กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 892: เจตจํานงแหงจักรพรรดิ
ท้ายที่สุดแล้ว อู่ อวี้ ก็ประสบความสำเร็จ หลังจากนั้น
เขาก็เก็บ ‘พลองฟั้าเพลิงผลาญเก้าทัณฑ์เตาหลอม’ ไว้ใน
ถุงจักรวาล
วงเวทที่ประทับอยู่บนพลองฟั้าอนันตกาล มีอยู่ราว
300,000 วง ส่วน ‘พลองฟั้าเพลิงผลาญเก้าทัณฑ์เตา
หลอม’ มีอยู่ 450,000 วง ซึ่งเป็นศาสตราสร้างขึ้นมา
จาก 1 ใน 10 ชั้นของพิภพอเวจี กล่าวได้ว่า อู่ อวี้
กระทำสิ่งที่น่าประหลาดใจสำหรับทุกคน คาดว่าในภาย
ภาคหน้าจะต้องมีเรื่องยากลำบากเฝั้ารอเฝั้าอยู่
ทว่าอย่างน้อยเขาก็เลือกแล้ว เลือกจะทนรับต่อแรง
กดดันมหาศาลที่จะเกิดขึ้น เลือกที่จะเผชิญกับความท้า
ทายดังกล่าว
สมบัติดังกล่าวถูกส่งต่อมาให้เขา เขาไม่สามารถหลบหนี
ไม่สามารถปฏิเสธมันได้
แม้ว่าสายตาของเหล่าพระโอรสพระธิดา จับจ้องมองเขา
ด้วยความริษยาอย่างมิอาจหาสิ่งอื่นใดเปรียบได้ พวกมัน
อยากจะครอบครองศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณจน
เนื้อเต้น แม้ไม่อาจจะบอกได้ว่าความโลภนี้จะเกาะกิน
หัวใจของพวกมันมานานเท่าใด แม้ว่าเขาจะสร้างผลงาน
ยิ่งใหญ่เพียงใด แต่การที่ ‘พลองฟั้าเพลิงผลาญ’ ถูก
กำหนดให้เป็นรางวัลก็ยังถือว่าน่าเหลือเชื่อ
อู่ อวี้ รู้สึกขบขันอยู่ไม่น้อย
” ครั้งที่ข้าอยู่ในจักรวรรดิเปั่ยหมิง ข้าสามารถ
ครอบครองพิมานจักรพรรดิเปั่ยหมิง ที่เหล่าบรรดาองค์
หญิงองค์ชายเฝั้าถวิลหามาได้ พอมาอยู่ที่อาณาจักร
โบราณเหยียนหวง ข้าก็สามารถครอบครอง ‘พลองฟั้า
เพลิงผลาญเก้าทัณฑ์เตาหลอม’ ที่เหล่าโอรสพระธิดาเฝั้า
ใฝั่ถวิลหามาได้ ทั้งสองสิ่งมีคุณค่าเหลือคณานับ ไม่ว่าจะ
เป็น ‘ศาสตราวิถีแท้วิญญาณศักดิ์สิทธิ์’ ‘ศาสตราวิถีแท้
วิญญาณนภา’ และ ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ นั้น
มีจำนวนค่อนข้างน้อยมาก แม้กระทั่งเหล่าบรรดาโอรส
พระธิดาที่บำเพ็ญเพียรมานานมากแล้ว ยังไม่มีโอกาสได้
ครอบครอง ”
ศาสตราวิถีแท้วิญญาณศักดิ์สิทธิ์หาได้ยิ่งยาก
โดยพื้นฐานแล้ว เปั้าหมายแท้จริงของการแข่งขันครั้งนี้ก็
คือ ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ แม้เหล่าโอรส
พระธิดาจะไม่ได้ลงแข่งขันด้วย แต่พวกเขาก็ไม่ต้องการ
ให้สมบัติของราชวงศ์ตกอยู่ในมือของคนนอก
อู่ อวี้ รู้ดีว่า ถึงแม้คนเหล่านี้ จำต้องปฏิบัติตามตาม
