กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 893: เปลวเพลิง ปะทะ เปลวเพลิง
‘สะบั้นวิญญาณ’ เป็นศาสตราเต๋าของ กุ่ย เจิ้นเค่อ มัน
เป็นศาตราเต๋าของผู้ฝึกตนนอกรีต อย่างไรก็ตาม
‘สะบั้นวิญญาณ’ ไม่เหมือนกับศาสตราชิ้นอื่นๆของผู้ฝึก
ตนนอกรีต เนื่องจากว่าพลังอำนาจมันออกมาจากตัว
ของวงเวทเอง วัตถุดิบในการสร้างมันเป็นสิ่งที่ร้ายกาจ
ดูเหมือนว่ามันจะถูกสร้างมาจากแร่เหล็กที่ไม่มีอยู่บน
โลกใบนี้ มันไม่ใช่สิ่งของของชมพูทวีปโลกธาตุ
ศาสตราเต๋าของผู้ฝึกตนนอกรีตทั่วๆไปจะต้องใช้วิธีการ
อันเหี้ยมโหดในการสร้างมัน เช่นการกลืนกินและเซ่น
ไหว้ดวงวิญญาณเพื่อยกระดับความแข็งแกร่ง ซึ่งนี่เป็น
วิธีการที่ อู่ อวี้ รังเกียจ
ทว่า ‘สะบั้นวิญญาณ’ หาใช่เช่นนั้น
และเมื่อเทียบกับ ‘พลองฟ้าเพลิงผลาญเก้าทัณฑ์เตา
หลอม’ แล้ว ‘สะบั้นวิญญาณ’ ยังสามารถกำราบได้ง่าย
กว่า
แถมจุดสำคัญคือ ร่างกลืนสวรรรค์สามารถเปลี่ยนแปลง
ให้กลายเป็น ‘จิตเทวะ’แล้วบุกเข้าไปอยู่ภายในโลกแห่ง
วงเวทของศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณได้โดยตรง
จึงทำให้มันง่ายดายกว่าเดิมมากนัก
เพื่อ ‘พลองฟ้าเพลิงผลาญเก้าทัณฑ์เตาหลอม’ แล้ว
‘สะบั้นวิญญาณ’ ถือว่าเป็นของเรียกน้ำย่อยเท่านั้น
จิตวิญญาณศาตราของมันก็คือพญาอินทรีสีดำที่มี
ความเร็วของมันรวดเร็วไร้ที่เปรียบ
ภายใต้การโจมตีด้วยจิตเทวะของร่างหลักของ อู่ อวี้ กับ
ร่างกลืนสวรรค์ สะบั้นวิญญาณที่เต็มไปด้วยความ
รวดเร็วก็ยอมจำนนในที่สุด และบัดนี้มันก็คือศาสตรา
เต๋าของร่างกลืนสวรรค์
สะบั้นวิญญาณมีวงเวท 350,000 วง หากคิดที่จะทำ
ความคุ้นเคยกับมันก็จะต้องใช้เวลาอีกสักพัก
นอกจากนี้ภายในตัวยังมีวงเวทโจมตีอยู่อีกหลาย
ประเภท ซึ่งแต่ละประเภทก็มีการเชื่อมต่อกันอยู่นับ
หมื่นวงเวท โดยจะมีวงเวทขนาดย่อมจะหมุนเวียนด้วย
ตัวของมันเอง และเมื่อวงเวทขนาดย่อมทั้งหลายมา
ประกอบเข้าด้วยกันก็กลายเป็นวงเวทขนาดใหญ่ขึ้นหนึ่ง
กลุ่ม เมื่อวงเวทขนาดใหญ่หลายๆวงมารวมกันก็จะ
กลายเป็นมหาวงเวท! กล่าวได้ว่าส่วนใหญ่ล้วนเป็นมหา
วงเวททั้งสิ้น เนื่องจากโดยตัวของมันเองก็มีวงเวทขนาด
ย่อยรวมตัวกันอยู่นับแสนแล้ว ทว่ายามเมื่อถูกกระตุ้นวง
เวท ได้มีวงเวทขนาดใหญ่และมหาวงเวทอื่นๆเข้ามาช่วย
ส่งเสริมเพิ่มพลังขึ้นอีก!
