กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 9 : แท่นสวรรค์
แขกผู้มาเยือนรอบนี้มากันทั้งหมด 4 คน มีซือตู๋ จิน
และเหล่าสหายเทพเซียน
ซือตู๋ จิน สวมอาภรณ์สีด าสลับขาว ส่วนบุรุษหนุ่มคน
อื่น ๆ สวมชุดคลุมยาวสีฟ้า สายตาเย่อหยิ่งไร้ซึ่ง
ความแยแส
อีกสองคนในกลุ่ม เป็นสตรีรูปโฉมงดงามทรงเสน่ห์
แม้ว่าตอน อู่ อวี้ จะเป็นถึงรัชทายาทของอาณาจักร
บูรพาเย่ว อู่ มาก่อน แต่ก็ถือเป็นเรื่องยากยิ่งนัก ที่
จะได้พบเห็นสตรีรูปโฉมงดงามเช่นนี้
สตรีนางหนึ่งมีรูปร่างสูงระหงได้สัดส่วน ใบหน้าของ
แม่นางผู้นี้ดูเยือกเย็นยากจะเข้าหา ส่วนอีกคนนางมี
รูปร่างเล็กกระทัดรัดรูปโฉมน่ารักดวงตาสดใส สวม
ใส่อาภรณ์สีแดงปกปิดส่วนเว้าส่วนโค้งอันน่าเย้ายวน
ใจของนาง แต่เมื่อนางเผชิญหน้ากับ อู่ อวี้ และ ผู้รับ
ใช้คนอื่น ๆ สิ่งที่นางแสดงออกมาคือ ความเย่อหยิ่ง
จองหองอย่างที่สุด
“เจ้า!” ซือตู๋ จิน กระโดดลงจากหลังกระเรียนสวรรค์
อย่างรวดเร็ว แสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนไหวที่
คล่องแคล่วว่องไว จากนั้นเขาก็สาวเท้าสองก้าวเข้า
มาหาอู่อวี้ พร้อมกับจ้องมองด้วยดวงตาเบิกโพลง
เพราะความไม่อยากเชื่อ
“หลังจากข้าเฆี่ยนตีเจ้า ข้าได้เข้าไปตรวจสอบ
ร่างกายของเจ้าด้วยตัวเอง ข้าเห็นกับตาว่ากะโหลก
ศีรษะของเจ้าได้แตกเสียหายไปแล้ว ละ… แล้ว ท าไม
เจ้ายังไม่ตาย?” ซือตู๋ จิน ต้องพบเจอกับสถานการณ์
อันเหลือน่าเชื่อ
“ซือตู๋ จิน” เทพเซียนทั้งสามเดินเข้ามาสมทบ
กับซือตู๋จิน ในเวลานั้นคนทั้ง 3 ก็เริ่มสังเกตเห็น อู่
อวี้ พวกเขาต่างหยุดชะงักด้วยความประหลาดใจ
“ อุ๊! …เจ้าทาสผู้นี้ยังไม่ตายอีกงั้นหรือ?” สตรีชุดแดง
เอามือป้องปากขณะพูด
“เจ้ารอดมาได้เช่นไร?” ซือตู๋ จิน ตะโกนออกมา
อย่างมีโทสะสุดขีด ณ เวลานั้นมันสังหาร อู่ อวี้ ก็
เพราะว่า อยากแสดงความสามารถให้สหายได้เห็น
ทั้งยังเป็นการตักเตือนเหล่าผู้รับใช้ว่าต้องให้ท างานดี
ขึ้น แต่เวลานี้ อู่ อวี้ กลับไม่ตาย มันจึงเกรงว่าสหาย
จะหัวเราะเยาะ ในความสามารถของมัน
ณ เวลานี้ อู่ อวี้ มีพลังไม่ด้อยกว่า ซือตู๋ จิน ทว่าหาก
พิจารณาจากสถานการณ์ปัจจุบัน เขายังไม่อยาก
สร้างปัญหาจนเกิดความยุ่งยาก เนื่องจากวันสอบ
คัดเลือกใกล้เข้ามาทุกขณะ หากเขาท าอะไรบุ่มบ่าม
ลงไป เขาอาจโดนตัดสิทธิ์จากการเข้าร่วมทดสอบก็
เป็นได้
ดังนั้นเขาจึงกล่าวว่า “ ท่านเทพเซียน เพราะข้าเป็น
ผู้รับใช้จึงมีความอดทนเป็นพิเศษ ดังนั้นสวรรค์จึง
เมตตาให้ข้ามีชีวิตรอดต่อไป ข้าต้องขอขอบคุณใน
ความเมตตา ของท่านเทพเซียนที่มีให้แก่ข้า”
ตอนแรกร่างกายของ เสิ่น อู๋เต้า สั่นเทาด้วยความ
หวาดกลัว และวิตกกังวลอย่างยิ่ง แต่เมื่อชายชราได้
ยินสิ่งที่อู่อวี้กล่าวออกไป เขาก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมา
บ้างเล็กน้อย แล้วรีบกล่าวขึ้นว่า “ ท่านเทพเซียนข้า
ขอขอบคุณในความเมตตา ของท่าน! เหตุการณ์เมื่อ
ครั้งอดีต เกิดขึ้นเพราะความประมาทเลินเล่อของ
พวกเรา ที่ไม่ดูแลรักษากระเรียนสวรรค์ของท่าน
อย่างถูกต้อง พวกเราขอสาบานว่าจะไม่เกิด
เหตุการณ์เช่นนี้อีก!”
