กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 889: ตําหนักจินซวน โอรสเลอ
ชาวเหยียนหวงส่วนใหญ่ ไม่รู้เรื่องชาวกุ่ยเหยียน
จึงไม่คิดว่ามีอันใดเกิดขึ้นกับ ‘อาณาจักรโบราณเหยียน
หวง’
ทว่าเหตุการณ์นี้ก็ได้กระจายหายไปอย่างรวดเร็ว
และคนส่วนใหญ่รู้ว่าเป็นเพราะ อู่ อวี้ ได้ส่งยันต์สื่อสาร
แจ้งเตือนล่วงหน้า จึงทำให้พวกเขามีเวลาเตรียมการได้
ทันท่วงที ทำให้จักรพรรดิเหยียนหวงรู้ว่าเกิดการ
เปลี่ยนแปลงขึ้นภายในส่วนลึกของพิภพอเวจี
ดังนั้นนอกจากการคาดการณ์ของจักรพรรดิเหยียนหวง
แล้ว ก็นับว่า อู่ อวี้ มีผลงานในเรื่องนี้อยู่ไม่น้อย
ที่โอรสเล่อกล่าวมานั้นไม่ผิด หลังจากที่ อู่ อวี้ กลับมาได้
ไม่นาน ก็ถูกมหาอุปราชเรียกตัวไป ซึ่งประจวบเหมาะ
กับการที่เหล่าเชื้อพระวงศ์กำลังจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลอง
จึงยิ่งขลับให้ดูสดใสมีชีวิตชีวากว่าเดิมนัก อู่ อวี้ ได้ให้
ร่างกลืนสวรรค์ของตนอยู่ในตำหนักโอรสเล่อ ส่วนร่าง
หลักก็ติดตาม โอรสเล่อ ไปเข้าร่วมงานรื่นเริงนี้ เขต
พระราชฐานของนครเทวะเต็มไปด้วยการร้องรำทำเพลง
ประดับประดาไปด้วยโคมไฟที่สว่างสดใส มีช้างที่เป็น
สัญลักษณ์ของความเจริญรุ่งเรืองอยู่บนตัวของโคมไฟ
ภายในวังจักรพรรดิ ‘ตำหนักจินซวน’ ได้มีการเชื้อเชิญ
ยอดฝีมือและผู้สูงศักดิ์ภายในอาณาจักรโบราณเหยียน
หวงมารวมตัวกันที่นี่
เมื่อมาที่นี่จะเห็นได้ว่าองค์หญิงองค์ชายของจอม
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงมีอยู่เยอะมากจริงๆ บางคน
ดูมีอายุ ส่วนบางคนก็ดูอ่อนวัยกว่า โอรสเล่อ ซึ่งทุกคน
ล้วนมีอักษรอยู่บนหน้าผาก บ่งบอกถึงการเป็นทายาท
ของจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง
บัดนี้การแสดงต่างๆได้หยุดลง
ความจริงแล้วมหาอุปราชก็ไม่ต่างจากจักรพรรดิของโลก
มนุษย์ เพราะเขาไม่ได้มีระดับที่แตกต่างกันคนธรรมดา
มากเกินไป เขาจำเป็นจะต้องจัดการกิจการเกี่ยวกับการ
บริหารทุกสิ่งภายในอาณาจักร แม้กระทั่งต้องชะลอการ
ฝึกตนของตนเอง
แน่นอนว่าอย่างน้อยก็ถือว่าเขาเป็นยอดฝีมือระดับสูง
ภายในโลกมนุษย์ ซึ่งสามารถเพลิดเพลินไปกับ
ความรู้สึกที่เหมือนกับได้เป็นจักรพรรดิ
“อู่ อวี้”
ในขณะที่ อู่ อวี้ กำลังครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องอื่นอยู่ ก็มีคน
