กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 913: นภาครามเมฆาขาว
ผู้คนที่ถึงด่านจักรพรรดิทักษิณ ส่วนใหญ่แล้วล้วนมี
จุดประสงค์เดียวกัน นั่นก็คือพวกเขาล้วนปรารถนาจะ
ออกจากเหยียนหวงไปสู่น่านน้ำทะเลชั้นนอก
พวกเขาเหล่านี้อาจจะออกไปหาประสบการณ์ หรือไม่ก็
ไปไล่ล่าค้นหาสมบัติ เนื่องจากสมบัติบางชิ้นมีอยู่ที่ใน
ท้องทะเลเท่านั้น
รวมถึงยังเป็นไปได้ที่จะไปค้าขายทำการค้า หรือสะสม
ทรัพยากรการฝึกตนเพิ่ม
ทั้งยังมีความเป็นไปได้ว่าจะเดินทางออกทะเล ไปยัง
อาณาจักรเซียนอื่น ๆ ตราบใดที่มีแนวชายฝั่งก็จะ
สามารถเข้าถึงได้ แต่ถ้าให้เปรียบเทียบการเดินทาง
ระหว่างทางบกกับทางทะเล ทางทะเลย่อมสะดวกสบาย
กว่า ทางบกต้องผ่านหลายอาณาจักรหลายแว่นแคว้นซึ่ง
ไกลกว่ายุ่งยากมากกว่า
ตัวอย่างเช่นจักรวรรดิเป่ยหมิง และ อาณาจักรโบราณ
เหยียนหวง ซึ่งไม่มีพื้นที่ให้เดินทางผ่านได้อย่างอิสระ
จะต้องเดินทางผ่านอาณาจักรเซียนมากมาย ทั้ง
จำเป็นต้องได้รับอนุมัติจากอาณาจักรเหล่านั้นเสียก่อน
ถึงจะเดินทางข้ามผ่านไปได้ นอกจากนี้ในระหว่างทาง
หากมีอาณาจักรเซียนอยู่เยอะ เวลาในการขอเดินทาง
ข้ามผ่านก็จำเป็นต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นอีกด้วย ซึ่งมันจะทำ
ให้ล่าช้าเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้อาณาจักรเซียนบางแห่ง
ยังไม่ยอมปล่อยให้ข้ามผ่านอาณาจักรของตนไปได้
ส่วนการเดินทางทะเลแม้ว่าจะค่อนข้างเสี่ยง แต่ถ้ามี
ฝีมือความแข็งแกร่งความสามารถเพียงพอ ก็นับว่าเป็น
ทางเลือกที่ดีกว่า อย่างน้อยความเร็วในการเดินทางก็จะ
เพิ่มขึ้นอีกทั้งยังสะดวกสบายอีกด้วย
นครจักรพรรดิทักษิณ ถือเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่สุด
ของอาณาจักรโบราณเหยียนหวง นี่คือสถานที่รวมตัว
ของฝึกตนจากทั่วทุกมุมโลก แม้แต่ปีศาจกับผู้ฝึกตน
นอกรีตจะต้องมาผ่านทางที่นี่เพื่อไปยังอาณาจักรอื่น
ตอนนี้ อู่ อวี้ ก็ต้องการจะออกไปด้านนอกเช่นกัน
ฉะนั้นเขาจำต้องมีเอกสารเดินทาง เอกสารของเขา
จะต้องถูกประทับตราจากนายด่านว่าอนุญาตให้ผ่าน
ทาง แม้แต่บุคคลสำคัญบางคนยังต้องได้รับการอนุมัติ
จากราชวงศ์เหยียนหวง
ยิ่งเป็นขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง ก็จะถูกตรวจสอบ
อย่างละเอียดถี่ถ้วนมีความซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะ
ไม่ใช่คนเหยียนหวง คนเหล่านี้จะมีเพียงแค่เอกสารที่
บันทึกว่ามีการผ่านทางเท่านั้น ฉะนั้นทุกคนจึงต้องมี
บันทึกการเดินทาง ถ้าหากว่ากวาดตามองรอบ ๆ จะ
เห็นปีศาจปะปนอยู่ด้วย ซึ่งเป็นเรื่องยากที่ปีศาจจะเข้า
มาในอาณาจักรโบราณเหยียนหวง โดยเฉพาะผู้ฝึกตน
นอกรีตก็จะยากยิ่งกว่า
ซึ่งทางออกนั้นจะมีขนาดเล็กกว่าบางส่วน
ส่วนฝั่งขาเข้าที่อยู่อีกด้านหนึ่ง มีขนาดใหญ่กว่าอย่าง
น้อยสิบเท่า ตอนนี้ผู้คนจำนวนมากกำลังถูกตรวจสอบ
ก่อนเข้ามาในเหยียนหวง
ที่นี่ผู้คนจำนวนมากกำลังต่อแถวรอให้ถึงลำดับของ
ตนเอง
แม้ด่านจักรพรรดิทักษิณจะมีช่องทางเดินอย่างน้อย
10,000 ช่อง แต่การเคลื่อนตัวในตอนนี้ก็ยังผ่านไปอย่าง
ช้า ๆ
บางครั้งก็มีสถานการณ์บางอย่างเกิดขึ้น ส่วนใหญ่ก็จะ
เป็นคนต่างถิ่นที่เข้ามาในเหยียนหวงอย่างผิดกฎหมาย
คนเหล่านี้จะคิดว่าตนเองไม่มีใครรู้จัก ดังนั้นจึงคิดว่าจะ
ออกจากเหยียนหวงไปแบบเนียน ๆ แต่พวกมันก็จะถูก
จับตัวอย่างง่ายดาย
ก่อนที่จะเข้าคิว คนผู้นั้นจะต้องถูกตรวจสอบโดยนาย
ด่านตรวจของนครจักรพรรดิทักษิณ ลำดับแรกเริ่มต้น
จากการตรวจสอบ ‘เอกสารการเดินทาง’ ไปตามทีละ
ขั้นตอน จากนั้น อู่ อวี้ กับพรรคพวกก็ก้าวไปข้างหน้า
ตามลำดับคิว ในกลุ่มของเขามีกันอยู่สามคนหนึ่งในนั้น
เป็นคนเหยียนหวง อีกคนเป็นปีศาจ แล้วอีกคนก็เป็นผู้
ฝึกตนนอกรีต ที่ทั้งสามมารวมตัวกันได้เป็นอะไรที่
ค่อนข้างแปลก นายด่านตรวจเมื่อเห็นความแข็งแกร่ง
ของพวกเขาก็ไม่กล้าจะเพิกเฉย กระทั่งเมื่อเห็น อู่ อวี้
หยิบเอกสารการเดินทางออกมา ชายผู้นั้นก็ร่างกายสั่น
สะท้านรีบยืนขึ้นแล้วกล่าวอย่างเคารพ ” ใต้เท้ารบกวน
ถือเอกสารไปยังช่องทางพิเศษ ใต้เท้าสามารถใช้
ช่องทางพิเศษได้เลย ตงเหอ พาใต้เท้าไป ”
ชายหนุ่มที่อยู่ถัดออกไปรีบก้มหัวโค้งคารวะอย่าง
รวดเร็ว ดวงตาสีดำมอง อู่ อวี้ แล้วกล่าวว่า ” ใต้เท้า
โปรดมากับข้าน้อย เชิญทางนี้ขอรับ ”
เขาอุตส่าห์เสียเวลามาเข้าแถวรอคิวอยู่ที่นี่มาตั้งนาน
สองนาน แต่กลับมีช่องทางพิเศษ แน่นอนว่ามันย่อมเป็น
เรื่องที่ดี อู่ อวี้ เดินตามชายหนุ่มผู้นั้นเข้าไปในวัง
ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความริษยาของผู้คน
รวมถึงอีกหลาย ๆ คนที่กำลังเฝ้ารอต่อแถวอย่างใจจดใจ
จ่อ
” คนผู้นั้นคือราชอารักษ์เล่อใช่หรือไม่!? ”
” ใช่! เจ้ากล่าวถูกแล้ว นั่นราชอารักษ์เล่อจริง ๆ ข้าเคย
