กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 891: ของกํานัลจากทวยเทพ
เมื่อมีบุคคลอย่างจักรพรรดิกำเนิดสวรรค์กล่าวเปิดนำ
คนอื่น ๆ ก็สามารถดำเนินการได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น
เสนาบดีตุลาการเจียงตงหยางกล่าวว่า ” ตัวข้าคิดว่า
ราชอารักษ์เล่อสร้างผลงานใหญ่หลวงก็จริง แต่รางวัลที่
ได้รับกลับมีค่าเกินไป นับว่าไม่เหมาะสมยิ่ง เพื่อ
หลีกเลี่ยงไม่ให้เหล่าผู้เยาว์ต้องรู้สึกไม่เป็นธรรม หวังว่า
มหาอุปราชจะไถ่ถอนมันกลับคืนไป ”
ตุลาการสูงสุดจิ่วฝูั่กล่าวว่า “ข้าก็คิดเช่นนั้น หวังว่ามหา
อุปราชจะพิจารณาใหม่ หากเรื่องนี้แพร่กระจายออกไป
อาจส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวง ”
จากนั้นก็มีผู้คนอย่างน้อยหลายสิบคน กล่าวเสริมขึ้นมา
เรื่อย ๆ เมื่อได้ยินเช่นนั้นเหล่าโอรสพระธิดาก็พากันยิ้ม
กว้าง พวกมันมิได้เข้าร่วมการถกเถียงในครั้งนี้ด้วย แต่
กลับหันมาเผชิญหน้ากับ อู่ อวี้ พร้อมทั้งแสดงท่าทาง
เป็นปฏิปักษ์ออกมาอย่างเห็นได้ชัด แตกต่างจากยาม
ปกติที่พวกมันจะขัดแย้งซึ่งกันและกันเอง
เกรงว่านับตั้งแต่มหาอุปราชเข้ารับตำแหน่งมา คงไม่เคย
มีเหล่าขุนนางในราชสำนักแสดงท่าทางต่อต้านไม่
ยินยอมเช่นนี้ ไม่ว่ามหาอุปราชคนใด หากต้อง
เผชิญหน้ากับเหตุการณ์เช่นนี้ก็คงจะรู้สึกกระดากอาย
อยู่ไม่น้อย
มหาอุปราชยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน พร้อมกล่าวว่า ”
ทุกท่าน โปรดทราบ ข้าเปลี่ยนจากการมอบพลองฟั้า
อนันตกาล เป็นพลองฟั้าเพลิงผลาญเก้าทัณฑ์เตาหลอม
ให้แก่ อู่ อวี้ แทน เทียบเท่ากับการมอบศาสตราเต๋าที่มี
วงเวทเพิ่มขึ้น 100,000 วงเป็นรางวัล ทุกท่านกล้าพูด
จริง ๆ เหรอว่า มันไม่เป็นธรรมกับผู้เยาว์หนุ่มสาวของ
เรา? ท้ายสุดแล้วหากไม่มี อู่ อวี้ ทุก ๆ ท่านคงจะไม่มี
ชีวิตรอดมาพูดเช่นนี้ได้ ”
รอยยิ้มกระอักกระอ่วนของเขา ยิ่งเติมเชื้อไฟความหยิ่ง
ผยองให้กับคนอื่น ๆ มากขึ้น บุคคลผู้มีสายตาหลัก
แหลม ย่อมสามารถมองเห็นได้ว่าความน่าเกรงขามของ
มหาอุปราชลดลง จากการร่วมมือกันต่อต้านของเหล่า
ขุนนาง มหาอุปราชคนก่อนอย่างจักรพรรดิกำเนิด
สวรรค์ เมื่อเห็นน้องชายของตนตกอยู่ในสภาพไม่น่ามอง
เช่นนี้ จึงแสดงท่าทียิ้มเยาะอย่างไม่ไหวหน้า พร้อมกับ
กล่าวว่า “ การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้านับว่าไม่เหมาะสม
เป็นยิ่งนัก ดูเหมือนว่าหากข้านำเรื่องนี้ไปถ่ายทอดให้แก่
