กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 890: พลองฟาเพลิงผลาญเกาทัณฑเตาหลอม
หากมหาอุปราชไม่พูดเช่นนี้ ก็คงไม่มีผู้ใดนึกถึง
การที่เขากล่าวเช่นนี้ รวมถึงเอ่ยต่อหน้าเหล่าผู้คน ก็
นับว่าชัดเจนยิ่งแล้ว
ดังนั้นผู้คนย่อมคาดเดาได้
การกระทำของมหาอุปราชนับว่ารวดเร็วและเด็ดขาดยิ่ง
เพิ่งกล่าวจบเขาก็ดำเนินการทันที เห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่
การตัดสินใจอย่างเร่งรัด แต่เขาตัดสินใจไว้นานแล้ว
เขาโบกมือ ทันใดนั้นถุงจักรวาลก็ถูกเปิดออก เพียงชั่ว
พริบตา ศาสตราเต๋าวิถีแท้ก็ส่องประกายแสงเจิดจ้า
ลอยขึ้นท่ามกลางสายตาของทุกผู้คน
เป็นดั่งที่หวังไว้ เมื่อศาสตราเต๋าวิถีแท้ปรากฏขึ้น ฝูงชน
ก็พากันแตกฮือส่งเสียงอื้ออึงตกตะลึงถึงขีดสุด สีหน้า
ของแต่ละคนดูน่าเกลียดเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเหล่า
ราชโอรสพระธิดา เพราะอย่างไรเสียพวกมันทั้งหมด
ล้วนเป็นคู่แข่งกัน
ยิ่งได้รับความชอบมากเท่าไหร่ ก็ตกเป็นที่อิจฉาริษยา
มากขึ้นเท่านั้น
อู่ อวี้ ยังคงเฉยชาเล็กน้อย อย่างไรก็ตามเมื่อศาสตรา
เต๋าวิถีแท้ชิ้นนี้ปรากฏขึ้น เขาก็ถูกมันดึงดูดอย่างสิ้นเชิง
แน่นอนว่ามันคือ ‘ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ’
อย่างไรก็ตามถึงแม้จะเป็นศาสตราวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณ แต่ก็มีความแตกต่างกันอยู่บ้าง อย่างน้อย ๆ ก็
เหนือกว่าพลองฟั้าอนันตกาล
ในเวลานี้ทั่วทั้งตำหนักจินซวน เปล่งประกายไปด้วยแสง
เก้าสีจาก ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
ลำแสงเหล่านี้ มีสีเหมือนกับวงเวทภายในเจดีย์ล่อง
กำเนิด ไล่เรียงไปตาม แดง ส้ม เหลือง เขียว คราม น้ำ
เงิน ม่วง ดำ ขาว
ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณชิ้นนี้มีทั้งหมดเก้าสี
นับว่ามันงดงามมากจริง ๆ
อู่ อวี้ ที่มองเห็นตั้งแต่แวบแรก ก็ยังรู้สึกว่ามันน่าทึ่ง
เช่นเดียวกัน
มหาอุปราชเข้าใจตัวเขาเป็นอย่างดี ศาสตราวิถีแท้สุด
ยอดวิญญาณนี้ คือไม้พลองเล่มหนึ่ง
อย่างไรก็ตามพลองด้ามนี้ถูกแบ่งออกเป็น 9 ส่วน ปลาย
ทั้งสองด้านมีสีขาวดำ ส่วนตรงกลางเป็นสีสันทั้งเจ็ด
จากบนไปถึงล่างแต่ละส่วนล้วนปรากฏลวดลายอักขระ
ซับซ้อน เสมือนกับมีอสูรร้ายเก้าตนนูนออกมา ทว่าอสูร
ร้ายเหล่านี้มีลักษณะเหมือนกันทุกประการแตกต่างกันที่
สีเท่านั้น
ใบหน้าอสูรร้ายทั้งเก้า ที่ดูราวกับหลุดออกมาจากห้วง
บรรพกาลทั้ง 9 ตน บัดนี้กำลังจับจ้องมายัง อู่ อวี้