การที่จะยกระดับอาวุธนั้นเป็นเรื่องง่ายทว่าการจะทำให้
คุ้นเคยมันไม่ง่ายดายอย่างที่คิด การที่จะควบคุมวงเวท
โจมตีได้ยังต้องใช้เวลามากกว่าหนึ่งเดือน
หลังจากที่ทำความเข้าใจกับสะบั้นวิญญาณแล้ว อู่ อวี้
ยังคงไม่หยุดพัก เพราะเรื่องหลังจากนี้คือเรื่องที่สำคัญ
ยิ่งกว่า นั่นคือการกำราบ ‘พลองฟ้าเพลิงผลาญเก้า
ทัณฑ์เตาหลอม’!
เขาหยิบเอา ‘พลองฟ้าเพลิงผลาญเก้าทัณฑ์เตาหลอม’
ออกมาจากถุงจักรวาล ยามนี้พลองผลาญฟ้ามีความสูง
มากกว่า 3 จั้ง และยังมีขนาดหนามากกว่าเอวของเขา
เสียอีก เมื่อมันตั้งตระหง่านอยู่กลางห้องลับ สักพักหนึ่ง
อุณหภูมิภายในห้องลับที่ปิดผนึกอย่างแน่นหนาก็สูงขึ้น
อย่างฉับพลัน เพียงไม่นานทั่วทั้งห้องลับก็ได้เปลี่ยน
กลายเป็นเหมือนกับทะเลเพลิง วงเวทจำนวนมากที่วาด
อยู่บนกำแพงอิฐแต่ละก้อนของตำหนักโอรสเล่อได้ถูก
แผดเผาจนมีสีแดงฉาน
บนพื้นที่พลองผลาญฟ้าตั้งอยู่ได้ยุบเป็นหลุมลงไป
ความจริงหากไม่นำมันออกมา ถุงจักรวาลของ อู่ อวี้ ก็
ไม่อาจจะทานทนมันได้อีกต่อไป ถุงจักรวาลที่เขาใช้
ในตอนนี้ยังเป็นเพียงแค่ศาสตราเต๋าธรรมดาๆ มันมีวง
เวทอยู่เพียงแค่ 8 หมื่นวงเท่านั้น และยังไม่ใช่กระทั่ง
ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณด้วยซ้ำ แม้พื้นที่
ภายในนั้นจะใหญ่มากแทบจะไม่ต่างกับตำหนักโอรสเล่อ
แต่ทว่าก็มิอาจรองรับได้
พลองผลาญฟ้า ประกอบขึ้นมาจากเสาเหล็ก 9 ต้น ซึ่ง
เสาเหล็กแต่ละต้นมีใบหน้าของสัตว์ที่ดุร้าย ซึ่งกำลังจับ
จ้องมาที่ อู่ อวี้ อยู่ ลำแสงอันดุร้ายพร่างพราว เปลว
เพลิงเก้าสีกำลังลุกโชน เหมือนกับว่าสัตว์ร้ายเหล่านี้
กำลังพ่นไฟมันออกมาจากปาก
ชี่ๆๆๆๆ!