คำสั่งของ จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงอย่างเคร่งครัด
ทว่าภายในใจของคนเหล่านี้ก็เต็มไปด้วยความไม่ยินยอม
พร้อมใจ ไร้ซึ่งความสุขสม
ฉะนั้นคนส่วนใหญ่ที่อยู่ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นเหล่าขุนนาง
ระดับสูงหรือโอรสพระธิดา จึงพยายามเก็บซ่อนความ
ขมขื่นไม่พอใจเอาไว้อย่างมิดชิด แล้วในไม่ช้าไม่นาน
เหล่าขุนนางจะต้องสร้างปัญหามีข้อโต้แย้ง วางแผนทุก
อย่างตระเตรียมเอาไว้อย่างแน่นอน เห็นได้ชัดว่ามีคนไม่
มากนักที่ยืนอยู่ข้างโอรสเล่อ
แล้วบางส่วนก็เข้าใจสถานการณ์ทุกอย่างชัดเจน จึงไม่
เป็นการดีที่จะยื่นมือเข้าไปสอดหรือโต้แย้ง เพราะไม่ว่า
พวกมันจะมีความคิดเห็นอย่างไร ความสามารถของ
โอรสเล่อก็ยังไม่เพียงพอที่จะแข่งขันกับโอรสคนอื่น ๆ ที่
มีอายุการบำเพ็ญเพียรมากกว่า ทั้งบางคนยังบำเพ็ญ
เพียรมานานกว่า 200 ปี ข้ามผ่านพิบัติเต๋าครั้งที่สอง
มาแล้วด้วยซ้ำ ส่วนพื้นฐานฝึกตนของโอรสเล่ออยู่เพียง
ระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ซึ่งยังไม่ถึงอาณาจักรสาม
ภัยพิบัติค้นหาเต๋า และไม่มีผู้ใดรู้ว่าเขาจะเข้าสู่ภัยพิบัติ
เต๋าขั้นที่หนึ่งเมื่อใด?
นอกจากนี้ยังมีข่าวเรื่องที่เขาฟืนคืนชีพจาก เส้นทาง
เซียนบรรพกาล อีกประการหนึ่งก็คือวิธีจัดการ
แบ่งสรรปันส่วนของจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง ที่
ให้แก่คนภายนอกค่อนข้างประหลาดมากทีเดียว แม้ว่า
ในคนรุ่นราวคราวเดียวกันโอรสเล่อจะมีความสามารถ
มากที่สุดก็ตาม แต่ก็หาได้มีประโยชน์อันใดเลยเมื่อมา
เปรียบเทียบกับเหล่าพี่น้องชายหญิง สถานการณ์ของ
ที่นี่แตกต่างจากจักรวรรดิเปั่ยหมิงเล็กน้อย
ดังนั้นความสามารถที่ อู่ อวี้ มีในยามนี้จึงโดดเด่นอย่าง
ที่สุดทำให้ผู้คนพี่เฝั้ามองเขาอยู่รู้สึกอับอายอยู่ไม่น้อย
สัญชาตญาณร้องเตือนบอกพวกมันว่า จักรพรรดิโบราณ
เหยียนหวง เริ่มจะโน้มเอียงไปทางโอรสเล่อ ด้วยการ
เคลื่อนไหวของพระองค์สามารถสื่อความหมายเป็นนัย
บางอย่าง
อู่ อวี้ ได้ยินมาว่าจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง
เปรียบเสมือนดั่งทวยเทพ ทั้งยังไม่ยอมออกจากชมพู
ทวีปโลกธาตุ เขารับสั่งให้มหาอุปราชดูแลจัดการงาน
ต่าง ๆ แทนตนเองทั้งหมด
ทั้งหมดนี้เพราะต้องการให้เหล่าโอรสพระธิดา วางแผน