ตะโกนเรียกชื่อเขา จากนั้นโอรสเล่อก็ผลักตัวเขาออกไป
ทำให้ อู่ อวี้ มาอยู่ในตำแหน่งตรงกลางของห้องโถง ที่
ด้านหน้าของเขาคือมหาอุปราชและเหล่าชนชั้นสูงของ
ชาวเหยียนหวง ซึ่งนั่งอยู่บนบัลลังค์มังกร รวมทั้งหมด
20 กว่าคน บางคนเป็นพี่น้องของจักรพรรดิโบราณเหยีน
หวง บางคนก็เป็นตัวตนอันเก่าแก่โบราณ
ความแข็งแกร่งและพลังอำนาจสูงส่งเทียมฟั้า
คนที่กล่าวตะโกนเรียกตัวเขาเมื่อครู่ก็คือมหาอุปราช
เมื่อการแสดงสิ้นสุดลง มหาอุปราชจึงตะโกนเรียกด้วย
ตนเอง จากนั้นสายตาของทุกคนจึงมาตกอยู่บนร่างของ
เขา สายตาของคนส่วนใหญ่เต็มไปด้วยความสงสัย แต่ก็
ยังมีบางส่วนรู้ว่าที่เขาถูกเรียกเพราะอะไร แน่นอนว่า อู่
อวี้ รู้ดี เพราะก่อนหน้านี้ โอรสเล่อ ได้เอ่ยบอกตัวเขา
มาแล้วว่าวันนี้มหาอุปราชจะต้องตบรางวัลให้กับตัวเขา
“มหาอุปราช” อู่ อวี้ ก้มหัวแสดงความเคารพ
มหาอุปราชยกยิ้มขึ้น จากนั้นก็หันไปเอ่ยกับทุกคนด้วย
เสียงก้องกังวานว่า “ไม่จำเป็นต้องพูดให้มากความ
เกี่ยวกับการต่อสู้กับพิภพอเวจี ทุกคนน่าจะทราบกันดี
อยู่แล้ว เนื่องจากว่า อู่ อวี้ ได้ลงไปในส่วนลึกของพิภพ
อเวจี พร้อมกับบังเอิญได้มองเห็นการกระทำทุกอย่าง
ของชาวกุ่ยเหยียน จึงแจ้งข่าวให้ข้ารู้ทันที ส่งผลให้
จักรพรรดิหวงออกคำสั่งเตรียมการทันท่วงที หากว่า
ไม่ใช่เพราะเขาแล้ว เกรงว่าพริบตาที่ค่ายกลสวรรค์แจ้ง
ผลาญฟั้าสังหารหมื่นมารถูกทำลายก็ไม่รู้ว่าผู้คนภายใน
ปั้อมปราการทั้ง 8 ทั้งยังเมืองในระแวกใกล้เคียงอีก
มากมายจะต้องล้มตายอีกมากน้อยเท่าไหร่!”
ในจุดนี้ทุกคนรู้กันอย่างชัดเจน
แม้ว่าในตอนแรกคนส่วนใหญ่จะไม่ได้เชื่อถือข้อความใน
ยันต์สื่อสารของ อู่ อวี้ ก็ตาม
ทว่าการที่ อู่ อวี้ ไปปรากฏตัวอยู่ในส่วนลึกของพิภพ
อเวจีแล้วได้ช่วยเหลือผู้คนไว้มากมาย ก็เป็นเรื่องจริง
ขณะนี้มหาอุปราชได้จ้องมองไปที่ อู่ อวี้ พร้อมกับเผย
ยิ้มออกมาเล็กน้อย แล้วกล่าวว่า “เพราะคุณงามความดี
ของ อู่ อวี้ ส่งผลลัพธ์ผันแปร มีคนไม่น้อยได้รับ
ประโยชน์จากการกระทำของเขา ข้าจึงตัดสินใจจดจำ
คุณงามความดีชั้นยอดครั้งนี้ของ อู่ อวี้ เอาไว้”
อู่ อวี้ ไม่รู้ว่าคุณงามความดีชั้นยอดมีความหมายว่า
อย่างไร ทว่า โอรสเล่อ กลับยกยิ้มขึ้นและคนส่วนใหญ่
