กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 888: เทพเซียนแห่งผู้ฝึกตนนอกรีต (จบเล่ม7)
โอรสเล่อ กับ หนานซาน หวางเยว่ อ่านเนื้อหาที่อยู่
ภายในยันต์สื่อสาร ซึ่ง อู่ อวี้ ได้บอกให้พวกเขารั้งรออีก
สักพัก
จนจวบพลบค่ำ เย่ซีซี ที่อุ้ม หลานหลาน เอาไว้ได้ลุกขึ้น
ปาดน้ำตา ใบหน้าของนางดูซีดเซียว ทว่านางยังคงหัน
ไปส่งยิ้มให้กับ อู่ อวี้ รอยยิ้มนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ผ่าน
ความเจ็บปวดทุกข์ทรมาน เช่นนั้นมันจึงเป็นรอยยิ้มที่มี
ความหมายอย่างใหญ่หลวง ฉับพลันนางกล่าวขึ้นว่า
“ต้องให้ท่านเสียเวลาแล้ว ตอนนี้ข้าสบายดี ข้าได้ฝัน
อย่างอิ่มเอมยิ่ง ในฝันท่านพ่อกับท่านแม่บอกข้าว่า พวก
เขาปลอดภัยดี และจงมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อพวกเขาด้วย”
นางเคยกล่าวเอาไว้ว่านางอยากจะสังหารจักรพรรดิ
โบราณเหยียนหวง ซึ่งมันเป็นเป้าหมายที่บ้าบิ่นที่สุดบน
โลกใบนี้ เมื่อได้ฟังแล้วมันยังยากเสียยิ่งกว่าการสำเร็จ
กลายเป็นเซียนอมตะซะอีก
“หลังจากนี้ เจ้าก็หยุดร้องไห้ได้แล้ว เข้าใจใหรือไม่?” อู่
อวี้ หันไปมองนาง
“โอ้ใช่แล้ว……แต่บางทีหากไม่มีใคร เจ้าจะร้องก็ได้ แต่
ห้ามไม่ให้ใครเห็นเด็ดขาด”
นางสามารถข้ามผ่านอุปสรรคนี้ได้ นางจึงรู้ว่าตนเองควร
ทำสิ่งใด อู่ อวี้ ก็ดีใจไปกับนางด้วย เขาถอนหายใจ
ออกมาอย่างโล่งอก อู่ อวี้ เคยเป็นกังวลว่านางจะจม
ปลักอยู่กับความโศกเศร้า แต่เห็นได้ชัดว่านางไม่ได้เป็น
คนอ่อนแอเช่นนั้น
“เราออกเดินทางกันเถอะ”
อู่ อวี้ ได้ไปยังสถานที่ที่เขานัดหมายกับ โอรสเล่อ เอาไว้
ซึ่งมันมีชื่อเรียกว่า ‘เมืองผาคราม’ มันเป็นเมืองที่ตั้ง
ขึ้นอยู่บนหน้าผาแห่งหนึ่ง เป็นหนึ่งในเมืองที่อยู่ใกล้กับ
พิภพอเวจีมากที่สุด เมืองแห่งนี้มีขนาดใหญ่และไม่มีสิ่ง
ใดพิเศษ ชาวเหยียนหวงที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ส่วนใหญ่จะมี
พลังฝึกตนที่ต่ำกว่าอาณาจักรจิตเทวะระดับที่ 7 หรือ 8
ส่วนมากแล้วพวกเขาจะอยู่ในขั้นสร้างแกนนภาและ
ตำหนักม่วงทะเลมรกต ส่วนเหล่าเด็กเล็กๆก็อยู่เพียงแค่
ขอบเขตหลอมรวมลมปราณเท่านั้น
โอรสเล่อ และ หนานซาน หวางเยว่ กำลังรอ อู่ อวี้ อยู่ที่
ประตูทางเข้าเมืองผาคราม พวกเขายังไม่รู้ว่า อู่ อวี้ ต้อง
พบเจอกับเหตุการณ์สำคัญอะไรมาบ้าง ดังนั้นพวกเขา
จึงค่อนข้างรู้สึกร้อนใจ เพราะหลังจากที่นัดหมาย
สถานที่กับ อู่ อวี้ ทว่าเขากลับมาไม่ตรงกำหนด