จักรพรรดิโบราณขึ้นมาจริง ๆ คงสามารถเปลี่ยนตัวผู้
ปฏิบัติหน้าที่ได้ ”
หากอาศัยเพียงชื่อเสียงและใบหน้าแก่ ๆ ของมัน โดยไร้
ซึ่งการสนับสนุนจากเหล่าขุนนาง คงยากที่มันจะหา
โอกาสกดดันจักรพรรดิอารามสวรรค์เช่นนี้ได้ ดังนั้น
จักรพรรดิกำเนิดสวรรค์จึงลงมือโดยไร้ซึ่งความเมตตาใด
ๆ
บัดนี้บรรยากาศภายในตำหนักจินซวน ลดต่ำลงถึงขีด
สุด แม้ว่าศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณจะอยู่เบื้องหน้า
อู่ อวี้ แต่เขาก็มิกล้าผลีผลามเข้าไปเอา หากกระทำ
เช่นนั้น ดาดว่าเขาคงถูกเหล่ายอดฝีมือผู้แข็งแกร่งจาก
อาณาจักรโบราณเหยียนหวงขัดขวางเอาแน่ ชายชรา
เหล่านี้ไม่ว่าผู้ใดล้วนสามารถบดขยี้ อู่ อวี้ เอาได้ง่าย ๆ
ท้ายสุดแล้วพวกมันล้วนเป็นยอดฝีมือที่สามารถข้ามผ่าน
ภัยพิบัติเต๋าครั้งแรกมาได้ บางคนแม้กระทั่งข้ามผ่านภัย
พิบัติเต๋าครั้งที่สอง พวกมันล้วนอยู่ในระดับค้นหาเต๋าขั้น
ที่ 7 หรือสูงมากกว่านั้น
แม้ว่าจะไม่อาจเทียบเคียงกับเทพเซียนได้ ทั้งขีดจำกัด
อายุขัยยังเรียกได้ว่าสิ้นหวังถึงขีดสุด แต่ระดับความ
แข็งแกร่งของพวกมัน ก็นับเป็นหนึ่งในใต้หล้า
ภายใต้การกดดันจากจักรพรรดิกำเนิดสวรรค์ ทุกคนต่าง
จับจ้องไปยังมหาอุปราช เฝั้ารอมหาอุปราชยกเลิกคำสั่ง
เนื่องจากท้ายสุดแล้วทุกผู้คนล้วนยืนอยู่ฝังตรงข้ามเขา
จักรพรรดิอารามสวรรค์มิใช่จักรพรรดิโบราณเหยียน
หวง แต่เป็นเพียงผู้สำเร็จราชการที่ทำหน้าที่แทน
พระองค์เท่านั้น…
ไม่คาดคิดว่าระหว่างที่ทุกคนกำลังจับจ้องไปยังเขา อยู่
ๆ รอยยิ้มกระอักกระอ่วนของมหาอุปราช ก็แปร
เปลี่ยนเป็นผ่อนคลาย จากนั้นก็กลายเป็นหนาวเย็นถึง
ขีดสุด พร้อมหันไปกล่าวกับจักรพรรดิกำเนิดสวรรค์ว่า ”
เช่นนั้นข้าก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเจ้าจะนำเรื่องนี้ไปกราบ
ทูลจักรพรรดิโบราณ เมื่อถึงตอนนั้นคาดว่าจักรพรรดิ
โบราณคงจะสั่งสอนเจ้าเสียยกใหญ่ นี่ก็หลายปีแล้ว เจ้า
ยังไม่เติบโตแม้แต่น้อย ช่างโง่เขลายิ่งนัก เจ้าไม่ทราบ
เลยหรือไงว่า จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงต้องการทำ
อะไร? ”
ส่วนสำคัญที่สุด คือประโยคสุดท้ายของจักรพรรดิอาราม
สวรรค์
สิ่งที่จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงต้องการ…
เดิมทีแล้วรอยยิ้มล้วนฉาบอยู่บนใบหน้าของทุกผู้คน
ทว่าในชั่วอึดใจต่อมา ใบหน้าของพวกมันก็เปลี่ยนเป็น