ในเวลาเดียวกันนั้น ใบหน้าของอสูรร้ายอสูรร้ายทั้งเก้า
ก็ลุกท่วมไปด้วยเปลวเพลิงเก้าสี
เมื่อศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณชิ้นนี้ปรากฏขึ้น อู่ อวี้
ก็สัมผัสได้ถึงเพลิงความร้อนระอุอันน่าสะพรึงกลัว อัคคี
เก้าสีลุกไหม้ พุ่งทะยานสูงขึ้นด้วยระดับความร้อนที่
เทียบได้กับหยาดเพลิงวิญญาณเซียน ส่งผลให้ หลังจาก
ศาสตราชิ้นนี้ปรากฏขึ้น เหล่าโอรและพระธิดา ต่างพา
กันถอยหนีออกไปอย่างช่วยไม่ได้
เพียงมองจากลักษณะที่ปรากฏ ก็เหนือล้ำยิ่งกว่าพลอง
มังกรไปหลายขุมคน
เพลิงเทวะเก้าสีลุกโหมกระหน่ำ ใบหน้าของอสูรร้ายที่ดู
เสมือนดั่งหลุดออกมาจากห้วงบรรพกาล ความน่า
สะพรึงกลัวของมันไม่ได้ด้อยไปกว่าอสูรอนันต์ของพลอง
หมื่นมังกรเลยด้วยซ้ำ!
“ โดยทั่วไปแล้ว ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณต้องมีวง
เวทมากกว่า 100,000 พลองหมื่นมังกรมีวงเวทอยู่
ทั้งหมด 200,000 พลองฟั้าอนันตกาลมีวงเวทเกือบ
300,000 วง และพิมานจักรพรรดิเปั่ยหมิง มีวงเวท
490,000 วง แทบเรียกได้ว่าใกล้เคียงครึ่งล้านเลยทีเดียว!
หากมีวงเวทมากกว่า 500,000 วงขึ้นไป จะถูกเรียกว่า
‘ศาสตราวิถีแท้วิญญาณภา’ ถ้ามากกว่า 1 ล้านวง จะ
เรียกว่า ‘ศาสตราวิถีแท้วิญญาณศักดิ์สิทธิ์’ ข้าอยากรู้
นักว่าศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณชิ้นนี้ มีวงเวทอยู่กี่
วงกันแน่? ”
อู่ อวี้ กวาดสายตามองดูอยู่อย่างรวดเร็ว เขาทราบดีว่า
ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณชิ้นนี้ มีอำนาจเหนือกว่า
พลองฟั้าอนันตกาลที่เขาเฝั้าใฝั่ฝันปรารถนา มิฉะนั้น
มหาอุปราชคงไม่เปลี่ยนจากการมอบ พลองฟั้าอนันต
กาล มาเป็นศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณชิ้นนี้ให้แก่
เขาแทน
นอกจากนี้เขายังนำมีดสั้นของ กุ้ย เจิ้นเค่อ จากการต่อสู้
ครั้งที่แล้วมาด้วย มันมีนามว่า ‘สะบั้นวิญญาณ’ ถึงแม้จะ
ดูเป็นมีดสั้นเล่มเล็ก ๆ แต่มันก็เป็นศาสตราวิถีแท้สุด
ยอดวิญญาณที่มีวงเวทอยู่เกือบ 360,000 วง เรียกได้ว่า
มากกว่าพลองฟั้าอนันตกาลเสียอีก
แน่นอนว่าอันที่จริงแล้ว จำนวนของวงเวทมิได้แสดงถึง
พลังอำนาจของศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณเสมอไป
เนื่องจากท้ายสุดแล้วทั้งหมดล้วนเกี่ยวข้องกับชนิดของ
วงเวท และพลังอำนาจของมัน ศาสตราวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณที่มีวงเวท 100,000 อาจเหนือกว่าศาสตราที่มี