เหล่าเทพเซียนต่างสบตากัน เสมือนกับว่าก าลังหารือ
ผ่านสายตาของพวกเขา ฉับพลัน ซือตู๋ จิน ก็เปล่ง
เสียงหัวเราะออกมา ‘ต้องท าให้พวกท่านมาเห็นเรื่อง
น่าขบขันเช่นนี้แล้ว’
“ซือตู๋ จิน ท่านนี่ไม่ไหวจริงๆ! แค่ทาสคนเดียวแต่
ท่านก็ยังไม่สามารถที่จะสังหารมันได้!” สตรีสวมชุด
แดงพูดขึ้นด้วยน้ าเสียงอ่อนหวาน จากนั้นก็ชายตาไป
ยังนกกระเรียนสวรรค์ของนาง แล้วกล่าวต่อว่า “
หากเป็นเหม่ยเอ๋อของข้าถูกปฏิบัติไม่ดีเช่นนี้ ข้าจะ
ทรมานไอ้ทาสผู้นั้นให้สาสมต่อความผิดของมันที่
กระท าลงไป ข้าจะถลกหนัง และ ดึงเส้นเอ็นของมัน
ออกมาให้หมด จนกว่ามันจะตาย!”
เสียงอ่อนหวานของนาง กับสิ่งที่นางพูดออกมาท าให้
ทุกคนถึงกับตะลึงอย่างสุดขึด แท้จริงแล้วนางผู้นี้คือ
นางจิ้งจอกในคราบลูกแกะ!
หลังจาก ซือตู๋ จิน ได้ยินสิ่งที่นางกล่าวมา มันก็รู้สึก
อับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี มันรีบพูดกับ อู่ อวี้
อย่างรวดเร็วว่า “งั้นข้าจะให้โอกาสกับเจ้าอีกซักครั้ง
ถือเป็นความเมตตาของข้าแล้วกัน ล่าสุดที่เจ้าได้ท า
ร้ายหลินเอ๋อของข้า เราทั้งสองก็ยังไม่ได้ตัดสินความ
บาดหมางกันเลย นี่คือ อึ ของกระเกรียนสวรรค์
หากเจ้ายอมกินมัน ข้าก็จะยอมปล่อยผ่านต่อสิ่งที่เจ้า
นั้นเคยกระท า”
สิ่งที่เหล่าเทพสวรรค์ก าลังพูดคุยกันอยู่นั้น เกี่ยวกับ
เรื่องของ ‘อึ’ กระเรียนสวรรค์
หลังจากที่เทพเซียนทั้งสามรู้ว่า อู่ อวี้ ก าลังจะถูก
ลงโทษ พวกเขาก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างสุด
จะกลั้น
“ คิก คิก คิก ซือตู๋ จิน ท่านนี่หยาบช้ายิ่งนัก !”
