กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 887: ลุกขึ้นใหม่
ชาวเหยียนหวงรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างขึ้นมาจับใจ
เมื่อจับจ้องมองดูเจ้าประมุขถ้ำปีศาจพญายม กับ
ชาวกุ่ยเหยียนจำนวนนับไม่ถ้วน ถูกบดขยี้สังหารตกตาย
ไป ผู้คนมากมายต่างจับจ้องไปยังจักรพรรดิโบราณเห
ยียนหวง ด้วยสายตาทั้งหวาดกลัวและเลื่อมใสศรัทธา
ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คือพลังของทวยเทพ มนุษย์ธรรมดา
สามัญไม่สามารถมีพลังถึงระดับนี้ได้
ทุกคนจ้องมองภาพเดียวกันด้วยความรู้สึกแตกต่างกัน
…
ชาวเหยียนหวงตื่นเต้นมาก เมื่อแลเห็นชาวกุ่ยเหยียน
กรีดร้องหลบหนีอย่างน่าเวทนา …
อู่ อวี้ ค่อนข้างรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย นี่คือการห้ำหั่นชีวิต
พรากความตายเป็นผักปลา ซึ่งเต็มไปด้วยความ
เหี้ยมโหดอำมหิตอย่างยิ่ง จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงมิ
ให้โอกาสบิดามารดาของเย่ซีซี และ คนอื่น ๆ มีชีวิต
แม้แต่น้อย ทุกผู้คนถูกปฏิบัติอย่างเท่าเทียม ในสายตา
ของเขาทุกคนเสมือนดั่งมดปลวก ไม่ว่าจะทิศทางล้วน
ถูกกวาดล้างจนเรียบเนียนไม่เหลือหลอ …
ในช่วงเวลาเช่นนี้ อู่ อวี้ ทำได้เพียงห่วงกังวลเย่ซีซี
เท่านั้น
อู่ อวี้ ไม่มีเวลาให้คิดเกี่ยวกับบิดามารดาของตนมากนัก
เนื่องจากมารดาของเขาด่วนจากไป โดยไม่ได้ทิ้งคำสั่ง
เสีย บิดาของเขาคือฮ่องเต้ของมนุษย์มีลูกหลานนาง
สนมมากมาย ฉะนั้นความดูแลใส่ใจย่อมไม่ทั่วถึง ยากที่
จะรู้ว่าความรู้สึกของเขาเป็นเช่นไร
แต่เย่ซีซีไม่เหมือนกัน นางนั้นมีบิดามารดาแค่เพียงคน
เดียวเท่านั้น นางเติบโตมาด้วยความรักที่บิดามารดา
มอบให้อย่างเปี่ยมล้นเต็มที่ หลายปีที่ผ่านมาสิ่งสำคัญ
ที่สุดในชีวิตของเย่ซีซีก็คือบิดามารดา ยามนี้นางเห็น
บิดามารดาของตนเองตกตายกลายเป็นเถ้าธุลีตกลงสู่
พิภพอเวจีต่อหน้าต่อตา
ทุกสรรพสิ่งเงียบสงัด
อู่ อวี้ เห็นนางร่างกายสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เล็บมืออัน
แหลมคมจิกเข้าไปในเนื้อโลหิตไหลหยดออกมา ถึง
กระนั้นฝ่ามือเล็ก ๆ ยังคงสั่นเทา …
“อย่าหวาดกลัวไปเลย” อู่ อวี้ ไม่เก่งเรื่องปลอบโยน
ฉะนั้นเขาจะไม่รู้ว่าจะปลอบโยนนางอย่างไรดี แน่นอน
ว่านางย่อมโศกเศร้าอย่างที่สุด แม้กระทั่งตัวเขายังแทบ
จะทนรับไม่ไหว ความรู้สึกนี้เขาเคยประสบพบเจอกับ