วงเวท 200,000-300,000 วงก็เป็นได้
ทว่าโดยทั่วไปแล้ว ยิ่งมีวงเวทมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งซับซ้อน
และทรงพลังมากขึ้นไปด้วย อู่ อวี้ ยังไม่เคยพบเจอ
ศาสตราที่มีวงเวทน้อยกว่า แล้วทรงพลังมากกว่า
สำหรับเขาแล้วยิ่งศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณมีวง
เวทมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งกระตุ้นแรงปรารถนาในกายของ
เขามากขึ้นเท่านั้น ทันใดนั้นศาสตราวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณก็ปรากฏรอยแยก แตกกระจายออกเป็น 9
ส่วน 9 สี ใบหน้าของอสูรร้ายล่องลอยอยู่เหนือท้องเวหา
เสมือนดั่งแขน 9 ข้าง ส่วนหนึ่งอยู่ตรงจุดกึ่งกลาง โดยมี
อีก 8 ส่วนที่เหลือล้อมรอบอยู่รอบทิศทาง ทันใดนั้นก็
บังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้น จาก ‘พลองสั้น’ 9
ส่วน แปรเปลี่ยนกลายเป็นมหาเตาหลอมสามขาในชั่ว
พริบตา!
ชั่วอึดต่อมา มหาเตาหลอมสามขาทั้ง 9 เตาก็บังเกิด
เปลวเพลิงลุกโชติช่วงโหมกระหน่ำมาจากภายใน
ท่ามกลางสายตาของ อู่ อวี้ มหาเตาหลอมนี้ดูน่าเกรง
ขาม อหังการ เป็นอย่างยิ่ง เปลวเพลิงร้อนสุดขั้ว ภายใน
มหาเตาหลอมแต่ละเตา ให้ความรู้สึกเสมือนดั่งมีลาวา
จากพิภพอเวจีอยู่ภายใน คลื่นความร้อนฉีดพุ่งออกมา
จากส่วนลึกทะเลเพลิง ราวกับมีเสียงคำรามของอสูรร้าย
ดังลอดออกมาจากปากเตา
เสียงคำรามอันแสนดุร้ายเกรี้ยวกราด ทำให้สีหน้าของ
ผู้คนมากมายแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือด
เพียงชั่วอึดใจ บรรยากาศทั่วทั้งตำหนักจินซวน ก็ถูก
ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณควบคุมสยบไว้อย่าง
สมบูรณ์ ผู้คนมากมายต่างจับจ้องไปยังมหาเตาหลอมทั้ง
9 เตา ด้วยการแสดงออกที่แตกต่างกันออกไป บ้าง
ประหลาดใจ บ้างก็ขุ่นเคือง บ้างก็โกรธเกรี้ยว
อู่ อวี้ สังเกตว่า บนตัวเขามหาเตาหลอมทั้ง 9 เตา มี
ใบหน้าของอสูรประทับไว้อยู่ อสูรตนนั้นอ้าปากกว้าง
เผยให้เห็นคมเขี้ยวอันแหลมคม ดูดุร้ายเป็นยิ่งนัก!
ท่ามกลางความเลือนราง ให้ความรู้สึกเสมือนดัง อสูร
ร้ายแห่งห้วงบรรพกาล ที่อยู่ภายในตำนานพื้นบ้าน
” แท้จริงแล้วศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณชิ้นนี้กลับ
คล้ายคลึง พิมานจักรพรรดิเปั่ยหมิง ที่มีสองรูปแบบ
เช่นเดียวกัน พิมานจักรพรรดิเปั่ยหมิง สามารถ
เปลี่ยนแปลงจากกระบี่เป็นแส้เหล็กรูปมังกรได้ ส่วน
พลองนี้ สามารถแบ่งออกเป็น 9 ส่วน แปรเปลี่ยน
กลายเป็นมหาเตาหลอม 9 เตา!”