เมื่อมองเห็น อู่ อวี้ ลงมาจากเมฆาตลบฟ้าพร้อมกับสาว
น้อยผมดำขลับที่กำลังอุ้มแม้วน้อยสีขาวตัวหนึ่ง โอรส
เล่อมองเห็นว่าเขาปลอดภัยจึงเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มว่า
“เจ้าทำอะไรอยู่ มีความลับอันใด แต่เอาเถอะครั้งนี้เจ้า
มีความดีความชอบใหญ่หลวง! หากว่าเจ้าไม่ส่งยันต์
สื่อสารมา มหาอุปราชก็คงไม่รู้ และเขาก็คงจะไม่ไป
หารือกับเสด็จพ่อของข้า เช่นนั้นย่อมส่งผลทำให้เสด็จ
พ่ออาจจะมาไม่ทัน…….ถึงจุดจบของชาวกุ่ยเหยียนจะ
ถูกลิขิตไว้ แต่ชาวเหยียนหวงพวกเราอาจจะตกตายไป
มากกว่านี้ เจ้าได้ช่วยชีวิตผู้คนไปไม่น้อยเลยทีเดียว”
อู่ อวี้ ยังกลัวว่าเมื่อ เย่ซีซี ได้ยินแล้วจะทนฟังไม่ได้
อย่างไรก็ตามเขาคิดมากเกินไป เพราะว่านางได้ผ่าน
เหตุการณ์ที่เกินจะทานทนมาก่อนแล้ว และยิ่งกว่านั้น
ด้วยความแข็งแกร่งของจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง
ยันต์สื่อสารของ อู่ อวี้ มันจึงไม่ได้สำคัญถึงเพียงนั้น
ความจริงแล้วยันต์สื่อสารของ อู่ อวี้ ก็ช่วยชีวิตของชาว
เหยียนหวงได้หน่อยเดียวเท่านั้น
หนานซาน หวางเย่ว ไม่กล่าวสิ่งใด มันเก็บพัด ‘เซียงเห
ยียน’ เข้าไปพร้อมกับหันไปมอง เย่ซีซี จากนั้นมันก็
สำแดงเสน่ห์อันหล่อเหลาออกมาอย่างไม่เก็บงำ
“เด็กสาวผู้นี้คือใครกัน? อู่ อวี้ เจ้ายังไม่แนะนำอีก?”
หนานซาน หวางเย่ว กระแอมไอและเอ่ยถามขึ้น
อู่ อวี้ รู้ว่ามันมีความคลั่งไคล้ในตัวของสาวงาม เขาคิด
แล้วว่าควรจะกล่าวอย่างไรดี อันดับแรกเขาจะต้องขอ
ความช่วยเหลือจาก โอรสเล่อ เสียก่อน เช่นนั้นเขาจึง
กล่าว่า “ที่ข้าไม่ได้ตอบกลับยันต์สื่อสารของท่าน สาเหตุ
มาจากนาง กล่าวตามตรงนางเป็นชาวกุ่ยเหยียน ข้าพบ
กับนางตอนที่อยู่ภายในพิภพอเวจี ข้ารู้สึกถูกชะตากับ
นางมาก ตอนนี้นางเป็นเหมือนกับน้องสาวของข้า แต่
เพราะนางเป็นชาวกุ่ยเหยียน ซึ่งนางเป็นชาวกุ่ยเหยียน
เพียงคนเดียวที่หนีรอดมาได้ ท่านพอจะมีวิธีช่วยข้ามอบ
สถานะให้กับนางได้หรือไม่”
หลังจากที่ โอรสเล่อ ฟังจนจบ เขาก็เกิดความตะลึง เขา
ไม่คิดว่า อู่ อวี้ จะเอาแต่ใจเช่นนี้ กระทั่งกล้าที่จะเอา
ศัตรูของชาวเหยียนหวงมาเป็นน้องสาว เรื่องใหญ่เช่นนี้
ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนไม่
น้อยทีเดียว
อย่างไรก็ตามเขาไม่ใช่คนโง่ เห็นได้ชัดว่า อู่ อวี้ ได้ยืน
กรานที่จะทำเช่นนี้ และเขาจะไม่ปล่อยให้ เย่ซีซี ออกไป