ตนเอง มันทุกข์ทรมานอย่างสุดแสนเมื่อครั้งที่ท่านลุง
เสิ่นตกตาย
อย่างไรก็ตาม มันก็ยังดีกว่าเหตุการณ์ที่แม่นางผู้นี้
ประสบ นางต้องเจ็บปวดทรมาน ที่ต้องเห็นบิดามารดา
ของตนเองตกตายไปต่อหน้าต่อตา
นอกจากนี้เขายังกังวลว่า เย่ซีซี จะหาหนทางคิดแก้แค้น
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวง ดังนั้นเพื่อเป็นการปกป้อง
ตัวเองและนาง ทั้งยังมิให้มรดกต้องถูกเปิดเผย ดังนั้น
เขาจำเป็นต้องหยุดนางไว้
สิ่งที่แปลกไปก็คือนางไม่ได้ขาดสติเหมือนตนเอง นางจับ
เขาไว้ให้แน่นศีรษะซบบนทรวงอกของเขา แมวหลาน
หลานปีนขึ้นไปบนไหล่ของนาง เมื่อมันเห็นภาพที่
เกิดขึ้นดวงตาของมันก็เจิ่งนองไปด้วยหยาดน้ำตา มัน
เป็นเพียงแค่แมวจึงยากที่จะแสดงอารมณ์ออกมาได้
ชัดเจน ทว่า อู่ อวี้ เห็นความเศร้าโศกของมัน มันเหยียด
กรงเล็บตัวงองุ้ม ตวัดกรงเล็บกลางอากาศราวกับว่า
กำลังคว้าจับอะไรบางอย่าง ทว่าไม่มีอันใดให้คว้าจับ …
“เมี๊ยววว” แมวขาวหลับตาแล้วเอาหัวของมันถูกับศีรษะ
ของเย่ซีซี
นางบีบมือเขาอย่างแรง อู่ อวี้ รู้ดีว่าหัวใจของนางแหลก
สลาย เจ็บปวดทรมานจนยากเกินกว่าจินตนาการได้
บิดามารดาของนางรักนางมาก แล้วนางก็รักบิดามารดา
ของนางมากเช่นกัน
อืมมม …
นางเงยหน้าขึ้นแล้วมองตาของ อู่ อวี้ เขาพบว่านาง
เปลี่ยนไป แต่ไม่อาจพรรณนาออกมาเป็นคำพูดได้ถึง
การเปลี่ยนแปลง ในบางทีนางอาจจะเติบโตขึ้นมาจาก
สาวน้อย แววตาอันบริสุทธิ์ไร้เดียงสาของนางนั้นหายไป
แทนที่ด้วยความเย็นชาแลเกลียดชังอย่างฝังแน่น นี่ไม่ใช่
สิ่งที่ อู่ อวี้ อยากจะเห็น ทว่าเขาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดอันใด
แม้แต่น้อยนิด เนื่องด้วยทราบดีว่าเย่ซีซีไม่ต้องการให้สิ่ง
นี้เกิดขึ้น แต่นางก็ไร้ซึ่งหนทาง แววตาของนางสั่น
สะท้านจ้องมองมาที่ อู่ อวี้ พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ”
วันหนึ่งข้าจะฆ่ามันด้วยมือของข้าเอง ท่านคิดว่าเป็นไป
ได้หรือไม่? ”
นางต้องการสังหารจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง!
นางพยายามสะกดข่มอารมณ์ เวลานี้นางยังตายไม่ได้
เด็ดขาด ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ความคิดของนาง
แปรเปลี่ยนไป ความรู้สึกของนางปัจจุบันราวกับกำลัง
จมดิ่งอยู่ในห้วงมหานที ลึกเข้าไปภายในของนางกำลัง
พยายามดิ้นรนหลุดพ้นจากความโศกเศร้า นางต้องการ
ให้ อู่ อวี้ ให้คำตอบนี้แก่นาง!
