กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 914: ปีศาจหยินหยาง
ยามก่อนหน้านี้ที่ อู่ อวี้ ยังอยู่ในอาณาจักรบูรพาเยว่อู่
เขาได้เคยแอบลอบเข้าไปในมหาสมุทรเพื่อฝึกฝนทักษะ
การต่อสู้อยู่หลายครั้ง ยังมีผู้คนมากมายภายใน
อาณาจักรบูรพาเยว่อู่ที่หาเลี้ยงชีพด้วยการจับปลา
ดังนั้นเขาจึงรู้ว่าสิ่งมีชีวิตที่อยู่ภายในมหาสมุทรมีจำนวน
มากและมหัศจรรย์ถึงเพียงไหน เมื่อต้องอยู่ท่ามกลาง
มหาสมุทร เขาจึงได้รู้จักกับสิ่งมีชีวิตภายในมหาสมุทร
มากมายหลายชนิด
และเมื่อสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ได้เปลี่ยนแปลงกลายเป็นปีศาจ
รูปร่างและความสามารถของมันก็แปลกแตกต่างตามไป
ด้วย พวกมันมีความมหัศจรรย์ที่ไม่อาจอธิบายออกมา
เป็นคำพูดได้ ทั้งยังมีจำนวนมหาศาล
อู่ อวี้ ได้ใช้เนตรเพลิงมองกวาดผ่านเข้าไป มองทะลุถึง
ร่างของปีศาจ ซึ่งร่างเดิมของพวกมันทำให้เขารู้สึกทึ่งไม่
น้อย ไม่ว่าจะสิ่งใดก็มีหมด แม้แต่ปะการังยังสามารถ
กลายเป็นปีศาจได้ หรือแม้กระทั่งปลิงทะเลที่เลื้อย
คลานไปมาก็ยังมี นอกจากนี้ยังมีสิ่งแปลกๆที่ไม่อาจระบุ
ชื่อด้วยเช่นเดียวกัน ดูไปแล้วเหมือนกับว่าพวกมันไม่ใช่
สิ่งมีชีวิต แต่ทว่ากลับกลายเป็นปีศาจได้อย่างไม่น่าเชื่อ
หลังจากที่เปิดสติปัญญาแล้ว พวกมันได้ว่ายวนไปทุกหน
แห่ง คอยดูซับพลังฟ้าดิน ปล้นชิงทรัพยากรทุกอย่าง
เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับตัวเอง
หากให้คำจัดกับความกับมหาสมุทรแห่งนี้ อู่ อวี้ รู้สึกว่า
มันเป็นสถานที่ที่ป่าเถื่อนยิ่งกว่าโลกของผู้ฝึกตนนอกรีต
เสียอีก กฏเกณฑ์ต่างๆของมนุษย์ไม่อาจจะนำมาใช้ได้
ภายในที่แห่งนี้ มันไม่มีข้อผูกมัดใดๆ มีเพียงแต่การเข่น
ฆ่าและปล้นชิง
ปีศาจทั้งหมดต่างก็แก่งแย่งกันเพื่อเจริญเติบโต
ขณะเดินทางในมหาสมุทร บ่อยครั้งได้เห็นซากของ
ปีศาจมากมายลอยขึ้นสู่บนพื้นผิวน้ำ ซึ่งมันได้ส่งกลิ่น
เหม็นลอยออกมา นอกจากนี้ยังมีชิ้นส่วนของเรือที่อัป
ปางลง บางครั้งยังได้เห็นสิ่งของที่เป็นของผู้ฝึกตนลอย
เคว้ง ยิ่งดำดิ่งลงไปลึกมาเท่าไหร่ ยิ่งพบเจอกับสมบัติ
เช่นนี้มากขึ้นเท่านั้น
ยามนี้ เย่ซีซี ได้กลับเข้าไปภายในห้องโดยสารเพื่อทำ
การฝึกตน เพราะฉากผืนน้ำสีครามสดใสในตอนแรกได้
หายไปแล้ว บัดนี้เห็นเพียงแค่เมฆครึ้มบดบังทุก
ทัศนียภาพ เหมือนพายุร้ายกำลังก่อตัวขึ้นบนพื้นผิวของ
มหาสมุทรเพื่อที่จะฉีกกระชากและกวาดล้างทุกอย่าง
เสียงอัสนีฟาดดังสนั่นสั่นคลอนทุกสิ่ง คลื่นโหมซัดสาด
อยู่บนน่านน้ำมหาสมุทร ซึ่งคลื่นแต่ละลูกมีความสูง
มากกว่า 100 จั้ง!