แม้แต่สตรีที่ไร้ความแยแส กับ สตรีรูปร่างสูงระหงยัง
มิอาจอดกลั้นเสียงหัวเราะของพวกนางเอาได้เธอ
“น่าสนใจจริงๆพี่ชาย ซือตู๋ จิน!” บุรุษหนุ่มสวมชุดสี
ฟ้าผู้หนึ่งกล่าวขึ้น
“สหายทั้งสามอย่าได้ล้อเล่นเลย มันเป็นแค่เรื่องตลก
ขบขันเท่านั้น!” ซือตู๋ จิน
หลังจากผู้รับใช้ได้ยินสิ่งที่พวกเขากล่าว ใบหน้าของ
แต่ละคนก็ซีดเผือดไร้สีลงทันที เพราะพวกเขาไม่
สามารถจะช่วยเหลือสิ่งใดแก่ อู่ อวี้ ได้เลย
“หาก … มันจ าเป็นจริงๆ ข้าก็จะกินมัน” เสิ่น อู๋เต้า
กังวลอย่างยิ่ง ชายชราเกรงว่า อู่ อวี้ จะไม่สามารถ
ควบคุมโทสะของตนเองได้เขาจึงรีบปากรับค า
กลับไป ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็นเรื่องที่สร้าง
ความอัปยศอดสูอย่างยิ่งในชีวิตของเขา แต่ชายชราก็
หาแยแสไม่ เขายอมท าทุกอย่างเพื่อ อู่ อวี้!
ความรักที่ชายชรามอบให้แก่ อู่ อวี้นั้น ท าให้เขา
ซาบซึ้งใจอย่างสุดซึ้ง
พวกเขาทั้งสองไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ทั้งยังไม่มีความ
เกี่ยวข้องทางเลือด แล้วเพราะเหตุใดชายชราถึงได้
เสียสละแทนเขาได้มากมายเช่นนี้?
“ท่านลุงอย่าไปใส่ใจกับคนเหล่านี้” เดิมที อู่ อวี้ มี
แผนล้างแค้นหลังสอบเสร็จ แต่ดูเหมือนโชคชะตา
และ ฟ้าไม่เป็นใจต้องการให้เขาใช้แผนอื่น สิ่งที่เขา
ไม่อาจล่วงรู้ได้นั่นก็คือ หากเขาต้องต่อสู้กับศัตรูใน
วันนี้ เขาอาจจะโดนตัดสิทธิ์ในการสอบเพราะขาด
คุณสมบัติ
“อู่ อวี้!” เสิ่น อู๋เต้า อุทานออกมาด้วยความตื่น
ตระหนก กลับสิ่งที่เขากระท า อู่ อวี้ จับแขนของชาย
ชราออกมา แล้วดันให้ชายชราถอยห่างไปด้านหลัง
สองสามก้าว ทันใดนั้นดวงตาของ อู่ อวี้ ก็เปล่งแสงสี
ทองออกมา ราวกับอสูรยักษ์ได้ตื่นขึ้น
“ทาสชั้นต่ าอย่างเจ้า กล้าท้าทายข้า !?” ซือตู๋ จิน มี
ไหวพริบเฉลียวฉลาด มันไม่คาดหวังว่า อู่ อวี้ จะกล้า
หาญแสดงท่าทางขัดขืนเช่นนี้ ท าให้มันทั้งโกรธ และ
อับอายอย่างยิ่ง
“ อู่ อวี้ เจ้าช่างน่าสงสารยิ่งนัก!” เหล่าผู้รับใช้ทุกคน
มองไปทางเขาด้วยสายตาเวทนา และ สงสารอย่าง
สุดซึ้ง “ก่อนหน้านี้เพราะโชคดีที่สามารถรอดพ้นจาก
เงื้อมมือมัจจุราชมาได้ แต่ดูเหมือนครั้งนี้ เขาคงไม่
อาจหลีกหนีชะตาอันเลวร้ายไปได้อีก”
“เฮ้อ…ควรสาปแช่งจ้าวชวนจริงๆ เพราะในวันนั้น
มันใส่ร้ายเขา จึงท าให้เกิดเรื่องเช่นนี้ …”
นับได้ว่าเป็นโอกาสเหมาะของ ซือตู๋ จิน เพราะมัน
ก าลังคิดหาหนทางลงโทษ อู่ อวี้ ไม่เช่นนั้นแล้วสหาย
ของมันคงหัวเราะเยาะดูแคลน ที่ไม่อาจฆ่าคนรับใช้
ต่ าต้อยผู้หนึ่งได้ ไม่เช่นนั้นแล้วความพยายามที่ผ่าน
มาทั้งหมดของมัน ในการเกี้ยวพาราสีสตรีชุดแดงก็
จะมลายหายไปในพริบตา
“วันนี้ข้าจะส่งเจ้าไปยังแม่น้ าหวางเหอ!”