พบเจอกับแรงกดดันที่อยู่ภายนอกอย่างแน่นอน
เขาหยุดครุ่นคิดสักพัก จากนั้นก็เหลือบมอง เย่ซีซี แล้ว
กล่าวว่า “ผู้หญิงคนนี้แตกต่างจากชาวกุ่ยเหยียนคน
อื่นๆที่ข้าเคยเจอ กล่าวตามตรงการพูดว่านางเป็น
ชาวกุ่ยเหยียน คงไม่มีผู้ใดเชื่อ ภายในอาณาจักรโบราณ
เหยียนหวงของข้ามีหลายคนที่ได้ฝึกฝนเต๋าของผู้ฝึกตน
นอกรีต แต่ดูเหมือนว่านางจะบริสุทธิ์กว่าหลายขุมนัก
ไม่มีกลิ่นอายอันชั่วร้ายเหมือนกับผู้ฝึกตนนอกรีตคน
อื่นๆ เช่นนั้นให้นางเข้าไปซ่อนตัวอยู่ภายในตำหนักโอรส
เล่อก่อนสักระยะหนึ่ง รอให้เรื่องวุ่นๆของชาวกุ่ยเหยียน
เริ่มสงบ ข้าจะประกาศออกไปเองว่าข้าได้พบผู้ฝึกตน
นอกรีตอัจฉริยะ ข้าจะเตรียมการให้นางเอง ไม่ต้องเป็น
ห่วง”
โอรสเล่อ นั้นพิจารณาสิ่งต่างๆได้อย่างรอบคอบยิ่งนัก
แน่นอนว่าทั้งหมดนี้ก็เพราะว่า อู่ อวี้ เป็นราชอารักษ์
เล่อ มันก็เพียงพอแล้วที่เขาจะจัดการให้กับ อู่ อวี้
เพราะยิ่ง อู่ อวี้ แข็งแกร่งมากเท่าไหร่ ไพ่ตายของเขาก็
ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
ยามนี้ โอรสเล่อ ต้องการให้ อู่ อวี้ ลืมฉากเหตุการณ์ที่
เกิดขึ้นภายในเส้นทางเซียนบรรพกาลทั้งหมด เพราะ
ภายในนั้นเขาไม่ได้แสดงศักยภาพออกมาได้เต็มที่
การจัดการของเขาเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบ โดยให้ เย่ซี
ซี อยู่ภายในตำหนักโอรสเล่อไปก่อนสักระยะหนึ่ง ให้ทุก
คนลืมเรื่องของชาวกุ่ยเหยียนไปสิ้น ซึ่งการเป็นอัจฉริยะ
ผู้ฝึกตนนอกรีตมันไม่ใช่เรื่องที่คนจะให้ความสนใจมาก
เท่าไหร่ เพราะท้ายที่สุดแล้วแม้แต่ โอรสเหยา ยังจะให้
ปีศาจมาเป็นราชอารักษ์ของตนเองเลย มันก็เหมือนกับ
โอรสเล่อ ได้รับผู้ติดตามมาเพิ่มอีกคนเพียงเท่านั้น
ยิ่งกว่านั้นด้วยชื่อเสียงเรียงนามของเขา จะทำให้คนอื่น
ไม่รู้สึกสงสัยว่าเป็นชาวกุ่ยเหยียนที่ อู่ อวี้ พาออกมา
จากพิภพอเวจี
“ขอขอบพระทัยองค์ชายสำหรับความมีน้ำใจนี้ของท่าน
ข้ารู้ว่าเป็นเรื่องยากที่จะปกป้องชาวกุ่ยเหยียนเอาไว้” อู่
อวี้ เอ่ยด้วยความจริงใจ ทว่านี่กลับเป็นเพียงแค่การ
แสดง
หนานซาน หวางเย่ว ที่อยู่ด้านหลังก็ยังรู้สึกแปลกๆ แต่
ไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกมา
โอรสเล่อ ยิ้มขึ้นพร้อมกล่าวว่า “เจ้าไม่ต้องเกรงใจ พวก
เราเปรียบดั่งพี่น้อง นอกจากนี้แล้วแม่นางผู้นี้ยังไม่
เหมือนกับชาวกุ่ยเหยียนทั่วๆไป ข้าจึงทำเช่นนี้ได้ ว่าแต่
แม่นางผู้นี้มีนามว่าอะไรกัน?”