ทุกอย่างที่อยู่ใต้ฝ่าเท้า ล้วนเป็นเพียงผืนน้ำอันกว้างใหญ่
ไพศาล ผืนแผ่นดินทุกหนแห่งบัดนี้ได้ไกลห่างคลองจักษุ
ไปสิ้น
สภาพแวดล้อมเช่นนี้ ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่ผู้ฝึกตนธรรมดา
จะสามารถแล่นเรือผ่านคลื่นลมพายุเช่นนี้ไปได้ หากเป็น
เวลาสั้นๆยังพอจะทนได้ แต่หากผ่านไปนานสมควรบั่น
ทอนสภาพจิตเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าจะเป็นเรือรบ ทว่ามันก็
ยังไม่ใช่ศาสตราเต๋าระดับสูง จึงเป็นเรื่องยากที่มันจะ
แล่นผ่านมหาสมุทรที่กำลังเชี่ยวกรากเช่นนี้ไปได้อย่าง
สงบ หนานซาน หวางเยว่ ได้ขับขี่นาวาซ่อนเซียนที่เป็น
ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณไปอย่างต่อเนื่อง ไม่
เพียงแค่จะไม่ได้รับผลกระทบจากลมพายุเหล่านี้ มัน
ยังคงสามารถซ่อนตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่เหลือไว้ซึ่ง
ร่องรอยใดๆ มีอยู่หลายครั้งที่ อู่ อวี้ ได้พบเห็นกลุ่ม
ปีศาจที่กำลังแหวกว่ายอยู่ใต้ฝ่าเท้าของตน แต่พวกมัน
กลับไม่สามารถตรวจพบถึงการคงอยู่ของนาวาซ่อน
เซียนได้เลย
คำแนะนำของโอรสเล่อช่างมีประโยชน์จริงๆ มัน
ช่วยเหลือพวกเขาได้ไม่น้อยทีเดียว
นาวาซ่อนเซียนกำลังแล่นอยู่ท่ามกลางลมและคลื่นที่
กำลังโหมกระหน่ำอย่างสงบ ระหว่างทางยังพบเห็นศพ
ของปีศาจ ซากเรือที่อัปปาง ทั้งยังมีสิ่งของของผู้ฝึกตนที่
ยิ่งแล่นผ่านไปยิ่งพบเจอได้มากขึ้น สิ่งของเหล่านี้ลอยอยู่
บนพื้นผิวทะเล มันลอยตามกระแสคลื่น เป็นไปได้ว่า
ก่อนหน้านี้ไม่นาน ณ ที่ตรงนี้อาจเกิดการต่อสู้ระหว่าง
ปีศาจและผู้ฝึกตนอยู่ก็เป็นได้
อู่ อวี้ จ้องมองไปยังทิศใต้และคิดคำนวนเวลาที่จะไปถึง
ทวีปปีศาจทายาททักษิณ
ในเวลาเดียวกันยังนึกว่าคนที่เขาจะไปพบ มีโอกาสที่จะ
เป็นนางหรือไม่ และหากว่าเป็นนางแล้วจะเป็นยังไงต่อ
เขาควรจะทำตัวเช่นไรเมื่อต้องเผชิญหน้ากับนาง สิ่ง
เหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาที่ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกปวดหัว
“ตูมมมม!”