แข็งค้าง สีหน้าซีดเผือด นัยน์ตาหม่นหมองถึงขีดที่สุด
แน่นอนว่ารวมถึงจักรพรรดิกำเนิดสวรรค์ เสนาบดีตุลา
การ ตุลาการสูงสุดจิ่วฝูั่ , โอรสเหยียน และคนอื่น ๆ
ล้วนเป็นเช่นเดียวกันหมด
เป็นเพราะ อู่ อวี้ ราชโองการของจักรพรรดิโบราณเพื่อ
ตรวจสอบแผนการของชาวกุ่ยเหยียนอย่างชัดแจ้งจึง
บังเกิด จนสร้างคุณความชอบใหญ่หลวง และบางทีทุก
คนอาจลืมไปแล้วว่า เขาปรากฏตัวขึ้นในสถานที่แห่งนี้
เป็นเพราะจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง
แม้ว่าทุกคนจะหลงลืมไป แต่จักรพรรดิอารามสวรรค์ไม่
เคยลืม
ฝีมือของเขาเหนือกว่าพระโอรสบางคนเพียงเท่านั้น แต่
กลับสามารถรอดชีวิตจากยอดฝีมือในระดับสามภัยพิบัติ
ค้นหาเต๋า จนมานั่งอยู่ตรงนี้ได้ แน่นอนว่าย่อมไม่ใช่แค่
โชคช่วย หรือ ความแข็งแกร่งเพียงอย่างเดียว แต่ยัง
รวมถึงสมองของเขาด้วย หรือจะกล่าวว่าทั้งหมดล้วนมา
จากปัญญา
ขณะนั้นเอง จักรพรรดิอารามสวรรค์ที่แสดงสีหน้า
เคร่งเครียดจริงจัง ก็กระแอมไอสองครั้งเพื่อล้างคอ โดย
ให้ทุกคนจับจ้องมายังตนเอง จากนั้นก็กล่าวขึ้นด้วย
น้ำเสียงก้องกังวานเปียมบารมีว่า ” ข้าได้รับการแต่งตั้ง
จากจักรพรรดิโบราณ เข้ารับตำแหน่งมหาอุปราช ทำ
หน้าที่กำกับดูแลราชสำนัก นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง ข้า
ล้วนกระทำตามเจตจำนงของจักรพรรดิโบราณเหยียน
หวงมาโดยตลอด หากกระทำผิดพลาดเพียงเล็กน้อย
จักรพรรดิโบราณย่อมลงโทษข้าด้วยตนเอง แต่ถ้าทุก
ท่านยังกล่าวปรักปรำไม่เลือกที่ ก็อย่าหาว่าข้าไร้ปรานี!
ผู้ที่กระทำความผิดในวันนี้จะได้รับการอภัยโทษ
หลังจากนี้ในอนาคตถ้าผู้ใดกระทำตนมีตาหามีแวว ไม่
แยกแยะถูกผิด ยั่วยุฝูงชน ด้วยวาจาไร้แก่นสาร จักต้อง
ถูกลงโทษสถานหนัก ตามกฎระเบียบราชสำนัก! ”
คำกล่าวนี้ดังก้องกังวานประดุจสายอัสนีฟาดผ่า อู่ อวี้
จ้องมองไปยังผู้คนที่อยู่รอบตัว แลเห็นว่าสีหน้าของพวก
ที่เอ่ยวาจาไร้สาระก่อนหน้านี้ ล้วนแปรเปลี่ยนเป็นแดง
ก่ำ จักรพรรดิอารามสวรรค์ไม่คาดคิดว่านี่คือความ
ต้องการของจักรพรรดิโบราณ มันทราบดีว่าเหตุการณ์
ในครั้งนี้ เป็นตัวเองมันที่ทำผิดมหันต์ มันดูแคลน
จักรพรรดิอารามสวรรค์เกินไป ทั้งยังตำหนิตนเองที่ไม่
อาจเข้าใจเจตนาของจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง คราที่
มันยังดำรงตำแหน่ง เพราะไม่เข้าใจความนึกคิดของ
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวง จึงทำให้มันต้องถูกปลด!