เห็นเขาในนครเทวะ ”
” ปีศาจนั่นคือผู้ติดตามของเขา ส่วนฝึกตนนอกรีตแม่
นางนั้นดูเหมือนว่าจะเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของโอรสเล่อ
”
” ราชอารักษ์เล่ออยู่ในนครเทวะ ไฉนถึงมาปรากฏตัวอยู่
ที่นี่ได้ หรือจะออกจากเหยียนหวง? ”
” น่าจะใช่… คงจะออกไปจากที่นี่จริง ๆ นั่นแหละ ว่าแต่
เขาจะออกไปไหน? ”
ในที่สุดผู้คนก็จำเขาได้ จากนั้นการสนทนาอย่างดุเดือด
ของฝูงชนก็ระเบิดขึ้น หลายคนเคยได้ยินเพียงชื่อของ อู่
อวี้ ทว่ายังไม่เคยเห็นตัวเป็น ๆ ตอนนี้ทุกคนจึงตาลี
ตาเหลือกรีบวิ่งไปดูโฉมหน้าที่แท้จริงของ อู่ อวี้
อย่างไรก็ตามเพียงชั่วพริบตา อู่ อวี้ ก็หายตัวไป
” ช่างน่าประหลาดยิ่งนัก เดินทางออกจากเหยียนหวง
ไปยังดินแดนของพวกปีศาจที่ไม่นับเป็นอันใด ”
…
คณะเดินทางทั้ง 3 ของ อู่ อวี้ ต้องมาพบกับชายชราผม
ขาว ซึ่งตอนนี้กำลังนั่งปฏิบัติหน้าที่ เขากำลังตรวจสอบ
เอกสารเดินทางในมืออย่างจริงจัง หลังจากนั้นชายหนุ่ม
ก็เข้ามากระซิบข้างหูของชายชราว่า ” นายด่านตรวจ
หลิว ราชอารักษ์เล่อได้ถือเอกสารเดินทางมาให้
ตรวจสอบ เพื่อจะออกช่องทางพิเศษ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นชายชราก็ตกตะลึง รีบรับเอกสาร
เดินทางมาอย่างรวดเร็ว จ้องมอง อู่ อวี้ แล้วกล่าวว่า ”
ข้าน้อยไม่คิดว่าราชอารักษ์เล่อจะมาที่นี่ ช่างเป็นแขกผู้
ทรงเกียรติหาได้ยากยิ่ง ไม่ทราบว่าราชอารักษ์เล่อ
ต้องการจะออกจากเหยียนหวงใช่หรือไม่? ”
บุคคลผู้นี้คือเจ้าหน้าที่ที่คอยทำหน้าที่ตรวจสอบเอกสาร
เดินทางออกระดับสูง อู่ อวี้ มอบเอกสารให้แก่มัน
จากนั้นก็กล่าวว่า ” ใช่ นี่เอกสาร ”
นายด่านตรวจหลิวประสานมือคารวะ พร้อมกับกล่าว
ขึ้นด้วยรอยยิ้มว่า ” ไม่ว่าเอกสารเดินทางออกนี้จะเป็น
เช่นไร ชายชราผู้นี้มีหน้าที่ตรวจสอบมัน หวังว่าราช
อารักษ์เล่อจะเข้าใจ”
“หาไม่” อู่ อวี้ ตอบ อันที่จริงแล้วอาณาจักรโบราณเห
ยียนหวงเป็นเสมือนดั่งกลไกระดับชาติซึ่งมีขนาดใหญ่
อย่างไร้ที่เปรียบ นายด่านตรวจหลิว ก็เป็นเพียงฟันเฟือง
เล็ก ๆ ในกลไกระดับชาตินี้
การคุ้มกันชายแดนของอาณาจักรบูรพาเย่วอู่ ยังมิได้
แข็งแกร่งถึงระดับนี้ ดังนั้นเหล่าผู้ฝึกวรยุทธสามารถปีน
ข้ามผ่านมันมาได้อย่างง่ายดาย
” มหาอุปราชเป็นผู้อนุมัติด้วยตนเอง! ราชอารักษ์เล่อ ,
หนานซาน หวางเยว่ , เย่ซีซี รวมเป็นสามคน! เอกสาร
เดินทางออกไม่มีปัญหาอันใด ราชอารักษ์เล่อสามารถ