เมื่อเลือดและเนื้อของเขาถือจับโดนพลองผลาญฟ้า จึง
ทำให้บังเกิดเป็นเสียงชี่และปรากฏควันสีขาวพวยพุ่ง
ออกมา จะเห็นได้ว่าผิวหนังของ อู่ อวี้ ที่สัมผัสกลายเป็น
สีแดงฉานและไหม้เกรียมไป แต่ว่าร่างกายของเขามีพลัง
การฟื้นฟูอันแข็งแกร่งไร้ที่เปรียบ เมื่อถูกแผดเผา ทว่า
ร่างกายของเขาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดูเหมือนว่า
ศาสตราเต๋าวิถีแท้ชิ้นนี้มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเขา
โดยเฉพาะจริงๆ
การที่ อู่ อวี้ ยอมมาประชิดกับตัวพลองเช่นนี้ ก็เพื่อที่จะ
แสดงพลังอำนาจให้ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณนี้
ได้เห็น ความร้อนอันน่าสยดสยองก็คือสิ่งที่ศาสตราเต๋า
วิถีแท้สุดยอดวิญญาณนี้ภาคภูมิใจ เจ้านายคนก่อนของ
มันคงไม่อาจจะทำได้เช่นเดียวกับ อู่ อวี้ เยี่ยงนี้แน่นอน
ด้วยเปลวเพลิงของมันที่เตรียมพร้อมจะแผดเผาศัตรู
มากมาย ทว่า อู่ อวี้ กลับเป็นคนแรกที่ไม่จำเป็นต้อง
พึ่งพาพลังศักดิ์สิทธิ์ในการต้านทานมันแม้แต่น้อย เขาใช้
เพียงแค่พละกำลังจากกายเนื้อเข้าต่อต้านโดยตรง แขน
ทั้ง 2 ข้างเป็นเหมือนกับคีมเหล็ก ถือรัดศาสตราเต๋าวิถี
แท้สุดยอดวิญญาณนี้เอาไว้อย่างแน่นหนา
เมื่อต้องถูกท้าทายเช่นนี้ ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณจึงบังเกิดความรู้สึกสั่นสะท้าน และการกระทำ
ของ อู่ อวี้ ก็ยังเป็นการกระตุ้นตัวศาสตราทางอ้อม
ในช่วงที่ อู่ อวี้ ถือจับมันขึ้นมา เปลวเพลิงพลันปะทุขึ้น
อย่างบ้าคลั่ง ใบหน้าของสัตว์ร้ายทั้ง 9 เหมือนกับ
กลายเป็นมีชีวิตขึ้นมา มันคำราม กรีดร้องและพ่นเปลว
เพลิงออกมาอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดเปลวเพลิงทั้ง 9 สี
ได้เขมือบกลืน อู่ อวี้ เข้าไป!
มันงดงามเหมือนกับโคมไฟที่อยู่ภายในตำหนักจินซวน
สัตว์ร้ายทั้งเก้าราวกับกำลังขย้ำไปยังหัว มือ ขา น่อง
หน้าอก คอ ของ อู่ อวี้ อยู่!
ร่างกายของ อู่ อวี้ กำลังต่อต้านกับพลังอำนาจอันน่า
หวาดหวั่นของศาสตราเต๋า พริบตาที่ถูกแผดเผาจนไหม้
เกรียม อู่ อวี้ กลับเอ่ยวาจาอย่างไม่สะทกสะท้านพร้อม
ยังยิ้มร่า “หากมีแค่นี้ก็รับว่าอ่อนแอเกินไปแล้ว”
เขาเป็นคนที่มีประสบการณ์ในการท้าทายหยาดเพลิง
วิญญาณเซียนมาก่อน ความร้อนในร่างของเขาจึงน่า
กลัวกว่าศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณนี้เสียอีก เมื่อ
เปลวเพลิงอันร้อนแรงของพลองผลาญฟ้าปะทุออกมา
เขาก็สำแดงกายาหกพิภพสวรรค์สักการะราชันอรหันต์
ไม่ดับสูญโต้กลับ ด้วยร่างกายที่เปรียบเสมือนกับมีพิภพ
ทั้ง 6 อันแสนกว้างใหญ่ไพศาล เมื่อเปลวเพลิงของสัตว์
ร้ายพุ่งเข้าใส่พิภพแรก มันก็สูญสลายไปทันที กระทั่ง
แม้แต่พิภพชั้นแรกของ อู่ อวี้ ก็ยังมิอาจสั่นคลอน ยิ่งไม่
จำเป็นจะต้องพูดถึงพิภพทั้ง 6 แม้แต่น้อย
“โอม!”