ราวกับว่ามีศาสตราอยู่สองชนิด!
หลังจากแปรเปลี่ยนกลายเป็นมหาเตาหลอม ศาสตรา
เต๋าวิถีแท้ก็ปลดปล่อยอำนาจสะกดข่มออกมาอย่าง
รุนแรง หลังจากแสดงความสามารถในการกดดันหยุดยั้ง
ศัตรูแล้ว ชิ้นส่วนทั้ง 9 นั้นผสานรวมเข้าด้วยกัน
กลายเป็นเสาเพลิง 9 ชั้นลุกโหมกระหน่ำขึ้นไปถึง
สวรรค์! พุ่งทะลุทะลวงลงมายังตำหนักจินซวนแห่งนี้
อู่ อวี้ มั่นใจว่าศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณชิ้นนี้ มี
อำนาจใกล้เคียงกับพิมานจักรพรรดิเปั่ยหมิง
คงสามารถคาดเดาได้ว่า มันมีคุณค่ามากเพียงใด
เมื่อเห็นว่าเป็นไปตามคาด มหาอุปราชก็ยิ้มพร้อมกับ
กล่าวว่า ” ชื่อของมันก็คือ : พลองฟั้าเพลิงผลาญเก้า
ทัณฑ์เตาหลอม นับว่ามันมีชะตากรรมร่วมกับเจ้า ก่อน
หน้านี้พิภพอเวจีเป็นสถานที่แปลก ๆ ที่ถูกเรียกว่า
‘มหาสมุทรเพลิงเก้าชั้น’ ทว่าเมื่อสามกาลสมัยก่อน ชาว
เหยียนหวงของเราได้ปรากฏบรรพชนจักรพรรดิผู้หนึ่ง
ที่สามารถข้ามผ่านมหาภัยพิบัติแห่งเซียน บรรลุ
กลายเป็นเซียนอมตะ ด้วยการช่วยเหลือสนับสนุนจาก
โลหะวิเศษ 9 ชนิด ซึ่งมี ‘เส้นวิญญาณ 10 เส้น’ ปลอม
แปลงหลอมสร้างจนสำเร็จ บนมหาเตาหลอมแต่ละเตา
มีวงเวทอยู่ 50,000 วง มหาเตาหลอมทั้ง 9 รวมเป็น
450,000 วง ใกล้เคียงกับศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภา
อย่างไรก็ตามอำนาจของมันไม่ได้ด้อยไปกว่าพิมาน
จักรพรรดิเปั่ยหมิง ทั้งยังมีวงเวทมากกว่าพลองฟั้า
อนันตกาลถึง 100,000 วง คงไม่ต้องบอกว่ามูลค่านั่น
ต่างกันมากเพียงใด ”
นับเป็นศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณที่ทรงพลังยิ่ง อีก
ทั้งยังมีประวัติความเป็นมาอันน่าตื่นตะลึง ไม่เพียง
พลองฟั้าเพลิงผลาญเก้าทัณฑ์เตาหลอม แต่พิมาน
จักรพรรดิเปั่ยหมิงก็เป็นเช่นเดียวกัน หลังจากฟัง
คำอธิบายของมหาอุปราชแล้ว อู่ อวี้ ก็จับจ้องไปยังเสา
เพลิงที่มีใบหน้าของอสูรทั้ง 9 ตนสลักไว้ เขาสัมผัสได้ถึง
ประสบการณ์อันหนักหน่วงยาวนานที่แผ่ออกมาจากตัว
เสา ท้ายสุดแล้วมันคือศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณที่
มีอายุเกือบ 4 แสนปี!