แข่งขันสร้างความแข็งแกร่งให้ตนเอง
หลังจาก อู่ อวี้ ได้รับรางวัลอย่างเป็นทางการ ทุกอย่างก็
จบสิ้นลง บรรดาโอรสพระธิดา และ ขุนนางระดับสูง
ต่างแยกย้ายกลับไปยังตำหนักของตนเอง ส่วนเจ้านคร
บริวารก็กลับไปยังนครของตนเอง
ระหว่างทางโอรสเล่อร้องเรียก อู่ อวี้ แล้วกล่าวว่า “ ข้า
ขอบอกตามตรง… สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้แม้แต่ข้าเองก็ไม่
คาดคิด แม้วันนี้เจ้าจะได้รางวัลตอบแทนอันเป็น
ประโยชน์ ทั้งพระบิดายังให้ความสนใจในตัวข้า แต่นั่น
กลับทำให้ข้ารู้สึกสังหรณ์กังวลบางอย่าง เรื่องนี้เกิดขึ้น
ในสายตาของผู้คนมากมาย ทั้งยังเป็นจุดแตกหักของข้า
กับเหล่าพี่น้องชายหญิง พวกเขาแสดงออกชัดเจนว่า
เกลียดชังตั้งแง่เป็นศัตรูกับข้า โดยเฉพาะเหล่าผู้อาวุโสที่
จ้องหาโอกาสทำลายเมื่อมีจังหวะ ”
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ย่อมเข้าใจสิ่งนี้
เขาตอบกลับไปว่า ” ประโยชน์คือ เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้
เห็นว่าขุนนางระดับสูงคนใดสนับสนุนอยู่ฝั่ายพระองค์
บ้าง แล้วก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ถึงคราวจะต้องเป็นฝั่ายรุก
บ้างแล้ว ซึ่งนี่อาจเป็นโอกาสเดียวของพระองค์ ”
โอรสเล่อรู้สึกตื่นตกใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อได้ยินสิ่งที่ อู่ อวี้
กล่าว ” อู่ อวี้ เจ้าหมายถึงอันใด จะบอกว่าข้ามีโอกาส
แย่งชิงบัลลังก์เช่นนั้นหรือ แต่… ข้าไม่มีอะไรเลย ไม่มี
ทางไปเปรียบเทียบกับเราพี่น้องหญิงชายของตัวเองได้!
ความต่างชั้นนั้นยิ่งใหญ่เกินไป ข้ามีแค่ ชวี่ ห่าวหยาง ,
ชวี่ เฟิงอวี๋ , ชวีอิ๋น เท่านั้นที่มีความสัมพันธ์อันดี หาได้
มีคนอื่นใด”
ด้วยเพราะเขายังเยาว์นัก จึงดูสถานการณ์การณ์ยังไม่
แตกฉานว่ายามนี้คลื่นกำลังพลิกกลับมาทางฝังตนเอง
อู่ อวี้ ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่
เขาไม่ทราบว่าจะจัดการกับรางวัลของจักรพรรดิโบราณ
เหยียนหวงเช่นไร
นครเทวะแห่งนี้ เป็นเสมือนห้วงแห่งความโกลาหลอย่าง
แท้จริง และยามนี้ตัวเขากับโอรสเล่อได้ถูกบีบบังคับเข้า
มาในห้วงวังวนนี้ นำมาซึ่งเกียรติยศและหายนะ อาจ
กล่าวได้ว่านี่เป็นแผนการที่จักรพรรดิโบราณจัดเตรียมไว้
แล้วเหตุใดถึงไม่โวยวายกันเล่า ก็ดูแต่ละอย่างที่
จักรพรรดิโบราณทำเช่นนี้สิ?