ทันใดนั้นห่างออกไปเบื้องหน้า อู่ อวี้ มองเห็นเปลวไฟที่
ลุกโชติช่วงขึ้นมาอยู่กลางผืนมหาสมุทร เปลวไฟนี้พุ่ง
ทะยานสูงขึ้นไปถึงชั้นฟ้า ส่องแสงออกไปทุกทิศทาง
กระทั่ง เย่ซีซี ก็รีบวิ่งออกมาดูปรากฎการณ์อันน่าตกใจ
นี้ด้วยเช่นกัน
เห็นเพียงแค่เปลวไฟที่โหมกระหน่ำ ท่ามกลางระเบิดนี้
ยังได้ยินเสียงของคนผู้หนึ่งดังออกมา เสียงนั้นกล่าว
ออกมาว่า “พวกเราเป็นคนจาก ‘หอการค้าชิงหยวน’
แห่งเหยียนหวง นายน้อยของพวกเราอยู่บนเรือ ได้โปรด
ช่วยชีวิตนายน้อยของข้าด้วย! พวกข้ายินดีมอบเม็ดยา
ค้นหาเต๋าให้กับพวกท่าน 30 เม็ด!”
ความจริงระยะห่างจากเปลวไฟที่ลุกท่วมนี้ก็มีอยู่
ประมาณหนึ่ง และเสียงพูดนี้ก็เป็นเสียงของผู้ฝึกตน
ทั่วๆไป มันเป็นไปไม่ได้ที่จะส่งเสียงมาได้ไกลถึงเพียงนี้
เสียงของมันน่าจะถูกเพิ่มโดยอำนาจของยันต์เวทมนต์
บางอย่าง
นับว่าเป็นเรื่องปกติ หากออกมาสู่โลกภายนอก เป็นไป
ได้ว่าอาจจะเกิดการจู่โจมจากปีศาจ เมื่อไม่สามารถ
ต้านทานการโจมตีนี้ได้อีกต่อไป แน่นอนว่าจะต้องเรียก
หาผู้ช่วยเหลือเป็นธรรมดา
“เราอย่าไปสนใจเลยจะดีกว่า เมื่อเยื้องกรายเข้าสู่
มหาสมุทรเพื่อเสี่ยงอันตรายแล้ว ก็ต้องเตรียมใจที่จะถูก
ทำลายตามไปด้วย” หนานซาน หวางเยว่ เอ่ย
“ในเมื่อพวกเราได้ยินแล้ว ไปดูเสียหน่อยก็ไม่เสียหาย”
ความเห็นของ อู่ อวี้ กับ มันแตกต่างกัน
“หากช่วยได้ก็ช่วย” ความคิดเห็นของ เย่ซีซี นับว่าไม่
ต่างจาก อู่ อวี้ นางเป็นคนที่มีจิตใจบริสุทธิ์ ส่วน อู่ อวี้
กำลังสับสนระหว่างดีกับเลว แต่ทว่าก็ใช้การตัดสินใจ
เบื้องต้นเป็นหลัก ส่วน หนานซาน หวางเยว่ เป็นคนที่
ค่อนข้างสนเพียงตนเอง จึงไม่คิดที่จะเหลียวแลแม้แต่
น้อย
สุดท้ายแล้วการตัดสินใจของ อู่ อวี้ ก็เหนือกว่า ทำให้
หนานซาน หวางเยว่ ไม่คิดคัดค้านอันใด มันเปลี่ยน
เส้นทางและเพิ่มความเร็วในการแล่นเรือขึ้นทันใด นาวา
ซ่อนเซียนมีความสามารถในด้านความเร็ว เมื่อมันลด
การใช้งานวงเวทอำพรางตัวลงไป ฉับพลันนั้นความเร็ว
ของมันเพิ่มขึ้นมาอย่างมหาศาล
เรือรบที่มีสีขาวราวกับหยก ได้พุ่งทะยานขึ้นสู่ผิวน้ำบน
มหาสมุทรแห่งนี้!