ตลอดเวลาหลายแรมปี เห็นได้ชัดว่ามีผู้คนนับไม่ถ้วนตก
ตายไปเพื่อศาสตราชิ้นนี้
ยิ่งไปกว่านั้น มันยังถูกหลอมสร้างมาจาก 1 ใน 10 พิภพ
อเวจี ไม่แปลกใจว่าทำไม มันถึงมีชื่อคำว่าเตาหลอมอยู่
ด้วย เตาทั้ง 9 เรียกว่ามหาเตาหลอม เปลวเพลิงที่ลุก
โชติช่วงอยู่นี้ มีส่วนเกี่ยวข้องกับเพลิงลาวาในพิภพอเวจี
เมื่อแปรเปลี่ยนเข้าสู่รูปแบบของมหาเตาหลอม ศาสตรา
ชิ้นนี้จะมีความสามารถในการ สยบ เผาผลาญ ปั้องกัน
และปิดล้อม ส่วนรูปแบบพลอง คือเสายักษ์ที่เขาเห็นอยู่
ในตอนนี้ ซึ่งสามารถนำมาใช้ในการโจมตีอย่างหนัก
หน่วงรุนแรงของ อู่ อวี้ ผสานไปกับการต่อสู้อย่างดุดัน
ในระยะประชิด นับว่าถูกใจเขาเป็นยิ่งนัก เมื่อเทียบกับ
พลองฟั้าอนันตกาลที่มีคุณสมบัติไม่แน่ชัดเจน เห็นได้ชัด
ว่านี่เป็นศาสตราที่เหมาะสมกับ อู่ อวี้ มาก
“ ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ ที่ใครหลายคนเฝั้าถวิล
หาจะเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียวเลยงั้นหรือ? ” อู่ อวี้ ไม่
คาดคิดว่าผลรางวัลจากการเก็บเกี่ยวจะใหญ่หลวงถึง
เพียงนี้ ดังนั้นจึงอึ้งตะลึงไปพักหนึ่ง
ชวีอิ๋นเร็วกว่าเขาเล็กน้อย เขายิ้มแล้วหยิบศาสตราเต๋า
วิถีแท้ที่คล้ายกันออกมาอย่างรวดเร็ว มันคือศาสตราวิถี
แท้สุดยอดวิญญาณระดับสูง ส่วนหนึ่งเป็นสีดำอีกส่วน
เป็นสีขาวดูแปลกประหลาดลึกลับเป็นอย่างยิ่ง
ท่ามกลางความลึกลับมีความสมดุลอยู่ภายใน บน
ศาสตรามีวงเวทประทับกว่า 300,000 วง เห็นได้ชัดว่า
พลังอานุภาพของมันต้องยอดเยี่ยมยิ่งนัก ขนาดของมัน
พอเหมาะ อย่างไรก็ตามหากนำ พลองฟั้าอนันตกาล มา
เปรียบเทียบ กับ พลองฟั้าเพลิงผลาญเก้าทัณฑ์เตา
หลอม เห็นได้ชัดว่าศาสตราทั้งสองมีอำนาจห่างกันช่วง
ใหญ่
ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น รูปแบบเต๋าสมดุลของพลองฟั้า
อนันตกาล ไม่เหมาะกับ อู่ อวี้ เท่าใดนัก ส่วนความ
เหี้ยมหาญ ดุดัน อหังการ จากพลองฟั้าเพลิงผลาญเก้า
ทัณฑ์เตาหลอม รวมถึงกลิ่นอายที่สามารถผลาญทำลาย
ทุกสรรพสิ่ง มันคือสิ่งที่ อู่ อวี้ ปรารถนาอย่างแท้จริง
” ท่านมหาอุปราช นี่คือพลองฟั้าอนันตกาลที่ข้าสัญญา
ไว้กับ อู่ อวี้ โปรดรับไว้ด้วย ” ชวีอิ๋นนั้นมีความเกี่ยวข้อง
กับโอรสเล่อ เมื่อเห็นว่า อู่ อวี้ ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว อีก
ทั้ง อู่ อวี้ ยังเป็นคนที่มันพาตัวกลับมาจากจักรวรรดิเปั่ย
หมิงด้วยตนเอง เวลานี้ อู่ อวี้ ได้รับความสนใจเป็นอย่าง
มาก ฉะนั้นมันเองก็รู้ดีว่าควรทำเช่นไร ดังนั้นมันจึง
จัดการทุกอย่างที่สมควรอย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้น โอรสเล่อ ก็รีบเตือนเขาอย่างรวดเร็ว ” อู่
อวี้ เร็วเข้า รีบไปกล่าวขอบคุณท่านมหาอุปราช!”