ซือตู๋ จิน ก าลังตัวโจมตี
ทันใดนั้นสตรีนางหนึ่งในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ ก็
ปรากฎตัวขึ้นตรงหน้าของมันอย่างไร้เสียงเตือน
ดวงตาของมันพร่ามัวเพราะภาพ ๆ นั้นได้หันเห
ความสนใจของเขาไปอย่างสิ้นเชิง ส่งผลให้พลังหมัด
ที่ถูกปล่อยออกไป อัดกระแทกเข้ากับศิลาสีเขียว
ก้อนยักษ์ที่อยู่ใกล้ ๆ ส่งผลให้… ตู้มมม!!!! ศิลาก้อน
ยักษ์ระเบิดออกทันที
“ใคร !?” ซือตู๋ จินได้ตะโกนลั่น บัดนี้ใบหน้าของเขา
นั้นถึงกับแดงก่ าด้วยความโกรธ มันกัดฟันแน่นหมาย
ปลิดชีพ อู่ อวี้ ให้ได้ในหมัดเดียว แต่เมื่อมันสังเกตุผู้
ที่ปรากฎกายอย่างไร้ร่องรอย อย่างใกล้ชิด มันก็ต้อง
ตกตะลึงอย่างสุดขีด ร่างกายของมันสั่นเทาด้วย
ความหวาดกลัว เพราะผู้ที่ปรากฏกายคงไม่มีผู้ใด
กล้าหาญตะโกนใส่เขาเป็นแน่ “ ศะ..ศิษย์พี่หญิงซู
ไฉนท่านถึงมาอยู่ที่นี่?”
อู่ อวี้ ไม่คาดคิดมาก่อน ถึงการปรากฏกายของซู
หยานหลี่ เมื่อเขาได้เห็นรูปโฉมของนางอย่างใกล้ชิด
เขาถึงกับตกตะลึงในความงดงาม อันเรียกได้ว่ายาก
ที่จะหาสิ่งใดมาเปรียบได้ กระทั่งสหายของ ซือตู๋ จิน
ที่มีรูปโฉมสวยสดงดงามทั้งสองก็ยังมิอาจเทียบเคียง
กับกับนางได้เลย ไม่ว่าจะเป็นรูปโฉม หรือ กิริยา
ท่าทาง มันช่างแตกต่างราวกับรวงข้าว กับ ดวง
จันทราก็ไม่ปาน!
แถมน้ าหอมกลิ่นกายอันหอมสดชื่นออกมา เสมือน
ดั่งพลังที่ช่วยฟื้นฟูจิตวิญญาณ!
“สถานที่แห่งนี้คือ เทือกเขาซูหยานหลี่ของข้า” นาง
กล่าวด้วยน้ าเสียงไร้ความแยแส พร้อมกลับสะบัดมือ
“ซือตู๋ จิน และ สหายทั้งสาม นับแต่นี้เทือกเขาห
ยานหลี่จะไม่ต้อนรับพวกเจ้าอีกต่อไป ข้าหวังอย่าง
ยิ่งว่าจะไม่เห็นหน้าพวกท่านที่นี่อีก ”
เห็นได้ชัดว่านางก าลังมีโทสะเป็นอย่างยิ่ง
ซือตู๋ จิน ต้องพบเจอกับสถานการณ์ไม่อยากเชื่ออีก
ครั้ง “ศิษย์พี่หญิงซู มันผู้นี้ก็แค่ผู้รับใช้ … ”
“เขาคือคนของเทือกเขา ซู หยานหลี่ เขาจะถูก
ลงโทษหรือไม่นั้น มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับเจ้า”
นางพูดเสียงดังฟังชัด ด้วยน้ าเสียงไร้ซึ่งความแยแส
อย่างที่สุด แต่มีข้อหนึ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ในสายตา
ของ อู่ อวี้แล้ว นางคือเทพเซียนอย่างแท้จริง หากว่า
มีผู้ใดสักคนหนึ่งที่จะสามารถเทียบเคียง กับ
ฮ่าวเทียน ซ่างเซียนได้นั่นก็คือ นาง ผู้มีวิชาแห่งเต๋า
ในการต่อสู้ และ หยินหยางหวนกลับ!
“เหอะ!”