เดินทางออกได้ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม ราชอารักษ์
เล่อ โปรดเก็บเอกสารนี้ไว้ด้วยนะขอรับ เมื่อเดินทาง
กลับมา ท่านจำเป็นต้องใช้มันยืนยันตัวตน ” ชายชรา
แสดงท่าทางอ่อนน้อมถ่อมตนเป็นอย่างนี้ จากนั้นก็ใช้
มือทั้งสองยื่นเอกสารคืนให้แก่ อู่ อวี้
” เช่นนั้น ข้าขอไปเลยแล้วกัน ” เบื้องหลังชายชราผู้นี้คือ
‘ช่องทางพิเศษ’
” ราชอารักษ์เล่อรีบเร่งเดินทางเช่นนั้นหรือ ไม่ลองพัก
แรมอยู่ในอาณาจักรจักรพรรดิทักษิณสักสองสามวัน
ดูก่อนเหรอขอรับ? ท่านจ้าวของชายชรา ‘จักรพรรดิ
ทักษิณ’ หรือ จักรพรรดิทักษิณสวรรค์ อาจต้องการให้
นายน้อยของเราพาราชอารักษ์เล่อ เยี่ยมชมนคร เพื่อ
เป็นเกียรติแก่ดินแดนของเราสักเล็กน้อย ” ชายชรา
กล่าว
“ครั้งต่อไป ข้าจะตอบรับอย่างแน่นอน”
อู่ อวี้ ปฏิเสธ
จักรพรรดิทักษิณคือนายเหนือหัวของดินแดนแห่งนี้
ส่วนเหตุที่มันเรียกตนเองว่าจักรพรรดิทักษิณสวรรค์
เนื่องจากว่ามันมีอายุอานามมากกว่า จักรพรรดิกำเนิด
สวรรค์ และ จักรพรรดิอารามสวรรค์ นอกจากนี้ยัง
เป็นไปได้ว่าตบะการบำเพ็ญตนอาจลึกล้ำยิ่งกว่า อีกทั้ง
ยังเป็นคนสนิทของจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง มิ
เช่นนั้นจะรับหน้าที่สำคัญมาประจำการอยู่ภายในนคร
จักรพรรดิทักษิณนี้ได้อย่างไร
กล่าวตามตรงบุตรชายของจักรพรรดิทักษิณสวรรค์ มี
ศักดิ์ฐานะมิได้ต้อยต่ำไปกว่าพระโอรสเลย เนื่องจาก
ท้ายสุดแล้วมีเหล่าโอรสพระธิดาอยู่มากเกินไป
” เช่นนั้นข้าน้อยจะรอต้อนรับราชอารักษ์เล่อกลับมาอีก
ครั้ง ” ชายชรามิได้บังคับ อู่ อวี้ จากนั้นก็พากลุ่มของเขา
ไปยังช่องทางออกพิเศษ
คราที่ อู่ อวี้ อยู่ในจักรวรรดิเป่ยหมิง เขาก็เดินทางข้าม
ผ่านค่ายกลคุ้มกันชายแดนนี้เช่นกัน แต่ในเวลานี้เขา
ต้องผ่านช่องทางนี้อีกครั้ง เมื่อกวาดสายตาดูโดยรอบ
สามารถแลเห็นวงเวทมากมายหลากหลายชนิด ส่อง
ประกายเจิดจ้างดงามเป็นอย่างยิ่ง อู่ อวี้ เดินผ่าน
ช่องทางหลากสีสันนี้ ลึกเข้าไปเบื้องหน้าคือมหาสมุทร
อันไร้สิ้นสุด
“งดงามยิ่งนัก” เย่ซีซีกับแมวน้อยหลานหลาน เงยหน้า
ขึ้นมองไปรอบ ๆ ด้วยสายตาเป็นประกายตื่นตะลึงกับ
ทัศนียภาพอันงดงามนี้
“หึ งดงามตรงไหน ไม่มีอะไรงดงามไปกว่าเรือนร่างของ
โฉมสะคราญหรอก เพราะนั่นคือสิ่งที่สวยงามที่สุดใน
โลกหล้านี้แล้ว” หนานซาน หวางเยว่ กล่าวขัดนาง