ต่างอ้าปากค้างด้วยความตะลึง เขาจึงรู้สึกได้อย่าง
ชัดเจนว่าคุณงามความดีชั้นยอดนี้มันต้องเป็นสิ่งล้ำค่า
อย่างแน่นอน
ทันใดนั้นก็มีโอรสที่ดูอาวุโสคนหนึ่งได้ยืนขึ้น โอรสองค์นี้
เหมือนวัยกลางคน ทั้งยังมีพลังฝึกตนอยู่ในระดับสูง
คาดว่าน่าจะมีพลังฝึกตนอยู่ในขั้น 3 ภัยพิบัติค้นหาเต๋า
ในระดับลึกล้ำ
คนผู้นี้มีนามว่า ‘โอรสเหยียน’ เป็นหนึ่งในพี่ชายคนโต
ของ โอรสเล่อ แน่นอนว่าพวกเขาคือเหล่าโอรสที่มีอายุ
มากจึงเป็นผู้ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง และหากนำ
พวกเขามาเปรียบเทียบกับ โอรสเล่อและคนอื่นๆแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นในด้านความแข็งแกร่ง ประสบการณ์ และ
ข้อได้เปรียบล้วนมีมากกว่ามหาศาล
“เพียงบังเอิญไปเห็นคนยักษ์นั่นเข้าหน่อย ไม่ว่าเป็นผู้ใด
ก็จะต้องรีบส่งยันต์สื่อสารแจ้งมาอยู่แล้ว เพียงแค่ทำ
เช่นนี้ก็ถือว่าโชคดีจนสามารถได้รับคุณงามความดีถึง
เพียงนี้เลยงั้นหรือ? เสด็จอา ไม่ใช่ว่าข้าอคติกับราช
อารักษ์เล่อ เพียงแต่ข้ารู้สึกว่าหากทำเช่นนี้มันจะไม่
ยุติธรรมกับยอดฝีมือชาวเหยียนหวงทั้งหลายที่ต้องเสี่ยง
ชีวิตเสมอมา และคุณงามความดีชั้นยอดนี้แม้แต่ผู้
บัญชาการกองทัพทั้งหลายยังไม่อาจได้สัมผัสตลอดช่วง
ชีวิต”
โอรสเหยียนกล่าวอย่างใจเย็น
เขาเป็นหนึ่งในโอรสไม่กี่คนที่มีคุณสมบัติจะกล่าวเช่นนี้
หลังจากที่คนอื่นๆฟังเขากล่าวจบ ครู่ต่อมาก็มีคนเอ่ย
สนับสนุนขึ้น แต่ก็แสดงออกว่าไม่ได้เพ่งเปั้าไปที่ อู่ อวี้
เพียงแค่รู้สึกว่ามันมากเกินไปหน่อย
“การได้รับคุณงามความดีนี้ ข้าว่ามันอาจจะไม่เป็นการดี
ต่อตัวของราชอารักษ์เล่อเอง”
ท้ายที่สุดแล้วราชอารักษ์คนอื่นที่เคยพ่ายแพ้ให้กับ อู่ อวี้
ก็เอ่ยขึ้น
ความจริงแล้ว การแสดงออกที่โดดเด่นมากเกินไปของ อู่
อวี้ ในช่วงเวลาสั้นๆนี้ แม้มันจะนำพาให้โอรสเล่อ โดด
เด่นขึ้นมาไม่น้อย ทว่าก็ทำให้พวกมันรู้สึกถึงวิกฤต จึง
เป็นเรื่องปกติที่พวกมันจะเกาะกลุ่มกันและคอยขัดแข้ง
ขัดขา อู่ อวี้ และ โอรสเล่อ
เมื่อการตัดสินใจของตัวเองกลับกลายเป็นที่ครหาต่อคน
จำนวนมากมายเช่นนี้ มหาอุปราชจึงยิ้มขึ้นแล้วเอ่ยด้วย
เสียงเย็นชา “ดูเหมือนว่าองค์หญิงองค์ชายทุกคนจะไม่
เห็นมหาอุปราชเช่นข้าอยู่ในสายตาเลยกระมัง ถึง