เพียงแค่ไม่กี่ลมหายใจ อู่ อวี้ ก็มาถึงที่เกิดเหตุแล้ว
ระหว่างทางก็ยังได้ยินเสียงของผู้ส่งความช่วยเหลือ
ออกมาไม่น้อย เห็นได้ชัดว่าเบื้องหน้าสมควรมีอันตราย
อยู่อย่างแน่นอน หลังจากที่ อู่ อวี้ มาถึงที่นี่แล้ว เขาก็
กวาดสายตามองไปรอบๆ ฉับพลันได้พบเห็นเป็นปีศาจ
นับหมื่นที่กำลังโต้คลื่นพายุห้อมล้อมผู้ขอความ
ช่วยเหลือเอาไว้ แม้ว่าพวกมันจะเป็นเพียงแค่กลุ่มปีศาจ
น้อยๆเท่านั้น แต่ก็มีตั้งแต่ขั้นสร้างแกนนภา จนไปถึง
อาณาจักรจิตเทวะ แน่นอนว่าส่วนใหญ่แล้วเป็นผู้ฝึกตน
ขั้นตำหนักม่วงทะเลมรกต กระทั่งตัวตนอย่างสร้างแกน
นภายังกล้าที่จะออกมาข้างนอก กล่าวได้เพียงว่ามีความ
กล้าหาญที่ยิ่งใหญ่จริงๆ
ปีศาจกลุ่มนี้กำลังโบกสะบัดศาสตราเต๋า พร้อมกับกรีด
ร้องคำราม พวกมันเป็นกลุ่มของปีศาจกุ้งปลาตัวน้อย
ซึ่งไม่อยู่ในสายตาของ อู่ อวี้ แม้แต่น้อย ทว่าสนามรบที่
อยู่ตรงกลางดึงดูดเขาได้เป็นอย่างดี มีปีศาจขนาดใหญ่
อยู่หลายตัว ซึ่งพวกมันได้กลายร่างกลับมาอยู่ในร่างเดิม
และกำลังต่อสู้เข่นฆ่า ส่วนใหญ่แล้วไม่อาจมองออกว่า
ร่างเดิมของพวกมันสัตว์จำพวกประเภทใดกันแน่
หนึ่งในนั้นมีตัวตนที่คาดว่าจะเป็นหัวหน้าปีศาจ มันเป็น
อสรพิษขนาดใหญ่ตัวหนึ่ง อสรพิษมหาสมุทรตัวนี้มี
ลักษณะที่แปลกประหลาดมาก ช่วงกลางของร่างกาย
มันแบ่งออกเป็น 2 สี ด้านหนึ่งเป็นสีดำ ส่วนอีกด้าน
หนึ่งเป็นสีขาว แต่เดิม อู่ อวี้ คิดว่าอสรพิษมหาสมุทรตัว
นี้ ส่วนหัวเป็นสีดำ และส่วนหางของมันเป็นสีขาว กลับ
ไม่คาดคิด ที่ส่วนสีขาวของมันกลับปรากฎขึ้นอีกหัว!
อสรพิษมหาสมุทรตัวนี้แท้จริงแล้วมีถึงหัว 2 หัว นับว่า
ผิดสามัญอย่างยิ่ง ดูไปแล้วมันจะต้องเป็นสายเลือดที่หา
ยากอย่างแน่นอน และเมื่อเทียบกับสภาพแวดล้อม
โดยรอบ ด้วยขนาดและความแข็งแกร่งของมัน นับว่า
มันมีความหายากอย่างที่สุด
อย่างไรก็ตาม ‘อสรพิษมหาสมุทร 2 เศียร’ ตัวนี้กลับดู
เด็กมาก คาดว่ามันน่าจะมีอายุไม่สูงล้ำอันใด ขอบเขตก็
แข็งแกร่งกว่า อู่ อวี้ เพียงแค่เล็กน้อย น่าจะมีพลังฝึกตน
อยู่ในอาณาจักรจิตเทวะระดับที่ 8 ที่ ข้างกายของมันยัง
มีปีศาจอยู่อีก 2-3 ตัว ซึ่งอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกัน
ภายในอาณาเขตมหาสมุทรระแวกนี้ พวกมันถือเป็น
ปีศาจที่มีระดับสูงส่ง!
เป้าหมายของพวกมันก็คือเรือรบสีเขียวที่อยู่ใจกลาง ดู
เหมือนว่าเรือรบลำนี้จะสร้างขึ้นมาจากไม้ไม่ธรรมดา มัน
ดูแข็งแกร่งและยังมีวงเวทถูกสลักเสลาเอาไว้มากมาย
คาดว่ามันน่าจะมีวงเวทอยู่ประมาณ 30,000 วงเวทซึ่ง
บนลำเรือมีตัวอักษรถูกสลักเอาไว้ว่า ‘หอการค้าซิง
หยวน’! ในยามนี้วงเวทป้องกันของเรือรบถูกกระตุ้น
อย่างเต็มกำลัง เพื่อป้องกันการโจมตีของปีศาจ!