และเมื่อใดที่เริ่มลงมือจริงๆ สมควรเป็นเวลาที่จะทราบ
ความจริงทั้งหมด
อู่ อวี้ ยืนอยู่กับโอรสเล่อ ท่ามกลางความเลือนราง
นัยน์ตาของเขาสั่นไหวราวกับไม่มีความกล้ามากพอ อู่
อวี้ เอ่ยกระซิบข้างหูของเขาว่า ” ผู้ใดเป็นจักรพรรดิ
ท้ายสุดแล้วก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเขา ไม่สำคัญว่า
คนผู้นั้นจะมีอำนาจหรือความแข็งแกร่งมากเพียงใด
ด้วยตัวตนระดับจักรพรรดิโบราณ การตัดสินใจเลือกผู้
สืบทอดราชบัลลังก์ย่อมไม่เป็นไปตามสามัญสำนึกทั่วไป
แล้วเหตุใดตัวท่านถึงไม่มีโอกาส ยังนับว่าเร็วเกินไปที่จะ
ด่วนตัดสิน พระโอรสข้าคิดว่า ในเมื่อเราอยู่บนจุดสูงสุด
ของห้วงแห่งความโกลาหลนี้แล้ว เหตุใดจึงไม่ใช้
ประโยชน์จากสถานการณ์นี้ ผลักดันตนเองให้พุ่งสูงขึ้น
ไป? หากฝึกฝนบำเพ็ญตนแล้วไม่กลายเป็นเซียนอมตะ
มิพลิกฟั้าพลิกปฐพี เหยียบย่ำซากศพนับล้าน เช่นนั้นจะ
ทำไปเพื่ออะไร? ”
” อู่ อวี้! ” ใจของโอรสเล่อกระชั้นถี่ หากเป็นก่อนหน้านี้
มันคงมิกล้าเอ่ยถึงเรื่องนี้มากนัก บางทีอาจเป็นเพราะ
การปรากฏตัวของ อู่ อวี้ จึงนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง
อันน่าตื่นตะลึงอย่างใหญ่หลวง แม้ว่าจะสับสนอยู่บ้าง
ทว่ามันก็จับจ้องไปยัง อู่ อวี้ ด้วยดวงตาที่ส่องประกาย
เจิดจ้า พร้อมกับเอ่ยว่า “ เจ้าคิดว่าข้ามีโอกาสจริง
เช่นนั้นหรือ? ”
อู่ อวี้ ยิ้มเล็กน้อยแล้วเอ่ยว่า ” เรื่องนี้หาได้มีส่วน
เกี่ยวข้องกับข้าแม้แต่น้อย ข้าเชื่อเพียงว่าการมาจากเปั่ย
หมิง เพื่อมารับสมบัติวิเศษในครั้งนี้ เป็นแผนที่ถูก
จัดเตรียมเอาไว้แล้ว ”
แผนการของผู้ใด แน่นอนว่าโอรสเล่อย่อมทราบดี
อู่ อวี้ หาได้เกรงกลัวปัญหาภายในนครเทวะแม้แต่น้อย
นับตั้งแต่ได้รับสมบัตินี้มา มันก็นำพาตนเองเข้าสู่
ศูนย์กลางแห่งความโกลาหลแล้ว นอกจากนี้เขายังเลือก
นำพาโอกาสมาให้แก่โอรสเล่อ ทว่าโอรสเล่อจำเป็นต้อง
แสดงความมุ่งมั่นของตนเองออกมาให้เห็นก่อน
” แล้วข้าควรทำเช่นไร … ” โอรสเล่อไต่ถาม
“ ไม่ต้องทำอะไรเลย แค่มุ่งมั่นฝึกฝนต่อไป บางที
จักรพรรดิโบราณอาจไม่ต้องการให้ท่านทำสิ่งใด ท่านแค่
ต้องเปลี่ยน ทำให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้น ทั้งยังจำเป็นต้องมี
เจตจำนงแห่งจักรพรรดิที่แท้จริง ยกระดับมุมมอง
ปรับปรุงวิสัยทัศน์และความทะเยอทะยานของตนเอง
เพื่อช่วงชิงบัลลังก์แห่งจักรพรรดิ!”