อย่างไรก็ตามข้าจะบอกกับทุกคนเอาไว้ แม้ว่าพวกเจ้า
คิดที่จะกดดัน โอรสเล่อ และ ราชอารักษ์เล่อ ทว่าตัวข้า
มีสิทธิที่จะมอบคุณงามความดีนี้ให้กับ อู่ อวี้ และสิทธินี้
เป็นเสด็จพ่อของพวกเจ้าเองที่สั่งข้ามา หากพวกเจ้า
สงสัยข้า ก็เท่ากับว่าสงสัยในตัวของท่านจักรพรรดิด้วย
เช่นกัน บางทีข้าอาจจะสนิทสนมกับพวกเจ้ามากเกินไป
จนทำให้พวกเจ้าลืมไปแล้วว่าควรจะแสดงความเคารพ
กับข้าอย่างไร เฮ้อ…ไม่น่าแปลกใจเลยว่าผู้ที่ส่งยันต์
สื่อสารมาให้ข้าจะไม่ใช่พวกเจ้า พวกเจ้าช่างเต็มไปด้วย
ความริษยาเสียเหลือเกิน ขอถามพวกเจ้าหน่อยเถิด ตัว
พวกเจ้าเองกล้าที่จะไปยังพื้นที่ส่วนลึกของพิภพอเวจี
เช่นนั้นหรือไม่? เหอเหอ…..”
เพราะเขาไม่ใช่จักรพรรดิที่แท้จริง ดังนั้นบางครั้งกลุ่ม
ขององค์ชายองค์หญิงจึงอาศัยคนจำนวนมากเข้าว่าเพื่อ
ท้าทายอำนาจของตน เพียงแต่ว่าขิงยิ่งแก่ยิ่งเผ็ด การที่
มหาอุปราชเอ่ยปากออกมาเช่นนี้ พวกมันก็ทำได้เพียง
แค่ปิดปากลง ความจริงแล้วพวกมันเองก็ปรารถนาที่จะ
ได้รับคุณงามความดีเช่นกัน และเป็นเพราะว่าตนเอง
ไม่ได้รับมัน จึงทำให้พวกมันอิจฉา
เมื่อ อู่ อวี้ ได้ฟังการถกเถียงในครั้งนี้ เขาจึงคิดว่า
รางวัลที่ได้รับสมควรยิ่งใหญ่ไม่น้อยหน้าจริงๆ!
เขารู้สึกสับสนว่าทำไมมหาอุปราชถึงต้องให้รางวัล
ตนเองโดยไม่กลัวที่จะขัดแย้งกับองค์หญิงองค์ชายคน
อื่น? มันเป็นเพียงแค่เรื่องของความยุติธรรมอย่างเดียว
เท่านั้นหรือ?
ไม่คิดว่ายันต์สื่อสารแผ่นหนึ่งของ อู่ อวี้ จะสร้าง
ผลกระทบได้ถึงเพียงนี้
แต่อย่างที่ โอรสเหยียน ได้กล่าวเอาไว้ เขาเพียงแค่โชคดี
เท่านั้น
คุณงามความดีเช่นนี้จะให้หรือไม่ให้ก็ได้ หากมหา
อุปราชเลือกที่จะให้มันก็จะเป็นการลำเอียงกับ อู่ อวี้
มากเกินไป ทว่าหากมองอีกด้าน ก็นับเป็นสิ่งที่ยุติธรรม
และเสมอภาค
“รับไว้เถิด ราชอารักษ์เล่อมีคุณสมบัติที่จะได้รับมัน
นอกจากนี้เขายังเป็นผู้ที่รู้ผิดชอบชั่วดี” โอรสเล่อ ที่อยู่
ด้านข้างพลันหัวเราะเสียงดัง ถือว่านี่เป็นการตอกหน้า
พวก โอรสเฉิน กลับไป
แน่นอนว่าคุณงามความดีเป็นเพียงแค่ชื่อ จึงไม่มีรางวัล
ตายตัว ครู่ต่อมามหาอุปราชจึงได้เอ่ยถามขึ้น “ราช
อารักษ์เล่อ คุณงามความดีจะทำให้เจ้าได้รับรางวัล
มากมาย ราชอารักษ์เล่อ มีสมบัติที่อยากได้เป็นพิเศษ
หรือไม่?”