เทพเซียนทั้ง4นั้นได้แสดงโทสะขึ้นมาทันที หลังจาก
ได้ยินสิ่งที่ ซู หยานหลี่ กล่าว
ซือตู๋ จิน พยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อระงับ
สติอารมณ์ของตน มันหันกลับมามองทาง ซู หยานห
ลี่ แล้วเปล่งค าพูดหนึ่งออกมา “ศิษย์พี่หญิง ซู
หยานหลี่ น้องชายของข้าถือเป็นอัจฉริยะในหมู่
อัจฉริยะ ด้วยวัยเพียง 13 ปี เขากลับสามารถสละ
ร่างขั้นสุดท้ายนั่นก็คือ ‘ทะลวงจิต’ เมื่อครั้นที่เขาอยู่
ในอาณาจักรมนุษย์ ได้ถูกขนานนามว่าเทพสงคราม
เลยก็ว่าได้ ความสามารถของเขานั้นเรียกได้ว่า
เหนือกว่าท่านมาก!”
สตรีชุดแดงพูดเสริมขึ้นทันที “ข้าได้ข่าวมาว่า
หลังจากที่เขาประสบความส าเร็จในการควบแน่น
ลมปราณ ผู้พิทักษ์สูงสุดของนิกายก็จะรับเขามาเป็น
ศิษย์สายตรง เมื่อถึงวันนั้นศักดิ์ฐานะภายในนิกาย
ของเขาย่อมไม่ต่ าต้อยไปกว่าท่านหรอกนะ ศิษย์พี่
หญิงซู”
ผู้พิทักษ์สูงสุด ต าแหน่งของนางถือได้ว่า รองจากเจ้า
นิกายเพียงเท่านั้น
ริมฝีปากของ ซู หยานหลี่ เปิดขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่จะ
พูดขึ้น ด้วยใบหน้าไร้ความแยแสเช่นเคย “พวกท่าน
คิดจะขู่ข้าเช่นนั้นหรือ?”
“เรามิกล้า! เราเพียงแค่กล่าวให้ฟัง เผื่อว่าท่านจะ
อยากรู้!” ซือตู๋ จิน ยิ้มออกมาด้วยใบหน้าแฝงความ
ชั่วร้าย หลังจากนั้นมันก็กระโดดขึ้นไปบนหลังของ
นกกระเรียนสวรรค์ ก่อนจะหายเข้าไปในกลีบเมฆ
มันได้หันหัวกลับมามอง อู่ อวี้ อีกครั้ง ก่อนมันจะ
จากไป
“หึ!” จิตใจของ ซือตู๋ จิน ร้อนรนดั่งไฟเผาจนท าให้
มันเกือบจะตกจากหลังของกระเรียนสวรรค์
“เหตุใด ซู หยานหลี่ ให้ท้ายผู้รับใช้เช่นนี้” ใยนางถึง
ไม่คิดบ้างว่ามันจะท าร้ายข้า
“ซือตูู หมิงหลาง? ด้วยวัยเพียง 13 ปี กลับอยู่ใน
ระดับทะลวงจิตแล้ว?” ซู หยานหลี่ หันหัวของนาง
ไปทาง อู่ อวี้ และ เสิ่น อู๋เต้า แต่ท่าทางของนาง
เหมือนก าลังครุ่นคิดบางสิ่งบางอย่างอยู่ ฉับพลันนาง
ก็หายตัวไปในพริบตา
“ขอบคุณท่านเทพเซียน!” เสิ่น อู๋เต้า รอดพ้นจาก
หายนะมาได้อย่างหวุดหวิด ชายชรารีบคุกเข่าโค้ง
ค านับแสดงความขอบคุณทันที
เหตุเพราะวันนี้ พวกเขาทั้งสองพยายามหาทาง
หลีกเลี่ยงกับปัญหาอย่างที่สุด คงต้องขอบคุณใน
น้ าใจ และ ความเมตตาของ ซู หยานหลี่ ที่ท าให้
พวกเขาสองคนรอดพ้นจากเหล่าอันธพาลมาได้ การ
กระท าของนางท าให้ อู่ อวี้ ซาบซึ้งอย่างที่สุด
ความอิ่มเอมท าให้ อู่ อวี้ เกือบหลงลืมการกระท า
ของ ซือตู๋ จิน ที่มันได้กระท ากับเขาในวันนี้
เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นท าให้เขาหวนนึกถึงความ
ทรงจ าบางอย่างขึ้นมาได้ เขาได้เพิ่มบางอย่างลงไป
ในบันทึกความทรงจ า ที่เขาจะต้องช าระแค้น เขา
จะต้องท าให้ ซือตู๋ จิน คุกเข่าอ้อนวอนร้องขอความ
เมตตาจากเขาให้ได้
ซือตู๋ จิน ได้กล่าวถึงน้องชายคนเล็กของมันว่า “ มี
วัยเพียง 13 ปี สามารถสละร่างในขั้นตอนหลอมรวม
วิญญาณ” มันสร้างความตื่นตะลึงให้แก่ อู่ อวี้ ยิ่งนัก
ตัวเขาอยู่ในวัย 15 ปี สามารถอยู่ในระดับชั้นฟ้าขั้น
5 ก็ถือว่าอัจฉริยะยิ่งแล้ว แต่ ซือตูู หมิงหลาง อยู่ใน
ระดับชั้นฟ้าขั้น 10 ด้วยวัยเพียงแค่ 13 ปี!
