน
ท้องฟ้า จึงไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น อู่ อวี้
“ลูกหลานเหยียนหวง น้อมคาราวะจอมจักรพรรดิ! ขอ
พระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นหมื่นปี!”
ในขณะที่จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงปรากฏกาย ชาว
เหยียนหวงทุกคนเร่งสลัดสีหน้าเป็นกังวลออกไป เปลี่ยน
กลายเป็นตื่นเต้นหาที่เปรียบ ขณะนี้ทุกคนคุกเข่าก้มลง
ไปกราบกรานอยู่บนพื้น พร้อมทั้งเอ่ยออกมาด้วยเสียง
อันดังลั่น ใบหน้าเต็มไปด้วยความเคารพศรัทธา ราวกับ
ได้พบเห็นเซียนอมตะที่แท้จริง แม้กระทั่งมหาอุปราชที่
เป็นพระอนุชาของจักรพรรดิโบราณก็ไม่ต่างกัน……
อู่ อวี้ ไม่ได้เกิดมาในตระกูลเหยียนหวง ไม่รู้ว่าจักรพรรดิ
โบราณเหยียนหวงมีพลังอำนาจถึงเพียงไหน ดังนั้นจึงไม่
ค่อยเข้าใจว่าทำไมพวกเขาถึงคลั่งไคล้จักรพรรดิโบราณ
เพียงนี้ แม้ว่าเขาจะได้รับราชโองการจักรพรรดิโบราณ
มาก็ตามที
อู่ อวี้ ไม่ได้คุกเขาลงไปเพราะเขารู้สึกไม่คุ้นเคย ยามนี้
เขากำลังซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางลาวาที่กำลังปะทุออกมา
เพื่อปกป้อง เย่ซีซี เอาไว้ พยายามเงยหน้าขึ้นไปมองบาง
ครา ซึ่งดูเหมือนว่าลำแสงสีทองกำลังเข้าไปใกล้ตำแหน่ง
ของเทพมารบรรพกาล ภายใต้คลองจักษุมองเห็นร่าง
ร่างหนึ่งถูกปกคลุมด้วยลำแสงอาบไล้ นับว่าเป็นเรื่อง
ลำบากมากที่จะมองลอดเข้าไป แม้ว่า อู่ อวี้ จะใช้เนตร
เพลิงก็ยังไม่สามารถมองทะลุไปได้ชัดเจน
มองเห็นเพียงแค่ชุดคลุมมังกร มงกุฏจักรพรรดิและ
ดวงตาคู่หนึ่ง ตาข้างซ้ายของคนผู้นั้นเป็นสีเหลืองทองที่
ร้อนแรงราวกับดวงตะวัน ดวงตาข้างขวาเป็นสีฟ้าที่สงบ
นิ่งราวกับจันทรา จะเห็นได้เพียงแค่ประกายแสง ไม่
อาจจะมองเห็นทั้งหมดได้ชัดเจน
อย่างไรก็ตามเมื่อเขาปรากฏตัวออกมา แม้ว่าจะมองไม่
เห็นเค้าโครงทั้งหมดก็ตาม ทว่าเหมือนมีแรงบางอย่าง
บีบบังคับให้ อู่ อวี้ ต้องก้มหัวลง กระทั่งกดดันให้เขา
ต้องคุกเข่าลงไปอย่างจำยอม แน่นอนว่า อู่ อวี้ ยังคงฝืน
เงยหน้ามองขึ้นไปมอง และบัดนี้ ดูเหมือนกับว่าเทพมาร
บรรพกาลจะได้พบกับคู่ต่อสู้ที่แท้จริงของตนเอง ยามนี้
มันแผดเสียงคำรามดังกัมปนาท ชูกำปั้นทั้ง 2 ข้างขึ้น
เหมือนกับกำลังท้าทายจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง!