อู่ อวี้ ไม่เคยคิดเรื่องมาก่อนนี้เลย ประการแรกเขารู้สึก
ว่าการสังหารจักรพรรดิโบราณเหยียนหวงเป็นไปไม่ได้
เลย ประการที่ สองอีกฝ่ายหาใช่ศัตรูของเขา บางที
อาจจะเป็นเทพเซียนที่ดีมากเสียด้วยซ้ำ
แต่ตอนนี้เขาต้องตอบคำถามของ เย่ซีซี ซึ่งสำคัญกับ
นางอย่างยิ่งยวด
อู่ อวี้ ครุ่นคิดเกี่ยวกับมันครู่หนึ่ง การล้างแค้นให้บิดา
มารดาของตัวเองถือเป็นเรื่องปกติ ไม่มีผู้ใดสามารถ
หยุดยั้งมันได้ แม้ว่าจะเป็นตัวของเขาเอง เขามองไปที่เย่
ซีซีอีกครั้งแล้วกล่าวขึ้นว่า ” ตราบใดที่เจ้าต้องการไม่มี
อันใดที่เจ้าทำไม่ได้ แต่เจ้าต้องใช้ความอดทนเข้มแข็ง
เป็นอย่างมาก เจ้าจะต้องเติบโตขึ้นเจ้าจะต้องซ่อนตัวอยู่
ในที่มืด เป็นเสมือนดังนักฆ่าที่ซุ่มสังหารศัตรู! แต่ … ข้า
ต้องการให้เจ้าเป็นอย่างที่เคยเป็น … ช่างเถอะ นี่ไม่ใช่
สิ่งที่เจ้าสามารถทำได้ ตอนนี้เจ้าเป็นเพียงแค่เหยื่อ ซีซี…
ความสามารถของข้าในวันนี้ ยังไม่อาจจะช่วยเหลือเจ้า
ได้ ข้าพูดได้เพียงว่าในภายภาคหน้าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ข้าจะเคียงข้างเจ้า ไม่ทิ้งเจ้าเด็ดขาด จนกว่าเจ้าจะทำ
ตามความปรารถนาของเจ้าได้ ”
นี่คือความมุ่งมั่นที่เขามีต่อ เย่ซีซี
เขารู้ว่า เย่ซีซี ไม่สามารถอยู่รอดในโลกนี้ได้ด้วยตัวเอง
นางไม่รู้อันใดเลย เขาเป็นเพียงคนเดียวที่นางพึ่งพาได้
สถานการณ์เลวร้ายในปัจจุบัน เย่ซีซี ไม่สามารถกลับไป
ที่พิภพอเวจีได้
สำหรับจักรพรรดิโบราณเหยียนหวงแล้ว การจัดค่ายกล
ขึ้นมาใหม่เป็นเรื่องง่ายดายอย่างมาก เขาปิดผนึก
ช่องว่างในพิภพอเวจีไว้เป็นการชั่วคราว อันที่จริง
หลังจากเหตุการณ์นี้ผ่านไป คาดว่าไม่มีชาวกุ่ยเหยียน
คนใดกล้าที่จะออกมาอีก ด้วยเพราะความหวาดกลัว
อย่างที่สุด พวกมันสมควรหลบหนีเข้าไปในส่วนลึก
แน่นอนว่าเย่ซีซีไม่ได้กลับไปด้วย
ถ้านางอยู่กับ อู่ อวี้ นางจะเป็นชาวกุ่ยเหยียนเพียงคน
เดียวที่อยู่ในโลกภายนอก
” พี่ชาย…ขอบคุณท่านมาก ” นางซุกตัวอยู่ในอ้อมแขน
ของ อู่ อวี้ หูแนบไว้บนทรวงอกของเขา นางพยายาม
กลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล แม้ว่าตอนนี้จิตใจของนางจะ
พังทลายอย่างไม่เหลือชิ้นดี แต่เมื่อยังอยู่หน้าศัตรู เราก็
ไม่อยากที่จะร่ำไห้ออกมา
” ท่านสัญญาว่าจะไม่ทิ้งข้า ข้าไม่ต้องการอยู่คนเดียว …
” บางทีคราวนี้ อู่ อวี้ อาจเป็นเพียงฟางเส้นสุดท้ายใน
ชีวิตของนาง หากนางไม่จับเขาไว้ที่นั่น นางก็กลัวว่าเขา
จะหายตัวไปทันที
“ไม่ต้องห่วง” อู่ อวี้ ลูบหัวนาง เด็กผู้นี้น่าสงสารอย่าง