“นางมีชื่อว่า เย่ซีซี ต้องขออภัยด้วยที่น้องสาวผู้นี้ของข้า
เป็นคนชอบเก็บตัวไม่ชอบการพูดคุยเท่าไหร่”นางไม่คิด
ที่จะกล่าวสิ่งใด เช่นนั้น อู่ อวี้ จึงเอ่ยตอบแทนนาง
ความจริงนางรู้ว่าคนผู้นี้ก็คือโอรสของจักรพรรดิโบราณ
เหยียนหวง นางไม่ได้เกลียดชังโอรสเล่อ แต่ว่านางก็ไม่
คิดที่จะพูดคัยกับเขาด้วยเช่นกัน ดังนั้น อู่ อวี้ จึงเอ่ย
ตอบแทนนางไป
“ฮ่าฮ่า ไม่เป็นไร หากไม่มีเรื่องอะไรแล้ว พวกเราก็
กลับไปที่นครเทวะกันเถอะ การกลับไปในครั้งนี้ เสด็จ
อาของข้าจะต้องมอบรางวัลให้เจ้าอย่างแน่นอน” โอรส
เล่อ เอ่ยพร้อมกับระเบิดเสียงหัวเราะ
จากนั้น พวกเขาทั้ง 4 คนก็กลับไปที่นครเทวะ และ
เพราะ เย่ซีซี ไม่อาจจะปรากฏตัวได้ เช่นนั้น โอรสเล่อ
จึงบังคับเรือรบกลับตำหนักโอรสเล่อก่อนเป็นอันดับแรก
ค่ายกลป้องกันของนครเทวะไม่เหมือนกับของพิภพอเวจี
เย่ซีซี จึงสามารถผ่านไปได้โดยไม่ติดอะไร ระหว่างทาง
โอรสเล่อ ยังได้ถามกับสิ่งที่ อู่ อวี้ พบเจอตลอดช่วงเวลา
สั้นๆนี้ หลังจากที่รู้ว่า อู่ อวี้ ได้สังหาร กุ่ย เจิ้นเค่อ ไป
แล้ว เขาจึงเอ่ยแสดงความยินดีกับ อู่ อวี้ ในเวลา
เดียวกันก็ดีใจที่ตนเองได้รับราชอารักษ์เล่อที่เก่งกาจ
ส่วนเรื่องสาเหตุที่เขาแข็งแกร่งขึ้น อู่ อวี้ ย่อมไม่บอก
กล่าวออกไปอย่างแน่นอน
“กายเนื้อแข็งแกร่งขึ้น กระทั้งพลังฝึกตรก็ยังยกระดับ
อีก?” หนานซาน หวางเย่ว เหลือบมองไปที่ อู่ อวี้
“เจ้าไม่ได้ลงกับข้า แต่พลังฝึกตนกลับยกระดับขึ้นมาอีก
ขั้น ยามนี้เจ้าน่าจะรับมือกับผู้ฝึกตน 3 ภัยพิบัติค้นหา
เต๋าได้แล้วใช่หรือไม่?” อู่ อวี้ เอ่ยถาม
“ก็พอจะถูๆไถๆไปได้อยู่~” หนานซาน หวางเยว่ เอ่ย
ออกมาอย่างภาคภูมิใจ ทว่าความจริงมันรู้ซึ้งดี หากต้อง
เผชิญหน้ากัน มันสมควรไม่ใช่คู่ต่อสู้ของ อู่ อวี้ อยู่ดี
เป็นเพราะ ฉีเทียนต้าเซิ่น นั้นแข็งแกร่งว่า แม่ทัพเทียน
เผิง แม้ว่าเขาจะรู้สึกยอมรับ แต่ก็ยังแสดงออกมาอย่าง
ดื้นรั้น
ระหว่างทางพวกเขาได้พูดคุยกันมากมาย ส่วน เย่ซีซี ไป
นั่งอยู่ในมุมเงียบๆ คอยหยอกล้อและลูบขนให้กับ
หลานหลาน โดยไม่เอ่ยแทรกขึ้นระหว่างบทสนทนา
หลังจากถึงตำหนักโอรสเล่อแล้ว โอรสเล่อก็ได้ปล่อยให้
ทั้งสามคนไปพักผ่อนที่ตำหนักราชอารักษ์ ส่วนตัวเขาก็
รีบไปสะสางธุระของตน หรืออาจจะไปฝึกตน หรือาจจะ
ไปเยี่ยมเยียนพูดคุยกับเหล่าชนชั้นสูงคนอื่นๆ
ตำหนักราชอารักษ์ใหญ่โตเป็นอย่างยิ่ง สามารถจุคนได้
มากมาย หลังจากที่ โอรสเล่อ จากไปแล้ว อู่ อวี้ จึงหัน
ไปกล่าวกับ เย่ซีซี “อย่างที่ข้าได้บอกก่อนหน้านี้ ตัวข้า