เสียงเตือนดังกล่าวทำให้เขาตื่นจากภวังค์ สมบัติวิเศษ
เช่นนี้ ไม่ว่าสถานการณ์ใด หากได้มันครอบครอง ก็จะ
ทำให้ผู้คนจำนวนมากจ้องมองมาที่เขาตาเป็นมัน ราว
กับทะเลของศัตรูที่เต็มไปด้วยฝูงหมาปั่าแสนหิวโหย จับ
จ้องมองชิ้นเนื้อที่อยู่ในมือของ อู่ อวี้
เขาก้าวออกไปอย่างช้า ๆ ปัจจุบันหลายคนกำลังจ้อง
มองดูเขาด้วยสายตาไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง เพียงแต่ว่ายัง
ไม่มีผู้ใดเอ่ยปากหรือแสดงความไม่พอใจนี้ออกมา
เท่านั้น สถานการณ์ปัจจุบันทำให้โอรสเล่อรู้สึกเป็นห่วง
กังวลในตัว อู่ อวี้ เป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามมักจะมีตัว
ตั้งตัวตีเป็นผู้นำอยู่เสมอนั่นก็คือ ชายชราผมหงอกที่นั่ง
ถัดจากมหาอุปราช เป็นผู้มีฝีมือแข็งแกร่งทั้งยังน่าเกรง
ขามเป็นอย่างยิ่ง เพียงมองแว๊บแรกก็รู้ได้ว่า เส้นทาง
แห่งการฝึกตนของคนผู้นี้เต็มไปด้วยการต่อสู้และความ
โหดเหี้ยมอำมหิต เขาลุกขึ้นยืน จากนั้นก็หันไปกล่าวกับ
มหาอุปราชว่า ” น้องชาย แค่ได้รับ ‘คุณงามความดี’ ก็
เพียงพอแล้ว อย่างไรเสียนี้ก็ถือเป็นโชคลาภใหญ่หลวง
ของเด็กผู้นี้ แต่หากมอบสมบัติจริงๆออกไป ไหนจะ
เหล่าโอรสพระธิดาอีก ? ของชิ้นนี้ล้วนเป็นสิ่งที่พวกเขา
ต้องการ การที่จะมันให้กับราชอารักษ์จะดีหรือ? ข้ารู้ว่า
ราชอารักษ์เล่อมีความดีความชอบใหญ่หลวง เห็นทีข้า
คงต้องไต่ถามเรื่องนี้กับจักรพรรดิโบราณ ว่ามหาอุปราช
อย่างเจ้า ปฏิบัติตนเหมาะสมหรือไม่? ”
อู่ อวี้ รู้จักคนผู้นี้ มันมีนามว่า ‘จักรพรรดิกำเนิดสวรรค์’
เป็นพี่ชายของจักรพรรดิอารามสวรรค์ ซึ่งถือเป็น
น้องชายอีกคนหนึ่งของจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง
และถือเป็นอดีตมหาอุปราชอีกคน แต่ด้วยเพราะมันเป็น
คนมุทะลุโมโหร้ายใจคอโหดเหี้ยม จักรพรรดิโบราณเห
ยียนหวง จึงปลดออก อย่างไรก็ตามพลังฝีมือของมัน
ตอนนี้ก็เกือบเทียบเท่ากับจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง
แล้ว
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