ภายในเรือรบนอกจากผู้ที่ประจำการอยู่จุดตำแหน่งของ
วงเวท ผู้ฝึกตนคนอื่นๆได้พุ่งทะยานออกมาจากวงเวท
ป้องกันเข้าประจัญบานกับปีศาจ เพื่อลดแรงกดดันที่ถา
โถมเข้าใส่วงเวทป้องกัน เมื่อ อู่ อวี้ มาถึง กลุ่มของผู้ฝึก
ตนเหล่านี้ก็เหลือเพียงไม่กี่คนแล้ว ส่วนบนพื้นผิวของ
มหาสมุทรโดยรอบมีโลหิตและสิ่งของลอยอยู่มากมาย
เห็นได้ชัดว่ามีผู้ฝึกตนไม่น้อยที่ตายไปในการต่อสู้ ในช่วง
ที่ อู่ อวี้ มาถึงก็มีผู้ฝึกตนอีกคนถูก ‘อสรพิษมหาสมุทร
2 เศียร’ สังหาร เมื่อซากศพตกลง กลุ่มปีศาจที่อยู่
ด้านล่างรีบรุมเข้าไปแย่งชิงซากศพนั้น
ฉึก ฉึก !
ในขณะที่ซากศพนี้ตกลงไป มันก็เป็นเหมือนกับงานเลี้ยง
ฉลองของปีศาจตัวเล็กตัวน้อยทั้งหลาย
ส่วน ‘อสรพิษมหาสมุทร 2 เศียร’ กำลังใช้ลำตัวหนา
ของมันรัดบีบเรือรบลำนี้อย่างแรง วงเวทป้องกันของเรือ
รบกำลังพังทลายทุกช่วงขณะ ร่างกายของมันมีหมอก
พิษอยู่ 2 ชนิด ซึ่งมันลุกลามเข้าไปอยู่ภายในวงเวทของ
เรือรบอย่างรวดเร็ว พิษดั่งกล่าวได้เข้าไปแทรกซึม
เพื่อให้วงเวทป้องกันพังทลายลงไปเร็วขึ้น!
ยามนี้บนตัวเรือเกิดเสียงแตกหักดังออกมา ลำตัวเรือเริ่ม
เกิดรอยร้าว เหล่าปีศาจตัวเล็กตัวน้อยกำลังส่งเสียง
หัวเราะ ทว่าทางด้านในเรือรบกลับส่งเสียงร่ำไห้อย่าง
หมดหวัง ยามนี้ยังมีผู้ฝึกตนที่ไม่หวาดกลัวกับความตาย
ได้พุ่งทะยานออกมาจากภายในตัวเรืออย่างต่อเนื่อง แต่
ทว่าก็ถูกพวกปีศาจฆ่าสังหารไปในไม่ช้า
“แม้ว่าพวกมันจะไม่แข็งแกร่ง แต่ก็พอจะสามารถเติม
เต็มความหิวกระหายของร่างกลืนสวรรค์ได้” หลังจากที่
อู่ อวี้ มาถึงที่นี่ เขาก็ได้ตัดสินใจที่จะลงมือ มันเป็น
เหมือนกับที่ หนานซาน หวางเยว่ กล่าวเอาไว้ทุก
ประการ เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา พวกเขาไม่
อาจจะหยุดพวกมันได้ทั้งหมด เหยื่อผู้อ่อนแอย่อม
กลายเป็นอาหารของผู้แข็งแกร่ง นี่เป็นกฏของโลก ซึ่ง อู่
อวี้ ก็ได้ยึดตามกฏนี้ด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตามเขาก็ยังให้ความสำคัญกับโชคชะตา และ
เหตุและผล ในเมื่อพวกเขาได้พบกันแล้ว เขาย่อมไม่
สามารถนั่งดูอยู่เฉยๆได้ แม้ว่า หนานซาน หวางเยว่ จะ
เป็นปีศาจ การจะเกิดความคิดว่าการที่ปีศาจฆ่าคน ก็ไม่