รูปปั้นอรหันต์ที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางฟ้าดินในพิภพ
ชั้นแรก ซึ่งกำลังอยู่ในท่าทางอันแสนประหลาด ชั่วขณะ
นั้นเอง เสียง ‘โอม’ ก็ได้ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เสียงโอมนี้
คล้ายกับเสียงของระฆัง มันเต็มไปด้วยความหนักแน่นไร้
ที่เปรียบ ทุกๆการสั่นสะเทือนจะก่อให้เกิดแรงกระแทก
จากกายเนื้ออย่างรุนแรง เมื่ออยู่ภายใต้การสั่นสะเทือน
นี้ กายเนื้อของ อู่ อวี้ ก็ฟื้นฟูกลับขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
ทำให้เปลวเพลิง 9 สีของศาสตราเต๋าต้องมอดดับ!
ขณะนี้ อู่ อวี้ ใช้มือทั้ง 2 ข้างคร่ากุมอย่างถนัดมือ ทำให้
ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณชิ้นนี้ไม่อาจต่อต้านได้
แม้แต่น้อย!
ไม่ต้องพูดถึงการต่อสู้ในโลกของวงเวท เพราะบัดนี้เป็น
การต่อสู้ด้านนอก ซึ่ง อู่ อวี้ ได้ใช้กายเนื้อควบคุมความดุ
ร้ายของพลองผลาญศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณนี้
เอาไว้จนหมดสิ้น ทำให้มันที่เป็นเหมือนกับม้าพยศไม่
อาจดิ้นรนต่อสู้ พลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ถาโถมบดขยี้ทุก
สิ่ง บางทีเมื่อ อู่ อวี้ เข้าไปต่อสู้ภายในโลกของวงเวท
เกรงว่าผลคงไม่ออกมาเป็นเช่นนี้ เนื่องจากจิตเทวะของ
ร่างหลักของเขาไม่ใช่จุดแข็ง และด้วยจุดแข็งปัจจุบัน
หากไปทั้งๆแบบนี้อาจจะสำเร็จก็เป็นได้
ทว่าโดยทั่วไปแล้วการกำราบศาสตราเต๋า สิ่งที่สำคัญก็
คือการประลองเจตจำนงของจิตเทวะภายในวงเวท
เมื่อผู้ฝึกตนเผชิญหน้ากับวงเวทรูปแบบพิเศษที่มีพลานุ
ภาพน่าหวาดกลัว แน่นอนว่าไม่สามารถใช้กายเนื้อมา
ต้านทานได้ จำต้องรีดเร้นแก่นแท้ตำหนักม่วงออกมาให้
ถึงขีดสุด
และพลองผลาญฟ้ามีความมั่นใจในพลังอำนาจด้านนี้
มากที่สุด แม้ว่ากายเนื้อล้วนๆของ อู่ อวี้ จะอยู่ในสภาพ
สมบูรณ์พร้อมที่สุด ก็ยังยากที่จะสะกดข่มอีกฝ่ายเอาไว้
มันเหมือนกับว่าเขาจะต้องจัดการกับพยัคฆ์ร้ายตัวหนึ่ง
อย่างเอาเป็นเอาตาย ทุกๆหมัดที่จู่โจมออกไปไม่
สามารถทำอันตรายมันได้แม้แต่น้อย สำหรับคำนิยามนี้
ก็คือ ไม่สามารถใช้ธนูเพื่อต่อสู้กับพยัคฆ์ร้ายจาก
ระยะไกลได้ แม้ตัวพยัคฆ์ร้ายจะถูกสะกดข่มด้วยอาวุธ
ประเภทธนู แต่มันย่อมไม่มีทางยอมรับ สิ่งที่มันยินยอม
นั่นก็คือผู้ที่สามารถกำราบมันด้วยพละกำลังอย่าง
แท้จริง เพราะมันเองก็มีดีอยู่ไม่น้อย
เช่นนั้น อู่ อวี้ ก็จะสนองให้แก่มันเอง
เมื่อพลองผลาญฟ้ากำลังดิ้นรนอยู่ภายใต้กายเนื้อของ
เขา อู่ อวี้ จึงใช้โอกาสปิดบัญชี จิตเทวะทั้ง 2 ดวงของ
เขาพุ่งเข้าสู่โลกแห่งวงเวทของอีกฝ่ายในทันที เมื่อลอง
มองดูก็จะเห็นว่าที่ด้านใต้เป็นมหาสมุทรเปลวเพลิง
ขนาดใหญ! ที่มหาสมุทรเปลวเพลิงแห่งนี้มี ‘บ่อน้ำ’
ล้อมรอบเอาไว้ ซึ่งแบ่งออกเป็นเปลวเพลิง 9 สี 9 ส่วน
ท่ามกลางมหาสมุทรเปลวเพลิง ชั่ววินาทีนี้เปลวเพลิงได้
ปะทุลุกโชนขึ้นอย่างบ้าคลั่ง!