อีกฝั่ายกลับเป็นฝั่ายเอ่ยถามด้วยตนเอง ขณะนี้เขาไม่รู้
จริงๆว่าตนต้องการร้องขอสิ่งใด แล้วอะไรที่อีกฝั่ายจะ
สามารถหาได้? หากขออันใดใหญ่โตก็คงน่าหัวเราะ แต่
หากเป็นของไร้ค่าไม่เหมาะแก่ชื่อคุณงามความดี ก็นับว่า
สิ้นเปลืองโอกาสเกินไป
ในขณะที่ อู่ อวี้ กำลังครุ่นคิดอยู่ มหาอุปราชพลันเอ่ย
ถามขึ้น “ได้ยินมาว่าการที่เจ้าไปอยู่ในพิภพอเวจีในครั้ง
นี้ ก็เพราะว่าผู้บัญชาการ ชวีอิ๋น ได้นำพลองฟั้าอนันต
กาลมาเป็นของเดิมพันระหว่างเจ้าและขุนพลมังเพลิง
ทั้งหลาย เพื่อแข่งขันไล่ล่าสังหาร กุ่ย เจิ้นเค่อ ใช่หรือไม่
ในหมู่คนจำนวนมากนี้มีเพียงแค่เจ้าเท่านั้นที่กล้าบุกไป
ยังฐานทัพของชาวกุ่ยเหยียนเพื่อต่อสู้กับ กุ่ย เจิ้นเค่อ
เจ้าทำสำเร็จหรือไม่?”
เดิมที อู่ อวี้ ก็ได้เตรียมที่จะไปหา ชวีอิ๋น อยู่แล้ว ไม่รู้ว่า
ทำไมมหาอุปราชจึงเอ่ยถามเขาออกมาในตอนนี้ เขาจึง
ตอบกลับไปว่า ”โชคดีที่ข้าสามารถทำมันได้สำเร็จใน
ตอนท้าย ในมือของข้ามีชิ้นส่วนซากศพและสิ่งของบน
ร่างของ กุ่ย เจิ้นเค่อ อยู่ หลังจากที่ข้าเตรียมการอีกสัก
วันสองวัน ข้าก็คิดว่าจะไปพบท่านผู้บัญชาการชวีอิ๋
นพอดี”
ประโยคนี้ของ อู่ อวี้ ได้ทำให้ผู้คนอิจฉาตาร้อนไม่น้อย
เพราะทุกคนรู้ว่าการจะบุกไปสังหารผู้ฝึกตนนอกรีต
ระดับ 3 ภัยพิบัติค้นหาเต๋าที่ซ่อนตัวอยู่ภายในฐานที่มั่น
ของชาวกุ่ยเหยียน มันเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาเพียง
ไหน และ อู่ อวี้ กลับทำสำเร็จ กระทั่งกล้าเอ่ยวาจา
เช่นนี้ ย่อมไม่ต้องสงสัยแล้วว่า กุ่ย เจิ้นเค่อ ได้ตกตายใน
มือของเขาจริงๆ
ชวีอิ๋น จึงลุกขึ้นยืนแล้วกล่าวว่า “ท่านมหาอุปราชความ
จริงเกี่ยวกับเรื่องการเดิมพันของพลองฟั้าอนันตกาลนั้น
มีขุนพลมังกรเพลิงหลายคนยินยอมให้ อู่ อวี้ เข้าร่วมใน
การเดิมพันครั้งนี้ด้วย เช่นนั้นข้าจึงอนุญาตให้เขาเข้า
ร่วม”
มหาอุปราชเอ่ยตอบกลับไปว่า “หากกล่าวเช่นนี้ก็
เท่ากับว่าพลองฟั้าอนันตกาลได้ตกเป็นของ อู่ อวี้ แล้ว
ใช่หรือไม่?”