ต่างจากการที่คนไปฆ่าปีศาจ ทว่า อู่ อวี้ นั้นเป็นมนุษย์
การที่เขายืนอยู่ข้างเดียวกับเผ่าพันธุ์เดียวกันก็ไม่นับเป็น
ความผิดอันใด
ฉับพลันร่างกลืนสวรรค์ได้ปรากฎตัวบนใจกลางสนามรบ
ในมือที่ถือ ‘สะบั้นวิญญาณ’ เอาไว้ ราวกับได้ปลดปล่อย
เคียวมัจจุราช มีดเล่มนี้ทะลวงผ่านร่างของปีศาจไป
หลายตัวในพริบตา ปีศาจทุกตัวนอกจาก ‘อสรพิษ
มหาสมุทร 2 เศียร’ ถูกสังหารไปในทันที! และร่างกลืน
สวรรค์ของ อู่ อวี้ ได้กลายเป็นหมอกทมิฬ พริบตาเดียว
ก็กลืนกินปีศาจเหล่านั้นไปจนหมดสิ้น
สิ่งนี้เกิดขึ้นเพียงแค่ชั่วพริบตา!!
ฉากที่เกิดขึ้นทำให้ปีศาจทุกตัวสั่นสะท้าน พวกมันตะลึง
จนอ้าปากค้างและมองขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างหวาดกลัว
แน่นอนว่าอสรพิษ 2 เศียร ก็ค้นพบถึงการคงอยู่ของ อู่
อวี้ ร่างของมันค่อยๆปล่อยเรือรบออกช้าๆ เศียรทั้ง 2
จ้องมองไปยัง อู่ อวี้ พร้อมกับเริ่มเปิดปากขึ้นและเอ่ย
ออกมาเป็นเสียงเดียวกัน เสียงหนึ่งเป็นของสตรี อีก
เสียงเป็นของบุรุษ
“เจ้าเป็นใคร! กล้าสังหารคนของข้า เจ้าไม่รู้หรือว่า
อาณาเขตนี้เป็นถิ่นฐานของใคร! เจ้าไม่ได้ตายดีแน่!”
ดูเหมือนว่า อสรพิษมหาสมุทร 2 เศียร จะไม่เกรงกลัว
อู่ อวี้ มันรู้สึกภูมิใจในตัวเองพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียง
เปี่ยมโทสะ“เจ้าจบสิ้นแล้ว ไม่พ้นวันพรุ่งนี้เจ้าจะได้ตกสู่
ขุมนรก หากเจ้าลองร้องขอความเมตตาก็จงรีบทำเสีย
ไม่เช่นนั้นเจ้าจะได้รู้ว่า ‘ปีศาจหยินหยาง’ นั้นน่ากลัวถึง
เพียงไห…..”
ในขณะที่มันกำลังสถบอย่างโกรธเกรี้ยว ฉับพลันสะบั้น
วิญญาณที่อยู่ในมือของ อู่ อวี้ ก็เจาะทะลวงอีกฝ่ายไปได้
อย่างง่ายดาย ชีวิตของมันจบสิ้นลงคาคมมีดนี้ และเวลา
ต่อมาร่างกลืนสวรรค์ก็พุ่งทะยานออกด้วยความกระหาย
แน่นอนว่าปีศาจทั้งหมดที่อยู่รอบข้างย่อมไม่ปล่อยให้
ร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ กลืนกินร่างมันเข้าไป เพราะ
การที่จะได้กินปีศาจที่แข็งแกร่งเช่นนี้ นับว่าเป็นโอกาสที่
หาได้ยากยิ่ง
ตูม!
ทว่ากลุ่มสมุนปีศาจ กลับกรีดร้องและเร่งหลบหนีไปใน
ชั่วพริบตา
“เร็วเข้ารีบไปบอกท่านราชา! นายน้อยถูกกินไปแล้ว! อ้า
กกก!”
——————————–