“คนสัปดน” เย่ซีซีมองไปที่มันอย่างมีโทสะ เนื่องจากเจ้า
หมูโสโครกนี้ชอบขัดคอนางอยู่ตลอด
“เมี๊ยวว!!! ” แมวน้อยหลานหลาน ก็ไม่พอใจเช่นกัน
“เจ้ายังเด็กนัก ไม่มีทางเข้าใจเรื่องของผู้ใหญ่หรอก ฮ่า
ฮ่า” หนานซาน หวางเยว่ ก้าวทะยานออกไปเบื้องนอก
พร้อมกับกล่าวว่า ” เร็วเข้า นาวาซ่อนเซียนไม่อาจทนรอ
ได้อีกต่อไปแล้ว มันต้องการแหวกผ่าเปิดมหาสมุทรนี้! ”
หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็เดินผ่านค่ายกลคุ้มกัน
พรมแดนนี้ อันที่จริง อู่ อวี้ ทราบดีว่าถึงแม้ว่าช่องทางนี้
จะดูสวยงาม ทว่าอันที่จริงแล้ว มันคือค่ายกลคุ้มกัน
พรมแดนที่น่าสะพรึงกลัวมากที่สุดในใต้หล้านี้!
เทียบเคียงได้กับผนึกของพิภพอเวจี ทว่าผนึกของพิภพ
อเวจี มีขนาดเล็กกว่าค่ายกลคุ้มกันพรมแดนซึ่งมีขนาด
ใหญ่โตมโหฬารเป็นยิ่งนัก นอกจากนี้ยังสูงล้ำไปอย่างยิ่ง
เป็นเหตุผลว่าทำไมผู้คนส่วนใหญ่ถึงเลือกจะอยู่ภายใน
ค่ายกลคุมกั้นพรมแดน เนื่องจากการบินทะยานข้าม
ผ่านอาณาจักรแห่งนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
ไม่มีทางที่เทพมารบรรพกาลจะปรากฏตัวขึ้นอีก ดังนั้น
จึงไม่มีสิ่งใด ที่สามารถสั่นคลอนทำลายค่ายกลคุมกั้น
พรมแดนของอาณาจักรโบราณเหยียนหวงนี้ได้
พื้นที่ด้านนอก คือมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไร้สิ้นสุด!
เมื่อแลมองออกไป สามารถแลเห็นท้องฟ้าครามเมฆา
ขาว รวมถึงมหาสมุทรที่ดูประดุจดังอัญมณีสีฟ้าคราม
นิ่งสงบไร้ซึ่งระลอกคลื่นใด ๆ แผ่ขยายออกไปไกลสุดลูก
หูลูกตา ราวกับผืนฟ้ากับมหาสมุทรหลอมรวมเข้า
ด้วยกันก็มิปาน
เมื่อมองย้อนกลับไป สามารถแลเห็นดินแดนโบราณเห
ยียนถูกโอบล้อมด้วยค่ายกลคุ้มกันพรมแดนขนาดมหึมา
ส่องประกายแสงหลากสีสัน เสมือนดั่งฝาครอบขนาด
ใหญ่ ครอบคลุมป้องกันดินแดนแห่งนี้ไว้
ช่างเงียบสงบเป็นยิ่งนัก ใต้ฝ่าเท้าของพวกเขา คือหาด
ทรายสีขาวทอดยาวออกไป ซึ่งในเวลานี้มีผู้คนมากมาย
อยู่บนชายหาด บ้างก็เพิ่งออกมา บ้างก็กำลังจะเข้าไป
นอกจากนี้ยังมี ‘กองทัพเพลิงทักษิณ’ ของอาณาจักร
โบราณเหยียนหวงเฝ้าประจำการรักษาความสงบอยู่ที่นี่
ด้วย
เหล่าผู้ฝึกตนสวมใส่ชุดเกราะประดุจวิหคเพลิง ตาม
รูปแบบสัญลักษณ์ของกองทัพเพลิงทักษิณ
เย่ซีซีเพิ่งเคยเห็นชายหาดเป็นครั้งแรก ดังนั้นนางจึง
อยากมองให้มากกว่านี้หน่อย ส่วน อู่ อวี้ กับ หนานซาน
หวางเยว่ ได้ขึ้นไปรออยู่บนนาวาซ่อนเซียนแล้ว จากนั้น