บางทีมันอาจไม่เข้าใจตราบจนกระทั่งบัดนี้ การเป็นมหา
อุปราช ไม่เพียงต้องมีความแข็งแกร่ง แต่ต้องก้าวทัน
ความคิดของจักรพรรดิโบราณเหยียนหวงด้วย หากให้
กล่าวในแง่นี้แล้ว จักรพรรดิอารามสวรรค์ ที่ปฏิบัติกับ อู่
อวี้ อย่างดีเยี่ยมนับตั้งแต่พิธีแต่งตั้งบรรดาศักดิ์ เห็นได้
ชัดว่าเขาเหมาะสมกว่าตัวมันมาก!
” จักรพรรดิโบราณยิ่งใหญ่เทียมฟั้า มีชีวิตยืนยาว หมื่น
ปีๆ! ”
เมื่อได้ยินว่าเป็นพระประสงค์ของ จักรพรรดิโบราณเห
ยียนหวง แน่นอนว่าเหล่าขุนนางและราชนิกุลทั้งหลาย
ต่างทราบดีว่า สิ่งที่ตนเองกระทำได้ในยามนี้ คือการก้ม
คุกเข่าคารวะสรรเสริญได้เพียงเท่านั้น แม้กระทั่ง
จักรพรรดิกำเนิดสวรรค์ยังหมอบกราบคารวะ ด้วยความ
หวาดกลัวยอมรับความพ่ายแพ้อย่างสุดหัวใจ มหา
อุปราชทราบดีว่ายังมีผู้คนมากมายที่ไม่เชื่อมั่นในตนเอง
ดังนั้นเขาจึงงัดกลยุทธ์เล็กน้อยมาใช้ โดยการล่อลวงศัตรู
ออกมาทั้งหมด จากนั้นก็จัดการในครั้งเดียว เชื่อว่านับ
จากวันนี้ไป คงไม่มีผู้ใดกล้าคัดค้านคำตัดสินของเขา
เนื่องจากเขาเป็นเพียงผู้เดียวที่สามารถติดต่อกับ
จักรพรรดิหยานโบราณได้
ไม่ว่าจะเป็นคนอื่น ๆ หรือแม้กระทั่งเหล่าพระโอรส
ล้วนไม่มีสิทธิ์ติดต่อกับบิดาของพวกมันได้
พวกมันต่างนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น ด้วยท่าทางนอบน้อม
ถ่อมตนอย่างที่สุด ซึ่งแตกต่างจากความเย่อหยิ่งโอหัง
ก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง อู่ อวี้ เข้าใจลึกซึ้งอีกครั้งว่า
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวง มีความสำคัญยิ่งใหญ่
มากมายเพียงใดในชมพูทวีปโลกธาตุแห่งนี้? แม้แต่
จักรพรรดิกำเนิดสวรรค์ผู้แสนเย่อหยิ่งฝีปากกล้าก่อน
หน้านี้ยังใบหน้าขาวซีด เมื่อพบว่าตนเองนั้นประเมิน
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงต่ำเกินไป
แม้ว่าสมบัติล้ำค่าจะอยู่เบื้องหน้าของมัน แต่ในเวลา
เดียวกันมันก็หวาดกลัวจนไม่กล้ากระทำการบุ่มบ่าม
“เขาต้องการอันใดกันแน่? ”
ไฉนจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง ถึงให้ตนเองมาที่นี่ ทั้ง
ยังแต่งตั้งเป็นราชอารักษ์เล่อ?
เพราะเหตุใดเขาถึงให้รางวัลมากมายแก่ข้าราวกับเป็น
คนสำคัญเช่นนี้ด้วย?
อู่ อวี้ รู้สึกราวกับว่ามีดวงตาที่มองไม่เห็นคู่หนึ่ง กำลัง
จ้องจับตาดูเขาอย่างละเอียด
ช่างเป็นความรู้สึกที่น่าขนลุกเสียจริง ๆ
ราวกับเขาได้หยิบยกพลองฟั้าเพลิงผลาญเก้าทัณฑ์เตา
หลอมมาตั้ง พร้อมกับเอ่ยถามว่า สมบัติอยู่เบื้องหน้า
แล้ว เจ้ากล้าเข้ามาหยิบมันไปหรือไม่?