“สถานะของข้าในตอนนี้ เป็นเพียงแค่ผู้รับใช้ต่ าต้อย
หากพวกศิษย์นอกคิดจะข่มเหงรังแก ก็เป็นเรื่องยาก
จะหลีกเลี่ยง ดังนั้นข้าจะต้องฉกฉวยโอกาสสุดท้ายนี้
ให้ได้ ด้วยการผ่านการสอบคัดเลือก และ เข้าเป็น
ศิษย์ของนิกายกระบี่สวรรค์!
ไม่นานนักยามราตรีก็คืบคลานเข้ามา ณ ค่ าคืนอันดึก
สงัด
“ อู่ อวี้ การสอบจะเริ่มในวันพรุ่งนี้แล้ว ตกลงเจ้าจะ
ไปด้วยหรือไม่ ?” เสิ่น อู๋เต้าถาม
“ไปแน่นอน!”
— ระหว่างการเดินทาง—
“พออายุมากขึ้น แข้งขาของข้าก็ไม่ดีเช่นเคย
“เทือกเขาแท่นสวรรค์ ยังอยู่อีกไกลงั้นคืนนี้พวกเรา
พักแรมกันที่นี่แล้วกัน?”
อันที่จริง เสิ่น อู๋เต้า ไม่ควรเดินทางไกลเนื่องจากเขา
แก่ชรามากแล้ว แต่การสอบคัดเลือกนั้นความใฝ่ฝัน
ตั้งแต่เยาว์วัย ชายชราจึงไม่อยากพลาดที่จะได้เห็น
เด็กผู้หนึ่ง จะได้เข้าไปเป็นศิษย์ของนิกายกระบี่
สวรรค์ เพียงเท่านี้มันก็ท าให้ชายชรามีความสุข และ
พึงพอใจยิ่งแล้ว!
“ไม่ต้องหรอกท่านลุง เดี๋ยวข้าจะแบกท่านไปเอง” อู่
อวี้ หยิบกระบี่ขึ้นมาอย่างระมัดระวัง จากนั้นเขาก็
เอามันมาคาดไว้บนเอว หากท่านลุงเกิดสงสัยถาม
ขึ้นมาว่าสิ่งนี้มันคืออะไร เขาได้เตรียมค าตอบเอาไว้
เรียบร้อยแล้วว่ามันคือ ไม้เท้า ที่เตรียมไว้ส าหรับวัน
พรุ่งนี้
และแล้ววันสอบคัดเลือกก็เข้ามาถึง
เสิ่น อู๋เต้า พยายามขัดขืนไม่ให้ อู่ อวี้ แบกเขา แต่
เมื่อเห็นว่า อุู อวี้ เดินทางไปได้อย่างว่องไวอีกทั้งการ
เคลื่อนไหวยังอ่อนนุ่ม ไม่นานนักเสียงของชายชราก็
เงียบลง
เทือกเขาแท่นสวรรค์! นับเป็นเทือกเขาที่เลื่องชื่อมาก
ที่สุดในเทือกเขาคราม! การสอบคัดเลือกทุกขั้นตอน
เกิดขึ้นที่นี่ ไม่ว่าผู้เข้ารับการสอบคัดเลือกจะอยู่ชั้น
วรรณะใด จะเป็นผู้รับใช้ หรือ เป็นอัจฉริยะมาจาก
โลกภายนอก หากคนผู้นั้นสามารถผ่านการทดสอบ
ก็จะได้รับโอกาสเข้าสู่เส้นทางของผู้ฝึกตน!