นางก็ตามขึ้นมาอย่างไม่เต็มใจ ชั่วอึดใจต่อมา นาวาซ่อน
เซียนบินทะยานพุ่งหายเข้าไปในกลีบเมฆอย่างมบูรณ์
ในเวลานี้พวกเขาทั้งสามกำลังยืนอยู่บนดาดฟ้าเรือ เย่ซี
ซีที่อยู่ตรงกราบเรือ กำลังฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีเป็นยิ่ง
นัก นางยืนหน้าออกไปรับลมทะเลอันแสนสดชื่น
แสงแดดอบอุ่นส่องสะท้อนผ่านหมู่เมฆา
“เหลาอู่ เราจะแล่นนาวาลงสู่ก้นมหาสมุทร บนผิวสมุทร
หรือบนฟากฟ้าดี?” หนานซาน หวางเยว่ เอ่ยถาม
เขาเรียก อู่ อวี้ ว่าเหลาอู่ แสดงให้เห็นถึงความคุ้นเคยที่
มากยิ่งขึ้น…
อู่ อวี้ กล่าวว่า ” ก้นสมุทรมีปีศาจอยู่มากที่สุด แต่
บ่อยครั้งพวกมันก็ขึ้นมาเหนือผิวทะเล อันที่จริงแล้วบน
ท้องนภานี้ก็ถือเป็นดินแดนของพวกมันเลยก็ว่าได้ ซึ่ง
บนฟ้าก็ยังสามารถแลเห็นได้ชัดเจนกว่าในทะเล หาก
ชอบความเสี่ยงก็ลงไปก้นสมุทร แต่ถ้าอยากได้ความสงบ
ก็ใช้นาวาซ่อนเซียนปิดซ่อนกำบังอยู่บนท้องนภานี้ต่อไป
”
อย่างไรก็ตามทั้งหมดทั้งมวลนี้ คือเขตแดนของปีศาจ
สมุทร ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นบนผืนฟ้าหรือภายใน
มหาสมุทรหรือก็มิได้แตกต่างกันเท่าใดนัก
“มุ่งหน้าต่อไป! ” อู่ อวี้ ทอดสายตามองออกไปไกล
อย่างน้อยในปัจจุบัน มหาสมุทรอันไร้สิ้นสุดนี้ก็สงบเงียบ
ราวกับว่า ข่าวลืออันน่าสะพรึงกลัวทั้งหมดมิใช่ความจริง
ยามนี้มีเรือรบชาวเหยียนหวงมากมายล้อมรอบอยู่รอบ
นาวาของเขา คาดว่าพวกมันก็กำลังมุ่งหน้าไปยังทิศทาง
ของทวีปปีศาจทายาททักษิณเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม
พวกเขาเหล่านี้มิได้รับรู้ถึงการดำรงอยู่ของนาวาซ่อน
เซียน
เพียงไม่นานนักนาวาซ่อนเซียนของ อู่ อวี้ ก็พุ่งทะยาน
ไปด้วยความเร็วสูงล้ำ ทิ้งกลุ่มเรือรบเหล่านั้นเอาไว้
เบื้องหลัง
ยิ่งมุ่งลึกเข้าไปเท่าไหร่ อู่ อวี้ ก็สัมผัสได้ถึงเค้าล้างของ
พายุได้มากขึ้นเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นมหาสมุทรหรือผืนฟ้า
ล้วนเปี่ยมไปด้วยบรรยากาศแห่งดุร้ายอำมหิต ที่ทวี
ความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ อู่ อวี้ ยืนอยู่บนหัวเรือ ใช้
เนตรเพลิงจ้องมองเข้าไปภายในมหาสมุทรลึก แลเห็น
ปีศาจน้อยใหญ่กำลังดำเนินไปตามกิจวัตรของตนเอง
ภายในมหาสมุทรแห่งนี้มีปีศาจอยู่มากมายหลากหลาย
ชนิด จนเอ่ยขานนามของพวกมันได้ไม่หมดเลยทีเดียว
——————————–