ชวีอิ๋น พยักหน้าตอบกลับไป
เมื่อคนอื่นๆเห็น อู่ อวี้ ได้รับสมบัติเช่นนี้ ถึงแม้ว่าจะไม่
เต็มใจ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเขาได้ใช้แรงกายแรงใจเสี่ยง
อันตรายเพื่อได้มันมาอย่างถูกต้องจริงๆ
มหาอุปราชพลันยกยิ้มขึ้น แล้วถามว่า “ราชอารักษ์เล่อ
ไม่รู้ว่าพลองฟั้าอนันตกาลเล่มนี้ จะสามารถส่งมอบ
ให้กับราชวงศ์ได้หรือไม่?”
เมื่อประโยคนี้หลุดออกไป ไม่เพียงแค่ อู่ อวี้ แม้แต่คน
อื่นๆก็ไม่เข้าใจความคิดของเขา นี่ไม่ใช่รางวัลที่ อู่ อวี้
ควรจะได้รับเช่นนั้นหรือ? แล้วทำไมต้องฉกชิงรางวัลของ
อู่ อวี้ ไปหน้าด้านๆเช่นนี้?
คนส่วนใหญ่ตระหนักได้ว่า ที่มหาอุปราชตบรางวัลให้กับ
อู่ อวี้ เป็นเพราะต้องการกลั่นแกล้งหัวใจเล่นเช่นนั้น
หรือ?
แม้แต่ อู่ อวี้ เองก็ยังไม่เข้าใจในเรื่องนี้ เขาหันไปมอง
โอรสเล่อ ทว่าแววตาของโอรสเล่อก็ว่างเปล่า
เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ สามารถตัดสินใจได้ใน
ฉับพลัน เนื่องจากไม่มีทางที่มหาอุปราชจะต้องขุดหลุม
ฝังตัวเขา และเขาก็พอจะมองท่าทางของมหาอุปราช
ออก ราวกับว่าในใจของคนผู้นี้มีสิ่งใดภายในใจอยู่ก็มิ
ปาน
และมันไม่เหมือนกับว่าจะกลั่นแกล้ง อู่ อวี้ เลยแต่อย่าง
ใด
ซึ่ง อู่ อวี้ เป็นคนที่เด็ดเดี่ยวอย่างยิ่ง เขาจึงกล่าวสิ่งที่อยู่
นอกเหนือการคาดเดาของทุกคนออกมา “หากว่า
ราชวงศ์ต้องการ เช่นนั้น อู่ อวี้ ก็จะยอมมอบพลองฟั้า
อนันตกาลเล่มนี้ให้กับราชวงศ์”
เมื่อคำกล่าวนี้หลุดออกมาทุกคนพลันเกิดอาการตก
ตะลึงอย่างฉับพลัน
หลังจากที่มหาอุปราชได้ยิน ฉับพลันก็ระเบิดเสียง
หัวเราะขึ้นแล้วพยักหน้าพร้อมกับกล่าวตอบไปว่า “ราช
อารักษ์เล่อเป็นคนที่จะต้องพบเจอกับความสำเร็จอย่าง
แน่นอน ความจริงข้าก็ไม่คิดที่จะทำให้ราชอารักษ์เล่อ
ต้องลำบากใจ แต่ข้ารู้สึกว่าพลองฟั้าอนันตกาลไม่เหมาะ
กับเจ้า จึงให้เจ้าคิดส่งมอบให้กับราชวงศ์เสียจะดีกว่า
เพราะข้าจะมอบสมบัติที่ดียิ่งกว่านี้ให้กับเจ้า บางทีคนที่
อยู่ที่นี่อาจจะพอนึกถึงชื่อของศาสตราเต๋าชิ้นนี้ออก
…….”
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