หลังจากชาวกุ่ยเหยียนที่อยู่ภายในร่างกายของเทพมาร
บรรพกาลรู้ว่าคนผู้นี้คือยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดบน
ชมพูทวีปโลกธาตุ พวกมันก็เกิดความบ้าคลั่งและปิติ
ขึ้นมาในเวลาเดียวกัน ยามนี้มันยังคงตะโกนโห่ร้อง
ออกมาอย่างบ้าคลั่ง หมายให้เทพมารบรรพกาลสังหาร
จักรพรรดิโบณาณเหยียนหวงผู้นี้ให้สิ้นเสีย!
“สังหารจักรพรรดิโบราณเหยียนหวงได้ เทพมารบรรพ
กาลของพวกเราจึงจะสามารถสั่นคลอนปฐพีได้อย่าง
แท้จริง จวบจนไปถึงข่มขวัญผู้ฝึกตน ปีศาจ และผู้ฝึกตน
นอกรีตทั้งปวง!”
“หากนำมงกฏของมันมาได้ พวกเราจักขึ้นเป็น
จักรพรรดิองค์ใหม่ของโลกใบนี้!”
“เร็วเข้าเหล่าเจ้าประมุขทั้งหลาย โจมตีจักรพรรดิ
โบราณเหยียนหวงผู้นี้! นี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการล้าง
แค้นของพวกเราชาวกุ่ยเหยียนแล้ว!”
“ฆ่ามันซะ! ฆ่า!”
พวกมันคำรามออกมาอย่างต่อเนื่อง แม้กระทั่งมีบางคน
ยังอยากจะพุ่งออกไปจัดการสังหารจักรพรรดิโบราณเห
ยียนหวงด้วยตนเอง!
ไม่ว่าเทพมารบรรพกาลจะเดือดดาลมากถึงเพียงใด
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงยังคงมีท่าทีนิ่งเฉยอยู่
ท่ามกลางลำแสงสีทอง อู่ อวี้ มองเห็นเพียงแค่หมอก
ควันแลแสงสีทองอาบไล้ที่รายล้อมจักรพรรดิโบราณเห
ยียนหวง ซึ่งรอบกายของคนผู้นี้เปี่ยมไปด้วยปราณกระบี่
หนาแน่น ทว่าปราณกระบี่ทั้งหลายไม่ใช่ปราณกระบี่
ธรรมดา แต่ละครั้งที่มันกระพริบ จะให้ความรู้สึกดั่ง
อัสนีฟาดผ่าลงไปยัง จิ่วเย่วจี ไม่! ไม่ใช่เปรียงดั่ง แต่มัน
คือระนาบเดียวกัน ระดับเดียวกันจริงๆ!!
“ปะ…เป็นเทพเซียนจริงๆ…?” อู่ อวี้ มองดูด้วยแววตา
สับสน
ก่อนหน้านี้ เขาคิดว่า ห่าวเทียนซ่างเซียน เป็นเทพเซียน
แต่ทว่ามันไม่ใช่
ดังนั้นเขาจึงเกิดความคิดว่าจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง
ผู้นี้ที่ผู้อื่นยกย่องสรรเสริญว่าเป็นเทพเซียนแท้จริง จะ
เป็นเทพเซียนจริงๆหรือไม่?
แม้ตอนนี้จะยังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่ชัดออกมา
ทว่าหมิงซวงได้บอกกล่าวออกมาว่ามันอาจจะเป็นไปได้
อู่ อวี้ รู้ว่าจะต้องมีสักวันที่เขาจะมีสามารถพอทัดเทียม
กับจักรพรรดิโบราณเหยียนหวงผู้นี้ได้ และเมื่อวันนั้น
มาถึง เขาจึงจะรู้คำตอบจริงๆ
บัดนี้เทพมารบรรพกาลเริ่มเคลื่อนไหว มันส่งเสียง
คำรามดังกึกก้อง เช่นเดียวกับยามที่ทำลายค่ายกลเหนือ
หล้า ขณะนี้มันชูกำปั้นขึ้นและพุ่งทะยานหมายเข้าโจมตี
ใส่จักรพรรดิโบราณเหยียนหวง
การต่อสู้ของผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด 2 คนบนโลกมนุษย์
เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาของ อู่ อวี้…………
ผลลัพธ์จะลงเอยเช่นไร?
อู่ อวี้ ไม่อาจจะคาดเดาได้แม้แต่น้อย
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