นั้นเกิดบนทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้งอันห่างไกล มันเป็น
ดินแดนที่แห้งแล้งกันดาร เพราะว่าตัวข้าได้ไปที่
จักรวรรดิเป่ยหมิงและแสดงความสามารถที่โดดเด่น
ออกมา ทำให้จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงมีราชโองการ
จัดการให้ข้ามาอยู่ที่นี่ กลายเป็นราชอารักษ์ของโอรส
เล่อ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ค่อนข้างสูงส่ง ในสายตาของคน
นอก เป็นเพราะบารมีของ โอรสเล่อ ข้าจึงมีตำแหน่ง
ชื่อเสียงเช่นนี้ และพวกเราจะต้องอยู่ร่วมกับเขาซึ่ง
อาจจะเป็นเรื่องลำบากสำหรับเจ้าสักหน่อย”
เย่ซีซี ส่ายหน้าพร้อมกล่าวว่า “พี่อวี้ ข้ารู้ว่าท่านลำบาก
ใจ ให้คนผู้นั้นจัดการไปเถิด ท่านไม่ต้องคิดอันใดมาก
นัก”
นางเข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่าง อู่ อวี้ กับ โอรสเล่อ
และนางก็ไม่ได้เกลียดชังโอรสเล่อด้วย เช่นนั้น อู่ อวี้ จึง
ค่อยรู้สึกวางใจ
“เฮ้…พูดคุยกันนานไปแล้วนะ ไม่ใช่ว่าลืมข้าหรอกใช่
หรือไม่?”หนานซาน หวางเยว่ เอ่ยแทรกขึ้น
เขารู้สึกแปลกใจว่าทำไม อู่ อวี้ เป็นห่วงผู้ฝึกตนนอกรีต
คนนี้มากนัก มากจนกระทั่งสามารถเรียกขานพี่น้องกัน
ได้
“ซีซี คนผู้นี้ก็คือพี่หนานซาน” อู่ อวี้ ชี้ไปที่เขา จากนั้น
กล่าวต่อว่า “มันเป็นคนไร้ยางอาย ทว่ามีจิตใจที่ดี เดี๋ยว
สักพักเจ้าก็จะชิน”
“ให้ตายเถอะ ทำไมเจ้าจึงแนะนำตัวข้าเช่นนี้?” หนาน
ซาน หวางเยว่ หายใจฮึดฮัด
เรื่องตลกเช่นนี้ ได้นำรอยยิ้มที่หายไปนานของ เย่ซีซี
กลับคืนมา ก่อนหน้านี้นางมักจะยิ้มอยู่เสมอ ทว่าบัดนี้
มันคงจะเป็นเรื่องยาก
“จากนี้เป็นต้นไปพวกเราทั้ง 3 คน จะเป็นดั่งพี่น้อง
ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กัน” ฉับพลันนั้น อู่ อวี้ ก็เอ่ย
ออกมาอย่างจริงจังพร้อมกับยื่นมือเข้าหา เย่ซีซี ซึ่งนางรู้
ความหมายของเขาดีว่าหมายถึงอะไร นางจึงยื่นมือ
ออกไปวางไว้บนมือของ อู่ อวี้ จากนั้นพวกเขาก็มองไป
ที่ หนานซาน หวางเยว่
หนานซาน หวางเยว่ รู้สึกสับสนจึงเอ่ยถามออกไป
ในทันที “นี่มันอะไรกัน?”
อู่ อวี้ มองไปที่มันแล้วกล่าวว่า “มีคนผู้หนึ่งชื่อว่า
‘ขุนพลเจวี่ยนเหลียน’ โดยมีอีกชื่อหนึ่งว่า ‘อรหันต์ร่าง
ทอง’ ศาสตราวุธของคนผู้นั้นมีชื่อนามว่า ‘พลั่วพระ
ธรรมปราบมาร’ ยามนี้เมื่อรวมนางเข้าไปแล้ว พวกเรา
ทั้ง 3 คนล้วนถือครองมรดกของเซียนอมตะ และข้าคาด
ว่าเซียนอมตะทั้ง 3 คนนี้มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งต่อกัน
เจ้าคิดเห็นว่ายังไง?”