จากมนุษย์สู่ผู้ฝึกตน
การเดินทางครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่เขาเดินทางห่าง
จากเทือกเขาครามมากที่สุด ซึ่งในวันนี้ถือว่าเป็นวัน
ส าคัญที่สุดของเหล่าผู้รับใช้เลยก็ว่าได้ ผู้รับใช้หลาย
คนเริ่มออกเดินทางในตอนดึก เพื่อให้ตนได้ถึง
เทือกเขาแท่นสวรรค์ก่อนรุ่งสาง เพราะการสอบ
คัดเลือกจะเริ่มขึ้นในบ่ายวันนี้
“ร่างกายของเจ้าแข็งแรงดีจริงๆ!” เสิ่น อู๋เต้า ตก
ตะลึงเมื่อเห็นว่า อู๋ อวี้ แบกร่างของชราปีนขึ้นเขา
โดยที่ไม่มีท่าทางเหน็ดเหนื่อยแม้แต่น้อย
“เดิมทีข้าอยู่ในระดับชั้นฟ้า 5 ! แต่เพราะผงพราก
วิญญาณได้ฉุดข้าลงมา”
ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่เหตุผลอันแท้จริง แต่พอ อู่ อวี้
คิดถึงเรื่องที่ชายชราจะแสดงความประหลาดใจมาก
แค่ไหน เมื่อเห็นเขาผ่านการทดสอบ เขาก็แทบจะอด
ใจไว้ไม่ไหว
เมื่อเขาสังเกตเห็นชายชราผล็อยหลับไป เขาก็รีบเร่ง
ฝีเท้าขึ้นไปบนเทือกเขาแท่นสวรรค์ก่อนรุ่งสาง เมื่อ
แสงตะวันของยามเช้าเริ่มทอแสงออกมา ผลปรากฏ
ว่าพวกเขาเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่มาถึงได้รวดเร็วที่สุด
ฝูงชนส่วนใหญ่จะเป็นผู้รับใช้ และยังไม่ถึงเวลาลง
สมัครสอบ
“เส้นทางสู่เทือกเขาแท่นสวรรค์ เทือกเขาแท่น
สวรรค์! ผู้เข้าร่วมการสอบ จะต้องผ่านการตรวจสอบ
คุณสมบัติที่ด้านล่างของภูเขา พอผ่านการทดสอบ
แล้ว จากนั้นก็ให้เดินขึ้นไปยังยอดเขา ซึ่งเส้นทางนั้น
จะน าพวกเจ้าไปสู่แท่นสวรรค์ และพอหลังจาก
ออกมาจากหุบเขานั้นได้ พวกเขาก็จะเข้าสู่แท่น
สวรรค์ ส่วนสาวกผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมในการสอบ สามาถ
เดินขึ้นไปยังยอดเขา เพื่อดูการทดสอบได้โดยตรง”
มีผู้ชมนับหมื่นที่อยากไปยืนอยู่บนแท่นสวรรค์นั้น ซึ่ง
พวกเขาเหล่านั้นล้วนแต่เป็นข้ารับใช้ทั้งสิ้น เพราะ
พวกเขานั้นอยากจะได้แรงบันดาลใจในการฝึกฝน
จากการรับชมครั้งนี้ แต่มันถูกสงวนไว้ให้กับศิษย์ผู้
ผ่านการคัดเลือก ซึ่งถือเป็นการกระตุ้นอย่างดีให้ผู้รับ
ใช้หมั่นฝึกฝน ส่วนศิษย์ที่ถูกนิกายอมรับอย่างเป็น
ทางการแล้ว ก็จะขี่นกกระเรียนบินขึ้นสู่ท้องฟ้า เพื่อ
ชมการแข่งขัน ซึ่งถือเป็นต าแหน่งที่ดีที่สุดในเกาะติด
ภาพเหตุการณ์
ระดับความสูงของเทือกเขาแท่นสวรรค์ นับว่า
ใกล้เคียงกับของเทือกเขาหยานหลี่ แต่ทว่ามันมี
ขนาดกว้างกว่าหลายเท่านัก เมื่อถึงเวลาเสิ่นอู๋เต้าก็