เมื่อมองไปในส่วนลึกของเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำยัง
สามารถมองเห็นสัตว์ร้ายทั้ง 9 ตัวที่กำลังหลบซ่อนตัวได้
อย่างเลือนลาง ยามใดที่ร่างกายของมันขยับเคลื่อนไหว
ทั่วทั้งมหาสมุทรเปลวเพลงก็จะปะทุออกมาอย่างดุเดือด
รุนแรง!
ตูมตูมตูม!
ขณะนี้เปลวเพลิงพุ่งสูงขึ้นเสียดฟ้า!
อย่างไรก็ตามเปลวเพลิงเป็นสิ่งที่ อู่ อวี้ ไม่เคยรู้สึก
หวาดหวั่น เมื่อเขาใช้กายเนื้อเข้ามาควบคุมศาสตราเต๋า
วิถีแท้สุดยอดวิญญาณ ทำให้เขาเกิดเป็นข้อได้เปรียบ
ช่วงเวลานี้ก็คือเวลาที่เขาจะเผด็จศึกมัน เขาทะยานเข้า
ใส่ใจกลางของมหาสมุทรเปลวเพลิง 9 สีด้วยเจตจำนง
ทางจิตวิญญาณอันยิ่งใหญ่!
ร่างทั้ง 2 เข้าสู่มหาสมุทรแห่งเปลวเพลิงที่แตกต่างกัน
เหตุการณ์นี้ได้ทำให้ อู่ อวี้ พบว่าสัตว์ร้ายทั้ง 9 ตัวจะ
ประจำอยู่ที่ฐานของตนเอง ยามที่ อู่ อวี้ ลงมือจู่โจมหนึ่ง
ในพวกมัน ตัวอื่นๆจะไม่ได้ออกมาช่วยเหลือ ซึ่งหากว่า
พวกมันสามารถช่วยเหลือปิดล้อมกันได้ ความ
ยากลำบากในการกำราบพลองเพลิงผลาญฟ้าก็คงเพิ่ม
มากขึ้นอีกหลายเท่าตัว
ทว่าแม้จะต้องต่อสู้กับสัตว์ร้ายเพียงแค่ตัวเดียวมันยัง
เป็นเรื่องยากเย็น! หลังจากที่เขาพบข้อมูลนี้ อู่ อวี้ จึงรีบ
ให้ร่างกลืนสวรรค์กลับมารวมตัวกับร่างหลัก ทำให้
สถานการณ์ในตอนนี้กลายเป็น 2 รุม 1! แม้ว่ามัน
อาจจะใช้เวลานานสักหน่อยแต่โอกาสที่จะกำราบได้
สำเร็จก็สูงตามไปด้วย ท้ายที่สุดแล้วจิตเทวะทั้ง 2 ดวงนี้
ล้วนเป็นของเขา จึงไม่นับว่าเขาใช้กลโกง
“ตูม!”