“วะ….วะ…..ว่าไงนะ ปะ……เป็นไปได้อย่างไร” หนาน
ซาน หวางเยว่ หันไปมอง เย่ซีซี ด้วยท่าทางตกตะลึง
มันไม่กล้าที่จะเชื่อว่าบนชมพูทวีปโลกธาตุจะมีคนที่เป็น
เหมือนตนอยู่อีกคน ทั้งยังเป็นผู้ฝึกตนนอกรีตอีก
ก่อนหน้านี้ที่ได้พบเจอกับ อู่ อวี้ มันก็ประหลาดใจมาก
พออยู่แล้ว
“ได้ยินว่าขุนพลเจวี่ยนเหลียน เป็นผู้ดูแลสรวงสวรรค์
คอยรับใช้เง็กเซียนฮ่องเต้ มีตำแหน่งที่ไม่ด้อยกว่าแม่ทัพ
เทียนเผิงของเจ้าเลย” อู่ อวี้ เอ่ยยั่วเย้า
สิ่งที่ อู่ อวี้ กล่าวมา หนานซาน หวางเยว่ รู้ว่ามันเป็น
เรื่องจริง และคิดว่าสมเหตุสมผลอย่างยิ่ง
แต่ทว่าก็ยังมิวายแสดงท่าทีตกใจออกมาอยู่ดี
ยามนี้มันมองไปที่ เย่ซีซี ด้วยแววตาตกใจ จากนั้นก็ยิ้ม
ขึ้นแล้วเอามือไปประสานบนฝ่ามือของคนทั้ง 2 ซึ่งมัน
ได้แอบฉวยโอกาสจับมือของ เย่ซีซี อันนุ่มละมุนพร้อม
กล่าวว่า “วิเศษ วิเศษนัก!!”
“เหมียว!” เมื่อ หลานหลาน เห็นว่าเขาแอบฉวยโอกาส
มันจึงพุ่งเข้าไปข่วนใส่หน้าของ หนานซาน หวางเยว่
ด้วยความโกรธในทันใด
ทว่า หนานซาน หวางเยว่ รีบหลบลี้ได้อย่างทันควัน
“ฮี่ฮี่ คนกันเองทั้งนั้น นิดๆหน่อยๆอย่าได้ถือสาไปเลย”
มันยกยิ้มขึ้นอย่างกะล่อน
อู่ อวี้ เอ่ย “เจ้าได้รับบทเรียนเสียบ้างก็ดี นางเป็น
น้องสาวของเจ้า เจ้าจะต้องดูแลนางให้ดี เข้าใจ
หรือไม่?”
“ได้ๆ ข้าเข้าใจแล้ว ฮ่าฮ่า ตอนนี้เจ้าแข็งแกร่งที่สุด เจ้า
ว่าเช่นไรก็ตามนั้นเลย โอ้..น้องสาวของข้า เจ้าจะมองดู
พี่ชายคนนี้ถูกแมวนี่ฆ่าตายรึยังไง!”
ท่าทางของมันนับว่าน่าขบขันไม่น้อย และยิ่งไปกว่านั้น
กล่าวตามตรง เย่ซีซี นับว่าไม่ใช่เป้าหมายของมันอย่าง
แท้จริง เนื่องจากสเปคของมันชอบสาวอวบๆอึ๋มๆ
หน้าอกโตๆบั้นท้ายใหญ่ๆ…….
เมื่อมี 2 คนนี้อยู่ด้วย อู่ อวี้ ก็พบว่าการเดินทางหลังจาก
นี้เขาจะไม่โดดเดียวอีกต่อไปแล้ว……….
………………
จบไปแล้วกับเล่มที่ 7 ดีใจกับ อู่ อวี้ ด้วยจริงๆที่จะไม่
เดินทางอย่างโดดเดี่ยวอีกแล้ว และกล่าวได้ว่าเล่มนี้ได้
จบลงอย่างงดงามกว่าหลายๆเล่มที่ผ่านมามากๆ ทั้ง
ความเก่งของ อู่ อวี้ ที่เพิ่มพูน ทั้งมิตรภาพที่ไว้ใจได้
ปรากฎมาอีกตั้ง 2 คน คงไม่ต้องบอกก็รู้เลยว่าเล่มที่ 8
จะน่าติดตามขนาดไหน
ปล. ทางทีมงานจะขอหยุด 1 วันเพื่อประชุมแนวทางใน
เล่มต่อไปนะครับ ขอบคุณที่ติดตามเสมอมา :)ห
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