มากแม้ว่าอายุขัยของนางจะแก่กว่ารูปลักษณ์ แต่อายุไม่
สำคัญ
เมื่อมองย้อนกลับไป จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงก็
กระทำในสิ่งที่ตนต้องทำแล้ว ท่ามกลางการสักการะ
กราบกรานจากชาวเหยียนหวงจำนวนนับไม่ถ้วน
จักรพรรดิโบราณค่อย ๆ หายลับขอบฟ้าไปในที่สุด เย่ซี
ซีที่อยู่ภายในวงแขนของ อู่ อวี้ จ้องมองดูจักรพรรดิ
โบราณจากไป สายตาของนางแปรเปลี่ยนไปอย่าง
ต่อเนื่อง จากนั้นความคิดของนางก็เปลี่ยนแปลงเป็นลึก
ล้ำเย็นชาถึงขีดสุด
ทุกสรรพสิ่งจบแล้ว
ชาวเหยียนหวงตื่นเต้นมีความสุขอย่างยิ่ง
แม้ว่าจะมีบางคนรู้สึกหดหู่เล็กน้อย แต่จำนวนผู้บาดเจ็บ
ล้มตายก็มีไม่มากนัก อย่างไรก็ตามการที่พวกมันมีส่วน
ร่วมในการหยุดยั้งเทพมารบรรพกาล ก็นับเป็นผลงาน
อย่างหนึ่ง
ในเมื่อ เย่ซีซี ออกมาแล้ว นับแต่นี้ไป อู่ อวี้ ก็ไม่
จำเป็นต้องเข้าไปในพิภพอเวจีอีก
ในเวลานี้ เย่ซีซี จมลงสู่ความเกลียดชังและความ
เจ็บปวดอย่างสุดแสน อู่ อวี้ จำต้องหาทางให้ เย่ซีซี มี
ฐานันดร พอที่จะรวมกลุ่มกับตนเองได้ในอนาคต เขา
สัญญาว่าจะดูแลนาง แน่นอนว่าต้องไม่กลับคำเด็ดขาด
เขาส่งข้อความไปให้โอรสเล่อ ความว่า ตนกำลังรอ
หนานซางหวางเยว่ กับโอรสอยู่ภายในนครแห่งหนึ่งใกล้
กับพิภพอเวจี โดย อู่ อวี้ ได้ให้ทั้งสองมากันเพียงลำพัง
ซึ่งก่อนหน้าเขาได้เห็นทั้งสองอยู่ในหมู่ฝูงชนกำลังต่อสู้
อย่างดุเดือด ทว่าเขาอยู่ห่างไกลจากสถานที่ต่อสู้ จึงไม่มี
ใครสังเกตเห็นตัวเขาได้
อู่ อวี้ ดึงเย่ซีซีถอยห่างออกมาอย่างเงียบ ๆ คนกลุ่มใหญ่
นี้ หลังจากทำหน้าที่ของตนเสร็จสิ้นแล้ว ก็พากันแยก
ย้ายจากออกมา
รอจนกระทั่งผู้คนจากออกไปหมดแล้ว เย่ซีซี จึงหันหลัง
กลับไปมอง แลเห็นว่าเหนือขอบฟ้ามีควันดำลอยขึ้นมา
จากพื้นปฐพี ควันนี้ลอยออกมาจากทิศทางของพิภพ
อเวจี ซึ่งเป็นบ้านของนาง
เดิมทีโลกภายนอกถือเป็นความใฝ่ฝันปรารถนาของนาง
ทว่ายามนี้นางกลับมิได้รู้สึกแปลกใจแม้แต่น้อย
นางกอดแมวสีขาว คุกเข่าลงบนพื้นด้วยน้ำตานองหน้า
จับจ้องไปยังทิศทางของพิภพอเวจีอย่างสิ้นหวัง
” ไม่รู้ว่าบิดามารดาของข้า แท้จริงแล้วยังมีชีวิตอยู่
หรือไม่ … ”
ระหว่างที่กล่าวประโยคนี้ นางก็สำลักคำพูดของตนเอง
บางทีนี่อาจเป็นสิ่งที่นางเศร้าโศกมากที่สุด นางร่ำไห้
เสมือนดั่งฟ้ารั่ว น้ำตาหลั่งไหลเป็นสาย ในเวลานี้นางดู
บอบบางเป็นอย่างยิ่ง ร่างกายเล็ก ๆ แทบจะสูงไม่ถึง
หญ้าข้างทางด้วยซ้ำ…
เมื่อมองดูควันไฟลอยขึ้นสู่ฟากฟ้า ทำให้นางหวนรำลึก