ตื่นขึ้น แล้วพบว่าตนเองได้มาอยู่ในจุดที่สามารถ
มองเห็นทางเข้า ไปสู่สงครามแห่งการทดสอบได้
อย่างชัดเจน
“มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ? ท าไมถึงรวดเร็วนัก ?” เสิ่น อู๋
เต้า พยายามเพ่งมองไปรอบ ๆ พบว่าทุกอย่างยังคง
พร่ ามัว เนื่องจากเพิ่งตื่นนอนเลยยังสะลึมสะลืออยู่
เขาจ าได้ว่าทุกครั้งที่ตนเข้ามาดูการแข่งขัน จะเหน็ด
เหนื่อยเป็นอย่างมาก แต่ส าหรับครั้งนี้เมื่อเขาตื่น
ขึ้นมา กลายเป็นว่าเขากลับอยู่ที่นี่เลย
“อื้ม” อู่ อวี้ พูดแล้วยิ้มจาง ๆ อย่างภูมิใจ
“เป็นต าแหน่งที่ดีมาก!” เสิ่น อู๋เต้า เหมือนหวนสู่วัย
เยาว์อีกครั้ง หวนกลับเข้ามาในวัยเด็กเต็มไปด้วย
ความตื่นเต้น“วันนี้ข้าจะได้เห็นอัจฉริยะหนุ่มได้เป็น
ชาวสวรรค์ อย่างเต็มสองตาเสียที”
“ครั้งหน้าข้าก็จะแบกท่านมาอีก” อู่ อวี้ ยิ้มอีกครั้ง
อู่ อวี้ รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะในวันนี้จะเป็น
วันที่ชีวิตของเขาจะเปลี่ยนไป และ จะเป็นวันที่เขา
สามารถเติมเต็มความใฝ่ฝันในวัยเยาว์ของท่านลุง
ผู้คนเริ่มทยอยกันเข้ามาในเทือกเขา เวลานี้เทือกเขา
เริ่มแออัดด้วยมีผู้คน และ เหล่าผู้รับใช้นับหมื่น เสียง
เซ็งแซ่ดังอื้ออึงไปทั่วทั้งอากาศ
มีข่าวแว่วมาว่า ผู้รับใช้จ านวนมากมีคุณสมบัติเพียง
พอที่จะผ่านการตวจสอบอยู่ตรงบริเวณด้านล่างของ
เทือกเขา และในตอนนี้เหล่าผู้รับใช้ก าลังเดินทาง
บนเส้นทางที่จะน าไปสู่แท่นสวรรค์ เพื่อเตรียมตัวที่
จะไปยังบททดสอบต่อไป
อีกไม่ช้าก็จะถึงยามเที่ยงแล้ว
อู่ อวี้ ขออนุญาตลุงเสิ่นไปเข้าห้องน้ า เนื่องจากว่า
ตอนนี้ตนนั้นปวดท้องหนัก ซึ่งถือว่าเป็นข้ออ้างที่ดี
มากเพราะบนเทือกเขาไม่มีห้องน้ า
“แต่เดี๋ยวการสอบ มันจะเริ่มแล้วนะ!” เสิ่น อู๋เต้า
อยากให้อู่ อวี้ได้เห็นการสอบ
“ไม่เป็นไรท่านลุง ข้าไม่ใส่ใจการสอบนี้นัก แค่ท่านลุง
ดูได้ข้าก็ดีใจแล้ว เดี๋ยวข้าก็กลับมา ท่านอย่าเดินไป
ไหนล่ะ ข้าจะได้ไม่ต้องเสียเวลาตามหาท่าน”
“หากข้าพลาดฉากส าคัญไป ท่านก็ช่วยดูแล้วค่อย
เล่าให้ข้าฟังที่หลังก็แล้วกันนะ”
อู่ อวี้ เดินออกมาอย่างไร้วี่แววกังวล เพราะขาของ
ท่านลุงไม่ได้แข็งแรงเหมือนเช่นเดิมแล้ว แม้แต่เดิน
ลงภูเขาก็ยังเป็นปัญหาส าหรับท่าน หลังจากโบกมือ
ลา อู่ อวี้ รีบเดินลงจากภูเขา แล้วเตรียมความพร้อม
เพื่อรับการตรวจสอบคุณสมบัติ
…………………………………..
ღゝ◡╹)ノ♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