หลังจากโอรสเล่อได้ฟังเช่นนั้น เขาก็รู้สึกราวกับว่ามีอัสนี
บาตฟาดผ่าเข้ากลางจิตใจ
เขารู้สึกราวกับว่าถูก อู่ อวี้ ปลุกให้ตื่น
โอรสเล่อรู้สึกว่าบทสนทนาในวันนี้ สำคัญกับเขามาก ทำ
ให้เขารู้สึกทะเยอทะยาน และมีจิตใจตั้งมั่นในเปั้าหมาย
อย่างแท้จริง เมื่อมันนึกถึงภาพเหตุการณ์ที่จะปรากฏขึ้น
ในอนาคต หัวใจของมันก็ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิง
” ขอบใจเจ้ามาก เจ้าพูดถูกแล้ว ในเมื่อยังเหลือเวลาอยู่
อีกมาก เช่นเราก็มาดูกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น หล้งจากนี้ข้า
คงต้องพึ่งพาเจ้าแล้ว ” โอรสเล่อทราบดีว่า เหตุที่เขา
ต้องตกอยู่ในใจกลางห้วงแห่งความโกลาหลเช่นนี้
ทั้งหมดล้วนมีสาเหตุมาจาก อู่ อวี้
อู่ อวี้ ยิ้มแล้วกล่าวว่า ” พระโอรสไม่จำเป็นต้องเกรงใจ
โชคชะตาได้ชักนำให้พวกเราทั้งสองได้มาพบเจอกัน
เกื้อหนุนกันบนเส้นทางเซียนบรรพกาล การที่ข้าได้มา
อยู่ตำแหน่งนี้เป็นเพราะพระบัญชาของจักรพรรดิ
โบราณ ขอกล่าวตามตรงบางครั้งก็แอบคิดว่าข้ามาทำ
อะไรที่นี่ แต่ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว หม่อมฉันมีเปั้าหมาย
แล้ว นอกจากนี้ข้ายังมีสหายอย่าง หนานซาน หวางเย่ว
ในเมื่อเรามีเปั้าหมายเดียวกัน ไฉนพวกเราไม่ร่วมมือกัน
แล้วต่อสู้ไปด้วยกันเล่า ? ”
โอรสเล่อหัวเราะชอบใจแล้วตบไหล่ของ อู่ อวี้ พร้อม
กล่าวว่า ” ชีวิตนี้…การมีเจ้าเป็นราชอารักษ์นับว่าข้าโชค
ดีอย่างใหญ่หลวง ในสนามรบเราทั้งสองคือพี่น้องกัน!
วันหนึ่งในภายภาคหน้า เจ้าคงไม่อาจหลีกเลี่ยงการอยู่
ใต้อาณัติของผู้ใดผู้หนึ่ง ท่ามกลางผู้คนนับหมื่นนับล้าน
ถ้าเจ้าต้องการเป็นเซียนอมตะ อย่างน้อยให้ข้าได้ช่วย
เจ้าในเรื่องทรัพยากร อาณาจักรโบราณเหยียนหวงของ
ข้า มีศาสตราเทวะที่สามารถต้านทานมหาภัยพิบัติแห่ง
เซียน แม้ว่ามันจะเป็นสิ่งของในตำนาน ที่ข้ายังไม่เคย
พบเห็นมาก่อนก็ตาม ฮ่า ฮ่า … ”
ความสัมพันธ์ระหว่างโอรสเล่อกับ อู่ อวี้ ไม่ค่อยดีนัก
จวบจนปัจจุบันเขายังคงเฝั้าระวังตัวจากโอรสเล่อ พวก
เขาทั้งสองต่างแสวงหาผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน เขารู้
ดีว่าเหตุการณ์เกี่ยวพันทั้งหมดนี้เกิดจากแผนการของ
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวง
หลังจากนั้นไม่นานเขาก็กลับไปที่ตำหนักโอรสเล่อ โอรส
เล่อเข้าใจความหมายของ อู่ อวี้ คำชี้แนะของ อู่ อวี้ ทำ
ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นภายในใจของเขาอย่างใหญ่
หลวง หยั่งรู้ทิศทางว่าสิ่งที่พวกเขากระทำได้ในตอนนี้
คือไม่กระทำสิ่งใด เพราะไม่ว่าจะด้วยวิธีใด ก็ไม่มีผู้ใด
สามารถหยั่งรู้ความคิดภายในใจของจักรพรรดิโบราณได้
หากกระทำการผิดพลาดขึ้นมา ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว
อาจเป็นเรื่องง่ายที่จะทำให้ผลลัพธ์กลับกลายเป็น
ตรงกันข้าม ตัวอย่างเช่นความเกี่ยวข้องที่เกิดกับขุน
นางในวันนี้ หาได้มีความจำเป็นไม่
อู่ อวี้ คาดเดาว่าสิ่งที่จักรพรรดิโบราณเหยียนหวง
ต้องการ ย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน อย่างน้อย ๆ สิ่งที่
เขาเห็น จักรพรรดิโบราณหาได้ขาดแคลนยอดฝีมือ
แม้แต่น้อย ในทางกลับกันอาณาจักรนี้กลับมีกองกำลัง
อันแข็งแกร่งเต็มไปด้วยยอดฝีมือ ไม่ต้องเกรงกลัวผู้ใด
หน้าไหน ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนมีความสามารถสูงส่งคล้าย ๆ
กันหมด แต่ก็ไม่มีผู้ใดที่มีความสามารถอันน่าตื่นตะลึง
หากเปรียบเทียบโอรสเล่อหาได้มีอะไรพิเศษแม้แต่น้อย
และถึงแม้ว่าคนเหล่านี้ล้วนเป็นอัจฉริยะ แต่ก็หาได้
เหมือน อู่ อวี้ , หนานซาน หวางเยว่ หรือ เย่ซีซี ไม่
โอรสเล่อกลายเป็นบุคคลอันพิเศษในฉับพลัน ซึ่ง อู่ อวี้
ได้เห็นมันตกตายไปในสุสานโบราณต่อหน้าต่อตา หรือนี่
อาจจะเกี่ยวพันต่อกัน?