อู่ อวี้ รู้สึกว่านอกจากความแข็งแรงอันน่าสะพรึงกลัว
ของ จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงแล้ว ทว่ายังมีอีกอย่าง
ก็คือเขาเป็นเสมือนดั่งทวยเทพภายในชมพูทวีปโลกธาตุ
แห่งนี้อย่างแท้จริง!
เป็นเสมือนดั่งทวยเทพประทับอยู่ในโลกนี้!
ส่วนเหตุผลที่เขาไม่ทำให้ชมพูทวีปโลกธาตุแห่งนี้
กลายเป็นอาณาจักรโบราณเหยียนหวง คาดว่าคงเป็น
เพราะเขาหาได้ใส่ใจไม่
ถ้าเขาต้องการมันจริง ๆ ก็ย่อมทำได้ …
เวลานี้สายตาของทุกคนจับจ้องมอง อู่ อวี้ บัดนี้กระทั่ง
ความริษยาและความเกลียดชังที่มีต่อ อู่ อวี้ ได้เลือน
หายไปสิ้นแล้ว หาใช่ไม่ริษยาแต่เพราะไม่กล้าต่างหาก
สำหรับสมบัติอย่างพลองฟั้าเพลิงผลาญเก้าทัณฑ์เตา
หลอม แน่นอนพวกมันมิกล้าอาจเอื้อมคิดครอบครอง
เพราะนั่นคือสิ่งที่จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงประทาน
เป็นรางวัลให้แก่ อู่ อวี้ แม้ว่ามหาอุปราชจะแลกเปลี่ยน
พลองฟั้าอนันตกาลกลับไป แต่ผลลัพธ์ก็ถือว่ากำไรเกิน
คุ้มแล้ว
” ราชอารักษ์เล่อข้าขอแสดงความยินดีด้วย หลายปีมานี้
ไม่มีผู้ใดมีวาสนาได้รับรางวัลของ จักรพรรดิโบราณเห
ยียนหวง เป็นการส่วนตัว”
เหนือที่นั่งสูงตรงเบื้องหน้า มหาอุปราชยิ้มให้ อู่ อวี้
ขณะกล่าว ทั้งหมดนี้หมายความว่ากำลังรอให้ อู่ อวี้
กล่าวคำขอบคุณแล้วยอมรับสมบัติล้ำค่าเหล่านี้ไปแต่
โดยดี
อู่ อวี้ ก็ถามตัวเองเช่นกัน
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงช่างน่าหวาดกลัวเสีย
เหลือเกิน แล้วรางวัลล้ำค่าเช่นนี้เขาจะกล้ายอมรับ
เช่นนั้นหรือ?
นี่คือความหวาดกลัวหรือว่าเป็น …
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นคำถามที่คั่งค้างอยู่ในใจของเขา
ถึงแม้จะมีคำถามมากมายในใจ ทว่าเจตจำนงของเขาก็
ยังชัดเจน ความหวาดกลัวไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอันใด
บางครั้งความรู้สึกนี้สามารถทำให้คน ๆ หนึ่งผ่านพ้น
จากภัยพิบัติอันตราย เขายอมรับว่ารู้สึกประทับใจ และ
หวาดกลัวตัวในคราเดียวกัน เมื่อประสบพบเจอกับ
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวง เป็นความรู้สึกหวาดกลัวที่
เสมือนดั่งมนุษย์ปุถุชน หวาดกลัว ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน
อย่างไรก็ตามเขาก็ยังไม่แน่ใจว่า จักรพรรดิหยานหวง
โบราณ จะเหมือนดั่ง ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน หรือไม่?