ไปถึงวัยเยาว์ ภาพที่มารดาของนางพาไปแลชมเรียนรู้สิ่ง
ต่าง ๆ มากมาย ภาพที่บิดาคอยอบรมบ่มเพาะนางอย่าง
รักใคร่ …
ทั้งเคี่ยวเข็ญ ติชม และความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวนาง
ภาพความทรงจำตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ผัน
ผ่านเปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง ในแต่ละครั้งที่นางนึก
ถึงมัน เสมือนดั่งมีมีดมากรีดเฉือนหัวใจนาง
ผู้คนมักรู้สึกเจ็บปวด เมื่อต้องสูญเสีย
ความสุขและทุกข์โศกในอดีต มลายหายไปพร้อมกับ
หมอกควัน เย่ซีซี ยังจดจำการแสดงออกสุดท้ายของ
บิดาก่อนจะสิ้นชีวิตได้ บิดาของนางพยายามต่อสู้เพื่อ
โชคชะตา อาจหาญไม่เกรงกลัวความตาย ช่วงเวลานั้น
มารดาของนางอาจจะหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง แต่นาง
เกาะกุมมือของสหายเต๋าเคียงคู่ไว้อย่างแน่นหนา บางที
ช่วงเวลานั้นนางอาจจะมิได้เกรงกลัวกว่าความตายก็
เป็นได้ …
ทว่านางยังคงห่วงบุตรสาวของตน ดังนั้นก่อนที่นางจะ
ถูกกำจัด สายตาของนางยังคงมองกวาดไปรอบ ๆ ด้วย
เพราะต้องการทราบว่าเย่ซีซีอยู่แห่งหนใด บางทีนาง
อาจจะสามารถจากไปอย่างสงบ น่าเสียดายที่ไม่มีโอกาส
นั้น…
” บางครั้ง โชคชะตาก็เป็นสิ่งที่ไม่อาจหาคำตอบได้ คน
อยู่ไหนความทุกข์ก็อยู่นั่น นี่คือความจริงที่เกิดขึ้น หาก
เจ้าเสียใจมากขนาดนั้น สิ่งที่พอกระทำได้ คือทำความ
ปรารถนาของพวกเขาให้เป็นจริง ข้าเชื่อว่าพวกเขาต้อง
คอยเฝ้ามองดูอยู่บนสวรรค์ และรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเจ้า
อย่างแน่นอน นี่คือสิ่งที่เจ้าสมควรกระทำมากที่สุด
อย่างไรก็ตามเจ้าจงร่ำไห้ให้พอ จากนั้นจงลุกขึ้นสู้และ
ตามข้ามา”
ใช่ว่า อู่ อวี้ จะไม่เคยเจ็บปวดเช่นนี้มาก่อน ดังนั้นเขาจึง
พอเข้าใจว่ามันคือความทุกข์ทรมานที่ไม่อาจรักษาได้
นางเป็นสตรี ดังนั้นการร่ำไห้จึงมิใช่เรื่องแปลกอันใด
เพียงแต่ อู่ อวี้ อยากให้นางเข้าใจว่า จากนี้ไปนางควรใช้
ชีวิตอย่างที่บิดามารดาหวังไว้ นี่คือสิ่งที่ดีที่สุด หากนาง
ก้าวผ่านไปได้นางก็จะแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
อู่ อวี้ ยืนอยู่ข้างกายนาง มองดูดรุณีนางน้อย ร่ำไห้จน
แทบขาดใจอยู่ท่ามกลางดวงตะวันอันเจิดจ้า และหญ้า
ป่าที่ขึ้นรกตามทาง ส่วนแมวน้อยหลานหลาน ก็อดนั่ง
เศร้าโศกอยู่ข้างกายนางอย่างช่วยมิได้ บางครั้งบางครา
ก็ใช้มือน้อย ๆ เช็ดน้ำตาของนาง
คนเราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