สัตว์ร้ายที่มีสีม่วงได้พ่นเปลวเพลิงออกมาอย่างบ้าคลั่ง
ความจริงแล้วเปลวเพลิงแต่ละสีล้วนมีเอกลักษณ์ที่
แตกต่างกัน บางชนิดจะร้อนแรงเป็นพิเศษ บางชนิดก็
จะแผดเผาฝ่ายตรงข้ามให้กลายเป็นเถ้าธุลี บางชนิดจะ
ลุกลามออกไปอย่างรวดเร็ว และยังมีบางชนิดที่สร้าง
แรงระเบิดอันรุนแรง!
“หวนคืน!” ร่างกลืนสวรรค์รีดเร้นความสามารถออกมา
จนถึงขีดสุด จึงทำให้ได้ผลลัพธ์ที่เหนือความคาดหมาย!
การโจมตีของอีกฝ่ายถูกวังวนทมิฬดูดกลืนและเปลี่ยน
กลายมาเป็นการโจมตีของตัวเขาเอง จากนั้นจึงย้อนคืน
กลับไปหาอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว ส่วนร่างหลักของ อู่ อวี้
ได้ใช้เจตจำนงอันรุนแรงโจมตีออกไป เมื่อสัตว์ร้ายต้อง
เผชิญหน้ากับการโจมตีถึงสองทาง ทำให้มันจนมุมมิอาจ
รับมือ
กายเนื้อของ อู่ อวี้ ได้แสดงพลังอำนาจออกมาซึ่งมัน
กลายเป็นภาระอันหนักหน่วงต่อศาสตราเต๋าวิถีแท้สุด
ยอดวิญญาณ ในความเป็นจริงมันไม่ยอมรับในตัวของ อู่
อวี้ เพียงแต่ว่าในเวลานี้มันไม่สามารถต้านทาน ความบ้า
คลั่ง และรุนแรงของ อู่ อวี้ ได้เลย ครู่ต่อมา อู่ อวี้ ค่อยๆ
เอาชนะสัตว์ร้ายไปทีละตัวๆ เพราะถึงยังไงเขาก็มี
ประสบการณ์จากพิมานจักรพรรดิเป่ยหมิงมาแล้ว
ซึ่งการกำราบในครั้งนี้ยังราบรื่นกว่าเมื่อต้องเผชิญหน้า
กับพิมานจักรพรรดิเป่ยหมิงเสียอีก หลังจากผ่านไป
ประมาณ 3 วัน ในที่สุด อู่ อวี้ ก็สามารถกำราบศาสตรา
เต๋าได้สำเร็จ เขาจัดการจากภายในถึงภายนอก ทำให้
ศาสตราเต๋าชิ้นนี้ยอมรับเขาเป็นเจ้านายอย่างสมบูรณ์
จากนั้นเขาก็ได้ศึกษาวงเวททั้ง 450,000 ต่อไป
จิตเทวะของเขากลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิม เจตจำนงของ อู่
อวี้ ได้เปลี่ยนไป ยามนี้พลองฟ้าเพลิงผลาญมีความสูง
มากกว่าร่างของเขา ความหนาของมันก็อยู่ระหว่างช่วง
2 ถึง 3 ฉื่อ ดูไปแล้วทำให้ตัวเขาดูมีขนาดเล็กไปถนัดตา
ซึ่งบัดนี้การควบคุมขนาด น้ำหนักและอำนาจพลัง ตก
อยู่ภายใต้การควบคุมของ อู่ อวี้ โดยสมบูรณ์ ยามนี้ อู่
อวี้ มองไล่ตัวพลองลงมา เปลวเพลิงทั้ง 9 ชนิดที่กำลัง
ลอยไปมาอยู่ทั่วทั้งพลอง ฉับพลันในสายตาของเขา
บังเกิดความปรารถนาที่จะต่อสู้ขึ้นมาอย่างแรงกล้า!
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