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวง ไปมาไร้ร่องรอย อุปนิสัย
ยากจะเข้าใจได้
ดูเหมือนว่าเขาจะมีอำนาจเหนือทุกสรรพสิ่ง
อย่างไรก็ตามข้อดีของเขาคือเจตจำนงแรงกล้า ความไม่
ย่อท้อบากบั่น ต่อให้เขาหวาดกลัว ต่อให้ข้างหน้ามี
อุปสรรคยากจะก้าวข้ามมากเพียงใด เพียงแค่เขายังมีลม
หายใจก็สามารถยืนหยัดต่อสู้ สักวันเขาก็จะสามารถ
ทำลายขวากหนามอุปสรรคได้ในที่สุด
ดังนั้นเมื่อสมบัตินี้นำความกดดันมาสู่จิตใจของเขา อู่ อวี้
ก็จำต้องกัดฟันสู้ ก้าวไปข้างหน้าท่ามกลางสายตาของ
ทุกคน เขาถือจับพลองฟั้าเพลิงผลาญที่กำลังลุกไหม้ด้วย
เพลิงร้อนแรง!
พลองฟั้าเพลิงผลาญเล่นนี้ มีความร้อนอยู่ในระดับ
เดียวกับหยาดเพลิงวิญญาณเซียน แน่นอนว่าคน
ธรรมดาย่อมไม่สามารถถือมันได้!
ทว่าหลังจาก อู่ อวี้ รวบรวมหยาดเพลิงวิญญาณเซียน
จำนวนมากไว้ในร่าง เขาจึงไม่รู้สึกหวาดกลัวกับความ
ร้อนระดับนี้ เนื่องจากยังไม่อาจระบุผู้เป็นนายได้อย่าง
แน่ชัด ดังนั้นอสูรร้ายจึงร้องคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่ง
เปลวเพลิงเก้าสีลุกโชติช่วงโหมกระพืออย่างดุร้าย อาบ
ท่วมตัวทั้งสรรพางค์กายของ อู่ อวี้ ร่างกายของถูกเพลิง
เผาไหม้อย่างบ้าคลั่ง ท่ามกลางความเลือนราง ผู้ทุกคน
สามารถแลเห็นได้ว่า อสูรร้ายทั้งเก้ากำลังฝังคมเคี้ยวลง
บนร่างของเขาอย่างดุร้าย จนพวกมันอดไม่ได้ที่จะรู้สึก
เจ็บปวดแทน
อย่างไรก็ตามท่ามกลางเปลวเพลิงอาบท่วมโหมกระหน่ำ
อู่ อวี้ หาได้มีทีท่าใด ๆ เขายังคงถือจับศาสตราวิถีแท้สุด
ยอดวิญญาณเอาไว้อย่างแน่นหนา จากนั้นก็ค่อย ๆ
คุกเข่าลงกับพื้น แล้วกล่าวทีละคำว่า ” อู่ อวี้ ขอบ
พระทัยในความเมตตาของจักรพรรดิโบราณเหยียน
หวง!”
แม้ว่าเขาจะหันหน้าไปทามหาอุปราช แต่ก็เอ่ยขอบ
พระทัยจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง
คนอื่น ๆ ไม่กล้าปริปากเอ่ยอันใด เนื่องจากพวกมันมิ
เคยได้รับรางวัลจากจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง
โดยตรง โดยเฉพาะเหล่าโอรสพระธิดา สำหรับพวกมัน
แล้ว จักรพรรดิโบราณ เปรียบเสมือนดังภาพลวงตา
บางคนยังไม่เคยพบเห็นตัวจริงของเขาเลยด้วยซ้ำ อันที่
จริงสิ่งนี้ตำหนิพวกมันไม่ได้ แม้แต่มารดาซึ่งเป็นนาง
สนมของพวกมันเอง ก็ยังจดจำรูปร่างหน้าตาของเขา
ไม่ได้ มีเพียงแค่ความทรงจำบางส่วน จากนั้นก็ให้กำเนิด
บุตรหลานออกมา …
ขณะนี้ อู่ อวี้ ถูกเพลิงเผาผลาญ แม้จะถูกอสูรร้ายโจมตี
กัดกิน ทว่าหาได้เป็นอะไรแม้แต่น้อย ยังคงพูดจาได้
อย่างไหลลื่น ทำให้เหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่ และ
พระโอรสพระธิดาต่างตกตะลึงกับภาพที่เห็น พวกมัน
พบว่าสำหรับราชอารักษ์เล่อผู้นี้คำว่าแปลกยังน้อย
เกินไป ราวกับว่าเขากำลังท้าทายลิขิตสวรรค์อยู่ก็มิปาน
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