เป็นไปได้หรือไม่ว่า บางทีเรื่องนี้อาจเกี่ยวข้องกับความ
ต้องการที่แท้จริงของ จักรพรรดิโบราณเหยียนหวง?
อย่างน้อยตอนนี้โอรสเล่อก็ยังมิได้เผยธาตุแท้ออกมา
เมื่อกลับมาถึงตำหนักราชอารักษ์ ก็พบว่า หนานซาน
หวางเย่ว ไม่ได้อยู่ที่ตำหนัก มันยังคงเพลิดเพลินอยู่กับ
ทิวทัศน์บุปผาแลสาวงาม ส่วนอีกด้านหนึ่งก็ฝึกฝน
ตนเองไปด้วย มันทำตัวเฉกเช่นดั่งคุณชายเจ้าสำราญ
กำลังสำเริงสำราญอยู่กับบ่อเหล้าปั่าเนื้อความฟุั่มเฟือย
หรูหรา ก่อเกิดเส้นทางเต๋าที่แตกต่างกันออกไป อู่ อวี้
ชื่นชมมันมาก แม้นมองผิวเผินดูเหมือนมันเที่ยวเล่นสนุก
ไปวัน ๆ แต่แท้จริงแล้วหาใช่เช่นนั้นความก้าวหน้าที่มัน
มีในปัจจุบันนับว่าไม่เลวเลยทีเดียว
สำหรับ เย่ซีซี หลังจากนางออกมายังโลกภายนอกที่ไม่
คุ้นเคย ก็เสมือนดั่งนกน้อยบินออกจากรังเพียงลำพัง
ซึ่งบัดนี้ อู่ อวี้ เข้าร่วมวงด้วย เนื่องจากร่างกลืนสวรรค์
ของเขาอยู่ภายในตำหนักราชอารักษ์ ด้วยเพราะร่างนี้
ก้าวหน้าขึ้นจากการกลืนกิน จึงไม่จำเป็นต้องฝึกฝนมาก
นัก
เมื่อ อู่ อวี้ กลับมาถึงเขาก็ตื่นเต้นอย่างที่สุด สิ่งสำคัญ
ที่สุดในเวลานี้คือเขาเป็นผู้ครอบครอง ‘พิมานจักรพรรดิ
เปั่ยหมิง’ และ ‘พลองฟั้าเพลิงผลาญเก้าทัณฑ์เตาหลอม’
อย่างไรก็ตามเขาจำเป็นต้องอดทนไว้ก่อน เนื่องจากเขา
มีสิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรก นั่นคือการทำพันธสัญญา
กับศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณซึ่งมีวงเวทมากกว่า
350,000 วงของ กุ่ย เจิ้นเค่อ มีดสั้น ‘สะบั้นวิญญาณ’
สิ่งนี้จะช่วยเพิ่มความสามารถของร่างกลืนสวรรค์ ซึ่งเขา
จัดเตรียมมาให้ร่างกลืนสวรรค์โดยเฉพาะ
ก่อนหน้านี้ที่ไม่ได้ทำพันธสัญญา เนื่องจากจำเป็นต้องใช้
มันแสดงเป็นหลักฐานในการสังหาร กุ่ย เจิ้นเค่อ ซึ่งยาม
นี้ก็ถือว่าเสร็จสมบูรณ์แล้ว
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